Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์   เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์คุณภาพ
 
Home   Home > Gallery > Wat Koh Lampang  
            
คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพทั้งหมด จำนวน 38 ภาพ Clik on images to enter gallery
การถ่ายภาพ     ต้องการ save ภาพในเว็บ   อ่านที่นี่ก่อน


ตามที่เกริ่นไว้ในบทความเรื่อง วัดเชตวัน ตอนที่แล้วว่า มีโอกาสเข้ามาในวัดเกาะก็ต้องการหาที่จอดรถ เพื่อเดินซื้อของในตลาดนัดถนนคนเดินที่เปิดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองในช่วงเย็นๆของวันหยุด แต่เมื่อเข้ามาในวัดแล้วปรากฏว่าไม่ได้ออกไปข้างนอกอีกเลย เพราะเหลือบไปเห็นวิหารไม้หลังเก่า หลังใหญ่ กระทบแสงแดดในยามเย็นที่ดูสะดุดตา ตั้งใจว่าจอดรถแล้วจะถ่ายภาพวิหารนี้สัก 2 – 3 รูป แต่เอาเข้าจริงกลายเป็นอยู่ในวัดจนมืดค่ำ ประจวบเหมาะกับทางวัดมีงานสวดพระอภิธรรม พิธีพระราชทานเพลิงศพ หลวงพ่อชุบ อดีตเจ้าอาวาสวัย 91 ปี ซึ่งเป็นงานใหญ่ทีทางวัดกำลังเตรียมต้อนรับผู้มาร่วมงานในตอนกลางคืน ช่วงหัวค่ำในวันนั้นจึงดูคึกคักเป็นพิเศษ โบสถ์วิหารเปิดไฟสว่าง เป็นอันว่าอยู่ในวัดนี้เกือบ 2 ชั่วโมง ส่วนถนนคนเดินก็คงหาโอกาสเดินในครั้งต่อๆไป

วัดเกาะที่ชาวบ้านเรียก มีชื่อเต็มว่า “ วัดเกาะวาลุการาม “ เป็นวัดที่ออกจะไกลหูไกลตาสักหน่อย คนลำปางหลายคนก็บอกว่า " เคยได้ยิน แต่บ่เคยไป "

่ความจริงแล้ววัดเกาะไม่ได้อยู่ไกล อาจอยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง แต่เนื่องจากตั้งอยู่ลึกติดแม่น้ำวัง ทางไปวัดจะเป็นตลิ่ง ลาดลงจากถนนสายหลัก ซึ่งเป็นถนนสายเก่าที่ผู้คนไม่ค่อยจะผ่านไปมาเท่าใดนัก ตึกอาคาร บ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ จึงดูค่อนข้างมีอายุ ออกสไตล์คลาสสิค แต่หลายหลังได้บูรณะให้มีสภาพที่ดี บ่งบอกถึงความมั่งคั่งของเจ้าของอาคารในอดีต บ้านบางหลังได้รับการบอกเล่าว่าเป็นของเชื้อเจ้ามาก่อน หรือบางหลังก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นบ้านแม่เลี้ยง (แม่เลี้ยงเป็นภาษาเหนือแปลว่าเศรษฐินี ผู้มีฐานะมั่งคั่ง)

ชุมชนอันเป็นที่ตั้งของวัดเกาะเรียกว่า “ ตลาดเก่า ” และถนนผ่านหน้าวัดเกาะมีชื่อว่า ถนนตลาดจีน หรือชื่อถนนสายที่ 3 (กองต้า) เริ่มตั้งหลักจากหัวสะพานรัษฏา ขนานไปกับแม่น้ำวัง จากนั้นก็จะมีทางแยกออกไปห้าแยกหอนาฬิกา ที่นักท่องเที่ยวมักจะรู้จักกันดี

ถนนตลาดจีนมีระดับต่ำกว่าถนนสายอื่น ยามน้ำหลากผู้คนที่อาศัยอยู่ริมถนนสายนี้มักจะเดือดร้อนเป็นประจำ เมื่อปี 2548 ก็สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา ถนนตลาดจีนระดับน้ำถึงเอว ย่านการค้าเก่าแก่บริเวณนี้ได้รับความเสียหาย วัดเกาะที่อยู่ริมแม่น้ำวังก็คาดว่าน้ำท่วมทั่วทั้งวัด

ถนนตลาดจีน ถนนสายสั้นๆที่มีระยะทางไม่เกิน 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ผ่านย่านชุมชนชาวจีนเก่าแก่ในอดีต สมัยที่มีการถ่อเรือ บรรทุกสินค้ามาจากปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการค้าขายทางเรือ และเป็นย่านพ่อค้าชาวจีนจากจังหวัดอื่นที่มาตั้งรกราก

