Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์  
 
 
 
Home  :   Events  : Royal Photos :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :  Portrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :  Clip Video  :  Site Update
 
 Chiangmai - Mae Chaem - Pai - Maehongson  :  ภาพท่องเที่ยว เชียงใหม่ ปาย แม่ฮ่องสอน
นาขั้นบันใด ทิวทัศน์ ดอยม่อนหมาก อ.แม่แจ่ม ทิวทัศน์ปาย แม่ฮ่องสอน ดอยม่อนแจ่ม เส้นทางปาย - เชียงใหม่ (เดินทาง 9-12 กย.56
)
 
โปรแกรมในทริปนี้ : ทิวทัศน์ อ.แม่แจ่ม วัดในอ.แม่แจ่ม ตลาดยามเช้าอ.แม่แจ่ม วิวไร่ข้าวโพดบนดอยม่อนหมาก นาขั้นบันใด ทิวทัศน์บนเส้นทางแม่แจ่ม - แม่ฮ่องสอน
วัดพระธาตุดอยกองมู วัดจองคำ วัดจองกลาง ถนนคนเดิน อ.ปาย ทิวทัศน์เมืองปาย หมู่บ้านจีนยูนนาน ริมทางปาย-เชียงใหม่ ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม พิพิธภัณฑ์ภาพ3 มิติ เชียงใหม่
วัดพระธาตุจอมทอง น้ำตกวชิรธาร โครงการหลวง นาขั้นบันใด อ.แม่กลาง ดอยอินทนนท์ พระบรมธาตุภูมิศิริ
 
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 1 : ทิวทัศน์ อ.แม่แจ่ม ตลาดนัดยามเช้า วัดต่างๆใน อ.แม่แจ่ม (จำนวน 73 ภาพ)
                              

                             

                             

          

ภาพท่องเที่ยว เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน : นาขั้นบันใดและทิวทัศน์ อ.แม่แจ่ม ทิวทัศน์ปาย แม่ฮ่องสอน ดอยม่อนแจ่ม เส้นทางปาย - เชียงใหม่












ภาพท่องเที่ยว เชียงใหม่ ปาย แม่ฮ่องสอน ตอนที่1
(เดินทาง 9-12 กย.56)


"จังหวัดเชียงใหม่มีกี่อำเภอใครตอบได้ยกมือขึ้น"

เชื่อว่าคงตอบผิดกันเป็นแถว แม้แต่คนเชียงใหม่เองก็คงจะไม่ทราบ เนื่องจากจำนวนตัวเลขของอำเภอมันไม่นิ่ง หรือมีแต่จะเพิ่มตามจำนวนของประชากร

คำตอบก็คือจังหวัดเชียงใหม่มี 25 อำเภอ ส่วนอำเภอที่มีประกาศจัดตั้งเมื่อปี 2552 ก็คือ อำเภอกัลยาณิวัฒนา(ปี 51) และล่าสุดเมื่อปีที่แล้วหรือปี 55 ก็มีอำเภอน้องใหม่ซิงๆที่แยกออกมาจากอำเภออมก๋อยก็คือ "อำเภอนันทบุรี เฉลิมพระเกียรติฯ"

อำเภอใหม่นี้ค่อนข้างพิเศษ และไม่เข้ากฏเกณฑ์ของการตั้งอำเภอที่ต้องยึดเอาประชากรเป็นหลัก  แต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีเสด็จทรงงานในพื้นที่นี้อยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เดินทางลำบาก ผู้คนในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาไม่สะดวกในการติดต่อกับทางราชการ ทางจังหวัดจึงทำเรื่องเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้จัดตั้งเป็นอำเภอ

เมื่อก่อนพอใครบอกว่ามาจากอำเภออมก๋อย ก็จะถูกมองว่ามาจากแดนไกล หรือไกลปืนเที่ยง และคนพื้นที่ในอมก๋อยส่วนใหญ่ก็เป็นชาวเขา ภาษาเหนือจึงพูดไม่ค่อยชัดเจนนัก เช่น แครอต ก็ออกเสียงเป็น แคเราะ ตามเพลงที่เคยฮิตในอดีต แต่ปัจจุบันอมก๋อยยังเป็นแบบนั้นอยู่หรือไม่ก็ไม่แน่ใจ เนื่องจากไม่ค่อยได้ทราบข่าวคราวนัก

อำเภออมก๋อยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 179 กม. ซึ่งครองแชมป์ไกลสุดมาตลอด แต่ก็มาเสียแชมป์ให้กับอําเภอนันทบุรี เฉลิมพระเกียรติฯ ที่จัดตั้งเป็นอำเภอล่าสุดเมื่อปี 2555

อําเภอนันทบุรีฯ มีระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 280 กม. และห่างจากอำเภออมก๋อย 76 กม.

