Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์  
 
Home   :    Photo Gallery   :   Krabi 56
 
 
Home  :   Events  :  Royal Photos  :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :  Portrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :  Clip Video  :  Site Update
สระมรกต ท่าปอม
สุสานหอย หาดไร่เลย์
เกาะปอดะ หาดนพรัตน
 
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
เที่ยวกระบี่ตอนที่ 2 สุสานหอย 45 ล้านปี หาดไร่เลย์ ทะเลแหวก (จำนวน 81 ภาพ)

Unssen Krabi
เที่ยวกระบี่ตอนที่ 2 : สุสานหอย 45 ล้านปี หาดไร่เลย์ ทะเลแหวก

(เดินทาง 3-5 พฤษภาคม 2556)


เที่ยวกระบี่ตอนที่ 1 ได้พาชมสระมรกตกับท่าปอม คลองสองน้ำ ทั้งสองแห่งถือว่าเป็น Unseen ของกระบี่อย่างแท้จริง เป็นมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ค่อนข้างจะหายากในเมืองไทย หลายคนอาจแค่เห็นจากภาพถ่าย แต่แนะนำว่าให้มาเห็นกับตาของตนเอง  แล้วจะรู้ว่าเป็นสิ่งแปลก แตกต่างจากที่อื่นๆ โดยเฉพาะตาน้ำหรือบ่อผุดในสระมรกตที่อยู่กลางป่า ไปเห็นแล้วแทบไม่เชื่อสายตาว่าเมืองไทยมีแบบนี้ด้วย

วันนั้นเกือบจะไม่ไปดูบ่อผุดเนื่องจากเห็นว่าต้องเดินอีกไกล กลัวจะใช้เวลามาก แต่พอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ พร้อมกับถามผู้คนที่เดินกลับว่า "อีกไกลไม๊" ได้คำตอบว่าไม่ไกล บอกสวยมาก

มีคนสงสัยว่าภาพน้ำสีฟ้าที่ผุดขึ้นมาจากแอ่งน้ำกลางป่านั้นมันเกิดจากอะไร  ทำไมน้ำจึงมีสีสวยแบบนั้น 

ก็ต้องตอบว่า “เป็นน้ำแร่” เช่นเดียวกับบ่อน้ำพุร้อนทั่วไป  ซึ่งแต่ละแห่งจะมีสีแตกต่างกัน บางแห่งดูปกติเหมือนน้ำตามลำธารทั่วๆไป  บางแห่งน้ำเป็นสีขาวเหมือนปนแป้ง(เห็นที่ญี่ปุ่น) บางแห่งก็มีสีสวยเหมือนกับที่กระบี่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของแร่ชนิดต่างๆที่อยู่ในบริเวณนั้น

หากจะถามต่อว่าบ้านอื่นเมืองอื่นมีแบบนี้หรือไม่ ก็ตอบว่ามีหลายแห่งในโลกนี้ เช่นในสหรัฐอเมริกา หรือในประเทศจีนที่เมือง“จิ่ว จ้าย โกว” ซึ่งคนไทยหลายคนคงรู้จักกันดี เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาวหรือฤดูหิมะตก แต่กว่าไปถึงก็นั่งรถไต่เขาขึ้นที่สูงมาก พอไปถึงก็อาจเห็นร้านค้ามีอ๊อกซิเจนแบบกระป๋องวางขายให้สูดดมตอนหายใจไม่ถนัด เนื่องจากข้างบนนั้นมีอากาศ(อ๊อกขิเจน)เบาบางมาก 

ได้ยินว่าที่นั่นเป็นอุทยานแห่งชาติที่รัฐบาลจีนค่อนข้างจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์และบอบบาง จึงต้องทะนุถนอมไม่ไห้บอบช้ำ ได้ยินมาว่าจะเปิดให้ขึ้นไปชมเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น