วัดเกาะมีกำเนิดจากการอุปถัมภ์ค้ำชูจากชาวจีนในย่านนั้น ซึ่งน่าจะเป็นชาวจีนจากจังหวัดทางภาคกลางที่มีอาชีพค้าส่งทางน้ำ และจุดนี้เอง สันนิษฐานว่าได้นำช่างฝีมือจากภาคกลางมาสร้างวัดเกาะวาลุการาม ทำให้มีรูปทรงทางสถาปัตย์กรรมเป็นแบบภาคกลาง ต่างจากวัดทั่วไปที่พบเห็นในจังหวัดลำปาง

วัดเกาะสร้างเมื่อใด ไม่มีหลักฐานปรากฏ เล่ากันว่าเดิมเป็นอาศรม หรือ สถานธุดงค์มาก่อน ไม่ผู้คนอาศัย มีกุฏิหลังเล็กๆบนเกาะ ต่อมามีชาวบ้านเลื่อมไสศรัทธา จึงมีผู้มีจิตศรัทธาบอกบุญเรี่ยไรกันสร้างให้เป็นวัดขึ้น จากผืนดินที่เป็นติ่งเล็กๆริมตลิ่ง ต่อมาบริเวณรอบเกาะเกิดสันดอนทับถม ทำให้ริมตลิ่งตื้นเขิน ผืนดินที่เคยเป็นเกาะกลายเป็นผืนเดียวกับแผ่นดิน

ปัจจุบันวัดเกาะมีเจ้าอาวาสสืบทอดเป็นลำดับที่ 4 แล้ว ส่วนเจ้าอาวาสที่มีส่วนทำนุบำรุงวัดเกาะ และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ในหมู่ชาวลำปางเป็นอย่างมาก ก็คือองค์ที่ 3 หรือ หลวงพ่อบุญชุบ ทินฺนโก ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะวาลุการาม พ.ศ 2502 – 2547 ภูมิลำเนาของท่านอยู่จังหวัดชัยนาท และเป็นพระจำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะมาก่อน ต่อมาได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าอาวาส

วัดเกาะอาจเป็นวัดที่อยู่ลับตา สำหรับคนทั่วไป แต่ภายในวัดกลับมีสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย สิ่งแรกที่อยากกล่าวถึงก็คือ วิหารไม้หลังใหญ่ คะเนด้วยสายตาแล้วน่าจะมีอายุมากพอสมควร อาจราว 60 - 70 ปี เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานของไทยภาคกลางและแบบตะวันตก ลวดลายปูนปั้น บานเกล็ดๆ และอีกหลายอย่าง น่าจะเป็นอิทธิพลตะวันตก ซึ่งพบเห็นมากมายในเขตภาคกลาง เช่นเดียวกับ ศาลากลางจังหวัดนนทบุร

วิหารไม้หลังนี้ ปัจจุบันไม่ได้ใช้ประโยชน์ อาจเห็นว่าทรุดโทรม หรือเป็นวิหารหลังใหญ่เกินไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ แต่หากไม่มีการบูรณะก็คงจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นไปได้ทางวัดน่าจะหาทุนบูรณะให้เป็น สถานที่ท่องเที่ยว เป็นจุดแวะของนักท่องเที่ยวที่นั่งรถม้าผ่านปากทางเข้าวัดอยู่ทุกวัน โดยให้หน่วยงานท่องเที่ยวจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดให้เป็นสถานท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ซึ่งหากไม่ได้จัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง วิหารไม้ที่ทรงคุณค่านี้ก็คงจะถูกริ้อทิ้งเพื่อสร้างใหม่ตามที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ อนาคตก็คงเห็นกันแต่ภาพถ่ายเหมือนเช่นกับที่ปรากฏในเว็บนี้

ภาพเขียนจิตกรรมในพระอุโบสถ แม้จะเทียบอายุและความสวยงามกับภาพจิตกรรมตามวัดที่มีชื่อเสียงระดับชาติไม่ได้ แต่ก็เพียงพอและเป็นงานศิลปกรรมที่มีคุณค่าในระดับจังหวัดได้ไม่น้อย และเท่าที่พบเห็นตามวัดต่างๆในลำปาง ก็ยังไม่เห็นวัดใดที่จะมีภาพเขียนมากมายและสมบูรณ์แบบเช่นนี้ มาก่อน ภาพเขียนที่ผุกร่อนไปตามกาลเวลาถือว่าเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ และยากต่อการควบคุม แต่การที่จะให้บุคคลภายนอกได้เข้ามาชื่นชมและรับรู้ น่าจะเป็นสิ่งที่ทางวัดควรให้ความสำคัญ โดยประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ควบคู่ไปกับวิหารไม้ที่ตามกล่าวมาแล้ว



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
24 กรกฏาคม 2550







การถ่ายภาพ


กล้อง : Nikon D80 (Digital SLR)
เลนส์ : 18-135 มม


ภาพชุดนี้ถ่ายในช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ไปจนถึงเวลาประมาณเกือบทุ่ม การปรับ ISO จึงต้องปรับไปตามสภาพแสง
จนถึงระดับ ISO 1600 ซึ่งถือว่า สูงสุดในระดับกล้อง Digital SLR แต่กล้องรุ่นนี้ก็สามารถปรับเพิ่มจนถึง ISO 3200
แต่ก็น้อยคนนักที่จะปรับไปจนถึง 3200 เพราะ Noise เต็มไปหมด แค่ 1600 ก็นับว่าเห็น Noise มากพออยู่แล้ว แม้ว่า
ปัจจุบันมีโปรแกรมลด Noise อยู่หลายค่าย แต่ก็ไช่ว่าจะสมบูรณ์นัก คงใช้ได้บางกรณีเท่านั้น

ภาพกลางคืนหรือสภาพตอนเย็นที่แสงน้อย นักถ่ายภาพหลายคนอาจคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรน่าถ่ายภาพนัก แต่ความจริงแล้ว
ช่วงเวลาขณะนั้น อาจเห็นโอกาสดีๆแฝงอยู่ ตัวอย่างภาพแม่ชีที่กำลังจุดเทียนหน้าพระอุโบสถ เป็นภาพที่คงหาบรรยากาศ
แบบนี้ได้ยากในการถ่ายตอนกลางวัน แม้แสงจะมีเพียงเล็กน้อยจากเทียนเพียง 2 ดวง แต่ก็ให้ความสว่างได้มากพอที่จะ
ทำให้ภาพมีเนื้อหาสาระ ในบรรยากาศพลบค่ำ

ภาพแม่ชีจุดเทียน เป็นการถ่ายแบบปกติ เหลือบไปเห็นพอดีจึงรีบเข้าไปใกล้และโฟกัสภาพ ซึ่งก็โฟกัสค่อนข้างยาก เพราะมี
หลายจุดที่ควรเลือกเป็นจุดโฟกัส เช่นจมูก แว่นตา มือ เทียน ที่บอกว่าหาจุดโฟกัสยากก็เนื่องจากว่า ช่วงระยะชัดจะแคบมาก
สำหรับเลนส์มาตรฐาน หรือ Lens Kit ที่ถือว่าเป็นเลนส์ครอบจักรวาล การถ่ายภาพแม่ชีจึงเลือกโฟกัสหลายจุด เช่นโฟกัสมิอ
ซ้ายบ้าง มือขวาบ้าง ตรงเทียนที่กำลังปักบ้าง หรือแว่นตาบ้าง สลับกันไป ถ่ายแนวนอนบ้าง ถ่ายแนวตั้งบ้าง พูดง่ายๆว่า
ภาพนี้ภาพเดียว แต่กดชัตเตอร์กันนับสิบภาพ

ภาพวัดเกาะอาจเป็นตัวอย่างให้ผู้ที่อยากมีความก้าวหน้าในการถ่ายภาพ ว่าการถ่ายภาพนั้นไม่มีกฏเกณฑ์ ทุกที่ ทุกเวลา
สามารถสรรสร้างภาพดีๆได้อย่างไม่มีข้อจำกัด มีกล้อง มีความพยายามเสาะหามุมกล้องดีๆ รับประกันว่าได้ภาพกันอย่างจุใจ

นักถ่ายภาพต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาในขณะที่มีกล้อง และกำลังอยู่ระหว่างการถ่ายภาพ สายตาและจิตใจต้องเพ่งหา "ภาพ"
อยู่ตลอด ไม่ไช่เรื่องเครียด แต่เป็นเป็นเรืองของสมาธิในการจับจ้องมองหา ฝึกให้เป็นนิสัย ต่อไปทุกอย่างก็จะเป็นเรื่อง
อัตโนมัติ เป็นระบบ ภาพธรรมดาที่เห็นทั่วไปๆ ก็จะเห็นเป็นภาพในเชิงศิลป์ไปหมด

ภาพสวยๆ ภาพดีๆ จึงอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง

 
   
     
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved