I Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Royal Photos I Portraits IToday Talk I Photo Services I Wallpapers I Free e-card I About site I Site update I Outbound toour I
 
    Wat Phrathat Doi Kong Mu วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน
Home > Gallery > Wat Phrathat Doi Konh Mu     
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
เขื่อนภูมิพล
ล่องเรือ 1
ล่องเรือ 2
ออบหลวง
กะเหรี่ยง
ตักบาตร
วัดจองกลาง
ดอยกองม
อช.ถ้ำปลา
ถนนบนดอย
ปางมะผ้า
   
Gallery ภาพจากทริปแม่ฮ่องสอนบนถนนสาย Unseen เขื่อนภูมิพล - เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน
เขื่อนภูมิพล :: บนเเรือรอยัลไดมอนด์ (1) :: บนเรือรอยัลไดมอนด์ (2) :: ออบหลวง สวนสนบ่อแก้ว แม่สะเรียง ::
กะเหรี่ยงคอยาว
:: ตักบาตรตอนเช้า :: วัดจองกลาง วัดจองคำ ::วัดพระธาตุดอยกองมู :: ถ้ำปลา :: ถนนบนดอย ภูโคลน วัดน้ำฮู้
โป่งเดือด ท่าปาย :: ปางมะผ้า โค้งที่ 1548
  แผนที่/ข้อมูล จากทริป Unseen แม่ฮ่องสอน
แผนที่เขื่อนภูมิพล ::  ภาพเขื่อนจากดาวเทียม ::แผนที่ จ.แม่ฮ่องสอน
ข้อมูลชาวกระเหรี่ยง :: Karen People :: แผนที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง ไทย-พม่า ::  ภาพกระเหรี่ยงในพม่า
   Wat Phrathat Doi Kong Mu วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน
 
 
     
   
 
 



วัดพระธาตุดอยกองมู ในวันที่ีมีหมอกหนา
(บันทึกการเดินทางเมื่อวันที่ 1 มค.51)





เที่ยวแม่ฮ่องสอนเมืองในหมอก ยังมีเรื่องราวและได้พาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ฉายาเมืองในหมอก ใครมาเที่ยวแล้วก็จะรู้ว่า เป็นเมืองในหมอกสมกับราคาคุย ทุกเช้าจะเห็นหมอกลงแบบจางๆ หรืออย่างหนา ก็แล้วแต่ช่วงเวลาและสถานที่

บรรยากาศเมืองในหมอกของเมืองเล็กๆที่ห่างไกล มีเสน่ห์อยู่ในตัว หากเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆก็ต้องบอกว่า ความเจริญของเมืองแม่ฮ่องสอนยังห่างไกลจากเมืองอื่นๆค่อนข้างมาก แต่หากจะมองในแง่ของการท่องเที่ยว การพักผ่อน เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ ก็ต้องบอกว่าแม่ฮ่องสอนนี่แหละคือคำตอบ

พูดไปหลายคนก็อาจนึกเป็นเรื่องตลก ว่าแม่ฮ่องสอนแทบไม่เห็นตำรวจจราตรตามสี่แยก เพราะรถรามีน้อยมาก จะมีแต่รถของคนต่างถิ่นเท่านั้นที่วิ่งกันให้ควัก ปั้มน้ำมันในเมืองแม่ฮ่องสอนก็มีของ ปตท.เพียงแห่งเดียว ยามปกติก็คงไม่มีลูกค้ามากมาย แต่วันไหนเป็นเทศกาลท่องเที่ยว ก็ต้องเข้าคิวโกลาหลพอสมควร

น้ำมันจะหมดปั้มหรือไม่ น่าจะบอกว่าไม่ เพราะเห็นรถบรรทุกน้ำมันจอดรอเตรียมพร้อมไว้หลายคัน แต่หากน้ำมันหมดปั้มจริงๆก็ต้องถือว่าโชคดี เพราะทั้งปีทั้งชาติก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ หากวันไหนพบว่าน้ำมันหมดปั้ม ก็ควรออกมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันที่หน้าปั้มน้ำมัน เพราะเป็นภาพที่หาดูยากมาก

แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดเล็ก อยู่ห่างไกลและเดินทางลำบาก กว่าจะมาถึงก็ต้องขับรถผ่านเขา และผ่านโค้งนับพันๆโค้ง ใครอยากขับรถให้แข็ง ให้เก่ง ก็ต้องมาทดสอบได้ที่เส้นทางนี้ หากผ่านไปได้โดยไม่มีปัญหา ก็มั่นใจได้เลยว่าสอบผ่าน เพราะเส้นทางนี้โหดที่สุดในประเทศไทย แต่ถ้าโหดไม่พอก็แนะนำให้ไปเที่ยวหลวงพระบาง ที่นั่นมีเรื่องตื่นเต้นเยอะกว่า หากไปช่วงหน้าฝนก็มีโอกาสกินข้าวลิง ถนนขาด น้ำท่วม เขาถล่มจนเดินทางต่อไปไม่ได้ น่าสนุกออก

หากจะให้คะแนนจะหวัดที่น่าเที่ยวของไทย ผมคงให้แม่ฮ่องสอนเป็นดินแดนที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของภาคเหนือ

คำตอบคือ “ บ้านนอกดี “ บอกตรงๆว่าชอบแบบนี้ ชอบที่ไม่เจริญ ชอบที่ไม่ค่อยสะดวกสบายนัก ชอบเมืองเล็กๆที่ดูสงบ ชอบผู้คนที่มีน้ำใจ และเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่มีข้อแม้ว่าต้องมาเที่ยวในช่วงที่ไม่ไช่เทศกาลนะ

คำว่า” ช่วงเทศกาลท่องเที่ยว” ฟังแล้วก็น่าจะดูดี แต่สำหรับตามแหล่งท่องเที่ยวแล้วเหมือนจะเป็นเทศกาลการทำร้าย และทำลายเสียมากกว่า ขณะนั่งพิมพ์บทความนี้ก็ได้ยินข่าวรถติดบนถนนสายหลักที่ออกจากกรุงเทพ และดูเหมือนว่าจะหนักหนากว่าปีที่แล้วมาก น่าแปลกที่เศรษฐกิจปลายปีนี้ไปจนถึงปีหน้ามีเค้าลางว่าไม่ดีแน่ แต่สิ้นปี 2551 นี้ ผู้คนกลับออกเที่ยวกันมาก สถานท่องเที่ยวหลายแห่งเริ่มหนาแน่น จนน่าหนักใจสำหรับผู้รับผิดชอบ

แถมยังมีข่าวว่าปีหน้าอาจมีการจำกัดนักท่องเที่ยวกันบ้าง เพราะบางแห่งรองรับคลื่นมหาชนไม่ไหวจริงๆ หากทำได้จริงเหมือนกับอุทยานแห่งชาติที่เริ่มมีนโยบายในเรื่องนี้ ก็น่าจะเป็นผลดี แต่จะทำได้แค่ไหนก็ยังคิดไม่ออก ผู้ค้าผู้ขายก็อยากรับทรัพย์ ก็อาศัยเทศกาลสำคัญๆนี่แหละที่สามารถทำเงินได้มาก

แม่ฮ่องสอนที่บอกกล่าวว่าอยู่ไกล และมาลำบาก แต่ที่ไหนได้คนแห่กันมาจนล้นจังหวัด เมื่อสิ้นปี 2550 หรือปีที่แล้ว ปรากฏว่าที่ อำเภอปาย คนล้นทะลัก หลายคนบ่นไม่ออก เพราะมาแล้วก็ต้องทน คนเยอะมาก ที่พักเต็ม แถมล้นไปจนถึงอุทยานฯต่างๆ ไปเห็นแล้วจะตกใจว่าคนมาจากไหนกันนะ ทำไมจึงมากขนาดนี้

ที่ อช.ถ้ำปลา ห่างตัวเมืองไปไม่ไกล มีนักท่องเที่ยวกางเต้นท์กันหลายร้อย ห้องน้ำห้องท่า รองรับไม่ไหว เห็นภาพแล้วก็พลอยหดหู่ บางคนให้คำตอบว่าเหตุที่คนแห่มาเที่ยวปาย และแม่ฮ่องสอนกันมาก ก็เพราะว่าสิ้นปีที่ผ่านมา (2549) มีงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ สิ้นปีนี้(2550) จึงเปลี่ยนมาเที่ยวปายและแม่ฮ่องสอนกันมากขึ้น

คนที่ปาย และแม่ฮ่องสอนจะพอใจหรือไม่ก็ไม่อน่ใจ แต่ทราบมาว่าร้านค้าร้านขายที่เมืองปาย เปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของเป็นคนบ้านอื่นเมืองอื่นกันมากแล้ว ที่น่าขันกว่านั้นยังบอกว่า ตามแผงลอยหรือร้านขายของที่ระลึก กลายเป็นฝรั่งหัวดำหัวแดงนั่งขายของแทนคนไทย มีคนบอกกล่าวล่วงหน้าว่า หากไปเที่ยวปายแล้วเจอภาพแบบนี้ ก็อย่าได้แปลกใจ เพราะเป็นเรืองจริง ฝรั่งนั่งขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวคนไทย

ปายน่าอยู่จนนักท่องเที่ยวต่างชาติหลงใหล และปักหลักปักฐานใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลยหรือ ...คงไม่ดีมั้ง

หากเป็นจริงอนาคตของคนเมืองปายคงมีหน้าตาเป็นฝรั่ง สูงใหญ่ สูงยาว ผิวตกกระ นัยน์ตาสีฟ้า คงพิลึกน่าดู แต่ก็ไม่แน่ อีก 5 ปี 10 ปี อาจเห็นพวกฝรั่งนังขายน้ำพริกหนุ่ม ขายแคบหมูกันเพลิน หรือทำส้มตำปลาร้าปลาแดกให้คนไทยได้ทานกัน... แค่คิดก็กลุ้มแล้ว

แม่ฮ่องสอนอยู่ติดชายแดนพม่า ทั้งประเพณี วัฒนธรรม และวิถีของผู้คน หนีไม่พ้นที่จะซึมซับเป็นแบบพม่า และคงจะมีแต่แม่ฮ่องสอนเพียงจังหวัดเดียว ที่มีกลิ่นอายเป็นแบบพม่ามากที่สุด หากดูจากแผนที่แล้วจะเห็นว่าเป็นจังหวัดที่ขนาบข้างด้วยจังหวัดเชียงใหม่ และประเทศพม่า

การก่อสร้างอาคาร และวัดวาอาราม ได้รับอิทธิพลของพม่าไม่น้อย วัดหลายแห่งเป็นแบบพม่าทั้งสิ้น ดูแล้วน่าจะเป็นสิ่งดีที่เมืองไทยมีโอกาสเห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีสถาปัตย์กรรมประเภทงานศิลปะกันหลายรูปแบบ

วัดพระธาตุดอยกองมูตั้งอยู่บนดอยกลางเมืองแม่ฮ่องสอน มีระยะทางนับจากจากตีนดอย หรือเชิงดอย ราว 1.5 กม. ความสูงไม่มากนักแต่ก็เห็นตัวเมืองชัดเจนในยามท้องฟ้าปลอดโปร่ง แต่วันนี้(1 มค.51) หรือวันปีใหม่ มองไม่เห็นตัวเมือง หมอกลงขาวโพลนไปหมด แม้แต่ยอดพระธาตุกองมูในช่วงแรกๆที่ไปถึง ก็เห็นค่อนข้างเลือนลาง

วัดพระธาตุดอยกองมูในยามนี้ก็สวยไปอีกแบบหนึ่ง อาจเป็นความฝันของหลายๆคนที่อยากเห็นภาพแบบนี้ คนเมืองกรุงมาเห็นบรรยากาศแบบนี้คงชอบกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ข้อเสียก็คือมองไปข้างล่างแล้วไม่เห็นอะไรเลย

วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ใครไม่ได้มาก็เหมือนว่ายังมาไม่ถึงแม่ฮ่องสอน มาแล้วก็อย่าลืมไหว้พระธาตุตามธรรมเนียมของที่นี่ โดยนำกระถางดอกไม้ธูปเทียน เดินวนรอบเจดีย์ 3 รอบ ในชุดกระถางก็จะมีดอกไม้ธูปเทียน และไม้สืบชะตาที่มัดไว้ยาวประมาณ 1 ฟุต เพื่อนำไปวางค้ำกระถางดอกไม้ธูปเทียนเมื่อเดินครบแล้ว

ไม้ค้ำสืบชะตา มีความหมายว่าเป็นการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สืบชะตาชีวิตให้ตนเองมีอายุยืนนาน เช่นเดียวกับพิธีสืบชะตาที่จะมีพิธีขึ้นตามวัดต่างๆในวันขึ้นปีใหม่ เป็นศิริมงคลให้มีตนเองมีชีวิตที่ดี และมีอายุยืนตลอดปีใหม่นี้




เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
31 ธันวาคม 2551








                                   








 
     
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved