ภาพท่องเที่ยวจากโฟโต้ออนทัวร์ Thailand Photo Gallery
       Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Gallery : Phuket53 #4              
ภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตปี 2553 : Phuket 2010
Phuket 4 ร้านขายผ้าลายดอก ผ้าลูกไม้ วัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ต
1 Koh Naka
2 Street walk
3 Old town
4 Muslim dress
5 Old House
6 Local market
7 Elephant ride
7 Big Buddha
 
Phuket 2010 Part 4 ภูเก็ตตอนที่ 4 ร้านแขกขายผ้า วัฒนธรรมการแต่งกายอย่างมีสีสันของผู้หญิงอิสลามในภูเก็ต
 
 
 
 
 
 
 
   ชมภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตก่อนหน้านี้ : Previous Phuket photo's gallery
 
เกาะราชาภาคที่ 1
ราตรีที่ป่าตอง
ภูเก็ตแฟนตาซี
99 บาท แอร์เอเชีย
โรงเรียนดาราสมุทร ภูเก็ต

พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
เกาะไข่ หาดสวย น้ำใส
Portrait เด็กอนุบาล โรงเรียนดาราสมุทร
Portrait ลูกหลานชาวไทยใหม่
Portrait เด็กฝรั่งโต้คลื่น

กาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 1) เดินทางสู่ภูเก็ต
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 2) นั่งสปีดโบ๊ตสู่เกาะราชา
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 3) ทะเลสวยน้ำใส
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 4) นอนเกาะ
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 5) เกาะเฮ เที่ยวรอบเกาะภูเก็ต
     
 

ภูเก็ต 53 ตอนที่ 4
(เดินทางเมื่อ 16 มีนาคม 2553)



เที่ยวร้านแขกขายผ้าบนถนนถลาง


ร้านแขกขายผ้าที่ว่านี้ไม่ไช่แขกซิกส์หรือแขกอินเดียโผกผ้าตามที่เห็นแถวๆพาหุรัดนะครับ แต่เป็นร้านแขกอิสลาม บนถนนถลาง ถนนสายเก่าแก่ ที่ห้อมล้อมไปด้วยตึกยุโรปแบบชิโน-โปรตุกีส และอดีตเคยเป็นตลาดค้าขายของคนจีนเชื้อสายฮกเกี้ยน ในสมัยที่ภูเก็ตเฟื่องฟูไปด้วยการทำแร่ดีบุก หรือเมื่อราวเกือบร้อยปีก่อน

ถนนถลาง รวมถึงถนนสายเก่าในระแวกเดียวกันน่าจะเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความมั่งคั่ง สะท้อนถึงอาชีพของผู้คนบนเกาะแห่งนี้ว่า การร่อนแร่ดีบุกนั้นเป็นอาชีพหลัก  แตกต่างไปจากจังหวัดอื่นๆทางภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาชีพเกษตรกรรม  และอาคารร้านค้าในสมัยก่อนๆนั้นส่วนใหญ่จะปลูกสร้างด้วยไม้ เพราะไม้หาได้ไม่ยาก  แต่ภูเก็ตในยุคเดียวกันกลับสร้างเป็นตึกสวยงามและมั่นคงแข็งแรง ไม่ต่างกับตึกเก่าบนถนนเจริญกรุง รวมทั้งพื้นที่ในย่านวังเก่าของเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งเป็นเชื้อพระวงค์ของพระมหากษัตริย์

เมื่อความเจริญคืบคลานไปถึงในเขตวังซึ่งเป็นที่ดินของลูกหลานกษัตริย์ เจ้านายหลายพระองค์จึงทรงสร้างอาคารพาณิชย์เพื่อให้เช่า  พร้อมกับสร้างให้ทันสมัยตามแบบยุโรปหรือแบบโคโรเนียล ที่ถือว่าทันสมัยที่สุดในเวลานั้น

ปัจจุบันยังมีตึกเก่าแบบยุโรปให้เห็นในหลายแห่งรอบๆเกาะรัตนโกสินทร ไม่ว่าจะเป็นย่านวังบูรพา  บางขุนพรหม  บางลำพู  ท่าเตียน  ท่าพระจันทร์  ฯลฯ  ซึ่งอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นเขตวังเก่าของพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งสิ้น  และเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายของสยามประเทศมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์

ในขณะที่กรุงเทพฯสมัยนั้นนิยมสร้างตึกทรงยุโรป  ภูเก็ตซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลและโดดเดี่ยว  ก็มีรสนิยมในการปลูกสร้างอาคารแบบยุโรปไม่ต่างกัน 

ภูเก็ตไม่ได้เลียนแบบกรุงเทพ  แต่เอาแบบอย่างมาจากปีนัง  ทุกวันนี้คนภูเก็ตไม่น้อยเรียกตึกเก่าทรงยุโรปนี้ว่า ตึกปีนัง 

ปีนัง เมื่อประมาณ 50 – 100 ปี ก่อน  นับว่ามีอิทธิพลต่อชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก  และหากใครไปเที่ยวเกาะปีนังก็อาจพบว่า มีพ่อค้าชาวจีนที่อดีตเป็นคนภูเก็ตแต่ได้กลายเป็นคนสัญชาติเป็นคนมาเลเซียก็มาก

ความจริงแล้วเกาะปีนังมีคนไทยอยู่ไม่น้อย  ทั้งนี้เป็นเพราะในอดีตปีนังก็คือ เกาะหมาก  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไทรบุรี  ดินแดนที่เคยเป็นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาเสียให้อังกฤษไปเมื่อ พ.ศ. 2329 หรือในสมัยรัชกาลที่ 1

ทุกวันนี้ปีนังมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอันมาก  มีตึกการค้าทันสมัยมากมาย  ขณะเดียวกันก็มีตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส อีกนับไม่ถ้วน 

หลังจากที่มาเลเซียสร้างสะพานข้ามทะเลที่มีความยาวเกือบ 14 กิโลเมตร  เชื่อมเกาะปีนังกับรัฐเคดาร์ (ไทรบุรี ชื่อเดิม) มีชื่อว่าสะพานปีนัง ซึ่งสร้างในสมัย ดร.มหาเธร์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยิ่งทำให้เกาะปีนังเจริญรุดหน้ามากยิ่งขึ้น
 
ปีนังมีความเจริญและเป็นย่านการธุรกิจสำคัญทางตอนเหนือของมาเลเซีย   แต่ภูเก็ตก็มีธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ที่ขึ้นชื่อระดับโลก   อาจเรียกว่าต่างก็เติบโตไปคนละด้าน

หลายปีก่อนที่เคยผ่านไปในย่านถนนถลาง  ยังจำได้ว่าเป็นย่านตึกเก่าที่ดูไม่ค่อยเจริญหูเจริญตานัก  แต่พอย้ายสายไฟฟ้าลงดินตลอดทั้งถนน  พร้อมกับเชิญชวนให้พ่อค้าในย่านนี้ปรับปรุงตกแต่งร้านค้าของตนให้ดูสวยงาม  จนกลายเป็นถนนแห่งประวัติศาสตร์  และเป็นถนนสายวัฒนธรรม  สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของสินแร่ดีบุกในยุคอดีต
 
วันนั้นมีโอกาสพูดคุยกับคนภูเก็ตที่อาศัยในย่านนี้  บอกว่าตนเองเคยอยู่ในคณะกรรมการชุดปรับปรุงถนนถลาง  เล่าให้ฟังว่ากำลังจะปรับปรุงให้ถนนสายอื่นให้เป็นแบบเดียวกัน  แต่ปัญหาและอุปสรรคก็คือความร่วมมือร่วมใจของเจ้าของตึก  ว่าจะจริงจังแค่ไหน  บอกว่ามันไม่ง่ายที่จะให้ทุกคนร่วมมือและเห็นดีเห็นงาม 

เรื่องแบบนี้บ้านเราอาจแตกต่างกับบางประเทศที่รัฐบาลมักจะเป็นเจ้าภาพ  และต้องทำแบบครบวงจร  เรียกว่าวางแผนหากินกับของเก่ากันเลย   และประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น 

