Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home  I  Gallery  I  Phrae Province 1
Home    Directory   Events   Royal Photos   Gallery   Outbound tour   Portraits   Flowers   Asia Girls   Photo Around the World   Wallpapers   Site Update
 
ภาพชุด เสน่ห่แห่งล้านนา (7 ตอน )
 
1 เมืองแพร่ (1)
2 เมืองแพร่ (2)
3 อ.ปัว จ.น่าน
4 ดอยภูคา น่าน
5 เมืองน่าน
6 บ้านเสานัก ลำปาง
7 ตลาดสด ลำปาง
Home  :  Gallery  :  Lampang - Phrae - Nan 1    
 

ตอนที่ 1 ราตรีที่เมืองแพร่ ตลาดสด ยามเช้า : Phrae Province
 

 

 
 
 
 


ทริปภาคเหนือ แพร่ น่าน  ลำปาง


ตอนที่ 1 Phrae Province เที่ยวเมืองแพร่ตอนที่ 1
(เดินทางมกราคม ปี54)


ไปภาคเหนือคราวนี้จะพาไปเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน และลำปาง  เมืองแห่งวัฒนธรรมของล้านนาที่ยังพอให้เห็นความดั่งเดิม  ต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆของภาคเหนือที่ความเจริญกำลังรุกคืบจนน่าเป็นห่วง

แต่ก่อนที่จะไปเที่ยวภาคเหนือ  ก็จะขอเลี้ยวรถพาไปดูสถานการณ์ไทยรบเขมรที่ชายแดนอำเภอกันทรลักษ์  ในจังหวัดศรีษะเกษกันก่อน  เพราะข่าวทีวีในค่ำคืนนี้รายงานกันเป็นระยะๆทั้งทีวีไทยพีบีเอส และช่อง 11

รบกันบ้างก็ดีเพราะอึมครึมมานาน  ไม่ต่างกับหม้อน้ำที่มีแรงกดดันสูงและพร้อมที่จะระเบิดออกมาทุกเมื่อ  ไม่ระเบิดวันนี้  พรุ่งนี้ก็คงระเบิด  เพราะผู้นำเขมรที่มีชื่อว่านายฮุนเซน  รู้ๆกันอยู่ว่าไม่ต่างกับนักเลงช่างกล  ที่พร้อมจะคว้าไม้มาฟาดหัวพี่ไทยได้ทุกเมื่อ

ถือเป็นความซวยของประเทศเขมรที่มีผู้นำแบบนี้  ก่อนหน้านี้ก็เห็นการกระทำอันสุดถ่อยมาเป็นระยะๆ  นับแต่คบกับผีบ้านผีเมืองจากไทยที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร  หรือนายกรัฐมนตรีเลวที่สุดในโลกจากสื่อต่างประเทศที่แต่งตั้งให้เมื่อปีที่แล้ว  ขณะเดียวกันก็เป็นตัวเสนียดจัญไรของแผ่นดินไทย  ที่คนไทยเกือบทั้งประเทศมอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้ 

คนไทยเลวๆแต่ฮุนเซนดันแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของเขมร  ไม่โง่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว

คบคนชั่วคนชั่วพาไปหาผิดตามสุภาษิตไทยและแขมร   มันเป็นแบบนี้นี่เอง 

เห็นข่าวจากทีวีเมื่อคืนนี้รู้สึกว่าทั้งทีวีไทยกับช่อง 11 ดูจะตื่นเต้นกับเหตุการณ์เขมรมากไปหน่อย  โดยเฉพาะทีวีไทยทีวีเสรี  คนอ่านข่าวทำหน้าตาตื่นเหมือนถูกผีหลอก  คงตื่นเต้นกับข่าวมากเกินไป

สมัยนี้ใครบริโภคข่าวทีวีต้องทำใจกันหน่อย  เพราะความตื่นเต้นและความรุนแรงที่ปรากฏบนจอ  มันไม่ต่างกับเป็นการขายสินค้าอย่างหนึ่ง  โดยคนดูอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกชักจุง   สื่ออาศัยเหตุการณ์แบบสดๆร้อนๆหรือข่าวด่วน  ซึ่งนึกจะทำอะไรก็ได้  โดยหารู้ไม่ว่าเป็นการยัดเยียดความรุนแรงให้กับสังคมได้อย่างแนบเนียน 

