I Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Royal Photos I Portraits IToday Talk I Photo Services I Wallpapers I Free e-card I About site I Site update I Outbound toour I
 
        Royal Diamond Cruise : ทิวทัศน์ทะเลสาบเหนือเขื่อนภูมิพล ขณะล่องไปกับเรือสำราญ รอยัล ไดมอนด์
Home > Gallery > Royal Diamond Cruise (1)     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
เขื่อนภูมิพล
ล่องเรือ 1
ล่องเรือ 2
ออบหลวง
กะเหรี่ยง
ตักบาตร
วัดจองกลาง
ดอยกองมู
อช.ถ้ำปลา
ถนนบนดอย
ปางมะผ้า


 
 
   



ล่องเรือสำราญชมทิวทัศน์เหนือเขื่อน
(บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 30 ธค.50)



นานหลายปีที่เดียวที่เคยเห็นโฆษณาล่องเรือสำราญในทะเลสาบเหนือเขื่อนภูมิพลของนิตยสาร อสท. หรือตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ พร้อมแอบอิจฉาคนที่ไปเที่ยวว่าคงไม่ต่างกับโรงแรมเคลื่อนที่ ที่ค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในท่ามกลางธรรมชาติ

เรือสำราญที่เรามักได้ยินได้เห็นจากต่างประเทศที่เรียกว่า Cruise Ship นั้น เป็นธุรกิจที่มีมานานแล้ว ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ไททานิค ก็เป็นเรือสำราญที่คนไทยและทั่วโลกรู้จักกันดี ในปัจจุบันก็มีเรือระดับสุดหรูอยู่มากมาย จุผู้โดยสารและลูกเรือจำนวนหลายพันคน และเรือระดับใหญ่โตที่ว่านี้ไม่เคยได้ยินข่าวว่าย่างกรายมาทางแถบบ้านเราเลย จะได้ยินข่าวแต่เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ของอเมริกาที่เคยแวะเวียนมาจอดแถวๆพัทยา เพื่อให้ทหารได้มาหาความสำราญกันบนฝั่งเท่านั้น

สำหรับเรือสำราญในทะเลสาบแม่ปิง หรือทะเลสาบเหนือเขื่อนภูมิพล ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนเรือสำราญในต่างประเทศ เพราะแล่นในทะเลสาบที่ไม่ลึกมากนัก แต่ก็จุคนได้เป็นร้อย และกินอยู่หลับนอนกันในเรือ ถ้าถามว่าจะสะดวกสบายแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าเหมาะสมกับราคา (ประมาณ 2 พันบาทต่อคน)

ธุรกิจการเดินเรือนี้เปิดตัวมานานราว 25 ปี หรือ พ.ศ. 2525 ช่วงนั้นถือว่าฮือฮาทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่มีผู้ลงทุนทำธุรกิจเรือสำราญในทะเลสาบน้ำจืด และในรายการโทรทัศน์ทางช่อง 5 คุณชาย หรือ หม่อมถนัดศรี (ถ้าจำไม่ผิด) ก็เคยพาท่องเที่ยวไปในรายการครอบจักรวาล ทำเอาหลายคนวาดฝันอยากมาท่องเที่ยวกับเรือสำราญบ้าง

นับจากปี 2525 จนถึงปัจจุบันได้ล่วงเลยมานานทีเดียว ตลอดระยะเวลาก็ได้ยินข่าวเรือสำราญมาเป็นระยะๆ บางครั้งก็เงียบหายไปนาน จนไม่ทราบว่าธุรกิจนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า เดิมทราบว่ามีผู้ประกอบการอยู่สองราย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงรายเดียว ได้แก่บริษัท ท่องนที จำกัด มีเรือสำราญที่ชื่อว่า Royal Diamond

เรือ Royal Diamond ออกจากเขื่อนภูมิพลในเวลาประมาณ 9.00 น. จากนั้นพาย้อนลำน้ำปิงขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งมีระยะทางราว 140 กม. เรือแล่นไปอย่างช้าๆ ลัดเลาะไปตามเกาะแก่งและหุบเขาที่สลับซับซ้อน ซึ่งตามโปรแกรมแล้วจะถึงจุดหมายปลายทางที่ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ราวตีห้า รวมเวลาที่อยู่บนเรือนี้ประมาณ 20 ชั่วโมง

