Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์  เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์คุณภาพ Home > Gallery > Koh racha Part 4
  Koh Racha Part4: Koh Racha is the larger of the two islands south of Phuket. The better diving is off the east coast
  where good drifts can be done along the hard coral walls.

  I Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Royal Photos I Portraits IToday Talk I Photo Services I Wallpapers I About site I Site update I Outbound tour  
 
เกาะราชา จ.ภูเก็ต ตอนที่ 4 "นอนเกาะ"
 

เกาะราชา จ.ภูเก็ต (ตอนที่4) "นอนเกาะ"

หลายคนที่ไปเที่ยวทะเล หรือไปพักตามชายหาด ส่วนใหญ่แล้วมักจะหาสถานที่ที่จะให้ความสะดวกสบายในการมาพัก ว่าควรเป็นห้องพักหรือโรงแรมที่ได้มาตรฐาน และอยู่ในบริเวณที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร จะสะดวกมากหรือสะดวกน้อยก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

แต่เกาะราชาที่ผมมาพักเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2550 อาจตรงกันข้ามกับที่หลายคนต้องการ เพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก

เริ่มจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือบนเกาะราชา ใครพกไปก็ติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้ อาจมีบางระบบที่มีสัญญานติดต่อได้ผมก็ไม่สนใจนัก เพราะไม่ได้พกมือถือมาด้วย

ที่พักบนเกาะก็เป็นบังกะโลติดแอร์ธรรมชาติ จะร้อนจะเย็นก็แล้วแต่อุณภูมิบนเกาะ แต่ในห้องพักมีพัดลมติดไว้ข้างผนังห้องเพียงตัวเดียว จะเปิดไฟหรือใช้พัดลมก็เฉพาะช่วงเวลาหกโมงเย็น ไปจนถึงตีห้า เวลาอื่นไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะหยุดปั่นไฟ ส่วนน้ำอาบน้ำใช้ยังใช้ได้เป็นปกติไม่มีกำหนดเวลา เพราะสูบใส่ถังใหญ่ไว้ บนที่สูง แต่ถ้าน้ำหมดถังก็ต้องรอปั่นไฟเพื่อสูบขึ้นมาใหม่

กลางคืนบริเวณรอบที่พักไม่มีแสงสว่างมากนัก มีแต่แสงไฟจากบังกะโลแต่ละหลัง จะเดินไปหากันระหว่างบ้านพักหรือออกไปซื้อของจากร้านหน้าชายหาด ก็ต้องเดาทางเอาเอง หรือใช้ไฟฉายที่ต้องเตรียมไปด้วย

บนเกาะในยามค่ำคืนมีแต่ความเงียบ ได้ยินแต่เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ใบไม้ ผสานกับเสียงจั๊กจั่นนับพันๆตัวร้องประสานเสียงระงมไปทั้งเกาะ จะเรียกว่า "เกาะจั๊กจั่น "เพิ่มไปอีกชื่อหนึ่ง นอกเหนือจากคำว่าเกาะราชาก็ไม่เลว บางครั้งที่ลมพัดแรงๆก็อาจได้ยินเสียงลูกมะพร้าวแห้งและก้านมะพร้าวตกลงพื้น สลับกับเสียงลมที่พัดกระโชกมาเป็นระยะๆ

(อ่านต่อ)

 
 


(ต่อ)


นี่แหละครับที่เรียกว่าเกาะสวรรค

สภาพทั่วไปไม่ต่างกับไปเที่ยวบ้านนอกสมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆที่ไปเยียมบ้านคุณปู่บ้านย่า ต้องจุดตะเกียงแทนไฟ ค่ำคืนก็มืดรอบด้าน แถมไม่มีเสียงใดๆมารบกวน มันทั้งมืดและทั้งเงียบ ขนาดหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร ยังได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอนชัดเจน

การมาพักบนเกาะในบรรยากาศที่มีต้นไม้ใหญ่และดงมะพร้าวก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นน่าสนุก สำหรับคนไม่คุ้นเคย เช่นกลางค่ำกลางคืน มองไปทางไหนก็มืดไปหมด อาจดูน่ากลัวสำหรับผู้ที่กลัวความมืดหรือกลัวผี แต่ถ้ากล้าๆกลัวๆก็น่ามาลองฝึกความกล้า ท้าความกลัว จะได้รู้ว่า ผีนั้น ก็แค่จิตที่คิดไปเอง หาไช่สิ่งที่มีตัวตนไม่

คนกลัวผีที่แท้ก็คือคนขวัญอ่อน เป็นผู้ขาดความเข้มแข็ง ใครมีลูกก็พยายามสอนลูกให้ถูกทางหน่อย ไม่เช่นนั้นลูกหลานก็จะถูกประทับตราความกลัวไปตลอดชีวิต และแก้ไม่ได้ด้วย หากสอนให้ถูก ชี้แนะในสิ่งที่ถูกต้อง ก็จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ถูกหลอกถูกล่อไปกับสิ่งไร้สาระที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เด็กๆจะมีเหตุมีผล และมีความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ

ผมโชคดีที่สอนลูกมาแต่ยังเรียนชั้นอนุบาล พอโตขึ้นก็เป็นคนที่มีความหนักแน่น และไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องผี ลูกผมไม่กลัวเลยครับ เพราะรู้ว่าเป็นเรื่องของจิตที่หลอกหลอนตัวเอง ไม่ไช่สิ่งอื่นๆที่มาหลอกเรา

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อยากพาลูกเดินขึ้นเนินเขาเพื่อชมวิวบนที่สูง และมองเห็นทะเลได้ชัด แต่เส้นทางที่ไปต้องผ่านป่าช้า เป็นป่าช้าของคนจีนที่ใช้วิธีฝัง คราวนี่เลยได้โอกาสสอนลูกเรื่อง อนิจจัง หรือความไม่เที่ยง ลูกผมตอนนั้นก็แค่ 3-4 ขวบ พาทัวร์ป่าช้าครับ อธิบายว่าหลุมไหนเป็นหลุมใหม่หรือหลุมเก่า หลุมเก่าก็เป็นแค่เนินดิน หลุมใหม่ก็จะมีวางพวกเครื่องเซ่นเครื่องใหว้ และมีธงเล็กๆปักอยู่รอบหลุม เส้นทางขึ้นเนินเขาต้องผ่านหลุมเหล่านี้ และไหนๆก็มาทัวร์ป่าช้าจีนแล้วก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันหน่อย เลือกเอาหลุมใหม่ๆที่ยังดูดีกว่าหลุมอื่น แล้วให้ลูกชายเต๊ะท่าถ่ายภาพ

ที่เล่ามานี้เป็นเรื่องจริงนะครับ ตอนนั้นไปสองคนกับลูกชาย แฟนผมเค้าไม่ได้ไปด้วยและไม่ได้ชวน ขืนไปก็ขนหัวลุกแน่ แต่พอเห็นภาพที่ถ่ายมา ก็ตกอกตกใจใหญ่ หาว่าผมพาลูกไปเสี่ยงกับวิญญาณคนตาย กลัววิญญาณจะสิงเข้าร่าง

วันนั้นหลังเดินขึ้นเนินไปได้ไม่ไกล ผมและลูกกลับตกใจ ผีัครับ....

ปรากฏว่าชาวบ้านที่ดูแลสวนสะตอโผล่ออกมาจากป่า เป็นชายแก่ร่างสูงอายุราว 70 ในมือก็ถือมีดแบบคนสวน หน้าตาดุดันคล้ายผีมาก ผมยาวกระเซิงยุ่งเหยิง... มาหายตกใจก็ตอนที่แกทักด้วยสำเนียงคนใต้ว่า

" มาเที่ยวหรือครับ"


