Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์
Home  : :    Galllery   :    Pattaya 55
 
 Home  :   Events  :   Royal Photos  :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :   Potrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :   Clip Video   Site Update
me
H
Home   :   Gallery  Pattaya & Alcazar
 

       
  Mae Hong Son
ยามเช้าที่แม่ฮ่องสอน
 
  Phuket
เกาะราชา ภูเก็ต
 
  Hat Yai
ตลาดคลองแห หาดใหญ่
 
  Chiangmai
ดอยสุเทพ เชียงใหม่
     
       
  Cambodia
กัมพูชา นครวัด-นครธม
 
  Myanmar
พม่า ชเวดากอง อินทร์แขวน
 
  China
จีน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กุ้ยหลิน
 
  Vietnam
เวียดนาม ฮานอย เว้ ดานัง
     
       
  Phu Ping Palace
พระราชวังภูพิงค์
 
  Sun Flower
ทุ่งทานตะวัน
 
  Sunrise
พระอาทิตย์ขึ้น
 
  Canola
ดอกคาโนล่า
     
 
 


พัทยา 2555 Pattaya & Alcazar Show
(เดินทาง มีค.55)



หลายคนอาจไม่ทราบว่าเมืองพัทยาเป็นเขตปกครองพิเศษของไทย  จากเดิมที่เคยเป็นอำเภอพัทยา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี  ต่อมารัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 ให้เมืองพัทยามีฐานะเทียบเท่าเทศบาลนคร 

ปัจจุบันประเทศไทยมีการบริหารงานแบบเทศบาลนครอยู่สองแห่ง  ได้แก่กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา  หากต้องการทราบว่าปกครองของเมืองพัทยาเป็นอย่างไร  ก็ขอให้นึกกรุงเทพมหานครก็แล้วกัน เช่นมีผู้ว่ากทม.ที่รับผิดชอบในฐานะเป็นพ่อเมือง มี สก.ที่เลือกตั้งจากมาจากแต่ละเขตๆละ 1 คน ทำหน้าที่คล้ายสส.ของสภาผู้แทนราษฎร แต่จะทำงานในสภากทม. หรือสภาเล็ก และยังมี สข.หรือสมาชิกประจำแต่ละเขตที่ได้รับเลือกจากประชาชนอีกเขตละ 7-8 คน

หลังจากมีเทศบาลเมืองพัทยาเกิดขึ้นแล้ว ก็มีข่าวว่า ภูเก็ตและเชียงใหม่ น่าจะมีสถานะภาพเป็นเขตปกครองพิเศษเช่นเดียวกับพัทยา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

การประกาศให้เป็นเขตปกครองพิเศษนี้ก็คงจะเหมือนกับเมืองใหญ่ๆในต่างประเทศ ที่ต้องการให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ  หากทำงานกันแบบเดิมๆที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด อาจมีความล่าช้า  ไม่ทันต่อเหตุการณ์

เมืองพัทยา

พัทยาอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 140 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกของอ่าวไทย แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนได้แก่ พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน  ทั้งหมดนี้คือพื้นที่การปกครองพิเศษของเมืองพัทยา และยังรวมไปถึงเกาะต่างๆที่อยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย 

เมืองพัทยาทุกวันนี้นับว่ามีความเจริญมาตามลำดับ  เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ขณะเดียวกันก็มีปัญหาสลับซับซ้อนไม่ต่างกับเมืองใหญ่ๆทั่วโลก

แม้ว่าเมืองพัทยาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  ก็ยังเป็นที่สนใจจากนักท่องเที่ยวทุกมุมโลก และให้คะแนนอยู่ในระดับต้นๆของเมืองน่าเที่ยว

นักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวกรุงเทพแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะแวะพัทยาด้วย กรุงเทพ กับ พัทยา เปรียบเสมือนเมืองท่องเที่ยวคู่แฝดที่มักจะพ่วงอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยวของชาวต่างชาติเสมอ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มากับกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่หรือระดับตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป

หากจะถามนักท่องเที่ยวเหล่านี้ว่าชอบพัทยาตรงไหน ก็อาจได้คำตอบที่ไม่เหมือนกัน  แต่ละชาติแต่ละภาษาก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไป  เช่นฝรั่งชาติยุโรปอาจชอบชายหาด ชอบอาบแดด ชอบเล่นน้ำทะเล รวมทั้งชอบกีฬาทางน้ำที่มีอย่างครบวงจรทั้งแบบธรรมดาและแบบผาดโผน นอกจากนี้ก็มีอาหารอาการกินที่มีรสชาติถูกปากอีกมากมาย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือชอบแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ

ส่วนนักท่องเที่ยวจากเอเชียเช่นเกาหลี จีน เวียดนาม อินเดีย  อาจชอบลักษณะภาพรวมๆ  เช่นชอบบรรยากาศที่คึกคักของเมืองพัทยา แสงสียามค่ำคืน รอยยิ้ม และการต้อนรับที่อบอุ่น รวมไปถึงถูกใจเรื่องอาหารการกิน และสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย

ส่วนการเล่นน้ำตามชายหาด ชาติเอเชียที่เป็นเมืองร้อนด้วยกันอาจไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ส่วนใหญ่ยังอายที่จะสวมชุดว่ายน้ำ อย่างมากก็เดินเล่นตามชายหาด

เช่นเดียวกับคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ ร้อยทั้งร้อยก็คงไม่มีโปรแกรมลงเล่นน้ำทะเล อย่างมากก็แค่ลงไปแช่น้ำแร่ที่ญี่ปุ่น แต่ก็ยังกระอักกระอ่วนใจ เนื่องจากธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นจะต้องแก้ผ้าลงแช่น้ำร้อน ห้ามสวมชุดใดๆแม้แต่กางเกงใน ทั้งหญิงและชายก็จะต้องปฏิบัติเหมือนกัน

คนไทยส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวต่างประเทศก็จะมีแต่นั่งรถเที่ยว เดินชมสถานที่ต่างๆ จากนั้นกิน และนอน กลับมาน้ำหนักก็จะเพิ่มทุกคน หากมาเที่ยวประเทศที่มีหิมะก็อาจชื่นชอบเป็นพิเศษ เมื่อเจอหิมะครั้งใดก็จะตื่นเต้นดีใจกันใหญ่ เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีโอกาสสัมผัส

พัทยา มีนักท่องเที่ยวชาติไหนมากที่สุด

เมื่อก่อนเราคงได้ยินข่าวว่านักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่มักจะเป็นชาติเกาหลีและจีน  แต่มาเที่ยวพัทยาคราวนี้  ปรากฏว่าแชมป์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีมากที่สุดกลายเป็นชาวอินเดียไปเรียบร้อยแล้ว

หลายคนแปลกใจรวมทั้งผมด้วย  แต่ก็ได้คำตอบอย่างไม่น่าเชื่อก็คือว่า  มีภาพยนตร์อินเดียหลายเรื่องที่มาถ่ายทำในพัทยา  เมื่อนำไปออกฉายในประเทศอินเดียก็ทำให้คนอินเดียติดอกติดใจจนอยากมาเที่ยว  กระทั่งกลายเป็นกระแสฟีเวอร์  ไม่ต่างกับคนไทยที่ดูหนังซีรี่ย์เกาหลีเรื่องยาวแล้วก็อยากไปเกาหลี

ภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง “แดจังกึม หรือจอมนางแห่งวังหลวง  “ หลายคนคงจำได้ที่ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ไปทั่วทั้งเอเชีย  บางคนคลั่งไคล้ถึงขนาดเก็บสะสมสิ่งของทุกอย่างเกี่ยวภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องนี้ เรียกว่าแฟนพันธ์แท้ตัวจริง

ชาวอินเดียอยากมาเที่ยวพัทยา ก็ไม่ต่างกับคนไทยอยากไปเที่ยวเกาหลี  อยากไปกิน "กิมจิ" หรือสวมชุดประจำชาติเกาหลีหรือที่มีชื่อว่าชุด “ฮันบก” จะได้เหมือนกับตัวละครในภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

ใครจะบอกว่าหนังซีรี่ย์เกาหลีปัจจุบันคงไม่ขลังเท่าแดจังกึม  รวมทั้งชุดฮันบกของเกาหลีนั้นเลิกฮิตแล้ว  ก็คงต้องเข้าใจเสียใหม่   เพราะขนาดนายกฯยิ่งลักษณ์ไปเยือนเกาหลีเมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังต้องใส่ชุดฮันบก แบบเดียวกับ “ นางในจากวังหลวง " เพื่อให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ

กระแสเกาหลีในประเทศไทยยังคงหากินได้อีกนาน  โดยเฉพาะนักร้องเกาหลีที่คนไทยคลั่งไคล้  ก็ยังเป็นแรงดึงดูดให้คนไทยอยากไปเที่ยวเกาหลีไม่แพ้กระแสจากภาพยนตร์

เราอาจไม่ทราบว่าภาพยนตร์อินเดียเรื่องใดที่มาถ่ายทำแล้วเกิด "กระแสฟีเวอร์พัทยา" ของชาวอินเดีย เนื่องจากไม่ใช่เป็นภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ที่คนไทยเป็นผู้สร้างแล้วนำไปฉายในอินเดีย 

แต่ใครจะสร้างก็ไม่ว่ากัน  ขอให้พวกเค้ามาเที่ยวเมืองไทยก็เป็นที่น่าจะดีใจแล้ว  และหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเมืองพัทยาก็อาจหากินกับนักท่องเที่ยวอินเดียกันได้ทั้งปีทั้งชาติ  เนื่องจากประชากรอินเดียมีถึง 1000 ล้านคน จะเป็นรองก็แต่ประเทศจีนเท่านั้น (จีนมีประชากร 1300 ล้านคน)