สำหรับเหตุผลที่ขอจัดตั้งเป็นอำเภออําเภอนันทบุรี เฉลิมพระเกียรติ ก็ด้วยเหตุผล 3 ประการคือ

หนึ่ง การเป็นพื้นที่ทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์

สอง อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภออมก๋อย 76 กม.และห่างตัวจังหวัด 280 กม. ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเพื่อเข้าไปติดต่อราชการ หรือเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ

สาม สถานที่แห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและสวยงามทางธรรมชาติ เปรียบเทียบความสวยงามของ "นันทบุรี" เสมือน "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"

หลายคนคงไม่ทราบว่า อำเภอนันทบุรีอยู่ตรงไหนของเชียงใหม่ ก็ขอบอกว่าอยู่ในพื้นที่ของอำเภออมก๋อยเดิมนั่นเอง

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอนันทบุรีก็คือ “ดอยม่อนจอง” ซึ่งมีต้นกุหลาบพันปีขึ้นมากกว่าที่อื่นๆ  แต่การขึ้นดอยม่อนจองคงไม่ง่าย  เนื่องจากยังไม่ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่พร้อม ยานพาหนะเดินทางก็ต้องเป็นรถชนิดขับเคลื่อน 4 ล้อหรือโฟวิลเท่านั้น และการขึ้นไปชมวิวบนดอยม่อนจองจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของป่าไม้เป็นผู้นำทาง

ใครคิดจะไปสัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ของดอยม่อนจอง คงต้องรออีกหน่อย หากคิดว่าไม่รอ เนื่องจากหัวใจเกินร้อยหรือชอบบุกป่าฝ่าดงก็คงไม่มีปัญหา

หลายปีมาแล้วเคยไปเที่ยวดอยอินทนนท์ และยังไปนอนแพในทะเลสาบดอยเต่าด้วย  แต่ก็ไม่ทราบว่าตรงบริเวณทางขึ้นดอยอินทนนท์หรือตรงด่านของเขตอุทยานฯ มีทางแยกไปอำเภอแม่แจ่มได้ด้วย มารู้ก็ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อต้นเดือนกันยา 56 หรือไม่กี่วันมานี้    

นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือนอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งก่อนนั้นก็ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนของเชียงใหม่  แต่เมื่อมาเห็นตัวอำเภอแล้วก็ต้องบอกว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับอำเภออื่นๆของเชียงใหม่  แถมการเดินทางก็ถือว่าค่อนข้างลำบากเนื่องจากเป็นถนนสายเล็กๆที่คดเคี้ยวไปตามภูเขา รวมทั้งยังเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยป่าทึบ 

ตอนไปแม่แจ่มได้ใช้เส้นทาง เชียงใหม่ – จอมทอง – อินทนนท์ – แม่แจ่ม 

โดยเช่ารถจากเชียงใหม่ จากนั้น่ก็มุ่งหน้าสู่อำเภอจอมทอง แวะนมัสการวัดพระธาตุจอมทอง แล้วย้อนกลับไปเที่ยวดอยอินทนนท์  ระหว่างเดินทางได้แวะน้ำตกวชิรธาร รวมทั้งสถานท่องเที่ยวในเขตแม่กลางน้อยเช่นโครงการหลวงฯ พอลงจากเขาก็เลี้ยวขวาสู่อำเภอแม่แจ่มตรงสามแยกบริเวณด่านตรวจของเจ้าหน่้าที่ป่าไม้ หรือจุดเสียค่าธรรมเนียมก่อนขึ้นดอยอินทนนท์(คลิกดูแผนที่ด้านล่างประกอบ)

เส้นทางสายนี้เล็กและแคบมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นถนนที่วิ่งระหว่างอำเภอ บางช่วงก็เป็นถนนที่คดเคี้ยว มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ถือว่าเป็นเส้นทางที่ต้องใช้ความชำนาญในการขับรถพอสมควร ระยะทางจากด่านจนเข้าเขตแม่แจ่มน่าจะประมาณ 40-45 กม. ยังถือว่าไม่ไกลมากนัก

แม่แจ่มเป็นอำเภอเล็กๆ ไม่ต่างกับเป็นเมืองหลังเขา ถนนในตัวอำเภอยังมีสภาพเป็นฝุ่น ไม่ได้สะอาดสะอ้านเหมือนเช่นอำเภอใหญ่ๆ โรงแรมที่พักก็มีน้อยมาก และเป็นโรงแรมขนาดเล็ก บางแห่งก็เป็นประเภทโรงแรมจิ้งหรีด ใครคิดจะมาเที่ยวจึงควรวางแผนเรื่องที่พักให้ดี และเท่าที่สังเกตรู้สึกว่าผู้คนในอำเภอแม่แจ่มจะมีเชื้อสายกะเหรี่ยงแต่พูดภาษาเหนือ จากการสอบถามหลายคนบอกว่าบรรพบุรุษเป็นกะเหรี่ยงแต่เข้ามาอาศัยที่นี่นานแล้ว

ส่วนอาหารการกินหรืออาหารพื้นเมืองเหนือในแม่แจ่ม แม้จะมีชื่อเรียกเหมือนกันแต่รสชาติดูจะแตกต่างกับทางเชียงใหม่ หรือทางภาคเหนือค่อนข้างมาก

มื้อค่ำในคืนนั้นได้นั่งทานในร้านอาหารแห่งหนึ่งพร้อมกับสั่งน้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว และน้ำพริกหนุ่ม โดยสั่งอาหารภาคกลางมาเสริมบ้าง

ปรากฏว่าทั้งไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง และน้ำพริกหนุ่ม มีรสชาติไม่เหมือนกับอาหารเหนือทั่วไป ต่างกับที่เคยทานอาหารเหนือในจังหวัดอื่นๆ

ด้วยความสงสัยจึงสอบถามเจ้าของร้าน ก็ได้รับคำตอบว่าบอกว่าเป็นอาหารของแม่แจ่มแท้ๆ และยังบอกว่าไปทานที่ไหนๆในอำเภอแม่แจ่มก็จะได้รสชาติแบบนี้

จากนั่นจึงถามเครื่องปรุงที่คิดว่าเป็นหัวใจของน้ำพริกอ่องว่า “ใส่ถั่วเน่าหรือไม่”

เจ้าของร้านตอบว่าไม่ใส่

มิน่า รสชาติจึงไม่เหมือนที่อื่นๆที่ต้องใส่ถั่วเน่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ถั่วเน่าคืออะไร...

ถั่วเน่าเป็นอาหารปรุงรสของภาคเหนือเช่นเดียวกับกะปิ อาหารภาคเหนือจะไม่มีกะปิ แต่จะใส่ถั่วเน่าแทน เข้าใจว่าดั่งเดิมนั้นมาจากประเทศจีนที่นิยมใช้ถั่วเหลืองมาประกอบอาหาร เช่นเต้าเจี้ยวและซีอ้ว เป็นต้น

วิธีทำถั่วเน่าคือนำถั่วเหลืองมาต้มกับเกลือและหมักสัก 3-5 วันจนได้ที่หรือออกกลิ่น จากนั้นก็นำมาบดแล้วทาใบตองเป็นรูปกลมๆขนาดย่อมกว่าฝ่ามือเล็กน้อย นำไปตากแดด พอแห้งแล้วก็จะแข็งตัวจึงนำไปมัดรวมกัน 

ถั่วเน่าแบบแห้งนี้สามารถเก็บไว้ได้นานนับปีโดยไม่เสีย  เมื่อจะนำมาทำกับข้าวก็จะนำมาตำพร้อมกับน้ำพริก โดยเฉพาะน้ำพริกอ่องกับน้ำเงี้ยวซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้



น้ำพริกอ่องที่เป็นเมืองเหนือแท้ๆจึงต้องใส่ถั่วเน่า หากต้องการทราบว่าน้ำพริกอ่องถ้วยนั้นใส่ถัวเน่าหรือไม่ก็เพียงตักมาดม หากได้กลิ่นสาบๆ(หรือเหม็นของหมักนิดๆ)แสดงว่าใส่ถั่วเน่าแน่นอน

ส่วนไส้อั่วที่ทานในร้านอาหารเมื่อคืนนั้นก็แทบไม่ออกกลิ่นเครื่องเทศเช่นตะไคร้และขมิ้นแม้แต่น้อย เจ้าของร้านบอกว่าใส่แต่ไม่มาก ทานแล้วมันคล้ายกับไส้กรอกอีสานมากกว่า

ความจริงเคล็ดลับในการทำใส้อั่วให้หอมและทานอร่อยก็ต้องใส่ตะใคร้ให้มากๆ กลิ่นต้องหอมและมีสีเหลืองของขมิ้นด้วย เมื่อนำมาย่างรมควันหรืออบ(ตามยุคปัจจุบัน)ก็จะได้กลิ่นหอมของตะใคร้และขมิ้น

สรุปว่า อาหารเมืองเหนือตามสูตรของอำเภอแม่แจ่ม จึงน่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารเหนือกับอาหารของชาวกระเหรี่ยง รสชาติจึงแตกต่างกับที่เคยทาน 

แม่แจ่มเป็นอำเภอที่เล็กและดูเป็นชนบทมาก แต่เสน่ห์ของแม่แจ่มที่ทำให้หลายคนหลงใหลก็คือธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะนาข้าวขั้นบันใดที่ขึ้นชื่อ รวมทั้งวิถีชีวิตที่ยังดูเป็นแบบชนบทอย่างแท้จริง  ต่างกับอีกหลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ที่ความเจริญได้รุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว จนผู้คนในอำเภอนั้นๆมีชีวิตที่ไม่ต่างกับคนในเมือง

ทุกวันนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากมาเห็นนาข้าวขั้นบันใดในอำเภอแม่แจ่มที่มีความสวยงาม โดยเฉพาะในหน้าฝนและในช่วงเวลาใกล้เก็บเกี่ยว หรือช่วงของทุ่งสีทอง

แต่จะว่าไปแล้วการปลูกข้าวแบบขั้นบันใด ชาวนาไทยส่วนใหญ่จะไม่นิยม หากมีพื้นที่เป็นเนินหรือเชิงเขาจะนิยมปลูกผลไม้มากกว่า แต่เนื่องจากในอำเภอแม่แจ่มมีชนชาติกระหรี่ยงอยู่มากและมีความชำนาญในการทำนาขั้นบันใด (เช่นเดียวกับชาวเขาม้งที่ปลูกข้าวดอย) ทำให้แม่แจ่มมีแต่นาขั้นบันใด

แม่แจ่ม นอกจากจะมีนาขั้นบันใดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ก็ยังมีวัดวาอารามที่ดูสวยงาม วัดส่วนใหญ่เป็นวัดที่มีขนาดเล็ก หรือแบบกระทัดรัด ตามแบบฉบับของวัดชนบทซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน  

แม่แจ่มทุกวันนี้ยังรอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเยือน และเนื่องจากการคมนาคมยังไม่สะดวก จึงทำให้วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วนัก นักท่องเที่ยวจึงมีโอกาสเห็นความเป็นชนบทอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการทำนาขั้นบันใด ที่หาดูได้ยากยิ่งในเมืองไทย และเท่าที่ทราบก็ยังไม่เคยเห็นที่ไหนจะสวยงามเท่าที่อำเภอแม่แจ่มแห่งนี้

ภาพท่องเที่ยวในอำเภอแม่แจ่มในตอนต่อไปจะพาขึ้นเขาชมทิวทัศน์ของไร่ข้าวโพดบน
ดอยม่อนหมาก จะสวยงามแค่ไหนก็ต้องคอยติดตาม



โฟโต้ออนทัวร์
25  ตุลาคม 2556




แผนที่เดินทางเป็นรูปวงกลม เชียงใหม่ ปาย แม่ฮ่องสอน แม่แจ่ม จองทอง เชียงใหม่
(คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย)



 

  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