ดีที่คืนนั้นคนไทยไม่บ้าระห่าไปบุกเผาสถานฑูตกัมพูชาที่ย่านเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ ถึงเผาก็คงไม่ยาก เพราะอาคารสถานฑูตอยู่ห่างกำแัพงเพียงแค่ 3-4 เมตรเท่านั้นเอง

สื่อโทรทัศน์็มักจะพูดแต่ความรุนแรงของคนอื่น  แต่สิ่งที่สื่อนำเสนอคราวนี้มันก็ไม่ต่างกัน  ยิ่งลงรายละเอียดมากไปก็ยิ่งทำให้ดูเหมือนว่าไทยแพ้เขมร  การเข้าไปสอบถามเหตุการณ์จากทหารชั้นผู้น้อยที่บาดเจ็บก็ต้องระวัง นายทหารระดับบังคับบัญชาก็ควรบอกกล่าวว่าทหารทุกคนไม่ควรให้สัมภาษณ์กับสื่อโดยเด็ดขาด ตามระเบียบทั่วไปของทหารในสถานการณ์ตึงเครียดมันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว และถือปฏิบัติกันในทุกประเทศ คำพูดที่พาซื่อของทหารชั้นผู้น้อยมันจะเป็นภัยได้ในภายหลัง หรือเป็นการชี้โพลงให้กระรอก หรือภาพที่ทหารโอดโอยจากความเจ็บปวด ก็ไม่ควรนำออกอากาศ เพราะเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของทหาร

ครั้นจะบอกว่า สื่อไทยไม่นำเสนอ สื่อต่างประเทศก็คงเสนอเอง ก็ช่างมันปะไร คนไทยส่วนใหญ่ก็ดูสื่อทีวีไทยนี่แหละ จะมีกี่คนที่ติดตาม CNN หรือ BBC ของต่างประเทศ จะทำอะไรก็ต้องนึกถึงคำว่า ประเทศไทย หรือคนไทยกันบ้าง

ภาพเลือดสีแดงสดจากร่างของทหารหาญ  เสียงพูดคุยหรือตะโกนของผู้คนในเหตุการณ์  มันเหมือนกับว่าเราแย่แน่แล้ว  ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานคนตายในตอนนั้น  แต่ภาพที่ออกมามันบ่งบอกว่าไทยเสียหายอย่างหนัก  ทหารถูกส่งมาโรงพยาบาลอยู่ในลักษณะที่ร่อแร่คนแล้วคนเล่า  เสื้อเกราะของทหารมีเลือดแดงฉาน  น่ากลัวจริงๆ  

ฟันธงเลยว่านี่คือความรุนแรงจากทีวีไทยทีวีเสรี ที่ช่องนี้พร่ำเรียกร้องให้สื่อต่างๆยุติการใช้ความรุนแรง  แต่ตัวเองกลับทำเสียเอง ไม่ต่างกับว่าแต่เขาอีเหนาเป็นเอง 

ภาพจากทีวีไทย  คนเขมรเห็นแล้วคงปรบไม้ปรบมือเป่าปากด้วยความสะใจว่านี่ไงฝีมือเขมรนะเฟ้ย   สามารถเรียกเลือดจากทหารไทยได้  ซึ่งภาพเหล่านี้มันสร้างกำลังใจให้กับคนเขมรและทหารเขมรไม่ไช่น้อยจนอยากจะรบกับไทยใจจะขาด และคิดว่าารบกับไทยแล้วคงชนะแน่

จรรยาบรรณของสื่อดูเหมือนจะของดพิจารณาชั่วคราวในสถานการณ์นี้ 

นี่คือการค้าหรือหลักการตลาดอย่างหนึ่งที่มักพบในข่าวกันเป็นประจำ เพื่อเพิ่มเรตติ้ง และหวังคว้ารางวัลจากการเสนอข่าว

เหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเสื้อเหลือง-เสื้อแดง ก่อนหน้านี้ก็เป็นทำนองเดียวกัน  จนมีหน่วยงานที่ทำโพล หรือทำผลสำรวจสรุปออกมาว่า  สื่อโทรทัศน์มีส่วนกระตุ้น ปลุกเร้าความรุนแรง  และรับไม่ได้กับการนำภาพข่าวความรุนแรงที่ออกอากาศซ้ำไปซ้ำมา หรือทำเป็นภาพประกอบข่าวทุกครั้ง ไม่ต่างกับพวกซาดิสหรือพวกสติวิิปลาส

สื่อบ้านเราดูเหมือนไม่ค่อยจะคำนึงว่า สิ่งที่เสนอไปนั้นจะมีผลกระทบอย่างไร  โดยเฉพาะทางด้านจิตใจของทหารและต่อคนไทยที่ดูโทรทัศน์  ไม่ได้กลั่นกรองเลยแม้แต่น้อยว่าภาพใด หรือคำพูดใดควรออกอากาศหรือไม่  เรียกว่ามากับแบบดิบๆ และไปกันแบบดิบๆ  เลือดกระเด็นเต็มหน้าจอโทรทัศน์

นี่คือสงครามระหว่างไทยกับเขมรนะ ไม่ไช่การถ่ายทอดสด คู่มวยชิงเหรียญทองโอลิมปิค

จำเป็นด้วยหรือที่แย่งชิงกันเสนอข่าว หรือชิงความเป็นเจ้า มันรีบร้อนกันถึงขนาดนั้นเลยหรือ ตัดแค่ภาพนิ่งมาก่อน จากนั้นก็ค่อยๆเรียงลำดับเหตุการณ์ให้ภาพมันออกมาดูดี เหมาะสม ไม่ดีกว่าหรือ

สื่อก็มักจะอ้างแต่เสรีภาพในการนำเสนอ  จะทำอะไรก็ถูกไปหมด  คนอื่นอย่ามาสอนมาสั่ง  จากนั้นไม่นานก็คงตั้งวงเสวนาออกทีวี  เชิญนักวิชาการหน้าเดิมๆมาพูดคุยในเรื่อง ยุติการใช้ความรุนแรง  ทั้งๆที่ตนเองเป็นหัวหอกหรือเป็นผู้สร้างความรุนแรงนั้นเสียเอง

คงต้องใช้เวลาสักระยะกับเรื่องวิจารณญาณในการนำเสนอ  หรือรอให้สมองมีปัญญา แล้วจึงจะพิจารณาให้รอบคอบมากกว่านี้

อย่าลืมว่านี่เป็นการรบระหว่างไทยกับเขมร  ไม่ไช่ยิวกับอาหรับที่อยู่ห่างไกล  จะทำอะไรก็ต้องนึกถึงคนไทยนึกถึงสังคมไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

เขมรรบกับไทย บอกตรงๆว่าไม่ได้ตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากนัก  รู้อยู่แล้วว่าหากเขมรมีผู้นำแบบนายฮุนเซน  ก็ต้องเป็นแบบนี้ 

ถามว่าทำไม

ก็ต้องตอบว่าฮุนเซ็นเป็นผู้นำแบบนักเลงไงละ  นักเลงที่ไม่ยิงปืนเปรี้ยงปร้างนั้นมันผิดวิสัยไปหน่อย ขณะเดียวกันการแสดงพลังแบบนี้ก็เหมือนแสดงความแข็งแกร่งให้คนเขมรได้ศรัทธา ยอมรับนับถือในความเป็นผู้นำ

เช่นเดียวกับเกาหลีเหนือที่ตราบใดยังเป็นคอมมิวนิสต์ และชอบข่มขู่  เกาหลีใต้ก็อาจถูกเกาหลีเหนือบอมม์เรือรบ หรือต้องรบกันชนิดอีกไม่จบไม่สิ้น

ประเทศติดกันรบรากันถือเป็นเรื่องปกติ  และหากจะนับความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับเขมรในคราวนี้ถือว่าแค่น้ำจิ้ม  เหตุการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ยังรุนแรง ยาวนาน และมีความเสียหายมากกว่านี้  คนไทยจึงไม่ควรตื่นตระหนกไปกับเหตุการณ์ตามที่สื่อกำลังปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วม

เที่ยวชายแดนที่ศรีษะเกษกันแล้วก็มาเที่ยวเหนือกันดีกว่า 

คราวนี้ตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองน่าน  จังหวัดเล็กๆที่อยู่ตอนเหนือทางทิศตะวันออก  เขตติดต่อกับประเทศลาว  แต่คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวภาคเหนือคงอยากไปเที่ยวจังหวัดยอดฮิตติดอันดับเช่นเชียงใหม่  เชียงราย  หรือแม่ฮ่องสอนกันมากกว่า   ทั้งนี้ก็เพราะเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ   โดยเฉพาะอยากสัมผัสกับอากาศหนาว   ยิ่งเห็นแม่คะนิ้งหรือเกล็ดน้ำแข็งบนยอดหญ้าก็ยิ่งดี