ราคาค่าบริการหากติดต่อบริษัท ท่องนที จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ จะมีราคาตามนี้
(ราคาจากเว็บไซต์ เมื่อ ตค. 51 ราคานี้รวมอาหาร 5 มื้อ ) http://tongnatee.com
1. พักห้องละ 4 ท่าน ราคาท่านละ 2,000 บาท
2. พักห้องละ 3 ท่าน ราคาท่านละ 2,200 บาท
3. พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ 2,400 บาท

ส่วนแพที่พักที่พ่วงมากับเรือ คิดอัตราคนละ 1,800 บาท (รวมอาหาร 5 มื้อ)

ราคานี้เป็นค่าโดยสารจากต้นทางสู่ปลายทางเท่านั้นเอง แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะซื้อทัวร์จากบริษัทท่องเที่ยวที่รวมโปรแกรมล่องเรือนี้ไว้หมดแล้ว ส่วนจะมีบริษัทไหนบ้างก็ต้อง search หาจาก Google เอาเอง บางบริษัทก็จัดล่องเรือสำราญเฉพาะบางช่วงบางฤดูเท่านั้น ไม่ได้เป็นโปรแกรมที่จัดตลอดปี หากสนใจจริงก็ลองติดต่อสอบถามได้จาก บริษัท ท่องนที จำกัด ตาม URL ข้างต้น

เรือ Royal Diamond คาดว่าจุคนได้เป็นร้อยๆ ส่วนแพที่พัก(แพพ่วง)น่าจะจุได้ราว 50 คน ทั้งเรือใหญ่และแพพัก มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องอาหาร และห้องบันทิงคาราโอเกะ แยกคนละส่วนกัน แต่สามารถเดินไปมาหากันได้

สำหรับห้องพักเรือใหญ่ มี 3 ชั้น ในห้องนอน 1 ห้องนอนได้ 4 คน คล้ายกับตู้นอนรถไฟ มีบันใดให้ปีนไปนอนชั้นบนเหมือนเตียง 2 ชั้นของเด็กๆ นอนบนเรือนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะตกเตียงเหมือนรถไฟตู้นอน เพราะเรือจะนิ่งกว่ามากจนแทบไม่รู้สึกว่ากำลังแล่นอยู่

ในห้องพักมีห้องอาบน้ำในตัว เรียกว่าพอใช้ได้แต่ไม่หรูนัก ส่วนห้องสุขาจะอยู่ชั้นล่างสุดของเรือ

เรื่องอาหารการกินที่นี่บอกได้เลยว่ามีไม่อั้น เพราะทานกันถึง 5 มื้อ เรียกว่าเป็นทริปที่กินๆนอนๆ เมื่อได้เวลาอาหาร ประชาสัมพันธ์ของเรือจะพูดผ่านเสียงตามสายแจ้งให้ลูกเรือได้ทราบ

มื้อแรกเปิดให้บริการตอนเช้ามืดราวๆตีห้า รองท้องด้วยกาแฟ กับโอวัลติน มีขนมครกถ้วยเล็กๆให้ทานเล่นๆ เรียกว่าวอร์มๆท้องกันก่อน อีกราว 1 ชั่วโมงต่อมาจะเป็นข้าวต้ม มีกับหลายอย่าง ส่วนมื้อกลางวันจะเป็นอาหารหนัก วันนั้นจำได้ก็มีน้ำพริกอ่อง แคบหมู ขาหมูน้ำแดง สองอย่างนี้เรียกว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อ

ช่วงบ่ายเป็นอาหารเบา เรียกว่าอาหารว่าง แต่ก็ชวนให้ทานกันหนักๆ ได้แก่ส้มตำซึ่งมีรสชาติไม่เลว แถมมีหมูทอด และตบท้ายด้วยขนมหวาน

ส่วนมื้อเย็นก็เป็นอาหารหนัก จำได้ก็เป็นปลาผัดขิง น้ำพริกผักต้ม และอื่นๆอีกแต่จำไม่ได้ แถมท้ายด้วยโชว์จากสาวๆเป็นการย่อยอาหาร โชว์ที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามดูในชุดต่อๆไป เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูฟรีๆ ไม่เก็บตังค์

วันที่ผมเดินทางมากับเรือ Royal Diamond นี้เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งทริปนี้มีโปรแกรมเที่ยวแม่ฮ่องสอน หรือเมืองในหมอกกันต่อ หลังจากถึงเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว

เรือได้ฤกษ์ออกจากเขื่อนราว 9.30 น. เดาว่าน่าจะช้ากว่ากำหนด เพราะเสียเวลาคอยเสบียงหรือวัตถุดิบในการปรุงอาหาร

