www.photoontour.com Home > Gallery > Wang Nam Kheo        Home
               
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
               
ทุกภาพในเว็บมีลิขสิทธิ์ อ่าน : copyright © www.photoontour.com, All rights reserved Home > Gallery > Wang Nam Kheo        Home
 
ภาพมากมายหลายชุดในโฟโต้ออนทัวร์ คลิกเลย
 



วังน้ำเขียว (Wang Nam Kheo) นครราชสีมา
(เดินทาง มิถุนายน 2552)

หากย้อนไปราว 2-3  ปี คำว่า วังน้ำเขียว ที่อยู่ในกิ่ง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา น่าจะเป็นที่คุ้นหูจากสื่อต่างๆ  อย่างน้อยๆก็ชื่อ วังน้ำเขียว น่าจะหมายถึงสถานที่เกี่ยวกับธรรมชาติ  คำว่า วัง ก็เป็นคำที่เป็นมงคล  น้ำ ก็คงหมายถึง สถานที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ คำว่า เขียว ก็น่าจะหมายถึงธรรมชาติ  ป่าเขา อะไรทำนองนั้น

ชื่อดี ย่อมเป็นศรีแก่สถานที่  เป็นคำที่ดูจะมีเสน่ห์ และมีความหมายดีด้วย

ก่อนหน้านั้นเคยได้ยินข่าวว่าวังน้ำเขียว  เป็นสถานที่มีอากาศบริสุทธิ์  เป็นแหล่งโอโซนติดอันดับ 7 ของโลก  คราวนั้นก็ฮือฮาไปพักใหญ่  ก็ไม่ทราบว่าใครกันที่เป็นเจ้าภาพจัดอันดับเรื่องโอโซน  ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องแปลกว่ามีการจัดอันดับประเภทนี้ด้วย

ใครจัดอันดับก็คงไม่ต้องไปสนใจนักเพราะถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยๆบ้านเราก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีอากาศบริสุทธิ์ติดระดับโลกกับเค้าก็แล้วกัน  อันดับ 7 นี้ถือว่าไม่เลวเลย  และหากเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือเช่นจากยูเนสโกมาทำการตรวจวัด ก็เป็นเรื่องน่ายินดี 

วังน้ำเขียว อยู่ที่ไหน

อยู่ที่กิ่งอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าตั้งเป็นอำเภอไปแล้วหรือยัง  เพราะในแผนที่ฉบับทางการยังใช้ คำว่า กิ่งอำเภอ วังน้ำเขียว

การเดินทาง

หากใครจะเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ต้องตั้งหลักที่ถนนสุวินทวงศ์ในเขตมีนบุรี หรือทางหลวงหมายเลข 304 ที่มุ่งหน้าสู่ฉะเชิงเทรา (หรือแปดริ้ว ) อาจแวะนมัสการหลวงพ่อโสธร เมืองแปดริ้วเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน  จากนั้นก็เดินทางสู่วังน้ำเขียว  ตามเส้นทางสู่นครราชสีมา หรือบุรีรัมย์ โดยยืดทางหลวงหมายเลข 304 เป็นหลักไปตลอดเส้นทาง ระหว่างทางจะผ่านอำเภอต่างๆ เช่น พนมสารคาม เขาหินซ้อน กบินทร์บุรี และเมืองเก่า (ดูแผนที่ประกอบจากด้านล่าง)

ถึงเมืองเก่าจะมีสี่แยกใหญ่

เส้นทาง 304 ที่กำลังเดินทางไปวังน้ำเขียว จะประจบกับทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวซ้ายไปปราจีนบุรี และนครนายก  เลี้ยวขวาไปสระแก้ว  ตลาดโรงเกลือ และด่านปอยเปต ชายแดนเขมร ใครจะไปหาฮุนเซน หรือนายวัฒนา อัศวเหม ที่หนีคดีทุจริตคลองด่าน ก็ใช้เส้นทางหมายเลข 33 นี้ จะไปเยี่ยมพวกผู้ก่อการร้ายที่เผาเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคม 53 หรือเยี่ยมไอ้กี้ อริสมันต์  ก็ต้องมาตามเส้นทางนี้ด้วยเหมือนกัน 

และนับตั้งแต่ทักษิณ คนโกงชาติหน้าเหลี่ยมจากเมืองล้านนา ไปจูบปากกับฮุนเซนเมื่อราว 2 ปีก่อน ประเทศเขมรก็กลายเป็นแหล่งกบดานของพวกคนทำชั่วจากประเทศไทย ที่หลบไปอาศัยพักพิง พวกอาวุธร้ายแรงที่ลูกน้องเสธแดง หรือการ์ด นปช. ยิงเข้าถล่มสถานที่สำคัญๆในกรุงเทพฯในช่วงเกิดเหตุจนนับครั้งไม่ถ้วน  ส่วนใหญ่ก็มาจากเขมรทางปอยเปตนี้ทั้งสิ้น 