ส่วนจังหวัดอื่นๆนั้นก็ให้ความสำคัญรองๆลงไป  หรืออย่างมากก็เป็นแค่เส้นทางผ่านที่น่าแวะ  คงคงน้อยคนนักที่ตั้งใจจะไปเที่ยวจังหวัดแพร่ หรือน่าน  ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่น่าสนใจทางด้านวัฒนธรรม  โดยเฉพาะวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย   

การเดินทางสู่แพร่ - น่าน

จากกรุงเทพเมื่อเข้าสู่นครสวรรค์ก็จะพบกับแยกใหญ่หลังผ่านสะพานเดชาติวงศ์  สะพานที่คนทั่วไปมักจะได้ยินบ่อยครั้งเมื่อถึงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์   เพราะเป็นคอขวดและรถติดเป็นประจำ  บางปีรถติดกันแบบมโหฬาร 

ข้ามสะพานมาแล้วถึงจะมีทางแยกสองเส้นทางที่มุ่งสู่ภาคเหนือ  สายหลักตรงไปกำแพงเพชรจนถึงเชียงใหม่  อีกสายหนึ่งก็จะแยกออกทางขวา  มุ่งหน้าไปยังอุตรดิตถ์  และพิษณุโลก  ใครจะไปจังหวัดแพร่-น่านก็ให้เลี้ยวขวา

แพร่-น่าน  เคยไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน  ยังประทับใจกับความเป็นเมืองเล็กๆแต่เรียบง่าย  จนคิดว่าหากมีโอกาสก็จะมาเยือนอีกในครั้งต่อๆไป

สองจังหวัดนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังคงความดั่งเดิมตามแบบฉบับของเมืองล้านนาอย่างไม่เสื่อมคลาย  จังหวัดใหญ่ๆเช่นเชียงใหม่ ลำปาง  เชียงราย  เริ่มหาดูบรรยากาศแบบพื้นเมืองได้ยากขึ้น  แต่แพร่กับน่านยังมีให้เห็นอยู่มากมาย  จะว่าไปแล้วก็คล้ายกับเชียงใหม่ย้อนยุค  สมัยที่ในตัวเมืองยังเต็มไปด้วยอาคารร้านค้าที่สร้างด้วยไม้สัก

ใครที่เคยไปเที่ยวหลวงพระบาง ประเทศลาว หรือเมืองเชียงคานของหนองคาย   หากประทับใจในความเป็นเมืองวัฒนธรรม  หรือเมืองสงบที่น่าอยู่น่าอาศัย  ผู้คนมีแต่ความจริงใจใส่ซื่อ   หากมีโอกาสมาที่แพร่และน่าน  ก็จะพบว่าไม่ต่างกันมากนัก  โดยเฉพาะบรรยากาศสบายๆ  ไม่เร่งรีบ ผู้คนก็น้อย รถราก็น้อย แตกต่างกับหลายจังหวัดที่มีแต่ความเจริญทางวัตถุ  ทำให้บรรยากาศดั้งเดิมจางหายไปอย่างรวดเร็ว

จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีความเจริญมาก  และเชื่อว่าหลายคนคงอยากไปเที่ยว   ก็แนะนำว่าควรไปเที่ยวเสีย  จะได้รู้ว่าเชียงใหม่นั้นมีเสน่ห์และมีความสวยงามกันอย่างไร 

แต่ถ้าหากว่าเคยไปบ่อยแล้ว  หรือเบื่อแล้ว  ไปกี่ครั้งก็รถติดวุ่นวาย ไม่ต่างกับกรุงเทพ  ก็อยากแนะนำให้มาเที่ยวเมื่อแพร่ กับเมืองน่าน  สองเมืองคู่แฝด  หรือเมืองพี่เมืองน้อง   ที่ยังมีดีตามแบบฉบับของล้านนา มาแล้วก็จะเห็นด้วยตา และรู้สึกได้ด้วยใจ

