Photoontour.com     Home > Galllery > Wat Phrathat Chohae  ออกไปหน้าบ้าน
วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ : English : บทความ : ภาพพานอรามาขนาดใหญ่ 2000 pixels
 
   
   
     
 



Wat Phrathat Chohae ,Prae Province


Phrae is one of the most ancient cities in Thailand , an old establishment having been founded in the same period as Sukhothai and Chiang Mai. The town was built over 800 years ago, allegedly by Thai Kern and Tai Lue people. It is laced with romance and enchants visitors with the famous love legends called "Phra Lor" and "Phu Chana Sibtid". The former name was Wiang Kosai, which means Silk Cloth. This province is quite a prosperous province due to lucrative coal mining and, until recently, logging businesses. The town is popular as a manufacturing centre for rattan furniture and the indigo dyed farmers' shirts which are worn all over Thailand as a symbol of solidarity with rural Thai life.

The province of Phrae may be somewhat off the beaten track, but its undiscovered treasures are well worth noting is the annual Rocket Festival, which marks the beginning of the rice growing season in May.

One of the attractions of Phrae is its eclectic blend of temple architecture. Traditional Lanna architecture, with its multi-tiered roofs, is seen side by side with examples of Burmese and Lao temple architecture.

Phrae has an overall area of 6,538.6 square kilometers, and is administratively divided into 8 Amphoes (Districts) : Amphoe Muang, Rong Kwang, Wang Chin, Song Long, Sung Men, Den Chai and Nongmuang Khai; located 555 kilometers from Bangkok.

Attractions

Phrathat Cho Hae , 3The people is located at Tambon Pa Daeng, 9 kms. from Phrae town, and coated with thin Dok Buad gold sheet, having the height of 33 meters, width of each side of the base of 10 meters. The name Cho Hae is derived from a kind of grade satin, woven from Sib Song Panna Kingdom , wrapped around the pagoda by the villagers as an offering. Annual fair worshipping the pagoda takes place on the middle of the fourth lunar month (sixth northern month) of every year.

 
     
 



วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

ผมไปจังหวัดแพร่ครั้งแรกก็หลายปีมาแล้ว จำพ.ศ.ไม่ได้ แต่พอนึกออกว่าแพร่ยังเป็นเมืองไม่ใหญ่นัก ผู้คนและรถราบนถนนมีไม่มาก ที่นี่เป็นเมืองสงบ น่าอยู่ มีบรรยากาศของความเป็นล้านนาและมีกลิ่นอายของท้องถิ่นเมืองเหนืออยู่มาก คนเมืองแพร่ที่ได้รู้จักคุ้นเคยใน ตอนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากคนภาคเหนือในจังหวัดอื่นๆ ก็คือเป็นคนที่มีมิตรไมตรีและมีน้ำจิตน้ำใจที่ดีงามกับบุคคลต่างถิ่น

จังหวัดแพร่ หลายคนอาจยังงงว่า อยู่ส่วนไหนของภาคเหนือ บ้างก็อาจบอกว่าเคยได้ยินแต่ไม่เคยไป

การเดินทางไปจังหวัดแพร่ หากจะพูดแบบย่อๆ โดยเริ่มจากตัวเมืองนครสวรรค์ (ทางหลวงหมายเลข # 1 ) ก็ให้แยกมาตามเส้นทาง พิษณุโลกหรือทางหลวงหมายเลข 117 ผ่านอุตรดิตถ์ ( # 11) จากนั้นขึ้นเขาลูกเล็กๆมาอีกนิด ก็จะเข้าเขตจังหวัดแพร่ที่อำเภอเด่นชัย จากเด่นชัยเลี้ยวขวามาอีก 20 กม.( # 101) ก็จะถึงตัวเมืองแพร่ หากนับระยะทางจากกรุงเทพถึงจังหวัดแพร่แล้วมีระยะทาง ประมาณ 555 กิโลเมตร

ที่เด่นชัย ปัจจุบันกลายเป็นประตูหน้าบ้านของเมืองแพร่ไปโดยปริยาย เป็นจุดแวะของผู้เดินทางมาจากเชียงใหม่ - ลำปาง หรือจาก เชียงราย เพื่อเข้าพิษณุโลกและต่อไปยังกรุงเทพ รวมทั้งเป็นจุดแวะของผู้เดินทางมาจากตัวเมืองแพร่และน่าน เพื่อเดินทางต่อไปยัง กรุงเทพเช่นกัน สองฝั่งถนนตรงสามแยกเด่นชัยกลายเป็นตลาดนัดสินค้าและผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น จากเมื่อก่อนเคยเห็นขายแต่ไม้กวาด กันแบบยกมัด หรือขายพวกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้สัก แต่ปัจจุบันมีของขายของฝากกันหลากหลาย ร้านน้ำชากาแฟ ก็เกิดขึ้นมากมายจนกลายเป็นเมืองขนาดย่อมที่โตวันโตคืนอย่างรวดเร็ว นักเดินทางส่วนใหญ่จึงรู้จักจังหวัดแพร่ก็เพียงแค่เด่นชัยเท่านั้นเอง

แพร่ เป็นจังหวัดที่รู้จักกันว่ามีผืนป่าสักขนาดใหญ่ และมีมากที่สุดในประเทศ แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจว่ายังรักษากันไว้ได้แค่ไหน ที่ผ่านมาเรา มักจะได้ยินเรื่องราวไม่ค่อยสู้ดีเกี่ยวกับเรื่องป่าสักและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่เป็นประจำ ขับรถผ่านไปในเขตตัวเมืองแพร่ก็เห็น บ้านไม้สักหลังใหญ่ๆโตๆกันมาก ประเภทถ้าเป็นภาพยนต์ก็ต้องบอกว่าทุ่มทุนสร้างกันแบบอลังการงานสร้าง ไม้ที่นำมาสร้างก็เป็นไม้ ใหม่ ไม่ไช่เป็นไม้เก่าเก็บประเภทเป็นมรดกตกทอด จะบอกว่าเป็นไม้ถูกกฏหมายก็ดูจะเชื่อยาก เพราะบรรยากาศรอบเมืองแพร่ พวก บรรดาผลิตภัณฑ์เฟอรร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้สัก ก็เห็นขายกันเกลื่อนเมือง อย่าว่าแต่เฟอร์นิเจอร์เลย ขนาดบ้านไม้สักสำเร็จรูปก็ยังมีขายกัน ทั้งสองข้างทาง ผู้ขายรับประกันเบ็ดสร็จว่า ไม่ถูกจับ ไม่ถูกปรับ สามารถขนบรรทุกกันไปประกอบยังจุดหมายปลายทางได้ทั่วประเทศ น่าแปลกใจนะครับ ไม้สักที่แพร่นี้มันซื้อง่ายขายคล่องกันพอๆกับขายแฟ๊บขายสบู่กันเลยทีเดียว

มีบางคนเล่าให้ฟังว่าป่าสักจะมีให้เห็นเฉพาะข้างทางเท่านั้น ลึกๆเข้าไปในป่าแล้ว ถูกแอบลักลอบตัดกันไม่มีเหลือ แนวป่าสักริมถนนนั้นเค้าเหลือไว้ให้ดูเล่นเท่านั้นเอง ผมก็ได้แต่รับฟัง(พร้อมพยักหน้า) ไม่ทราบว่าคนเล่าพูดประชดประชันหรือเปล่า

