Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home  I  Gallery  I  Phrae Province 2
Home    Directory   Events   Royal Photos   Gallery   Outbound tour   Portraits   Flowers   Asia Girls   Photo Around the World   Wallpapers   Site Update
 
ภาพชุด เสน่ห่แห่งล้านนา (7 ตอน )
 
1 เมืองแพร่ (1)
2 เมืองแพร่ (2)
3 อ.ปัว จ.น่าน
4 ดอยภูคา น่าน
5 เมืองน่าน
6 บ้านเสานัก ลำปาง
7 ตลาดสด ลำปาง
Home  :  Gallery  : Lampang - Phrae - Nan 2   
 

ตอนที่ 2 ตลาดสดเทศบาลเมืองแพร่ วัดพระธาตุช่อแฮ : Phrae Province
 

 

 
 
 
 


ทริปภาคเหนือ แพร่ น่าน  ลำปาง


ตอนที่ 1 Phrae Province เที่ยวเมืองแพร่ตอนที่ 2
(เดินทางมกราคม ปี54)


ตอนที่แล้วได้พาแอ่วเมืองแป้ หรือเมืองแพร่  ยังติดใจไม่หายกับบรรยากาศบริเวณหน้าโรงเรียนวัดเมธังกราวาส  ที่เห็นเด็กนักเรียน เดินเข้าโรงเรียนกันเป็นระเบียบ  หลังจากพ่อแม่ส่งลูกๆลงจากมอเตอร์ไซด์เรียบร้อยแล้ว  ภาพแบบนี้คิดว่าคงหาดูได้ยากสำหรับในที่อื่นๆ

วันนั้นทานโจ๊กจากร้านหน้าตลาดเทศบาลเมืองแพร่กันเสร็จสรรพ   ก็เดินทางต่อไปจังหวัดน่านที่อยู่ห่างออกไปราว  100 กม. เศษๆ  แต่ก่อนไปน่าน  ก็ขอแวะนมัสการวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองแพร่กันก่อน  ชื่อว่า  วัดพระธาตุช่อแฮ  

วัดพระธาตุช่อแฮ  อยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ราว 5 กม.  ไปตามเส้นทางสู่จังหวัดน่าน ระหว่างเดินทางมองเห็นสนามบิน   ยังแปลกใจว่าเมืองแพร่มีสนามบินด้วยทั้งๆที่เป็นจังหวัดเล็ก  ไม่แน่ใจว่าเป็นสนามบินพาณิชย์หรือสนามบินของทหาร  เมื่อขับเลยสนามบินไปไม่ไกลก็จะเจอสี่แยกใหญ่  ตรงไปจะเป็นจังหวัดน่าน  ขวามือไปวัดพระธาตุช่อแฮ 

พอไฟเขียวก็เลี้ยวขวา  ถนนสายนี้เรียกว่าถนนช่อแฮ  (คงตั้งชื่อตามชื่อพระธาตุช่อแฮ)

บ้านเรือนแถวนี้ดูย้อนยุค บ้านไม้สักทาสีออกดำๆ  หรือสีกันปลวกแบบสมัยก่อน  สองข้างทางมีทุ่งนาสลับกับบ้านเรือนเป็นช่วงๆ  แปลงนาบางแห่งมีพืชสีเขียวๆดูสดใส  จนผู้ร่วมเดินทางสงสัยว่าต้นอะไร  คำตอบก็คือต้นถั่วลิสง  พืชชนิดนี้สังเกตได้ไม่ยากเพราะเคยลงไปถ่ายภาพกันอย่างใกล้ชิดถึงกลางแปลงที่ จังหวัดสระบุรีมาแล้ว

สังเกตได้ว่าชาวบ้านในย่านนี้ยังอยู่กันแบบดั่งเดิม  ไม่ต่างกับชนบททั่วไปของภาคเหนือ  แต่ที่แปลกก็เพราะว่าที่นี่อยู่ห่างตัวเมืองราว 3-4 กิโล  หากเป็นจังหวัดอื่นๆคงมีตึกรามบ้านช่องกันใหญ่ๆโตๆไปหมดแล้ว  คงไม่มีสภาพแบบนี้ให้หลงเหลือเป็นแน่ 

สาเหตหนึ่งอาจเป็นเพราะความเจริญยังมาไม่ถึง  ทั้งๆที่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสู่วัดสำคัญที่มีเพียงแห่งเดียวในเขตตัวเมือง ชนิดที่ใครไปใครมาก็ต้องแวะ  และภาพแบบนี้ก็คือเสน่ห์ของเมืองแพร่ ขณะที่เมืองใหญ่ๆในภาคเหนือเริ่มหายสาบสูญกันไปหมดแล้ว


ขับรถมาได้ไม่ไกลก็ต้องชลอความเร็ว  เพราะภาพที่เห็นข้างหน้าดูน่าสนใจ  เหมือนกับเมืองล้านนาในอดีต