แพร่และน่าน อาจอยู่ไกลปืนเที่ยงไปหน่อย  แต่ก็สามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบายและไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนักหากเป็นคนชอบเดินทาง 

แพร่อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ  555 กม. ส่วนน่านอยู่เลยจากแพร่ไปอีกราว 115 กม.  สองข้างทางในเขตแพร่และน่านจะเต็มไปด้วยป่าสัก  และเป็นสินค้าส่งออกให้กับประเทศไทยในสมัยอดีตเมื่อราวร้อยกว่าปีก่อน

ป่าไม้ทางภาคเหนือของไทยเป็นสิ่งที่อังกฤษต้องการเข้ามาครอบครอง หรือยึดล้านนาไว้เป็นอาณานิคม หลังพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษได้ไม่นาน  เพียงแต่ว่าล้านนามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับสยามประเทศมากกว่าลาวและเขมร  ที่ต่อมาสองประเทศนี้ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

อังกฤษต้องการมีอิทธิพลเหนือล้านนาโดยออกอุบายมาหยั่งเชิง เพราะหากไม่รับเงื่อนไขก็อาจส่งกำลังยึดครอง เหมือนกับประเทศอื่นๆที่โดนมาแล้ว

โดยสมเด็จพระราชินีฯจากอังกฤษส่งราชทูตมาทูลขอ เจ้าหญิงดารารัศมี ธิดาของพระเจ้าอินทวิชยานนท์(เจ้าเมืองล้านนาในสมัยนั้น) ไปเป็นพระราชธิดาบุญธรรม  พร้อมกับจะแต่งตั้งให้เป็น  "Princess Of Siam" หรือเจ้าหญิงแห่งสยาม  ทั้งๆที่สยามในเวลานั้นก็คือประเทศไทยในสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5   เรียกว่าข้ามหน้าข้ามตาประเทศไทย ซึ่งอังกฤษก็รู้อยู่แล้วว่าล้านนาในเวลานั้นยังเป็นเมืองขึ้นของไทย

แต่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ในสมัยนั้น กลับยกเจ้าหญิงดารารัศมีให้เป็นพระชายา(มเหสี) ของรัชกาลที่ 5 แทน  พร้อมกับยกเมืองล้านนาให้มารวมกับประเทศสยาม  หรือรวมเป็นประเทศเดียวกัน ต่อมาเมืองล้านนามีชื่อเรียกใหม่ว่า มณฑลพายัพ

ป่าไม้สักทางภาคเหนือจึงรอดพ้นจากการยึดครองของอังกฤษ  ซึ่งหมายถึงว่าล้านนารอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษไปด้วย อาจเป็นเพราะเกรงใจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรี กับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ

สมัยรัชกาลที่ 5 อังกฤษได้เข้ามาช่วยเหลือไทยทางด้านการทำไม้ โดยมีพื้นที่การทำไม้อยู่ทางจังหวัดภาคเหนือตอนบนได้แก่เชียงใหม่  ลำปาง  แพร่ และน่าน  โดยเฉพาะจังหวัดแพร่และน่านเป็นพื้นที่มีไม้สักขึ้นหนาแน่นมากที่สุด

ไม้สักเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีมานานของภาคเหนือ  ช้างไม้แกะสลักที่เห็นกันดาษดื่นก็มีที่มาจากการใช้ช้างลากท่อนซุงที่อยู่ในป่าทางภาคเหนือในอดีต  ปัจจุบันการสัมปทานป่าไม้ได้ยกเลิกไปนานหลายปีแล้ว   ช้างลากซุงจึงลดบทบาทตั้งแต่นั้นมา  เหลือแต่เพียงมีไว้เพื่ออนุรักษ์และเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น

ปัจจุบันป่าสักที่มีมากที่สุด หรือป่าปลูก   ถ้าให้เดาแล้วก็ต้องบอกว่าที่แพร่และน่าน น่าจะเป็นป่าผืนที่สมบูรณ์ที่สุด   แต่อนาคตอีกไม่นานก็เชื่อว่าป่าเหล่านี้คงจะถูกบุกรุกจนกลายเป็นสวนยางพาราในที่สุด  ใครไม่เชื่อลองนั่งรถผ่านไปทั้งสองจังหวัดก็จะเห็นเองว่ามีสวนยางขึ้นมาแทนป่าสักในหลายพื้นที่  ยางราคาดี  ทำให้ทั้ง ไทย ลาว  เวียดนาม และประเทศจีน  ต่างก็เร่งปลูกกันใหญ่