ผ่านป่าสักแล้วก็มาเที่ยวต่อกันดีกว่า

สถานท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแพร่ หลายคนคงจำได้กับคำว่า “ แพะเมืองผี ” หรืออีกฉายาหนึ่งก็คือแกรนด์แคนยอนของเมืองไทย เรื่องนี้ไม่ทราบคนต้นคิดเอามาเปรียบเทียบกันได้อย่างไร เพราะคำว่า canyon นั้นแปลว่าหุบเขาลึกที่มีแม่น้ำอยู่ตรงกลาง คนละเรื่อง กับแพะเมืองผีที่แพร่นี้เลย แกรนด์แคนย่อนที่มีชื่อระดับโลก เมือง Arizona นั้น ใหญ่โตมโหฬารเอามากๆ กินเนื้อที่หลายสิบตาราง กิโลเมตร เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีบริการเข้าไปชมด้วยทางรถ ทางเรือ และทางอากาศ สำหรับ ทางอากาศพึ่งได้ยินข่าวไม่นานนี้ว่ามีบริการนั่ง ฮ. ชม นับว่าเป็นมิติใหม่ในการท่องแกรนด์แคนย่อน ที่สามารถบินผ่านเข้าไปตามซอก ตามมุมของช่องเขาได้ชนิดที่เรียกได้เต็มปากว่า Unseen

คำว่าแพะเมืองผี บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นสุสานแพะหรือเปล่า เพราะมีคำว่าแพะ และคำว่าเมืองผีน่าจะหมายถึงป่าช้าของแพะเช่นเดียวกับ สุสานช้างที่เคยพบเคยอ่านจากหนังสือ แต่ความจริงแล้ว คำว่า “ แพะ “ เป็นภาษาท้องถิ่นหรือภาษาพื้นเมืองเหนือแปลว่า ป่าละเมาะ เชิง เขาเตี้ยๆ หรือเนินเขาเล็กๆ ส่วนคำว่าเมืองผีนั้น ในที่นี้มีความหมายถึงเสาหิน เสาดินที่มีรูปร่างประหลาดๆ ที่ยามค่ำคืนอาจดูน่ากลัว ส่วนจะมีใครโดนผีหลอกหรือไม่นั้น ยังไม่เคยได้ยินข่าว แต่ถ้ามาเที่ยวกันยามดึกละก้อ ไม่แน่

สถานท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อื่นๆนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเขตอุทยานและน้ำตกตามป่าเขา ซึ่งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ที่รู้จักกันมากก็คือ วัดพระธาตุช่อแฮ วัดคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนเมืองแพร่ และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ใครไปใครมาก็ต้องมากราบมาสักการะด้วยกันทั้งนั้น

สำหรับผมแล้วหากไปเที่ยวจังหวัดใด ก็มักหาโอกาสจะไปกราบไหว้นมัสการวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนั้นอยู่เป็นประจำ เพราะถือว่า เป็นสถานที่สำคัญและสุดยอดของจังหวัดนั้นแล้ว การไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ย่อมเป็นมงคลต่อชีวิต และเป็นธรรม เนียมปฏิบัติของคนไทยและของชาวพุทธมาช้านาน

ปัจจุบันหลายคนอาจละเลยและไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกันนัก เพราะคิดว่านับถือพระที่ใจ ทุกวันนี้คนที่เรียนมาสูงๆมักจะมีความเชื่อ ในทางศาสนาในรูปแบบที่ต่างไปจากอดีต ไม่มีความคิดที่จะเข้าหาพระหาเจ้า ไปเที่ยวที่ไหนก็มองข้ามที่จะไปกราบไหว้พระตามวัด คิดว่าการเข้าถึงศาสนานั้นศึกษากันได้ หาหนังสือมาอ่านได้ มองเรื่องวัดเรื่องพระในทางลบไปหมด เป็นผลทำให้เด็กๆในครอบครัวไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพระ ห่างวัดไปพร้อมๆกับพ่อแม่