ใครมีเงินก็เดินทางไปดูได้ จะได้หูตากว้างไกล และรู้ว่าแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆนั้นเค้าดูแลรักษากันอย่างไร  รวมทั้งคนในพื้นที่ก็ต้องสร้างบรรยากาศให้คนอยากมาเที่ยว 

โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้ง

มันเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวเขาไม่อยากพบเห็น เพราะไม่สนุกที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ เรื่องนี้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนเอเชียจะ Sensitive มากกว่าชาติยุโรปหรือแบบ Bag pack 

ง่ายๆก็ดูตัวอย่างใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ว่ามีใครอยากไปเที่ยวกันบ้าง ไก่เบตงที่ขึ้นชื่อของยะลา วัดช้างไห้ของหลวงพ่อทวด หรือศาลเจ้าลิ้มกอเหนี่ยวในจังหวัดปัตตานีที่คนไปกราบไหว้กันเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ตอนนี้คงมีแต่คนในพื้นที่ที่เดินทางมาเที่ยว ทุกอย่างทรุดหมด ใครมีโอกาสไปทำมาหากินที่อื่นๆก็จะประกาศขายบ้านขายที่ดินเพื่อย้ายไปอยู่ในที่สงบกว่า โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาที่ได้ยินว่าย้ายมาที่นี่กันเยอะ บางคนก็ทำธุรกิจทั้งสองแห่ง

ใน 4 จังหวัดภาคใต้ตอนนี้หากใครจัดทัวร์พร้อมแถมประกันชีวิตให้คนละ 10 ล้านก็คงไม่มีใครสนใจ

ภาคใต้บ้านเราตอนนี้กำลังมีเรื่องประท้วงของชาวสวนยาง มีการปิดถนนสายหลักๆหลายแห่ง เมื่อวันก่อนเห็นข่าวว่าจะเคลื่อนไปปิดสนามบินสุราษฏร์ธานีเพื่อกดดันรัฐบาล ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางกลับต้องตกเครื่องบินหรือไปไม่ทันเครื่องกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทางรถยนต์ที่จะไปสู่สนามบินถูกตัดขาด

เรื่องปิดถนนรัฐบาลคงไม่เดือนร้อนเท่ากับคนในจังหวัดนั้นๆ หรือคนภาคใต้ด้วยกันนั่นแหละ

การที่ชาวสวนยางออกมาประท้วงแบบไม่มีปีมีขลุ่ย หรือไม่เคยมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเขารู้กันอยู่ว่าเป็นการเล่นละครของชาวสวนยางที่สนับสนุนโดยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง

จะอ้างว่าไม่เกี่ยวกัน ชาวสวนเดือดร้อนกันจริงๆก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะฟังสุ้มเสียงของระดับแกนนำผู้ประท้วง เหมือนท้าทายว่า " ต้องได้  ไม่ได้เผา หรือปิดประเทศ"อะไรทำนองนั้น

ภาษานักเลงเค้าเรียกว่า“ท้ารบ”

ต้องเข้าใจกันก่อนว่าการที่ราคายางตกต่ำ มันเป็นเรื่องกลไกของตลาดโลกที่มีขึ้น-มีลง ไม่ต่างกับราคาหุ้นหรือราคาทองคำ มันไช่ไช่ความผิดของรัฐบาลที่ทำให้ราคามันตกลง เมื่อเดือนร้อนทำไมไม่ค่อยๆพูดจากับรัฐบาล ทำไมเล่นปิดถนน และก็เป็นถนนสายหลักหรือเป็นเส้นเลือดทางเศรษฐกิจของภาคใต้

คิดหรือไม่ว่า เมื่อปิดถนนแล้วจะทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อน หรือคิดไม่เป็น

โง่

คนในพื้นที่เขาก็รู้ว่าพวกที่ออกมายืนด่ารัฐบาลบนเวทีนั้น ก็คือหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าออกมาด่ารัฐบาลแทนนายสุเทพ กับนายอภิสิทธิ์เท่านั้นเอง

คำพูดที่ท้าทายทำนองว่า “ต้องเอาให้ได้ หากไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ฟังแล้วก็เป็นคำพูดของพวกไพร่ที่ไม่มีเหตุผล เหมือนพวกคนพาล แล้วอีกอย่างการที่คนในประเทศจะเพาะปลูกอะไร รัฐบาลก็ไม่ได้บังคับให้ปลูก มันเป็นเรื่องของแต่ละคน แต่พอขายไม่ออกหรือราคาตกต่ำดันมาโทษรัฐบาล

บ้ากันหรือเปล่า

แต่เอ..คุ้นๆหูอยู่เหมือนกันนะ ว่าแถวๆรัฐสภาก็เห็นพวก สส.พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยออกอาการแบบนี้อยู่บ่อยๆ  

ทั้งสถุน ทั้งถ่อย ครบเครื่องในพรรคนี้พรรคเดียว เป็นความชั่วชนิด All in one



เมื่อพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเมืองในรัฐสภา จึงเกิดปฏิกิริยา “ป่วนสภา” และก็ทำกันมานานแล้ว เช่นปาหนังสือ และขึ้นไปลากเก้าอี้ประธานสภา และล่าสุดหมาดๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ (5กย.56) ก็มีการยกเก้าอี้ทุ่มกลางสภา เป็นฝีมือของนายเชน เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นน้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ


เรียกว่าป่วนทุกรูปแบบและอย่างหน้าด้านๆ ไร้ยางอาย วาจาสามหาว ตะโกนด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ไม่ยอมรับกฎกติกา จนกระทั้งตำรวจสภาต้องมาลากคอให้ออกไปนอกห้อง

การประชุมรัฐสภาสมัยก่อนๆพอตำรวจเดินมาหา พวกสส.เจ้าปัญหาก็จะเดินลุกออกไปแต่โดยดี เพราะถือว่าหากให้ตำรวจออกมาถูกเนื้อต้องตัวหรือมาหิ้วปีกไป มันเสียเชิงเสียเหลี่ยม

แต่พวกสส.ประชาธิปัตย์เหมือนพวกซาร์ดิส ต้องให้ตำรวจใช้กำลังฉุดกระชากลากถู

น่าแปลกนะครับ  ระยะไม่กี่วันมานี้เห็นตำรวจลากคอ สส.พรรคประชาธิปัตย์ไปหลายคนแล้ว ไม่ว่าหนุ่มหรือแก่ บางคนก็อ้วน หัวล้าน เห็นอาการของท่านผู้ทรงเกียรติแล้วเอน็จอนาถน่าทุเรศจริงๆ

ความจริงหากท่านประธานสภาฯ ให้ตำรวจจัดการขั้นเด็ดขาดก็น่าจะทำได้ เพียงขอตำรวจร่างใหญ่เอาไว้กระแทกปากพวกสส.ปชป.ประเภทก้าวร้าวสักรายสองราย ประเดี๋ยวก็หายซ่าไปเอง

ตำรวจกระแทกปากถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยละมุนละม่อมและไม่ผิดกฏหมาย เพราะขัดขืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่   

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วในช่วงที่ตำรวจสภาเข้ามาลากคอสส.พรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่าสส.หญิงของพรรคเดียวกัน กรีดเสียงร้องลั่นสภาไม่ต่างกับเสียงวัวถูกเชือดหรือชะนีเรียกหาผัว  จนสส.หญิงพรรครัฐบาลออกมาประท้วงว่า


"กรุณาอย่าส่งเสียงชะนีโหยหวน เหมือนโดนน้ำร้อนลวก เพราะที่นี่ไม่ไช่สวนสัตว์ที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐสภา"

วุ้ย..สะจายจริงๆ แต่ความจริงแล้ว คำว่าถูกน้ำร้อนลวกเค้ามักจะใช้กับหมานะครับ "เช่นดิ้นพล่านเหมือนหมาถูกน้ำร้อนลวก"

พรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ไม่ต่างกับหมาบ้า ทั้งเห่า ทั้งกัดไม่เว้นแต่ละวัน เรียกว่าหน้าด้านป่วนสภาอย่างไม่มียางอาย ก่อนหน้านั้นออกมาเดินประท้วงกันบนท้องถนน ตั้งแต่อดีตนายกฯชวน นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพรวมทั้งสส.ของพรรค จนเขาประนามกันทั้งประเทศว่า

นี่หรือคือพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วไหนละ หัวหน้าพรรคเคยบอกว่ามีความเชื่อมั่นรัฐสภา

ไม่เพียงแค่สื่อมวลชนไทย นักวิชาการ รวมทั้งประชาชนทั่วไปจะประนามพรรคประชาธิปัตย์  สื่อต่างประเทศยังเขียนบทวิจารณ์ของพรรคนี้เสียไม่มีชิ้นดี บางคนก็บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการปกครองแบบประชาธิปไตย

ไม่เหลือแล้วครับพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ มันบ่งบอกว่าเป็นอาการเข้าขั้นโคม่า และเป็นพรรคที่ตกต่ำที่สุดในสายตาของประชาชน

หรือว่าการป่วนสภา และการอยู่เบื้องหลังม๊อบยางพาราครั้งนี้ คือไพ่ใบสุดท้าย.....

เอามาเลยครับ  แบไพ่ออกมาให้หมด  งานนี้บอกตรงๆว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้หมดตูดแน่นอน และยากที่กลับมาเป็นพรรคที่ใหญ่โตเหมือนอดีต

คนที่เคยศรัทธาบอกเห็นพฤติกรรมของสส.พรรคนี้แล้วก็ส่ายหัว พร้อมพูดว่าเลือกตั้งคราวหน้าจะต้องออกมาสั่งสอนกันหน่อย

ก็อยากให้ถึงวันเลือกตั้งกันเร็วๆ ประชาชนจะได้กวาดเอาสิ่งชั่วๆออกไปให้หมดสภา

เมื่อพรรคนี้พ่ายแพ้ในเวทีสภา ก็ต้องออกมาเล่นนอกสภา โดยขอโหนกระแสที่ราคายางตกต่ำและมีการชุมนุมปิดถนนประท้วง เป็นการรับลูกชนิดที่รู้กันทั่วไปว่า สอดคล้องกับการเมืองในสภาที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้อย่างหมดรูป

ไม่น่าเชื่อว่า สส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์  มีส่วนวางแผนกับการประท้วงของชาวสวนยาง  สส.ภาคใต้ของพรรคนี้บางคนถึงกับพาสมุนกลุ่มหนึ่งขึ้นไปบุกศาลากลางจังหวัด พร้อมกับสั่งให้ปิดศาลากลาง และไล่ข้าราชการให้กลับบ้าน ส่วนบริเวณหน้าศาลากลางก็ตั้งเต้นปิดทางเข้า-ออก

ทั้งหมดนี้นำโดย สส.พรรคประชาธิปัตย์ครับท่าน

เลวซะไม่มี

จึงไม่ต้องแปลกว่าการเจรจากับรัฐบาลของชาวสวนยางจึงล้มเหลวทุกครั้ง แม้ขณะที่เขียนบทความก็มีข่าวว่าจะเลื่อนไปอีก หลังจากที่ประชุมกับรองนายกฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อวานนี้(4 กย.56)ไม่เป็นผล

เป็นไงครับท่าน

การเจรจาจะบรรลุข้อตกลงได้อย่างไร ก็ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มันคุมเกมอยู่ข้างหลัง

ขณะนี้(5กย.56)การปิดถนน ปิดทางรถไฟก็ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดเห็นข่าวตำรวจใช้แก๊สน้ำตาที่จังหวัดประจวบฯ เนื่องจากมีกลุ่มผู้ประท้วงพยายามจะปิดถนนเพชรเกษม

เชื่อว่างานนี้รัฐบาลคงไม่ยอมม๊อบสวนยาง เพราะเหมือนกับว่ารัฐบาลกำลังเจรจากับพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนี้มันมีการตั้งธงมาล่วงหน้าแล้วว่ายอมไม่ได้ เป็นไงเป็นกัน ตายเป็นตาย

และสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์คาดหวังอีกอย่างก็คือต้องการให้เกิดความรุนแรง ต้องการการบาดเจ็บล้มตาย รวมไปถึงยุให้เผาบ้านเผาเมือง เป็นการเอาคืนจากที่พวกเสื้อแดงเคยทำกับพรรคของตนมาก่อน

พรรคประชาธิปัตย์เค้าถนัดที่จะหากินกับความเดือดร้อน ต้องการให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย อ้างว่าที่ทำไปก็เพื่อประเทศ เพื่อล้มระบอบทักษิณ
รู้สึกว่าคำพูดจะดูดีที่บอกว่า ต้องการล้มขบวนการของระบอบทักษิณ แต่ลึกๆแล้วคงอยากมาเป็นรัฐบาลมากกว่า มั้ง

การเจรจากับกลุ่มชาวสวนยางคงไม่จบง่าย ส่วนความเดือดร้อนคงไม่ต้องพูดว่าจะกระทบกระเทือนกันขนาดไหน  โดยเฉพาะช่วงนี้นักท่องเที่ยวกำลังตัดสินใจที่จะเที่ยวทะเลภาคใต้ในช่วงปลายปี

อีกไม่นานก็กำลังจะมีงานอีเว้นท์ “ ไทยเที่ยวไทย “ ซึ่งค่ายอีเว้นท์หลายค่ายกำลังเตรียมจัด เมื่อเจอแบบนี้เข้าคงต้องเลื่อนไปก่อน  กลัวว่าคนไทยจะเฮโลไปเที่ยวภาคเหนือกับภาคอีสานกันหมด

เอาเลยครับภาคใต้จะปิดถนน ปิดทางรถไฟ ปิดสนามบิน ก็เชิญตามสะดวก ให้ไปเลยสัก 3 เดือน 

ถึงเวลานั้นก็จะรู้ว่าคนที่เดือดร้อนก็คือคนภาคใต้นั่นแหละ ปิดถนนนานๆนะครับ พวกผลไม้จะได้เน่าคาสวน ทั้งเงาะ ลองกอง มังคุด ทุเรียน ฯลฯ 

และขอสนับสนุนการปฏิบัติการอันบ้าระห่ำของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้

ต่อไปชาวใต้ ช่วยกันเลือกสส.พรรคนี้เข้าสภากันเยอะๆ จะได้รับประกันราคายางกันที่กิโลละ 200 บาท แต่อนาคตพรรคประชาธิปัตย์จะมาเป็นรัฐบาลนั้นคงจะยาก อย่าว่าแต่ชาตินี่เลยครับ ขนาดชาติหน้าก็ยังมองไม่เห็น ตอนนี้ถือว่าเป็นโชคดีของประเทศไทยที่ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์มาบริหาร เพราะคราวที่แล้วก็ทำความดีไว้มากมาย เช่น

การบุกรุกที่ดินบนเกาะสมุยของลูกชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และเรื่องการทุจริตสร้างโรงพักทั้งประเทศที่รับประทานกันแหลก แด..กันมูมมาม ตำรวจโรงพักทั่วประเทศขณะนี้เดือดร้อนไปหมด บางแห่งโรงพักหลังใหม่มีแต่เสาปูน บางแห่งต้องไปอาศัยที่ชาวบ้านเพื่อใช้เป็นสถานที่ติดต่อกับประชาชน