อนาคตหากปล่อยให้เป็นโดยไม่มีกฏเกณฑ์  คนไทยเราก็คงกินยางพาราแทนข้าว  เพราะพิ้นที่ปลูกข้าวคงกลายเป็นสวนยางกันหมด  ราคายางตกต่ำก็ตัวใครตัวมัน หรือเจ้งกันเป็นแถบๆ   

เที่ยวเหนือคราวนี้ตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองน่าน มีเป้าหมายอยู่ที่อำเภอรอบนอกหรือแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนภูเขา  เห็นมีหลายแห่งที่น่าสนใจเช่น อุทยานแห่งชาติดอยภูคา  แต่จะอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังไม่ทราบเพราะไม่เคยไป ที่อื่นๆก็ไม่รู้จัก เช่นบ่อเกลือ หรือชุมชนชาวเขา

วันนั้นออกจากกรุงเทพก็สายโด่ง   แถบหลงทางในเส้นทางที่จะไปบางปะอินอีกหลายกิโล  กะว่าจะไปทางลัด เพื่อเอาของไปให้ญาติิ ที่ไหนได้ขับรถหลงทางจนหงุดหงิด  สาเหตุที่หลงก็เพราะป้ายบอกทางไม่ชัดเจน หรือป้ายหายไปดิ้อๆ  กว่าจะรู้ตัวก็ขับรถจนเข้าเขตตัวเมืองอยุธยาเรียบร้อยแล้ว

เย็นนี้คิดว่าจะไปให้ถึงดอยภูคาจังหวัดน่าน  แต่ไปไม่ถึง  เพราะยังอยู่อีกไกล  อีกอย่างหนึ่งจุดหมายปลายทางก็เป็นถนนบนภูเขา  ว่าแล้วก็หาที่พักที่เมืองแพร่ก่อนดีกว่า   ถึงแพร่ก็เย็นมากแล้ว  ถามคนโน้นคนนี้เสร็จก็ได้ชื่อนครแพร่ทาวเวอร์ที่ได้รับการแนะนำ ส่วนอีกแห่งหนึ่งรู้สึกว่าอยู่ห่างออกไป คิดว่าเอาที่นี่ก็แล้วกัน   

“นครแพร่ทาวเวอร์ “ ป็นโรงแรมใหญ่อยู่กลางเมือง   ราคาก็ไม่แพงห้องละ 600 บาท  แต่บอกตรงๆว่าไม่ประทับใจกับโรงแรมนี้นับตั้งแต่ก้าวลงจากรถ  ก้นบุหรี่และเศษกระดาษมีอยู่ทั่วไป  ไม่เว้นแม้กระทั่งบรรไดขึ้นโรงแรม  พื้นพรมในลีฟท์ก็เก่าคร่ำคร่า  ออกจากลีฟท์ก็เห็นเศษกระดาษตกตามมุมต่างๆเป็นแห่งๆ โทรศัพท์ในห้องพักก็ใช้การไม่ได้

โรงแรมขนาดใหญ่ย่านกลางเมือง  ภายนอกก็ดูดีแต่ภายในแล้วรับไม่ได้จริงๆ  จึงต้องทำใจ  คิดแต่ว่าขอแค่ซุกหัวนอนก็แล้วกัน   

อาจดูเป็นเรื่องส่วนตัวที่เขียนเรื่องนี้ แต่เห็นว่าหากไม่สะท้อนออกไปเจ้าของโรงแรมหรือคนเมืองแพร่ที่เคยมาใช้บริการก็อาจเห็นว่าที่นี่ก็ดีแล้ว  ทั้งที่บ้านอื่นเมืองอื่นดีกว่านี้มากมาย และในระดับราคาที่พักใกล้เคียงกัน

โรงแรมที่เห็นๆมาเค้าพัฒนาไปมากแล้ว   บางโรงแรมแม้จะดูเก่าไปบ้างก็คงไม่มีใครว่าหากภายในมีความสะอาดสะอ้านตามสมควร  ไม่ไช่ขาดการเอาใส่ดูแลกันแบบนี้  

ประเทศเวียดนามมีโรงแรมไม่น้อยที่ดูเก่าและออกจะเชยๆ   แต่ภายในโรงแรมและในห้องพักกลับมีความสะอาดตา  ไม่มีแม้กระทั่งกลิ่นบุหรี่   เรียกว่ามาเที่ยวเวียดนามหลายครั้งแต่ไม่เคยผิดหวังในเรื่องที่พัก  ทั้งๆเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว  ยิ่งไปเที่ยวนครวัด-นครธม ในเมืองเสียมเรียบของเขมรแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง  ทุกอย่างดูดีจนเกินคาด ประทับใจคนไทยทุกคน

กลับมาที่โรงแรมนครแพร่ทาวเวอร์ต่อ   โรงแรมนี้สามารถทำให้ดีได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก เพียงแค่ทำความสะอาด โดยเฉพาะห้องน้ำชั้นล่างบริเวณล็อบบี้ สกปรกเกินบรรยาย และดูเหมือนไม่ได้ดูแลมาหลายวัน  โถปัสสาวะชายจำได้ว่ามี 3 เสียไป 2 ใช้ได้แค่ 1  ที่เสียไป 2 ก็สกปรกและกลิ่นเหม็นอีกต่างหาก

แพร่เป็นจังหวัดที่เล็ก  แหล่งท่องเที่ยวก็มีน้อย  ใครมาเที่ยวแล้วเจอสภาพแบบนี้  คงเผ่นหนีกันเป็นแถวๆ 

หากตัดเรื่องโรงแรมที่ว่านี้ออกไป   แล้วเอาแต่เรื่องดีๆก็ต้องบอกว่า  เมืองแพร่ไม่พลุกพล่านจอแจเหมือนจังหวัดใหญ่ๆ   บรรยากาศที่ดูย้อนยุคมีให้เห็นอยู่ทั่วไป  ไม่ต่างกับลำปางหรือเชียงใหม่ในอดีต 

ในค่ำคืนตั้งใจจะออกมาเดินเล่นในเมืองและหาข้าวปลาทาน  บรรยากาศขณะเดินเล่นไม่ต่างกับมาเที่ยวเวียงจันทน์ สปป.ลาว  เมืองที่มีความสงบเงียบ  ผู้คนมีอัธยาศัยดี 

เมืองแพร่ในราวสองทุ่ม  ร้านรวงเริ่มปิด  รถราตามถนนเริ่มน้อยลง  บรรยากาศแบบนี้หาได้ยากเต็มที เงียบสงบอะไรจะปานนั้น

คืนนั้นเดินจากโรงแรมไปไม่ไกลก็นั่งรถสองแถวต่อไปยังสี่แยกประตูชัย  หรือตลาดโต้รุ่ง  ย่านนี้ดูคึกคักกว่าที่อื่นๆ  ทานเสร็จก็จะกลับที่พัก  แต่ปรากฏว่าหารถ กลับไม่ได้   รถสองแถวไม่มี  มอเตอร์ไซด์รับจ้างก็กลับบ้านกันหมดแล้ว ทางเดียวคือเดินกลับโรงแรม

กว่าจะถึงโรงแรมก็เล่นเอาจนเหนื่อย  อาศัยว่าเดินไปก็ดูบ้านดูเมืองกับแบบเพลิดเพลินเจริญใจ แถมอากาศก็เย็นสบาย เดินกันไปคุยกันไป  ไม่นานก็ถึงโรงแรม  หากคิดเป็นระยะทางน่าจะราว  3 กม. หรือพอๆกับเดินจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนถึงสะพานควาย

ใครไปเที่ยวในต่างจังหวัดหากมีโอกาสก็แนะนำว่าควรเดินดูบ้านดูเมืองกันบ้างจะได้เห็นภาพที่แท้จริง เมืองที่มีสภาพแบบนี้ค่อนข้างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวใครจะมาทำร้าย ยิ่งเดินกันหลายๆคนก็ยิ่งสนุก คืนนั้นโชคดี ไม่มีหมาเห่าหอนแม้แต่ตัวเดียว ทั้งๆที่ผิดกลิ่น ไม่เหมือนกรุงเทพโดยเฉพาะย่านถนนนวมินทร์ หากเดินกลางค่ำกลางคืนแล้วหมามันจะเห่าต้อนรับกันเป็นระยะๆ ทีกลางวันแสกๆแล้วไม่เห่าสักกะตัว แต่พอตกกลางคินแล้วเหมือนเป็นถิ่นของมัน จึงเห่าหอนผู้ที่เดินผ่านไปมา