วังน้ำเขียวก่อนหน้านั้นใครๆก็อยากไป  เพราะกิตติศัพท์เรื่องความสวยงามของธรรมชาติ  และอากาศที่บริสุทธิ์  แต่ภาพของวังน้ำเขียวที่บอกว่าน่าเที่ยวนั้นมันเป็นอย่างไร  พอจะเปรียบเทียบได้กับที่อื่นๆหรือไม่ 

ก็ขอเล่าเท่าที่พอจะรู้ ว่าคล้ายๆกับเขาค้อในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง มีการปลูกพืชผักมากมาย เช่นไร่พืชผักสวนครัว  ไร่ข้าวโพด รวมทั้งพืชไร่ชนิดอื่นๆ และในพื้นที่ของเขาค้อยังมีที่พักตากอากาศ
เช่นรีสอร์ทต่างๆมากมาย ส่วนวังน้ำเขียวก็คล้ายๆกัน  เพียงแต่สภาพพื้นที่ทั่วไปจะเป็นเนินสลับกับพื้นราบ แต่ไม่มีภูเขาสูงชันเหมือนเขาค้อ 

ส่วนสภาพอากาศเข้าใจว่าวังน้ำเขียวน่าจะดีกว่า  เพราะดูจากพื้นที่แล้วเหมือนเป็นช่องทางลมที่มีอากาศพัดเย็นสบายตลอดเวลา  เว้นแต่จะอยู่ในมุมอับที่อากาศอาจตรงกันข้าม คือร้อน และ ลมสงบ 
ที่บอกกันว่าโอโซนอันดับ 7 ของโลก ก็ต้องบอกว่าไม่ทั่วทุกพื้นที่ 

วังน้ำเขียวหากแบ่งตามพื้นที่การท่องเที่ยวน่าจะมี 2 ส่วน 

ฝั่งซ้ายของทางหลวง 304 ที่ออกไปอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง หรือตรงไปยังถนนมิตรภาพ ทางฝั่งนี้มีที่พักหรือรีสอร์ทกำลังเร่งสร้างกันหลายแห่ง  คาดว่าอีกราว 4-5 ปี อาจเห็นป้ายสถานท่องเที่ยวผุดขึ้นจนเต็ม  เช่นสวนดอกไม้  สวนผลไม้ ไร่องุ่น ไร่สตอเบอรี่ และแหล่งที่พัก

ส่วนอีกฝากหนึ่งหรือฝั่งขวาของทางหลวง 304  บริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับกับเนินเขา ส่วนภูเขาที่เห็นภูเขาอยู่ไกลๆ น่าจะเป็นเขตป่าของกรมป่าไม้ แต่ที่ผ่านไปวันนั้นก็ยังมีร่องรอยการบุกรุก สำหรับที่พักทางแถบนี้มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา  ส่วนการสำรวจโอโซนก็คิดว่าน่าจะอยู่ทางฝั่งนี้มากกว่า เพราะอากาศค่อนข้างดี

ถนนหนทางทางแถบนี้ยังเป็นแบบชนบท ทางแคบ เป็นดินลูกรังอัด หน้าฝนก็เฉอะแฉะ สิ้นสุดของถนนจะเป็นผาเก็บตะวันในเขตของกรมป่าไม้ นักท่องเที่ยวนิยมไปชมหน้าผา ตั้งแค้มป์ และยิงหนังสะติ๊กยักษ์

สถานที่ขึ้นชื่อทางฝั่งนี้ได้แก่ฟาร์มเห็ด สวนลุงไกร  หรือไร่ลุงไกร  หากใครเข้ามาแล้วเห็นป้ายทั้งสองแห่งนี้ก็บอกไช่เลย  นักท่องเที่ยวที่มาวังน้ำเขียวมักจะมาเที่ยวกันทางแถบนี้เป็นส่วนใหญ่  เพราะบรรยากาศเป็นธรรมชาติ และย่านนี้แหละที่กำลังร้อนแรงในเรื่องราคาที่ดิน มีคนจากกรุงเทพมาถามซื้อที่ดินกันเป็นประจำ

่ใครชอบขี่จักรยานท่องเที่ยวแล้วยิ่งเหมาะมาก  มาเป็นแก๊งเป็นก้วนยิ่งดีใหญ่  ขนจักรยานขึ้นหลังคารถมาเลย เพราะที่นี่อาจหาจักรยานเช่าขี่ค่อนข้างยาก  ควรสอบถามสถานที่พักก่อนว่ามีให้เช่าหรือไม่  หากมีก็น่าสนใจ  ค่าเช่าคิดแพงไปหน่อยก็อย่าได้ถือสา เพราะความมันส์ มันอยู่ที่การขี่จักรยานเที่ยวนี่แหละ  จะได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มๆ พร้อมสูดโอโซนได้เต็มปอด

ถนนที่นี่หากเป็นช่วงปกติรถราจะไม่มากนัก  มีแต่รถชาวบ้านเป็นส่วนใหญ่  ส่วนร้านอาหารและร้านค้าของชาวบ้านก็มีหลายแห่ง มีทั้งร้านอาหารแบบทั่วๆไป อาหารเทศ  สะเต๊ก สลัด นมสด กาแฟ  มีทั้งนั้น หรือหากจะทำอาหารเองในที่พัก ก็มีตลาดชาวบ้านให้เลือกซื้อของสดของแห้ง ประเภทพืชผักปลอดสารพิษก็มีที่สวนลุงไกร คนแวะเวียนไปซื้อกันทั้งวัน วันดีคืนดีเจ้าของ
สวน หรือลุงไกรก็จะมาดีดกีตาร์ด้วยเพลงเพราะๆให้ฟัง ได้ฟังแล้วก็จะทึ่ง จนอดสงสัยไม่ได้ว่า อดีตแกเป็นนักดนตรีเก่าที่เคยร้องตามบาร์ตามคลับมาก่อนหรือเปล่า เก๋าจริงๆ

ที่นี่มีสภาพเป็นชนบทประเภทฟาร์มเกษตร แปลงเล็กบ้างใหญ่บ้าง  หรือเป็นที่ว่างสลับกับรีสอร์ทที่กำลังเรื่มสร้าง  คาดว่าอีกไม่นานสภาพความเป็นฟาร์มก็อาจจะค่อยๆหมดไป  เพราะโดนกว้านซื้อทำเป็นที่พัก หรือรีสอร์ทกันหมด  

วังน้ำเขียวก่อนหน้านี้เชื่อว่าพื้นที่ทั้งหมดนี้เป็นเขตป่าสงวนของรัฐบาล   ต่อมาชาวบ้านเข้าไปบุกรุกทำไร่ถางพง  จนเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกโค่นจนกลายเป็นฟาร์มเกษตรและที่พักอาศัย ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดรวมๆแล้วก็น่าจะนับเป็นแสนๆไร่ ทำกินกันไม่กี่ปีก็มีนายทุน พ่อค้า นักการเมือง มากว้านซื้อ เปลี่ยนมือไปเป็นทอดๆ คาดว่าจนถึงวันนี้เจ้าของตัวจริงน่าจะอยู่กรุงเทพเป็นส่วนใหญ่

ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ 

ก็คิดว่าทุกอย่างมันผ่านมานานจนน่าจะกลายเป็น นส.3 หรือกลายเป็นเอกสารสิทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนมือซื้อขายกันได้แล้ว เรื่องเหล่านี้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้คงรู้ดี  และเชี่ยวชาญเรื่องทำสิ่งผิดกฏหมายให้เป็นเรื่องถูกกฏหมาย  เปลี่ยนที่ดินที่เป็นของรัฐ ให้มาเป็นของพ่อค้านายทุน  เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้บ้านเรานี่เก่งนะครับ รู้ช่องโหว่ รู้ข่องว่างของกฏหมายได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นความเลว (ส่วนบุคคล) ที่หาได้ยากในประเทศอื่น

ชาวบ้านบุกรุกป่าเพื่อทำกินคงมีบ้างแต่ไม่ทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่แล้วก็คือพวกยิบซี หรือประเภทคนเร่ร่อน ที่ไหนว่างที่ไหนเป็นป่า ก็แอบบุกรุกเข้าไปตัดไม้ และถางป่าจนเหี้ยน ระหว่างนั้นก็ทำไร่พร้อมกับเรียกร้องขอสิทธิ์ทำกิน พอปลูกผักปลูกหญ้ากันได้ไม่นานก็ขายต่อ เสร็จจากที่นี่แล้วก็ไปรุกที่อื่นๆ กระทำกันแบบนี้ไปเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุด 

ี้ที่มาร้องแร่แห่กระเชอน้ำตาฟูมฟักอ้างว่าไม่มีที่ทำกินตามที่เห็นเป็นข่าว  คงมีไม่กี่คนที่เดือดร้อนจริง  สืบที่มาที่ไปแล้วก็อาจเป็นพวกยิบซีมาก่อน หรือรับจ้างบุกรุกป่า พอขายหมดก็มาเรียกร้องขอที่ทำกินจากรัฐบาลกันต่อ วงจรอุบาทก์นี้มีมานานแล้ว แต่ก็ยังใช้ได้ผลในปัจจุบัน เอะอะก็อ้างความยากจน