วัดในปัจจุบันเป็นทั้งศาสนสถานที่ใช้ประกอบกิจทางศาสนา ในขณะเดียวกันบางวัดก็เป็นสถานท่องเที่ยวไปในตัวด้วย การเดินทาง ท่องเที่ยวของผู้คนส่วนใหญ่จึงหนีไม่พ้นที่จะไปเที่ยววัด หากเอาวัดออกไปจากการท่องเที่ยวแล้วละก้อ ก็เชื่อว่าแทบไม่เหลือคำว่า สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทย และเท่าที่ทราบมาการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของรัฐบาลก็ไม่ค่อยเหลียวแลที่จะปรับปรุงสนับสนุนใน เรื่องงบประมาณ อาจเห็นว่าได้งบประมาณจากกรมการศาสนาแล้ว ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าได้มาน้อยนิดในแต่ละปี จะหวังพึ่งเงินบริจากและ การสนับสนุนจากท้องถิ่นก็คงจะไม่มากสำหรับวัดเล็กๆ เมืองไทยเรายังมีวัดเก่าแก่อีกมากมายที่รอการบูรณะ สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่ง

ท่องเที่ยวได้ หากรัฐบาลเข้าใจและให้ความสำคัญตรงจุดนี้ก็จะช่วยส่งเสริมให้วัดและการท่องเที่ยวไปกันได้อย่างกลมกลืน

ผมมาเที่ยวจังหวัดน่านเมื่อเดือนเมษายน 2548 และก่อนจะไปน่านก็ต้องผ่านจังหวัดแพร่เสียก่อน จึงถือโอกาสแวะที่วัดพระธาตุช่อแฮ นมัสการพระคู่บ้านคู่เมือง  เพียงขับรถจากตัวเมืองต่อไปอีกราว 9 กิโลเมตรก็เห็นบันใดทางขึ้นวัดที่อยู่บนเนิน เมื่อขึ้นบันไดวัดมาแล้วก็จะเห็นบรรยากาศภายในวิหารที่มีพระประธานองค์เหลืองอร่ามอยู่ข้างหน้า รู้สึกตลึงงันอยู่พักใหญ่ นึกไม่ถึงว่าวัดพระธาตุช่อแฮ จะมีความสวยงามอะไรเช่นนี้ ทุกส่วนทุกมุมมองไม่ว่าจะเป็นผนังโบสถ์ไปจนถึงพดาน วิจิตรงดงามเกินบรรยายจริงๆ

ผมนั่งมองรอบๆภายในพระอุโบสถโดยใช้เวลาค่อนข้างนานทีเดียว มีความรู้สึกว่ายังไม่เคยเห็นที่ใดจะงดงามเช่นนี้มาก่อน ภายในวิหารมีบริเวณกว้างขวางใหญ่โต ยิ่งแหงนมองเพดานแล้วก็ยิ่งสวยงามมาก ลายไทยสีทองที่เขียนลงบนพื้นสีแดงเห็นแล้วน่าทึ่งมาก

ผมใช้เวลาถ่ายภาพอยู่นาน จนเกินเวลาที่ตั้งใจจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดน่าน ถือว่าเป็นความโชคดีที่มาเห็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาว จังหวัดแพร่ ที่มีความสวยงามเกินกว่าที่คิดเอาไว้มาก

อยากเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาเห็น มาตะลึงกับภาพจริง ของจริง และขอบอกว่าเพียงแค่ได้มาเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ ก็คุ้มกับการมาเยือน จังหวัดแพร่แล้วครับ

วัดพระธาตุช่อแฮ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร มีพระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ พระธาตุ รูปทรง 8 เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สูงประมาณ 33 เมตรฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร เป็นศิลปะแบบเชียงแสนบุด้วยทองดอกบวบ ภายในบรรจุเส้นพระเกศาของพระพุทธเจ้า มีประวัติว่าสร้างในสมัยสุโขทัย ปัจจุบันถือว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล(เสือ)

 



เว็ปมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
28 สิงหาคม 2549



การถ่ายภาพ
กล้อง Nikon F90 /film Kodak E100 VS
กล้อง Nikon FE2/Flim Fuji 200 (ภาพ 18,19,35)
เลนส์
28-70
20-35 (ภาพ 13.18,19)
75-300 (ภาพ 14,15)
ฟิลเตอร์ PL (กลางแจ้ง)







 
    www.photoontour.com copyright © www.photoontour.com, All rights reserved