ใครอยากให้ลูกไม่กลัวผี และมีความกล้า มีวิธีง่ายๆก็คือว่า คุณพ่อทั้งหลายต้องไม่เป็นคนไม่กลัวผีก่อน หากยังไม่แน่ใจ ลังเลใจ ยังเชื่อเรื่องวิญญาณบ้าๆบอๆ ก็เปล่าประโยชน์ที่จะสอนลูกหลาน

คำว่าวิญญาณนั้นมีจริง (ใครบอกว่าไม่มี) แต่วิญญาณเป็นแค่ขบวนการหนึ่ง ที่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดทุกข์หรือสุข คนละความหมายของคำว่าวิญญาณที่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นตัวเป็นตน เหมือนที่หลายคนเข้าใจ

ผู้ชายคนไหนเป็นคนกลัวผีต้องเรียกว่า " ไม่ไช่ลูกผู้ชายตัวจริง" ผู้หญิงไม่ควรแต่งงานด้วย เพราะกลัวไม่เข้าเรื่องเข้าราว แบบนี้จะเป็นผู้นำครอบครัวได้อย่างไร

หยุดเรื่องผีเรื่องวิญญาณ แล้วมาต่อเรื่องเกาะราชากันดีกว่า

ที่พักแบบบังกะโลบนเกาะราชา หากเทียบกับที่พักบนฝั่งหรือบนเกาะภูเก็ตแล้วก็ถือว่าราคาไม่ถูกนัก ในฤดูท่องเที่ยวราคาหลังละประมาณ 1000 – 1200 บาท แต่หากเป็นฤดูอื่นๆราคาก็เหลือราว 7-800 บาท แต่ทริปนี้ได้ญาติที่เป็นไกด์เป็นผู้ติดต่อให้จึงได้ราคาพิเศษที่ 750 บาท ซึ่งความจริงแล้วเดือนมีนาคมนี้ถือว่ายังเป็นฤดูท่องเที่ยวของทางฝั่งอันดามัน แต่หลังสงกรานต์เป็นต้นไปจนถึงเดือนกันยายน นักท่องเที่ยวจะน้อยลง ช่วงนี้จะเป็นฤดูมรสุม มีคลื่นลมแรง และฝนตกเป็นประจำ ช่วงเงินช่วงทองของการท่องเที่ยวทางฝั่งทะเลอันดามันจึงมีเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง

เจ้าของบังกะโลซึ่งเป็นคนอิสลามเล่าให้ฟังว่า ตัวเองอาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต ได้มาเช่าที่นี่เพื่อทำบังกะโลและร้านอาหาร แต่จะเปิดบริการเพียงปีละไม่เกิน 6 เดือน เท่านั้น จากนั้นก็ปิดไม่รับแขก เพราะมีแขกน้อยไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย บอกปีนี้ (2550) ถือว่ามีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ส่วนใหญ่ป็นลูกค้าต่างชาติ

ผมฝากท้องที่ร้านอาหารนี้สำหรับมื้อเย็นและมื้อเช้า ราคาอาหารก็ต้องถือว่าแพงเมื่อเทียบจากบนเกาะภูเก็ต ใครมาพักก็ต้องทำใจ และต้องเข้าใจกันด้วยว่า ทางเจ้าของร้านอาหารมีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เพราะทุกอย่างทั้งของกินของใช้ที่ขายหรือมีไว้บริการนักท่องเที่ยว ต้องขนกันมาจากภูเก็ตโดยเช่าเรือหางยาว มาถึงเกาะก็ต้องแบกขนขึ้นมาไว้ที่ร้าน ไฟฟ้าก็ต้องปั่นไฟเอง ไม่ว่าจะเป็นตู้แช่ หรือเครื่องทำน้ำผลไม้ปั่น ก็ใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟทั้งสิ้น เจ้าของร้านพูดติดตลกว่า เวลาลูกค้าสั่งน้ำผลไม้ปั่นแต่ละแก้ว ผมก็ต้องสตาร์ทเครื่องปั่นไฟทุกครั้ง เพราะเครื่องปั่นต้องใช้ไฟฟ้า