มาเที่ยววังน้ำเขียวครั้งนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยสะดวกใจนัก   มองไปรอบตัวมันก็เป็นที่บุกรุกทั้งนั้น จนถึงวันนี้ก็เห็นปลูกพืชปลูกผักกันไม่กี่แปลง  หรือแค่ 1 ใน 10  ที่เหลือนอกนั้นก็เป็นที่ว่างเพื่อรอขาย  หรือรอสร้างเป็นรีสอร์ทที่พักอาศัยให้นักท่องเที่ยว

เรื่องที่ดิน เรื่องการบุกรุก หรือการสร้างรีสอร์ทในต่างจังหวัด  มันเป็นวงจรที่เดินตามกันมาแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น  เรียกว่าทำผิดกฏหมายกันในทุกๆจุด ทุกวันนี้ก็มีข่าวกันอยู่ทุกวัน ฟังแล้วก็สะเทือนใจ โกงที่หลวงกันง่ายๆแบบนี้หรือ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มักจะเต็มไปด้วยพวกอีแร้งหรือสัตว์สกปรก

ขนาดเกาะสมุยที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ มันก็ยังทารุณกรรมประเทศกันได้ลงคอ ที่ดินที่เป็นแหล่งต้นน้ำก็เหลือน้อยเต็มที ใครอยากรู้ความจริงต้องไปถาม นายสุเทพ เทือกสุวรรณ หรือ เทพเทือก นั่นแหละ เพราะคนที่นั่นรู้กันดีว่า เป็นเจ้าพ่อเมืองสุราษฏร์ (แปลว่าผู้กว้างขวาง)

คนที่มาเที่ยววังน้ำเขียวส่วนใหญ่ก็ชื่นชมกับความสวยงาม  หรือชื่นชอบกับความเป็นธรรมชาติ  เป็นแหล่งโอโซน แต่หารู้ไม่ว่าอดีตของทีนี่เคยเป็นป่าที่สวยกว่าวันนี้มากมายหลายเท่า เรามาซื้อความสุข มาใช้บริการจากเจ้าของที่พักหรือรีสอร์ท ก็ไม่ต่างกับสนับสนุนให้มีการบุกรุกป่าไม้อย่างผิดกฏหมาย  เป็นการสนับสนุนให้ผู้มีอิทธิพล และสนับสนุนนายทุนให้เข้ามากว้านซื้อที่ดิน ที่มาจากการบุกรุกป่าไม้ของชาติกันอย่างไม่หยุดยั้ง

สังคมกำลังรณรงค์ให้รักษาป่า ให้ปลูกป่า พร้อมกับรักษาแหล่งต้นน้ำ  ขณะเดียวกันพวกเรา(ชุดพวกหน้าเดิมๆนี่แหละ) กลับสนับสนุนธุรกิจรีสอร์ทที่เป็นปลายทางของการทำลายป่าไม้

ผมมาเที่ยวครั้งนี้เพราะมีคนชวน  คิดจะมาเที่ยวเองคงไม่มาแน่ เพราะเหลียวไปทางไหนก็มีแต่ที่บุกรุกทั้งนั้น  หากทุกคนคิดได้ และต้องการที่จะหยุดวงจรอุบาทก์ของการทำลายป่าไม้ ก็ต้องคิดกันให้ดี

เราเกลียดการทำลายป่าไม้ที่ถือเป็นทรัพยากรและเป็นทรัพย์สินของส่วนรวม แต่ไม่รังเกียจที่จะมาใช้บริการของพวกสนับสนุนการบุกรุกในที่ดินของพวกเราด้วยกันเอง จึงไม่ต่างกับสุภาษิตที่ว่า   เกลียดตัว แต่กินไข่  เกลียดปลาไหล แต่กินน้ำแกง 

ต่อต้านการบุกรุกป่าที่ต้นทางอาจไม่ค่อยได้ผล   มันต้องต่อต้านพวกนักธุรกิจที่รอรับส่วนบุญที่อยู่ปลายทางด้วย

อาจมีคำถามว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้   ตกลงว่าจะให้ไปเที่ยววังน้ำเขียว หรือจะให้ไปสูดโอโซนกันหรือไม่   ก็ตอบว่าแล้วแต่วิจารณญานของแต่ละคน   เพียงแต่บทความนี้ได้แสดงทัศนะในสิ่งที่หลายคนอาจไม่ได้คิดมาก่อน


โฟโต้ออนทัวร์
18 กรกฏาคม 2553




แผนที่วังน้ำเขียว แผนที่เดินทางสู่วังน้ำเขียว Wang nam kheo map