หลังจากขนสัมภาระเข้าไปไว้ในห้องพักเรียบร้อยแล้วแล้วก็ออกมารับลมชมวิวตรงส่วนหัวของเรือ ซึ่งขณะนี้มีผู้จับจองเก้าอี้กันบ้างแล้ว แต่พอเรือค่อยเคลื่อนตัวออกจากท่า ปรากฏว่าหลายคนทนหนาวกันไม่ไหวจึงต้องย้ายไปนั่งตากแดดทางส่วนท้ายของเรือกันหมด

เรือแล่นย้อนขึ้นไปตามลำน้ำปิง หรือวิ่งทวนสู่ต้นน้ำที่ทะเลสาบดอยเต่า ขณะเดียวกันก็เป็นท่าเรือขาล่องมายังเขื่อนภูมิพลด้วย

ราวบ่ายสามโมงเรือพามาถึงวัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่ช่วงครึ่งทางของการเดินทางพอดี (กม. 70)

เชิญพบกับความงดงามของพระธาตุแก่งสร้อยในตอนต่อไปครับ


ก่อนจบขอแทรกเรื่องราวอันน่ารู้เกี่ยวกับลำน้ำปิงบริเวณเหนือเขื่อนไว้เล็กน้อย

ลำน้ำปิงบริเวณเหนือเขื่อน ก่อนจะกลายเป็นทะเลสาบหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ในอดีตนั้นเคยเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำที่สำคัญเพื่อขนถ่ายสินค้าระหว่างนครสวรรค์ สู่เชียงใหม่ และจากเชียงใหม่สู่ภาคกลาง โดยมีปลายทางที่กรุงเทพ

สินค้าสำคัญที่ล่องมาจากเชียงใหม่สู่ภาคกลางได้แก่ไม้สัก โดยล่องกันมาเป็นแพไม้สักขนาดใหญ่หรือเรียกว่าแพไม้ซุง ซึ่งในสมัยนั้นการคมนาคมทางบกยังไม่สะดวก ถนนหนทางก็ผ่านป่าเขามากมาย การล่องซุงมาตามลำน้ำถือว่าสะดวกและเสียค่าใช้จ่ายน้อย เพียงแต่อาจต้องเสียเวลานานนับเดือนหรือหลายเดือนกว่าไม้สักจะถึงปลายทางสู่โรงเลื่อยไม้ตามจังหวัดต่างๆทางภาคกลาง

หากใครเคยมาเที่ยวภาคเหนือและเห็นการแสดงของช้าง เช่นชักลากไม้ซุง หรือการเก็บกองไม้ซุง ของศูนย์ฝึกช้าง หรือโรงเรียนช้าง ก็ต้องบอกว่านั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของไม้ซุงที่สมัยก่อนใช้ช้างลากออกมาจากป่าสู่ลำน้ำปิง หรือแม่น้ำสายสำคัญทางภาคเหนือ จากนั้นจะมีคนงานผูกยึดไม้ซุงให้เป็นแพ เวลาจะล่องก็ต้องใช้คนคุมที่ชำนาญช่วยกันถ่อ หรือบังคับไม้ซุงให้ไหลไปตามทางน้ำที่คดเคี้ยว และบนแพจะมีกระต๊อบหลังเล็กๆเป็นที่หลับนอน

การล่องแพซุงค่อยๆหมดไปเมื่อการขนส่งทางรถไฟเข้ามามีบทบาทในสมัยของรัชกาลที่ 7 ส่วนการขนส่งทางน้ำบริเวณเหนือเขื่อนได้สิ้นสุดลงนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเขื่อนภูมิพลเมื่อราวปี พ.ศ.2496

ภาพการล่องซุงในแม่น้ำอิระวดี ของพม่าในปัจจุบัน ซึ่งเป็นภาพเช่นเดียวกับการล่องซุงมาตามลำน้ำปิงเมื่อราว 100 ปีก่อน
และภาพการจัดไม้ซุงเพื่อผูกเป็นแพที่เชียงใหม่ในอดีต ในภาพจะเห็นช้างกำลังทำงานด้วย

 

เว็บมาสเตอร์
โฟโค้ออนทัวร์
20 ตุลาคม 2551



แผนที่ดาวเทียมทะเลสาบเหนือเขือนภูมิพล และเส้นทางเดินเรือ 140 กม.(9.00 - 05.00 น.) คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย

   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved