Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์    

 เที่ยวไทยด้วยภาพถ่าย

Home     Home > Gallery > Wat Chetawan Lampang     
เทคนิคการปรับแต่งภาพ การถ่ายภาพชุดนี้   ( ต้องการ save ภาพในเว็บ   อ่านที่นี่ก่อน )





วัดเชตวัน ลำปาง
Wat Chetawan Lampang



                      เมื่อกลางเดือน มกราคม 2550 ได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดลำปาง เพื่อร่วมงานศพ แม่อุ้ย ที่มีอายุถึง 87 ปี ซึ่งเป็นญาติของลูกพี่ลูกน้องที่เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่นั่น ความจริงแม่อุ้ยนี้ญาติพี่น้องจะเรียกว่า ” ยายตุ้ย “ เป็นคนเมืองแพร่ แต่มาอยู่กับลูกหลานที่จังหวัดลำปาง ก็นานหลายปีทีเดียว

คำว่า อุ้ย หรือแม่อุ้ย เป็นภาษาทางภาคเหนือแปลว่า “ หญิงผู้สูงวัย “ ถ้าเป็นภาคกลางก็จะเรียกว่า “ คุณยาย” เป็นคำสรรพนามที่ใช้กันทั่วๆไปสำหรับเรียกผู้หญิงที่มีอายุมาก

ยายตุ้ยตอนที่ยังมีชีวิตก็มีโอกาสไปพบปะพูดคุยอยู่หลายครั้ง และยังจำได้ว่าทุกครั้งที่ยายตุ้ยพูด จะมีคำว่า “ เจ้า ” ทุกครั้ง ความหมายก็คือ " ค่ะ " แต่คำว่า เจ้า ที่ออกจากปากยายตุ้ย จะลากยาวๆตามแบบฉบับของผู้หญิงภาคเหนือที่ฟังแล้วนุ่มนวล เป็นความไพเราะทางภาษาที่หาฟังยาก

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ๆส่วนใหญ่จะหันมาพูดภาษากลาง พ่อแม่บางคนที่พูดคุยกันด้วยภาษาท้องถิ่น แต่พอพูดกับลูกๆ กลับใช้ภาษาภาคกลางแทน ทำให้เด็กๆไม่ได้ถูกปลูกฝังวัฒนธรรมท้องถิ่นแต่เยาว์วัย เมื่อไปอยู่ในโรงเรียนก็ไม่กล้าพูดกับเพื่อนๆ กลายเป็นว่าฟังภาษาท้องถิ่นรู้เรื่องแต่พูดไม่เป็น และก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไป

เรื่องภาษาท้องถิ่นที่ค่อยๆเลือนหายไป คงไม่ไช่เป็นเฉพาะภาคใดภาคหนึ่ง แต่ที่สังเกตเห็นจะเป็นกันทุกภาค ก็ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร ภาษาท้องถิ่นกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไปแล้วหรือ ....

"การส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น” ที่หลายองค์กรกำลังรณรงค์ หรือแม้แต่กระทรวงวัฒนธรรม น่าจะนำเรื่องภาษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวขึ้นมาพิจารณา ส่วนใหญ่เห็นเน้นแต่เรื่องการแต่งกายที่ดูเป็นเปลือกนอก และเป็นไปตามกระแสที่เกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นครา

งานศพแม่ตุ้ยตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเชตวัน ในท้องที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง ลำปาง ซึ่งหากใครไปเที่ยวลำปางก็อาจเห็นว่าในตัวเมืองนี้มีวัดอยู่มากทีเดียว ใกล้กับวัดเชตวันก็มี วัดบุญวาทย์วิหาร ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด

วัดเชตวัน เป็นวัดสายธรรมยุต เช่นเดียวกับวัดบวรราชวรวิหาร ที่สมเด็จพระสังฆราชสกลสังฆปรินายกจำพรรษา พระธรรมยุตส่วนใหญ่จะเป็นสายพระป่า ที่ถือศีลวัตรเคร่งครัด เช่นฉันฑ์มื้อเดียวเป็นต้น หลวงพอเกษม เขมโก พระอริยะสงฆ์ที่ชาวลำปาง และชาวพุทธทั่วประเทศให้ความเคารพนับถือ ก็เป็นพระธรรมยุตที่ครั้งหนึ่งก็เคยมาศึกษาบาลี และปริยัติธรรม ณ วัดเชตวันแห่งนี้

มองจากภายนอกจะเห็นว่าวัดเชตวันน่าสร้างขึ้นมาในยุคหลังๆ มีพระอุโบสถแตกต่างจากวัดทั่วไป เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างอินเดียกับพม่า และเป็นวัดเล็กๆที่มีพระจำพรรษาอยู่ไม่กี่องค์ ที่น่าแปลกก็คือว่าไม่มีเมรุเผาศพ แต่กลับมีศาลาสวดศพ ส่วนวันฌาปนกิจของหรือวันเผาศพยายตุ้ย จะนำขึ้นรถไปเผาที่ สุสานไตรลักษณ์ อยู่ห่างจากวัดนี้ราว 3 กิโลเมตร โดยรถบรรทุกศพจะประดับประดาด้วยพวงหรีด ซึ่งแตกต่างจากสังคมกรุงเทพ ที่ทุกอย่างเริ่มต้นและเสร็จสิ้นแต่เพียงวัดเดียว

กรุงเทพอาจไม่เห็นภาพการแห่ศพไปตามท้องถนนและมีดนตรีบรรเลงเพลงโศกกันตามเส้นทางสู่เมรุเผา แต่ในต่างจังหวัด ยังเห็นภาพเหล่านี้อยู่ ยิ่งเป็นศพระดับเจ้านายใหญ่โต หรือผู้มีสกุลสูงศักดิ์ ก็จะมีขบวนยิ่งใหญ่อลังการ มีขบวนช้างขบวนม้าด้วย

ผมมีเวลาค่อนข้างมากสำหรับงานฌาปนกิจในครั้งนี้ จึงมีโอกาสถ่ายภาพวัดในแง่มุมต่างๆ ก็ถือโอกาสทดสอบกล้อง digital SLR ตัวใหม่ ที่อยู่ระหว่างเรียนรู้ระบบกลไกต่างๆ ขณะเดียวกันก็ฆ่าเวลาในช่วงบ่ายๆที่ยังไม่มีกิจกรรมอะไรมากนัก ว่างมากก็พาลจะง่วงนอน ความจริงในวัดเล็กๆนี้ไม่ค่อยจะมีอะไรน่าถ่ายสักเท่าใด แต่มุมกล้องก็อาจแตกต่างจากภาพจริง ที่ต้องมองสิ่งรอบตัวให้เป็นภาพดีๆให้ได้ เดินไปเดินมา ก็ได้ภาพวัดเชตวันมา 1 ชุด ตามที่เห็นนี่แหละครับ

ใครที่มีกล้องก็น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ทุกสถานที่ ไม่จำเป็นต้องพกติดตัวเฉพาะการท่องเที่ยว ทุกที่ และทุกเวลา เป็นที่ฝึกซ้อมเราได้ทั้งนั้น หากสนใจการถ่ายภาพก็น่าจะพกติดตัวไว้ ยิ่งเป็นดิจิตอลแบบพกพาตัวเล็กๆ ก็ยิ่งสะดวกมาก


ภาพในโฟโต้ออนทัวร์นี้ มีหลายชุดที่ได้มาแบบง่ายๆ อย่างน้อยๆเฉพาะงานศพก็มีเรื่องมาลงถึงสามเรื่องแล้ว ชุดแรก วัดมหาบุศย์ หรือวัดแม่นาค ครั้งที่สอง
วัดชุมพล บางปะอิน ครั้งที่สามวัดเชตวันในชุดนี้

จะเห็นว่าการถ่ายภาพนั้นไม่มีกฏเกณฑ์อะไรเลย ทุกที่ ทุกแห่งที่ไป หรือแม้กระทั่งงานศพ ก็สามารถถ่ายภาพให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ทั้งนั้น และไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นกล้องอะไร ซื้อกล้องมาแล้วก็ควรใช้ให้คุ้ม ถ้ามันจะพังคามือก็ยิ่งดีใหญ่ แสดงว่าใช้ประโยชน์จนวาระสุดท้าย ซึ่งน้อยคนที่จะทำได้แบบนี้
............................................................................................................................................................................................................
สำหรับการเดินทางมาธุระที่ลำปางในครั้งนี้ ก็ยังได้อาศัยช่วงว่างๆ เจียดเวลาออกไปถ่ายภาพอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่ก็ได้ภาพมาแบบไม่ได้คาดหวัง เช่นที่วัดเกาะ ริมแม่น้ำวัง วันนั้นตั้งใจจะขับรถไปหาที่จอด เพื่อเดินเล่นในย่านถนนคนเดินที่ปิดการจราจรในช่วงเย็น ปรากฏวัดนี้ดูจะแปลกกว่าวัดอื่นๆ จึงเปลี่ยนใจมาเดินชมและถ่ายภาพบริเวณวัด แทนการออกไปเดินหาซื้อของที่ตลาดนัด ซึ่งกว่าจะเสร็จก็มืดค่ำพอดี

การเดินทางไปลำปางคราวนี้ได้อาศัยรถไฟไทย ทั้งขาไปและขากลับ หลังจากที่ห่างเหินกับรถไฟตู้นอนแบบนี้มานาน เล่นเอานอนไม่หลับทั้งคืน รู้สึกว่าทั้งเหวี่ยงทั้งส่าย จนแทบจะตกลงมาจากข้างบน มีความรู้สึกว่ารางรถไฟนี่มันเก่าเต็มทน เสียงล้อเบียดราง ดังรบกวนประสาทอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่ขากลับจองนอนล่างได้ จึงค่อยยังชั่วหน่อย

แต่ไหนๆมารถไฟทั้งทีก็ถือโอกาสเก็บภาพริมทางในยามเช้า ที่มีบรรยากาศสวยงามแปลกตากว่าการเดินทางโดยรถยนต์ อาจเป็นเสน่ห์ของการเดินทางโดยรถไฟที่ภาพสองข้างทาง แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากนัก





เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
19 กรกฏาคม 2550




ภาพในทริปเดียวกับวัดเชตวัน ภาพวัดเกาะ   ภาพริมทางรถไฟสอ


นโฟโต้ซ๊อป ,Tips & Tricks ,photoshop training, สอนแต่งภาพ, การแต่งภาพ, เรียนรู้กราฟิค , สอนการใช้เครื่องมือโฟโต้ซ้อป, graphic
Photoshop training , แต่งภาพด้วย photoshop , เครื่องมือตกแต่งภาพ , ภาพแต่ง , เรียนการแต่งภาพ, เรีบนตกแต่งภาพ, เรียน photoshop


Photo Trick by Photoshop

การถ่ายภาพที่ไม่ได้อยู่ระนาบสายตา เช่นภาพวาดชาดก ที่อยู่บนที่สูง และต้องแหงนกล้องถ่าย ภาพจะดูเอียงๆ แต่โปรแกรม Photoshop สามารถแก้ไขได้ โดยใช้เครื่องมือแบบง่ายๆที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป และผู้ที่ใช้ Photoshop ขั้นพิ้นฐานก็ฝึกได้




Step by Step

ขั้นตอน 1 : Open file
- เปิดภาพที่ต้องการจากไฟล์ต้นฉบับ ที่ไม่ได้ถูกลดขนาดลง






ขั้นตอน 2 : Select All
ใช้คำสั่ง Selec All จากแถบเมนูด้านบน จะสังเกตเห็นเส้นประรอบกรอบภาพ ที่ Select ไว้




ขั้นตอน 3 : Edit > Transform > Distrot
ใช้คำสั่ง Edit >Transform > Distrot จะเกิดจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตรงมุม และเส้นขอบภาพทั้งสี่ด้าน
- ใช้ปลายเม้าส์ ชี้จุดสี่เหลี่ยมเล็กๆที่มุมบนซ้าย (ตามลูกศรสีแดง) กดค้างแล้วทำการยืดภาพ ให้ได้ขนาดตามต้องการ
- กด Enter หลังยึดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
- เลือกคำสั่ง Select > Deselect จากแถบเมนูด้านบน เพื่อยกเลิกพื้นที่ ที่เรา Select ไว้ (จุดประที่กระพริบจะหายไป)



ขั้นตอน 4 : Crop
ทำการตัดส่วนภาพ ด้วยเครื่องมือ Crop ที่ลูกศรสีแดงชี้ แล้วทำการ Crop พื้นที่ ที่ต้องการ
ตรงจุดนี้ พื้นที่นอกกรอบจะมึดลง เห็นพื้นที่เลือกไว้จะสว่าง
กด Enter
จะได้ภาพตามต้องการ




ขั้นตอน 5 : Graphic Process (Image Resize / Image Adjustment / Filter Sharpen)
ทำการปรับแต่งภาพ จากแถบเมนูด้านบน
- ปรับ Size และ Resolution ตามต้องการ
- ปรับแก้แสงให้ดูสว่าง และ ชัดขึ้น ด้วยคำสั่ง Image > Adjustment > Briightness/ Contrast...
- ปรับความคมชัดด้วยคำสั่ง Filter > Sharpen แล้วเลือก Sharpen หรือ Unsharp Mask ....ตามอำเภอใจ







ขั้นตอน 6 : Image Complete
ได้ภาพที่สมบูรณ์ คล้ายถ่ายภาพในระดับสายตา







ข้อสังเกต
- การปรับแต่งภาพ ด้วยคำสั่งข้างต้น จะทำให้ภาพขาดความคมชัด หรือมีคุณภาพด้อยลง ยิ่งไฟล์ภาพมีขนาดเล็กก็ยิ่งด้อยลงไปมาก
  จึงควรใช้ไฟล์ต้นฉบับที่มีขนาดใหญ่ แล้วมาปรับลดขนาดลงในภายหลัง
- คำสั่ง Edit > Transform > (Skew , Destort หรือ Persfective) มีลักษณะการทำงานที่ใกล้เคียงกัน
- การยืดภาพออกไปมากยิ่งทำให้คุณภาพของภาพด้อยลงไปมากเท่านั้น
-ไม่ควรใช้คำสั่งนี้กับภาพคน หรือภาพที่ต้องการแสดงสัดส่วนที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ดูไม่สมจริง


ดาวน์โหลดภาพไปลองหัดทำ
คลิก





การถ่ายภาพในชุดนี้


กล้อง : Nikon D80 (Digital SLR)
เลนส์ : 18-135 มม
Filter : PL ภาพ 2, 4 - 16
Filter : Cokin (สีม่วง) ภาพ 1 , 3

ทคนิค :
การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล ไม่แตกต่างจากกล้องฟิล์ม ทั้งสี และ สไลด์ แต่การถ่ายแนวนี้จะต่างกับการถ่ายภาพทั่วๆไป
ที่ส่วนใหญ่จะปรับภาพให้ Under สำหรับการถ่ายภาพกลางแจ้ง โดยเฉพาะภาพท้องฟ้า เพื่อให้เกิดการอิ่มตัวของสี ไม่ดูขาวเวอร์
และหากต้องการผลมากกว่าปกติ ก็อาจใช้ ฟิลเตอร์ PLมาช่วยอีกแรงหนึ่ง ซึ่งก็ได้ผล ได้ท้องฟ้าที่เข้มสะใจ ไม่แพ้ภาพสไลด์

การปรับภาพให้ Under เท่าได (EV) ก็แล้วแต่ว่าจะให้ผลเป็นเช่นไร อาจเริ่มจาก -0.3 Stop ไปจนถึง -2.0 หรือ -3.0 Stop
ซึ่งจอ LCD จากกล้องดิจิตอลก็มองเห็นอยู่แล้ว สามารถปรับได้ตามอำเภอใจ

การวัดแสง จะใช้ค่าแบบค่าเเฉลี่ยทุกภาพ ผิดถูกอย่างไร ก็แก้ไขโดยใช้วิธีปรับ Over / Under








   
     
  copyright © 2007 www.photoontour.com, All rights reserved