นี่เลยหินก้อนใหญ่ๆ ขว้างจนมันวิ่งหางจุกตูด จะได้รู้เสียบ้างว่า ไผ เป็น ไผ

คืนนี้นอนที่แพร่   วันรุ่งขึ้นจะพาไปชมตลาดเทศบาล และเที่ยววัดพระธาตุช่อแฮ  จากนั้นก็จะเดินทางสู่จังหวัดน่าน

พบกันในตอนที่ 2 ครับ



โฟโต้ออนทัวร์
7 กุมภาพันธ์  2554



       
 
คลิกดูภาพและเรื่องราวของภาคเหนือที่ผ่านมา
 
     
Chiangmai - เชียงใหม่

   ทะเลสาบดอยเต่า
   วัดโลกโมฬี อ.เมือง เชียงใหม่
   ภาพทุ่งนาเส้นทาง แม่ริม - เชียงใหม่
   ภาพการทำนาเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่
   วัดกู่เต้า อ.เมือง เชียงใหม่
   วัดพระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม
   วัดสวนดอก อ.เมือง เชียงใหม
   วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง เชียงใหม่
   วัดบ้านเด่น อ.แม่แตง เชียงใหม่
   อช.ออบหลวง สวนสน อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่
   ดอกไม้จากดอย ตอนที่ 1
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 1
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 2
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 3
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 4
   บทความเที่ยวทะเลสาบดอยเต่า
   ตักบาตรในวันแม่ 12 สค.47 ที่ ม.เชียงใหม

Tak - ตาก
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 1)
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 2)
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 3)
    ตลาดมูเซอ (ตอนที่ 1)
    ตลาดมูเซอ (ตอนที่ 2)
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 1
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 2
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 3
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 1
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 2
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 3

Phae แพร่
   วัดพระธาตุสุโทน อ.เด่นชัย จ.แพร
   วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่

Lampang - ลำปาง
    ตลาดนัดวัว-ควาย อ.เกาะคา
    ตลาดอัศวิน อ.เมือง ลำปาง
   วัดไหล่หิน เกาะคา ลำปาง
   บทความเรื่องวัดไหล่หิน
   สถานีรถไฟนครลำปาง
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 1
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 2
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 3
   บทความเรื่องวัดพระธาตุลำปางหลวง
   วัดพระแก้วดอนเต้า อ.เมือง ลำปาง
   ตลาดเซรามิค อ.เกาะคา ลำปาง
   วัดพระธาตุจอมปิง อ.เกาะคา ลำปาง
   วัดเชตวัน อ.เมือง ลำปาง
   วัดเกาะ อ.เมือง ลำปาง
   ถนนคนเดิน อ.เมือง ลำปาง
   วัดศรีรองเมือง(วัดพม่า) อ.เมือง
   ทิวทัศน์ยามเช้าที่ริมวัง
   ทิวทัศน์จากหน้าต่างรถไฟ


Nan น่าน
 
   แอ่วเมืองน่าน
   โรงแรมน่านฟ้า อ.เมือง น่าน (โรงแรมไม้สัก)
    ตลาดสดเมืองน่าน
   วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.เมือง น่าน
   บทความแอ่วเมืองน่าน


Mae Hong Son - แม่ฮ่องสอน
   กระเหรี่ยงคอยาว
   ตักบาตรที่แม่ฮ่องสอน
   วัดจองกลาง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   อช.ถ้ำปลา อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   วัดน้ำฮุ้ ภูโคลน บ่อเดือดท่าปาย
   ปามะผ้า ถิ่นมูเซอ
 
     
แผนที่ภาคเหนือ แผนที่จังหวัดแพร่โดยละเอียด แผนที่เมืองแพร่ขนาดใหญ่
 
     
แผนที่จังหวัดแพร่
(คลิกที่ภาพ)

แผนที่เมืองแพร่แบบตัดส่วน (สำหรับ Print และนำไปต่อกัน)
(คลิกที่ภาพเพื่อดาวน์โหลด)
 
     

แผนที่จังหวัดในภาคเหนือ
(คลิกที่ภาพ)
   
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