ประเทศจีนน่าจะเป็นตัวอย่างได้ดีในเรื่องนี้  ถึงขนาดว่าจ้างเอกชนจากใต้หวันที่มีประสบการณ์์เรื่องนี้โดยตรง ให้มาศึกษาพร้อมทำการปรับปรุงซ่อมแซม ด้วยราคาค่าจ้างที่แพงลิ่ว  เพื่อให้ชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งที่นับวันจะทรุดโทรมลง กลับฟื้นคืนชีพดูทันสมัย แต่มีบรรยากาศแบบย้อนยุค  หลังจากนั้นก็ประชาสัมพันธ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว รับทรัพย์กันเละ


ร้านแขกขายผ้า

ร้านแขกอิสลามที่เดินผ่านในวันนั้น   เห็นผ้าลายและผ้าชุดสำเร็จรูปแขวนอยู่หน้าร้าน ดูสวยๆงามๆทั้งนั้น   มองเข้าไปเห็นคนหญิงคนขายแต่งกายแบบอิสลามชุดดำ  แปลกใจเหมือนกันว่าปกติผู้หญิงอิสลามส่วนใหญ่จะแต่งชุดออกสีดำๆ แต่ผ้าลายดอก ลายสีแบบนี้ไม่เคยเห็นคนอิสลามที่ไหนเค้าแต่งกัน   

เจ้าของร้านบอกว่าส่วนใหญ่เป็นผ้ามาจากอินโดนีเซีย  และจะใส่เสื้อผ้าแบบนี้ในวันสำคัญๆ

มิน่าผ้าแต่ละชิ้นจึงสวยแปลก ดูไม่ค่อยจะคุ้นตา จะบอกว่าเป็นชุดแบบปักษ์ใค้ก็ไม่ไช่  แบบอิสลามก็ไม่เชิง  ยิ่งดูก็ยิ่งสวย  เห็นแขวนข้างฝามากมายหลายชุด สีสันก็เหลือกินจริงๆ
 
คนขายบอกว่า  ปกติชุดแบบนี้ผู้หญิงอิสลามจะแต่งในวันพิธีสำคัญเท่านั้น  เช่นวันแต่งงาน  หากเป็นวันอื่นๆแล้วจะไม่มีโอกาสเห็น

บอกตรงๆว่าไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวทางด้านวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวอิสลามเลยแม้แต่น้อย  สื่อต่างๆก็แทบไม่เห็นการนำเสนอวัฒนธรรมการแต่งกายของคนไทยเชื้อสายมูสลิมบ้าง  เรื่องนี้ผมก็ต้องเก็บไว้เป็นการบ้านและจะพยายามหาสาวอิสลามที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ดูกัน

อันดับก็ต้องทำการบ้านในข้อแรกก่อนว่า  จะหาสาวอิสลามสวยๆได้ที่ไหน  แค่คิดก็กลุ้มแล้วครับ 

สาวไทยยังพอหาได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่สาวอิสลามนี้จนปัญญาจริงๆ
ใครรู้ ช่วยวานบอกที


เที่ยวภูเก็ตปี 53 ตอน 5 หรือตอนต่อไปจะพาไปชมบ้านผู้ดีเก่าของภูเก็ต ที่มีอายุเกือบ 90 ปี

บ้านหลังนี้มีของเก่าที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของคนภูเก็ตที่มีฐานะ ชื่อว่า บ้านชินประชา เคยถามคนภูเก็ตไปหลายๆคน ตอบเหมือนๆกันว่า เคยผ่าน แต่ไม่เคยเข้าไปข้างใน ไม่ต่างกับใกล้เกลือกินด่าง หรืออาจเห็นบ้านเก่าแบบนี้จนชินตา


แต่ไม่เป็นไร คนภูเก็ตที่ไม่เคยเห็น ก็สามารถเข้ามาดูได้ ในตอนต่อไป





โฟโต้ออนทัวร์
24 พฤษภาคม 2553








 
     
 
 
   

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