ทั้งสองคดีนี้มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นเจ้าภาพครับท่าน เรื่องดีๆทั้งนั้นที่มาลงกับตระกูลนี้ ส่วนนายสุเทพ ก็กำลังตกเป็นจำเลยในคดีใหญ่ คือคดีสังฆ่าประชาชน เมื่อปี 2554

ขอจบเรื่องการเมืองบ้าๆการเมือง ของพรรคประชาธิปัตย์


ตอนนี้กลับมาเที่ยวต่อดีกว่า

ทะเลกระบี่ตอนที่สอง เป็นภาพชายหาดไร่เลย์กับทะเลแหวกที่น่าแปลกตา

ทะเลแหวกเป็นหาดทรายขนาดเล็กที่อยู่กลางทะเล ดูอีกทีก็คล้ายกับสันดอนทรายที่โผล่ขึ้นมากลางทะเล เชื่อมต่อด้วยภูเขาขนาดเล็กสองลูก ยามน้ำลงจะเห็นหาดทรายเป็นบริเวณกว้าง แต่ยามน้ำขึ้นหาดทรายก็จะมีขนาดเล็กลง แต่ถึงแม้จะเป็นชายหาดขนาดเล็ก ก็สามารถรองรับนักท่องเทียวได้เป็นจำนวนมาก และถือว่าเป็นที่ชุมนุมนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดกระบี่

ต้องบอกว่าครั้งนี้ถือว่ามีโอกาสมาเที่ยวทะเลกระบี่เป็นครั้งแรก จากเมื่อก่อนก็แค่มาแวะดูโน่นดูนี่จากนั้นก็เดินทางไปภูเก็ต แต่พอมาเห็นทะเลกระบี่แล้วกลับชอบ

ชอบตรงที่ไม่ต้องนั่งเรือไปนานๆ หรือไปไกลๆเหมือนเที่ยวทะเลภูเก็ต 

ทะเลกระบี่มีเกาะเล็กเกาะน้อยหลายแห่ง แต่ละแห่งก็ไม่ไกลกันนัก หากใครเคยมาเที่ยวแถวชายหาดนพรัตน์ธาราหรืออ่าวนาง และมองเห็นเกาะต่างๆในทะเล ก็ต้องบอกว่าที่เห็นนั้นก็คือแหล่งท่องเที่ยว มองไกลๆอาจดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอไปถึงแล้วก็อาจกลายเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว

ส่วนหาดไร่เลย์ ทีแรกนึกว่าเป็นเกาะ เพราะต้องนั่งเรือไปเที่ยว แต่จริงๆแล้วเป็นหาดทรายที่เป็นปลายแหลมของแผนที่ และเนื่องจากบริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูน ไม่มีถนนหนทาง การมาเที่ยวที่นี่จึงต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น

แหล่งท่องเที่ยวในทะเลกระบี่ที่แรกก็ไม่คิดว่าจะสวยงามอะไรนัก เกาะที่เห็นข้างหน้าเหมือนเป็นเกาะเล็กๆที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่พอมาสัมผัสก็ต้องบอกว่าคนละเรื่องกับที่คิดไว้ มันสวยและน่าประทับใจจนคิดว่าต้องหาโอกาสมาเที่ยวอีกให้ได้ 

ชมภาพกันให้ชุ่มฉ่ำนะครับ อีกอย่างเที่ยวทะเลกระบี่ก็ปลอดภัยกว่าทะเลภูเก็ตมาก เพราะอยู่ใกล้ฝั่ง คลื่นลมสงบกว่า ที่ชอบอีกอย่างก็คือในกระบี่นี่มีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก หากจะเทียบกับภูเก็ตที่ถือว่าเป็นจังหวัดท่องเที่ยวแบบเต็มตัว


ต้องการแบบชิวๆ สบายๆ สงบ น่าอยู่น่าพัก และไม่แพงนัก ก็ต้องทะเลกระบี่ครับท่าน



โฟโต้ออนทัวร์
5 กันยายน 2556






 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