การเข้ามาถ่ายทำภาพยนต์จากต่างชาติถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นการเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รู้จัก ยิ่งถ่ายทำในสถานที่สวยๆงามๆเช่นทะเลและชายหาด รวมถึงสถานท่องเที่ยวอื่นๆที่มีอยู่มากมายของเมืองพัทยา  ก็เท่ากับว่าช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในตัว

พัทยามีสิ่งหนึ่งที่หาได้ยากในประเทศอื่นๆ ได้แก่การแสดง คาบาเร่ต์*ของสาวประเภทสอง
*(คาบาเร่ต์ Cabaret คือรูปแบบของความบันเทิงที่ประกอบด้วยการแสดงตลก การร้องเพลง การเต้นและการละคร ในสถานที่มีเวที )

ในเมืองพัทยาขณะนี้มีการแสดงคาบาเรต์อยู่สองแห่งได้แก่ ทิฟฟานี่ และ อัลคาซ่าร์ ซึ่งก็ได้รับความนิยมพอๆกัน และโด่งดังไปทั่วโลกไม่แพ้กัน เนื่องจากมีฉากที่อลังการ นักแสดงที่เป็๋นสาวประเภทสองก็สวยไม่แพ้สตรี  เมื่อมาเจิดจรัสอยู่บนเวทีท่ามกลางแสงสีก็ดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย บางครั้งอาจเผลอเข้าใจผิดว่ามีผู้หญิงหุ่นดีเข้ามาแสดงปะปนด้วย

เมืองพัทยามีการประกวดสาวประเภทสองขึ้นเป็นประจำทุกๆปี   มาระยะหลังๆนี้หลายคนให้ความสนใจเนื่องจากบางคนสวยยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก เช่น"้
น้องปอย กับ น้องมิค " ผู้สร้างความฮือฮาให้กับวงการ และหากจะพูดว่าเมืองไทยมีสาวประเภทสองหรือกระเทย ที่สวยที่สุดในโลกก็คงจะไม่ผิดนัก 

มาเที่ยวพัทยาคราวนี้ก็มีโอกาสดูอัลคาซ่าร์โชว์ พร้อมกับตะลึงงันในการแสดงชุด Cover Dance  ที่มี ลูกปัด หรือปุริมปรัชญ์ ไชยะคำ เป็นตัวเอก ทั้งขาว สวย หุ่นดี ชนิดที่ผู้ชม(ที่เป็นชาย)ติดอกติดใจกันทุกคน

ปัจจุบันต้องบอกว่าน้องลูกปัด เป็นแม่เหล็กของอัลคาซาร์ เคยได้รางวัลรองรองมิสอัลคาซ่าร์ ปี 2005 รวมทั้งมีโอกาสไปโชว์ในงาน Thailand’s Got Talent  ที่สร้างความฮือฮามาแล้ว หรือแม้แต่ งานเลี้ยงครบรอบอายุ 80 ป ของนายบรรหาร ศิลปอาชา ก็ยังไปโชว์ตัวพร้อมกับวาดลวดลายให้นักการเมืองรุ่นลายครามได้น้ำลายหก น้ำลายยึดกันมาแล้ว

เรื่องราวของเมืองพัทยาก็ขอจบลงตรงที่การแสดงโชว์จาก” อัลคาซ่าร์ “ ที่เปิดการแสดงมานานจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองพัทยาไปแล้ว  และไม่น่าเชื่อว่าจากที่เคยเข้าไปนั่งดู เมื่อปี 2545 มาวันนี้ผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปี ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม โรงละครเดิม อัตราค่าชมก็ใกล้เคียงกับของเดิมหรือจาก 250 บาทก็ปรับขึ้นมาเป็น 350 เท่านั้น และเมื่อจบการแสดง นักแสดงยอดนิยมก็ออกมาให้ผู้ชมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน ก็เป็นภาพเดิมๆอีกนั้นแหละ

แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก็น่าจะเป็นฉากที่ดูยิ่งใหญ่อลังการกว่าเก่า  และเอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าแต่ก่อน เช่นเพิ่มการแสดงในชุดของอินเดีย  เวียดนาม  มาเลเซีย  รัสเซีย เป็นต้น

ใครไปเที่ยวเมืองพัทยา ในยามค่ำคืนก็อาจมาดูโชว์สวยๆงามๆในอัตราค่าชมเพียงแค่ 350 บาทเท่านั้นเอง ชมแล้วก็มีความสุข ทำให้การมาเที่ยวพัทยาได้อรรถรสเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย


โฟโต้ออนทัวร์
20 สิงหาคม 2555

 
     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