Home   :    Galllery   :   PALIO  Khao Yai
 Home  :   Events  :  Royal Photos  :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :  Portrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :  Clip Video   Site Update
H
Home   :   Gallery   :    PALIO Khao Yai
 
  Mae Hong Son
ยามเช้าที่แม่ฮ่องสอน
 
  Phuket
เกาะราชา ภูเก็ต
 
  Hat Yai
ตลาดคลองแห หาดใหญ่
 
  Chiangmai
ดอยสุเทพ เชียงใหม่
       
  Cambodia
กัมพูชา นครวัด-นครธม
 
  Myanmar
พม่า ชเวดากอง อินทร์แขวน
 
  China
จีน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กุ้ยหลิน
 
  Vietnam
เวียดนาม ฮานอย เว้ ดานัง
       
  Phu Ping Palace
พระราชวังภูพิงค์
 
  Sun Flower
ทุ่งทานตะวัน
 
  Sunrise
พระอาทิตย์ขึ้น
 
  Canola
ดอกคาโนล่า








 
     
 



ปาลิโอเขาใหญ่ ถนนคนเดินและแหล่งซ้อปปิ้ง
(เดินทาง สิงหาคม.55)



โฟโต้ออนทัวร์ได้พาทัวร์ต่างประเทศไปแล้วหลายแห่งหลายตอน ยิ่งช่วงนี้ต้องอัดกันถี่หน่อย เนื่องจากสต๊อคภาพต่างประเทศยังมีค้างอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้นำมาลง  แถมยังมีเรื่องใหม่ๆ ทับถมขึ้นเรื่อยๆจึงต้องเร่งมือ เพราะหากลงช้าไปก็ไม่ดี จะกลายเป็นของเก่าที่ข้อมูลอาจล้าสมัยไปแล้ว โดยเฉพาะประเทศที่กำลังเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว และมีสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามามากขึ้น

คราวนี้จะขอพักเรื่องต่างประเทศ และจะพาไปเที่ยวเมืองไทยบ้าง สถานที่ว่าก็อยู่ไม่ไกล้ไม่ไกล  แค่เขาใหญ่แถวปากช่องแค่นี้เอง แต่คงไม่ได้ขึ้นไปข้างบนเขาใหญ่ เพราะมัวแต่ไปพิสมัยสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูค่อนข้างจะแปลกและเป็นของใหม่สำหรับคนไทย  สอบถามคนที่เคยไปก็บอกว่าเปิดมาได้ไม่เกิน 2 ปี  

สถานที่นี้ก็คือ “ ปาลิโอ เขาใหญ่ ” PALIO KHAO YAI

ชื่ออาจจะออกเป็นฝรั่งหน่อย จริงๆแล้วก็เป็นการย่อส่วนเมืองเก่าของอิตาลีมาไว้ที่เมืองไทย  ตึกสีเหลืองสีแดง  สูงไม่เกิน 2 ชั้นมีทางเดินซอกแซกไปตามอาคารที่ดูจะคลาสสิค มีต้นไม้ดอกไม้ประดับไว้มากมาย  ไม่ต่างกับหลงเข้ามาในย่านเมืองเก่าของยุโรป

ตึกสไตล์ยุโรปเก่าเราคงเห็นจากภาพถ่ายหรือภาพยนตร์ ที่บรรยากาศออกจะเรียบง่าย แต่ได้อารมณ์สุนทรีย์ ชิวๆ สบายๆ  หรือภาพที่ฝรั่งนั่งจิบกาแฟ พร้อมทานขนมปังกันหน้าร้านๆเล็กๆ อ่านหนังสือพิมพ์ไป นั่งดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างสบายอารมณ์  หรือบางครั้งก็มีผู้คนก็ขี่จักรยานคันเก่าผ่านไปมา เห็นภาพอย่างนั้นแล้วก็อยากไปนั่งอยู่ในที่แบบนั้นบ้าง ยิ่งได้กาแฟอร่อยสักแก้วคงจะดีไม่น้อย

ปาลิโอเขาใหญ่ ได้จำลองบรรยากาศของเมืองยุโรปเก่าชนิดที่คนไทยมาเห็นแล้วก็ต้องทึ่ง  เดินไปตามซอกตึกต่างๆ ก็ดูเหมือนจะมีบรรยากาศที่ไม่ซ้ำกัน มีทางเดินวนไปวนมารอบตึกหลังเล็กๆที่มีอยู่หลายหลัง และสามารถทะลุหากันได้หมด แต่ละจุดก็จะตกแต่งไม้ประดับ ทั้งไม้ดอก ไม้ใบ และไม้เลื้อย แค่เห็นต้นไม้ก็ชื่นชอบแล้ว

ไม้ดอกไม้ประดับส่วนใหญ่เป็นไม้ไทยๆเช่นดอกเล็บมือนาง  พวงชมพู  และชนิดอื่นที่ไม่รู้จักชื่อ  เมื่อนำมาตกแต่งให้เข้ากันอย่างเหมาะสมกับสถานที่  และด้วยฝีมือการจัดภูมิทัศน์ระดับมืออาชีพแล้ว  ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูมีคุณค่า ชนิดที่จะหาใครมาเปรียบค่อนข้างยาก 

ปรากฏว่าคนออกแบบจัดสวนหรือจัดภูมิทัศน์  ไม่ไช่ฝรั่งอิตาลีหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ  แต่เป็นคนไทยที่ชื่อ อำนาจ คีตพรรณนา มีผลงานทางสถาปัตยกรรม และตกแต่งภายในมาแล้วมากมาย เช่น บ้านพักท่านทูตประจำ W.T.O ที่เจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ พระตำหนักสวนสุโขทัย บ้านสวนปาริจฉัตก์

แค่เห็นชื่อสถานที่ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ก็ต้องบอกว่าขั้นมืออาชีพจริงๆ  ลองเซิร์ชชื่อนี้ในกูเกิล ก็จะเห็นว่ามีผลงานการตกแต่งสวนมากมาย

หลายคนอาจสงสัยว่า ปาลิโอเขาใหญ่ มันคืออะไรกันแน่

คำตอบแบบง่ายๆก็คือ " ลานคนเดิน ลานคนเมือง หรือถนนคนเดินแบบบ้านเรานี่แหละ ภาษาต่างประเทศก็อาจใช้คำว่า Walking Street and Shopping Center " เพียงแต่ว่าสถานที่นี้เป็นลานคนเดินแบบยุโรป ในสถานที่เป็นตึกเก่าโบราณที่สูงเพียงแต่ 2-3 ชั้น เท่านั้นเอง

ในอาคารเหล่านี้ก็คือร้านค้าต่างๆที่มีอยู่นับร้อยๆร้าน เช่นร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเสื้อผ้า ขายรองเท้าและของจุกจิก  ร้านกาแฟและไอศกรีม เบเกอรี่ ร้านเหล้า ร้านเบียร์  คอฟฟี่ซ็อป  ร้านอาหาร  ร้านสุกี้ MK  ธนาคาร ร้านหนังสือ ฯลฯ 

และที่ขาดไม่ได้ก็คือโรงแรม PALIO INN เป็นโรงแรมเล็กๆเพียงแค่ 2 ชั้น และมีเพียง 12 ห้อง เท่านั้น

ใครอยากมาซึมซับให้เต็มที่ก็คงต้องมานอนค้างกันที่นี่เลย จะได้เห็นบรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืน  โดยเฉพาะตอนกลางคืนคงสวยมาก เพราะเห็นประดับโคมไฟแบบยุโรปโบราณอยู่รอบอาคาร   มาเดินเล่นในช่วงเย็นๆหรือใกล้มืดอาจมีบรรยากาศที่โรแมนติคและชวนให้หลงไหล

โรงแรมปาลิโอ หรือ PALIO INN ดูจากเว็บไซต์ของโรงแรมแล้ว ตกแต่งเป็นห้องพักสไตล์ยุโรป ในห้องมีเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณ จุ๋มจิ่มน่ารัก แตกต่างจากโรงแรมทั่วๆไปที่เคยไปพัก เห็นภาพแล้วเหมือนมาพักโฮมสเตย์ของยุโรปมากกว่า

ใครไม่เคยไปยุโรปแต่อยากได้กลิ่นอายแบบฝรั่งก็ต้องมาพักที่นี่ ราคาค่าที่พักราวๆ 2,500 บาท รวมอาหารเช้า ส่วนห้องดีลักซ์ราคา 3,600 บาท  แต่ราคานี้สำหรับวันธรรมดา หากเป็นวันหยุดคงต้องพวกเพิ่มอีกประมาณร้อยละ 10

ปาลิโอเขาใหญ่หาไม่ยาก ตั้งอยู่ติดถนนธนรัชต์หรือทางขึ้นเขาใหญ่ หากมาจากปากช่องจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ  เลยจากนี้ไปก็จะเป็นโรงแรมจุลดิศเขาใหญ่ หรือจากถนนมิตรภาพเข้ามาก็ประมาณ 17 กม. ราวครึ่งทางก่อนขึ้นเขาใหญ่

คงไม่ต้องแนะนำอะไรมากสำหรับสถานที่แห่งนี้  มาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ยิ่งใครเป็นแฟนกันก็จะเหมาะมาก  พกกล้องมาด้วย ที่นี่มีมุมถ่ายภาพ มุมโรแมนติคมากมาย  ถ่ายออกมาแล้วก็จะดูสวยไปหมด ทั้งนางแบบและสถานที่

หากจะถามว่าบรรยากาศแบบนี้ในเมืองไทยมีที่ไหนบ้าง  ก็คงตอบว่ายังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับตลาดน้ำที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด  ก็คงจะไม่ใช่  เพราะรู้สึกว่าระยะหลังๆนี้ก็เห็นมีตลาดน้ำมากมายแทบจะทุกภาค  ตลาดน้ำแต่ละแห่งจะไปได้สักกี่น้ำก็ไม่แน่ใจ  ที่ไหนก็เหมือนๆกัน  หรือลอกแบบซ้ำๆกัน

บ้านเราก็เป็นเสียแบบนี้ ใครทำขึ้นก็เอาอย่างบ้าง  โดยขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ สักแต่ว่ามีเงินก็ลงทุนทำกันเลย  ส่วนตลาดน้ำที่คงเส้นคงวาและเป็นที่นิยม หากสังเกตให้ดีก็จะเป็นตลาดเก่าดั่งเดิมมาก่อน เรียกว่าตัวจริงเสียงจริง และเก่าจริง

อย่างตลาดน้ำดอนหวาย ริมแม่น้ำนครชัยศรี จ.นครปฐม ก็เป็นตลาดเก่าแก่ดั่งเดิมนับเป็นร้อยๆปี  เป็นตลาดชาวจีนที่ทำมาค้าขายกันทางเรือ  หลังจากซบเซาไประยะหนึ่งก็มีการรื้อฟื้นขึ้นในราวปี 2540  เป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเห่อคำว่า “พอเพียง “  

ตลาดน้ำดอนหวายมีชื่อเสียงเรื่องอาการการกินมาก่อน จนเป็นที่เล่าขานเช่นเป็ดพะโล้นายหนับ ขนมจีนน้ำยาแบบชาวบ้าน  ต้มเค็มปลาตะเพียน  รวมทั้งมีผลไม้จากสวนในย่านนั้น  ทั้งหมดนี้มันเป็นเครดิตที่สั่งสมกันมานาน

ส่วนตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรีก็เป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่ยังคงสภาพอาคารไม้แบบสมัยก่อน  นี่ก็เป็นตัวจริงเสียงจริงไม่แพ้ตลาดดอนหวาย แต่อาจสู้ดอนหวายไม่ได้ตรงที่ตลาดดอนหวายโดดเด่นเรื่องอาหารการกิน  โดยเฉพาะอาหารแบบไทยๆ  น้ำพริกแกง  ห่อหมกปลาช่อน ฯลฯ  ดูยังเป็นแบบพื้นบ้านทานแล้วได้รสชาติของความเป็นไทยชนิดที่หาทานได้ยาก  และที่มีเสน่ห์อีกอย่างก็คือมีแพขนาดใหญ่พาเที่ยวไปตามแม่น้ำนครชัยศรี ได้เห็นวิถีชีวิตแบบริมน้ำ สบายตาสบายใจ

ส่วนตลาดน้ำที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดตามที่ต่างๆ  หากคนทำไม่มีความเข้าใจในเรื่องของความเป็นไทยก็คงจะอยู่รอดได้ยาก   เพราะมุ่งแต่กำไรจากธุรกิจ  ตัวอย่างที่เห็นๆก็คือ " ตลาดน้ำอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา " เคยไปเที่ยวเมื่อราวปีกว่าๆ  ปรากฏว่าไม่ประทับใจเป็นอันมาก  แค่เดินจากลานจอดรถเข้าไปในบริเวณก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมจากเครื่องขยายเสียงเหมือนมาเที่ยวงานวัด  แถมยังบริการเวทีคาราโอเกะ  ใครอยากจะแหกปากร้องเพลงก็มาที่เกาะกลางน้ำ  ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ล่อกันสนุก  ที่น่ารำคาญก็ตรงที่เปิดเสียงดังรบกวนผู้ที่นั่งทานอาหาร

ตลาดน้ำอโยธยาชื่อก็เพราะดี  แต่บรรยากาศดูจะลูกทุ่งไปหน่อย ภาพรวมๆก็ดูจะฉาบฉวยเรียกว่าตลาดมั่วมากกว่า ไปเที่ยวครั้งนั้นมีความรู้สึกว่าอยากไปให้พ้นๆที่นี่เสียที

กลับมาต่อที่เขาใหญ่

คิดจะไปเที่ยวเขาใหญ่ก็ควรเผื่อเวลาเที่ยวที่ปาลิโอสัก 2 ชั่วโมงน่าจะกำลังดี หากใครไม่ได้มาย่านนี้เป็นเวลานาน คงต้องบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก และสวยงามกว่าแต่ก่อน เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับวันหยุดได้ดีทีเดียว



โฟโต้ออนทัวร์
11 พฤศจิกายน 2555 


ติดตามการอัพเดตเว็บโฟโต้ออนทัวร์ และพบกับเรื่องราวดีๆมากมายได้ที่นี่ >>



แผนที่ปาลิโอ เขาใหญ่

         

 
 
     
 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