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดก็มีทางออกคือเตรียมอาหารสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูปมาบ้าง แต่ก็อย่าขนมากนักเพราะจะไม่สะดวกในการนั่งสปีดโบ๊ต

ก่อนเดินทางมาที่เกาะราชาผมก็คาดเดาแล้วว่าหากเตรียมอาหารไปบ้างก็จะทำให้ประหยัดเงินเพราะรู้ดีว่าสภาพบนเกาะเป็นอย่างไร จึงซื้ออาหารกึ่งสำเร็จพวกมาม่า ขนมปัง กาแฟสำเร็จรูป น้ำพริกเผา ทูน่ากระป๋อง แกงสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง ปรากฏว่า ทุกอย่างหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ขนมปังแถวยาวๆจิ้มกินกับแกงกระหรี๋ และแกงมัสมั่นแบบกระป๋อง อร่อยอย่าบอกใคร ทางร้านเค้าก็ใจดีไม่คิดค่าบริการ ไม่ว่าจะขอจาน ขอถ้วย ขอน้ำร้อน ขอทุกอย่าง เพียงแต่สั่งอาหารจากทางร้านมาเสริมบ้างเท่านั้นเอง คิดไปคิดมาประหยัดเงินได้ไม่น้อย

ช่วงเย็นๆจนถึงสายๆวันรุ่งขึ้น ผมมีเวลาอยู่บนเกาะอย่างเต็มที่ มีโอกาสเล่นน้ำทั้งสองอ่าวที่หันหลังชนกัน และอยู่ห่างกันราว 3-400 เมตร อ่าวที่เป็นหาดหลัก หรือด้านที่เป็นโรงแรม The Racha จะอยู่ทิศตะวันตกหรือทางฝั่งอันดามัน ส่วนอีกอ่าวหนึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออก ที่ท้องทะเลราบเรียบจนแทบไม่มีคลื่น

เย็นนี้มีนักท่องเที่ยวอยู่บนเกาะค่อนข้างน้อย หลังสปีตโบ๊ตกลับไปหมดแล้ว ทั้งสองอ่าวดูจะร้างผู้คน ทั้งที่เดือนนี้(มีนาคม) ยังถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่า High Season

นึกถึงเมื่อครั้งมาเที่ยวเกาะราชาครั้งแรก ปี 2542 หรือเมื่อ 8 ปีมาแล้ว เมื่อเทียบกับการมาเที่ยวครั้งนี้ ถือว่าไม่ต่างกันมากนัก ยังมีสวนมะพร้าว และมีสภาพป่าอยู่เหมือนเดิม จะมีเปลี่ยนแปลงเพียงก้อนหินขนาดใหญ่ที่คลื่นสึนามิพัดขึ้นฝั่งไว้ดูต่างหน้า รวมทั้งซากปะการังและหินก้อนเล็กๆตามชายหาดที่มีมากกว่าเดิม

หินก้อนใหญ่ หรืออาจเรียกว่าปะการังจากท้องทะเล เป็นหินขนาดใหญ่ราว 3-4 ก้อน ก้อนใหญ่สุดสูงราว 2 เมตร หนักราว 10-15 ตัน ก้อนอื่นๆก็ลดหลั่นกันลงไป ก้อนหินเหล่านี้สร้างความพิศวงให้กับผู้คนที่พบเห็นว่า อานุภาพของคลื่นยักษ์นั้นรุนแรง และมีพลังมหาศาลเพียงใด

เกาะราชาในคืนนี้จนถึงวันรุ่งขึ้นมีฝนตกพรำๆ จึงไม่มีโอกาสเดินไปไหนได้มากนัก เวลาส่วนใหญ่ในตอนเช้าก็นั่งเสวนากับเจ้าของบังกาโลภายในร้านอาหาร ซึ่งเป็นชายร่างเล็กที่นับถือศาสนาอิสลาม ขณะนั้นก็มีทัวร์ต่างชาติกลุ่มเล็กๆประมาณ 7-8 คน ลงจากเรือมานั่งทานของว่างที่ร้านอาหาร ก่อนที่จะเดินลัดเลาะไปเล่นน้ำทางฝั่งตรงกันข้าม มีหัวหน้าทัวร์เป็นแหม่มสาวชาวสวีเดนที่อาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต และพอจะพูดไทยได้บ้าง บอกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาจากประเทศสวีเดน

เจ้าของร้านอาหารเล่าว่าบนเกาะราชานี้ส่วนใหญ่เป็นคนอิสลามที่มาทำกิจการที่พักและร้านอาหารตามชายหาด หากย้อนไปในวันที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อเช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547 อ่าวด้านนี้ไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะอยู่คนละด้านกับอ่าวที่เกิดคลื่นยักษ์ เพียงแต่ระดับน้ำทะเลเอ่อสูงขึ้นมาประมาณ 10 เมตร จนท่วมร้านนี้ แต่อ่าวทางฝั่งตรงกันข้ามโดนคลื่นแบบเต็มๆ มีผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน ข้าวของที่อยู่บนชายหาดไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ ร่มชายหาดและข้าวของต่างๆ ถูกคลื่นซัดระเนระนาดและพัดลงทะเลตามคลื่นยักษ์ไปด้วย

เวลานั้นก็โกลาหลและตกอกตกใจกันทั้งเกาะราชา ทั้งที่ไม่มีเค้าลางว่าจะมีเหตุแม้แต่น้อย เพียงแต่สังเกตเห็นน้ำทะเลลดลงอย่างผิดปกติเท่านั้นเอง หลังจากคลื่นลูกแรกพัดถล่มเกาะก็มีผู้แจ้งเตือนไปยังเกาะภูเก็ตให้เตรียมรับสถานการณ์ เพราะคลื่นเดินทางมาจากทะเลอันดามัน ผ่านมาถึงเกาะราชา และกำลังมุ่งหน้าสู่เกาะภูเก็ต

ในช่วงเวลานั้นผู้คนบนเกาะไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ เรือที่เคยวิ่งระหว่างเกาะราชาและเกาะภูเก็ตก็หยุดวิ่ง หรืออาจเสียหายกันหมด ที่นี่จึงไม่ต่างกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ก็โชคดีที่ชาวบ้านบนเกาะได้รับความช่วยเหลือจากโรงแรม The Racha ให้ข้าวปลาอาหาร และ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆเช่นผ้าปูที่นอนที่ใช้ในโรงแรม ซึ่งเจ้าของร้านอาหารบอกว่า ทางโรงแรมให้ความช่วยเหลือกับชาวบ้านดีมาก พวกอาหารแห้งก็เป็นของจากห้องสต๊อคแผนกอาหาร ซึ่งเป็นของเกรดดีที่มีไว้บริการแขกที่มาพัก ไม่ได้เป็นของเกรดต่ำแต่อย่างใด ผ้าที่ให้ชาวบ้าน้ก็เป็นผ้าเช็ดตัว หรือผ้าปูที่นอนของโรงแรม นับว่าเป็นน้ำใจที่ช่วยเกื้อกูลชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากคลื่นสึนามิ

ผมและญาตินั่งคุยกับเจ้าของร้านจนกระทั่งมีสปีดโบ๊ตมารับกลับเกาะภูเก็ตตามเวลานัดหมาย ซึ่งวันนี้ก็มีผู้โดยสารใช้บริการตามปกติ เหมือนเช่นทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าทางแถบเอเชีย เช่นเกาหลี และอินเดีย และชาติอาหรับ แต่สภาพอากาศวันนี้ไม่ค่อยเป็นใจนัก ทำให้ท้องฟ้าและท้องทะเลไม่สดสวยเหมือนเมื่อวันวาน

เรื่องราวของเกาะราชาถึงตอนที่ 4 ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ กว่าจะจบบริบูรณ์ก็น่าจะราว 6-7 ตอน เป็นหนังยาวที่มีให้ดูกันอย่างจุใจ เที่ยวทะเลเสร็จ ก็ยังพาตระเวณเที่ยวรอบเกาะกันต่อ แต่จะมีเรื่องอะไรนั้นก็ยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่ได้คัดแยกภาพออกมาเป็นเรื่องเป็นราว เพราะภาพค่อนข้างจะมากทีเดียว กว่าจะคัดภาพได้ก็ใช้เวลาไม่ไช่น้อย

ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลก็แบบนี้แหละครับ ถ่ายกันแบบไม่ยั้งเพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อฟิล์ม แต่นั่งเป็นทุกข์ก็ตอนที่ต้องคัดภาพ เพราะมันมากจนเวียนหัวไปหมด

ก่อนจะไปต่อเรื่องเกาะราชาในตอนต่อไปหรือตอนที่ 5 ก็ขอทำการบ้านนำเรื่องออกทัวร์ต่างประเทศมาลงคั่นรายการเป็นระยะๆ เป็นการบ้านที่ค้างมานาน ยิ่งนานเข้าก็สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ของเก่าก็ยังไม่ไปไหน ของใหม่ก็รอคิวอีกเพียบ ตอนนี้โล่งอกไปเปราะหนึ่งที่ชุด ที่ยวลาวใต้ จบลงไปแล้ว ทั้งภาพและเรื่องราวค่อนข้างเอียดพอสมควร

ส่วนเรื่องที่กำลังเร่งให้จบเร็วๆก็มี ทริปนครวัดนครธม ของกัมพูชา และ ทริปเวียดนามใต เที่ยวเมืองเว้ - ดานัง รวมทั้งจะพาไปเที่ยวเมือง ฮอยอัน ที่คนไทยคุ้นชื่อ จากละครโทรทัศน์เมื่อ 2-3 ปีก่อน ในเรื่อง “ ฮอยอันฉันรักเธอ “ ฮอยอันมีเสน่ห์สำหรับผู้ที่มาเยือน เป็นเมืองเก่าในยุคสมัยที่เป็นตลาดการค้าทางเรือกับต่างประเทศเมื่อหลายร้อยปีก่อน จนกลายเป็นชุมชนที่ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติ มีตึกอาคารหลากหลายสไตล์ ปัจจุบันย่านการค้าเก่าแก่นี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก และป็นเมืองที่มีจิตวิญญาณ หรือยังมีผู้คนอาศัยเช่นเดียวกับเมื่ออดีต

เกริ่นเรื่องฮอยอัน เมืองมรดกโลกของเวียดนามเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนที่จะพาไปพบกับของจริงที่รับประกันว่าใครเห็นภาพก็อยากไปเยือน ทุกวันนี้ผมก็ยังรักฮอยอัน แต่จะรักเมืองฮอยอัน หรือแอบหลงรักสาวเมืองฮอยอัน ก็ต้องคอยติดตามนะครับ




เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
4 มิถุนายน 2551




สนใจเรื่องราว/ภาพ เกาะราชาเมื่อ ปี 2542 หลังพ้นจากภาวะวิกฤติ IMF คลิกที่นี่


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สนใจทริป เกาะราชา
ติดต่อไกด์อิสระ คุณจำรูญ หนูปาน (น้อย) 081-6915879
ให้คำแนะนำในการท่องเที่ยวบนเกาะภูเก็ต ต้องการทราบ
รายละเอียดแหล่งท่องเที่ยวทั้งในเมืองและตามเกาะต่างๆ
ยินดีบริการในทุกๆเรื่อง.... เป็นญาติผมเองครับ

รับประกันอุปนิสัยใจคอ เคยทำงานบริษัทฯ และเป็น
พนักงานดีเด่นมาก่อน แต่ลาออกเนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา
ให้กับครอบครัว เพราะต้องออกต่างจังหวัดบ่อย

ปี 2547 ผมถ่ายภาพลูกสาวคุณน้อยมาลงเว็บ ในเมนู Portrait
(ชื่อน้องออม) อยากรู้ว่าน่ารักขนาดไหน ต้องคลิกดู

 

   
     
 
           
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก