ภาพท่องเที่ยวจากโฟโต้ออนทัวร์ Thailand Photo Gallery
       Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Gallery : Phuket53 #7              
ภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตปี 2553 : Phuket 2010
Phuket 7 : Elephant trekking & Big Buddha นั่งช้าง และ ขึ้นเขาชมพระองค์ใหญ่
1 Koh Naka
2 Street walk
3 Old town
4 Muslim dress
5 Old House
6 Phuket market
7 Elephant ride

 
Phuket 7 : Elephant trekking & Big Buddha นั่งช้าง และ ขึ้นเขาชมพระองค์ใหญ่ในเส้นทางเดียวกัน
 
 
 
 
 
 
 
   ชมภาพชุดท่องเที่ยวภูเก็ตก่อนหน้านี้ : Previous Phuket photo's gallery
 
เกาะราชาภาคที่ 1
ราตรีที่ป่าตอง
ภูเก็ตแฟนตาซี
99 บาท แอร์เอเชีย
โรงเรียนดาราสมุทร ภูเก็ต

พระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
เกาะไข่ หาดสวย น้ำใส
Portrait เด็กอนุบาล โรงเรียนดาราสมุทร
Portrait ลูกหลานชาวไทยใหม่
Portrait เด็กฝรั่งโต้คลื่น

กาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 1) เดินทางสู่ภูเก็ต
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 2) นั่งสปีดโบ๊ตสู่เกาะราชา
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 3) ทะเลสวยน้ำใส
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 4) นอนเกาะ
เกาะราชาภาค 2 (ตอนที่ 5) เกาะเฮ เที่ยวรอบเกาะภูเก็ต
     
 

ภูเก็ต 53 ตอนที่ 7 นั่งช้าง และ ขึ้นเขาชมพระองค์ใหญ ( พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี)
(เดินทางเมื่อ 16 มีนาคม 2553)



ที่ยวภูเก็ต 2553 ได้มาถึงตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย  ชุดนี้จะพาไปเที่ยวบนเขาในเส้นทางสู่หาดกะรน  เมื่อนั่งรถออกจากตัวเมืองได้ไม่นานก็มีทางแยกไปหาดกะรน  เส้นทางนี้ยังพอเห็นสวนยางที่ขึ้นหนาแน่น  เจ้าของคงยังไม่อยากขายหรือใช้ที่ดินไปทำธุรกิจอื่นๆ  เนื่องจากราคายางขณะนี้มีราคาดีมาก  คนมีสวนยางรวยไปตามๆกัน 

ชาวสวนบางคนที่มีทุนรอนก็ขยายธุรกิจไปในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ทำให้ผู้มีอาชีพทำนาหันมาปลูกยางกันยกใหญ่   หากเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วใครจะปลูกข้าวให้เรากิน หรือต้องไปซื้อข้าวจากเขมรหรือเวียดนามแทน

น้ำขึ้นให้รีบตัก ก็รีบๆกันหน่อย  คนมันจะรวยอะไรก็ฉุดไม่อยู่  สวนยางที่เห็นในภูเก็ตยังมีอยู่มาก  ก็เพราะราคายางที่ทำกำไรให้เจ้าของสวนอย่างเป็นกอบเป็นกำ   หากราคายางตกค่ำสวนยางก็ไม่เหลือ  คงกลายเป็นสถานประกอบการจนหมด
 
ธุรกิจนั่งช้าง

หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าปัจจุบันในภูเก็ตและจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ  สร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจนั่งช้างได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน  ฟังๆจากผู้ที่อยู่ในวงการนี้บอกว่า รวยกันไม่รู้เรื่อง  และรวยกันแบบเงียบๆ  ใครได้ยินแล้วอาจตกใจว่าแค่นั่งช้างนี้มันทำเงินได้มากมายขนาดนั้นเลยหรือ

ผมจำตัวเลขไม่ได้ เพราะลืมหมดแล้ว  แกบอกว่าธุรกิจนี้มีหลายแห่งในภูเก็ต  คนไทยอาจไม่ค่อยรู้จักหรือให้ความสนใจ  เพราะช้างเดินให้เห็นกันเต็มบ้านเต็มเมือง  ในกรุงเทพก็ยังเห็นอยู่  แต่ช้างกรุงเทพกินแต่กล้วยน้ำว้าที่เจ้าของเดินเร่ขายหาเงิน  หากช้างในเมืองหลวงพูดได้  มันคงบ่นว่ากินแต่กล้วยทั้งปีทั้งชาติ

ใครบอกว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่ แต่เทียบกับช้างคงไม่ได้  เพราะช้างกินทั้งวัน  ไม่ต่างกับหมีแพนด้าที่กินใบใผ่กันชนิดปากไม่มีหยุด

มาวันนี้ก็พึ่งรู้ว่าการเลี้ยงช้าง หรือการทำธุรกิจนั่งช้างในภูเก็ตนี้ต้องขออนุญาตจากทางการด้วย    นึกจะทำธุรกิจก็ขนเอาช้างมาจากสุรินทร์แล้วเรียกแขกหาลูกค้าได้เลย  ทำไม่ได้นะครับ  เพราะเค้ามีกฏหมายอยู่ว่าต้องขออนุญาต  ต้องขึ้นทะเบียนว่ามีช้างกี่เชือก  มีควานช้าง  หรือคนดูแลช้างมากน้อยแค่ไหน 

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่กินจุ  ป่าไม้หรือแหล่งอาหารช้างในภูเก็ตมีอยู่จำกัด  หากมีช้างมากป่าก็อาจหมดไปได้   เผลอๆอาจบุกรุกไปกินพืชไร่เช่นสัปปะรดในที่ดินของคนอื่นตามที่เป็นข่าวว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และที่กุยบุรี   มีช้างป่าเข้ามากินอาหารพืชไร่ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ

ถามว่าเป็นความผิดของใคร  ช้าง หรือ คน

ตอบแบบฟันธงว่าชาวบ้านผิดแน่นอน  เพราะชาวบ้านไปบุกรุกป่าไม้ที่เคยเป็นแหล่งอาหารช้าง จนช้างเดือดร้อนและต้องหลบไปอยู่ในปาไกลๆ  วันดีคืนดีช้างเหล่านั้นก็กลับมาหาอาหารในถิ่นเดิมของตนเอง  แบบนี้จะไปโทษช้างได้อย่างไร 

ธุรกิจนั่งช้างในภูเก็ตมีทั้งถูกกฏหมายและผิดกฏหมาย  ธุรกิจนี้ค่อยๆรุกเงียบโดยไม่หวือหวา  แต่ทำเงินกันชนิดที่ใครรู้ก็อยากจะทำด้วย   ฟังแล้วเหมือนกับว่าต้นทุนทางธุรกิจสำคัญๆก็มี เรื่องอาหารช้างเป็นเรื่องหลัก  และเป็นปัญหามาก 

ช้างเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นหลัก  และกินจุมาก  ตามสูตรแล้วช้างจะกินอาหารคิดเป็นร้อยละ 10  ของน้ำหนัก  หรือประมาณ  200-400 กิโลต่อตัว  มีช้าง 10 ตัว ก็ต้องหาอาหารให้ได้วันละประมาณ  2000- 4000 กิโล  หรือ 2- 4 ตัน  คิดแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่  จะหาอ้อย หาต้นสัปปะรด หรือหากล้วยที่ไหนมาเลี้ยงช้าง  จะพาช้างเข้าป่าไปหาอาหารเองก็คงทำไม่ได้

อัตราค่าบริการ

ค่านั่งช้างในภูเก็ตมีราคา  1000-1300  บาท/ คน / ครึ่งชั่วโมง หรือ 45 นาที  ส่วนเด็กราคาประมาณ 500-700  นับว่าราคาไม่ถูกสำหรับคนไทย  แต่ฝรั่งบอกว่าประเทศไอไม่มีช้าง  ไอไม่เคยขี่ช้าง  ราคาขนาดนี้ไม่แพง

ภูเก็ตนอกจากจะมีชายหาดสวยงามมีเกาะแก่งที่น่าประทับใจแล้ว  เรื่องการขี่ช้างก็เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับชาติตะวันตก  และคำว่า ช้างไทย ก็ยังเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวที่ทำให้หลายชาติหลังไหลกันมาเมืองไทย
 
นั่งช้างไปกลับในรอบเล็กใช้เวลาประมาณ 40 นาที  ขณะที่นั่งก็อดนึกถึงการเดินทัพของทหารไทยในอดีตไม่ได้ว่าจะไปได้ช้าแค่ไหน   ยิ่งสมัยกรุงศรีอยุธยายกทัพไปรบกับพม่า  คงเดินทัพกันเป็นแรมปีกว่าจะประดาบกับข้าศึกได้

จากช้างศึกในอดีต และเคยเป็นพาหนะคู่บารมีของกษัตริย์  ผู้เฒ่าผู้แก่เคยบอกว่าสมัยก่อนบางเชือกมียศมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าพระยา  แต่มาวันนี้ช้างไทยกลายเป็นสัตว์ใหญ่ที่ดูไร้คุณค่า  เจ้าของพาเดินตระเวณรอบกรุงเพื่อหาเงิน  บางครั้งควานช้างก็กระทำทารุณกรรม  เป็นข่าวอยู่เนืองๆ 

ที่ภูเก็ตก็มีข่าวเช่นที่ว่า  บางครั้งช้างไม่ยอมเดินจนถูกควานช้างทุบตี  ฟังแล้วก็หดหู่   

จากปางช้างก็นั่งรถขึ้นเขาต่อ  ไปชมพระองค์ใหญ่ที่มีชื่อว่า พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี  สร้างไว้บนยอดเขานาคเกิด  เมื่อไปถึงก็เกือบมืด  จึงได้ภาพในบรรยากาศของพระอาทิตย์ตก 

พระองค์ใหญ่สีขาวที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  สภาพโดยรอบก็ยังไม่เรียบร้อย แต่ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้ความสนใจกันมาก  โดยเฉพาะต่างชาติมีมากกว่าคนไทย  บางคนไม่กล้าเดินเข้าไปในศาลาชั่วคราวที่มีพระพทธรูปให้กราบไหว้  แกคงคิดว่าไม่ได้เป็นชาวพุทธ  แต่พอผมบอกว่าถอดรองเท้าแล้วเข้าไปได้แกก็ดีใจ  

พระองค์ใหญ่ หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต  คาดว่าอีกราว 1 ปีก็น่าจะสร้างเสร็จ  หลังจากนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นสถานปฏิบัติธรรมและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ


พระพทธมิ่งมงคลฯ 
เป็นพระพุทธรูปศิลปะร่วมสมัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร ความสูง 45 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต” (สุริยกันตะ) จากพม่า น้ำหนักเฉพาะหินอ่อน หยกขาวประมาณ  135 ตัน ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต  พระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศตะวันออก   อนาคตคาดว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของภูเก็ต  (เว็บไซต์พระพุทธมิ่งมงคลฯ)

หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็ได้เวลากลับที่พัก

เที่ยวภูเก็ตปี 2553 รวมทั้งหมด 7 ตอน  ได้จบลงเรียบร้อยแล้ว  และตามที่บอกไว้แต่แรกว่ามาภูเก็ตคราวนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว  แต่มางานศพญาติ   จึงมีเวลาถ่ายภาพค่อนข้างจำกัด  เมื่อมีเวลาก็ซอกแซกหาเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอ ความรู้สึกที่มีโอกาสมาเยือนภูเก็ตครั้งนี้ก็พอจะมองเห็นว่าธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตนับวันแต่จะมีอนาคตทีสดใส ชายหาดและท้องทะเลไทยยังเป็นที่ต้องการของต่างชาติ โดยเฉพาะคณะทัวร์จากจีนและเกาหลีมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชื่อเสียงของเกาะพีพี และเกาะภูเก็ตยังขายได้ ต่างประเทศยังให้การยอมรับอยู่มาก

แต่อีกมุมหนึ่งก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ภูเก็ตในอนาคตอาจเป็นเมืองที่ตอบสนองแต่ชาวต่างชาติ กิจการท่องเที่ยวเกือบทุกอย่างจะมุ่งแต่คนต่างชาติเป็นหลัก นักท่องเที่ยวคนไทยอาจกลายเป็นบุคคลชั้นสอง ไปทางไหนก็คงบ่นว่าแพง สู้ราคาไม่ไหว ถึงเวลานั้นก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง จากนั้นคนไทยก็หนีไปเที่ยวต่างประเทศกันแทน เพราะถูกกว่า สนุกกว่า และตื่นเต้นกว่าด้วย

อนาคตคำว่าไทยเที่ยวไทย ก็คงไม่มีใครกล่าวถึงกันอีกต่อไป

ภาพท่องเที่ยวปักษ์ใต้ในชุดต่อไป  จะพาไปเที่ยว สงขลา – หาดใหญ่  ในช่วงวันแม่แห่งชาติ  15  สิงหาคม 2553  มีอะไรน่าสนใจก็ต้องติดตามชมนะครับ


โฟโต้ออนทัวร์
23 สิงหาคม 2553    






...............................................................................................................................................................

ภาพชุดภูเก็ต 53 ในตอนที่ผ่านๆมา
ตอนที่ 1 : ตอนที่ 2 : ตอนที่ 3 : ตอนที่ 4 : ตอนที่ 5




 
     
 
 
   

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