ในที่สุดก็ต้องจอดแวะถ่ายภาพในมุมที่คิดว่าหาดูยาก วัดและบ้านเรือนแบบเก่าที่เรียงรายอยู่ริมถนนดูมีเสน่ห์  ต่างจากที่อื่นๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาคารร้านค้าหรือตึกแถว

ถ่ายไปได้ 2-3 ภาพในมุมที่เห็นวัดและบ้านเรือน ดูค่อนข้างเลือนลางกับแสงแดดยามเช้า มีภูเขาเขาสีอ่อนๆเป็นพื้นหลัง

จากนั้นก็ข้ามถนนมายังร้านขายน้ำผึ้งที่เรียงรายอยู่ริมทาง  ป้ายราคาบอกไว้ว่าเป็นน้ำผึ้งแท้ แต่ราคาไม่แพง  ขวดละ 150 บาท ทีแรกก็แปลกใจว่าแถวนี้มีหมู่บ้านเลี้ยงผึ้งด้วยหรือ  เพราะดูสภาพทั่วๆไปดูแล้วไม่น่าจะเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพ

เจ้าของร้านรายหนึ่งบอกว่านำน้ำผึ้ง(ดิบ) มาจากโครงการหลวงที่เชียงราย  จากนั้นนำมากรองและบรรจุขวดที่หมู่บ้านแห่งนี้  ทำกันเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนในตำบลช่อแฮ  หรือสินค้าโอท๊อป

เรื่องน้ำผึ้งในปัจจุบันคิดว่าหลายคนคงเคยซื้อหามารับประทานหรือนำมาผสมกับน้ำผลไม้เพื่อเพิ่มรสชาติ และเพื่อสุขภาพ   แต่จะหาน้ำผึ้งแท้ได้ที่ไหนบ้างก็คงไม่ง่ายหากเราดูไม่เป็น

แต่ที่นี่เชื่อใจได้  เพราะโครงการหลวงเป็นประกัน  การบรรจุภัณฑ์ก็ดูดีน่าซื้อหา

ผมอุดหนุนน้ำผึ้งหลวงขวดเล็กๆมา 1 ขวด  ขวดละ 120 บาท  แพงกว่าขวดใหญ่ราว 4  เท่า  ที่แพงเพราะเป็นผึ้งป่าหรือผึ้งตัวใหญ่  บางแห่งเรียกผึ้งหลวง  เจ้าของร้านบอกว่าหายาก  แต่รับรองว่าทานแล้วจะลืมน้ำผึ้งแบบธรรมดาไปเลย (ทุกวันนี้ก็ทานกันแบบทะนุถนอมเพราะกลัวจะหมดเร็ว ของดีก็แบบนี้แหละครับ )

ต้องบอกว่า น้ำผึ้งหลวงรสเข้มข้นมาก  ทานแล้วได้เนื้อหนังสมกับราคา  ใครซื้อไปไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

น้ำผึ้งที่ขายในที่ต่างๆ  หากไม่คุ้นเคยถือว่าเสี่ยงต่อการปลอมปนมาก จึงขอแนะนำไว้ 3 ยี่ห้อที่เชื่อถือได้

1 น้ำผึ้งจากร้านบางจาก หรือร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมันบางจาก
2 น้ำผึ้งเวชพงค์  ยี่ห้อเก่าแก่ที่เชื่อถือได้มาหลายปีแล้ว
3 น้ำผึ้งจากร้านจิตรลดาของโครงการหลวง

หากไล่ลำดับเรื่องคุณภาพแล้วก็เรียง  1  2  3  ตามลำดับ  ทั้งนี้ไม่นำราคามาเปรียบเทียบ  เพราะมีขนาดบรรจุขวดไม่เท่ากัน  แต่สำหรับยี่ห้อจิตรลดายังมีแบบหลอดใส  สำหรับบีบหยอดลงบนหน้าขนมปังหรือขนมต่างๆได้สะดวกขึ้น  

ใครผ่านมาที่ถนนช่อแฮแนะนำให้อุดหนุน ขนาดขวดแม่โขงราคาขวดละ 150 บาท เรียกว่าถูกมาก และเป็นของแท้แน่นอน ที่อื่นอาจราคา 175 บาท

ผ่านหมู่บ้านขายน้ำผึ้งริมทางมาได้ไม่นานก็มาถึงวัดพระธาตุช่อแฮ  แต่รู้สึกขัดตากับเสาไฟฟ้าและสายไฟที่พาดข้ามถนนหัวโค้งหน้าวัด  ดูเกะกะและทำให้ขาดความสง่างามไปไม่น้อย  หากเป็นไปได้ทางจังหวัดน่าจะเจรจากับการไฟฟ้า  ปรับภูมิทัศน์ในบริเวณนี้เสียใหม่ หรืออาจนำสายไฟฟ้าลงดินช่วงโค้งหน้าวัด ก็จะดีไม่น้อย 

เห็นมาหลายแห่งแล้วครับเรื่องเสาไฟฟ้าหรือสายไฟที่รกรุงรัง ทำให้สถานที่สำคัญๆหมดสง่า

เช่นเจดีย์เก่าตรงวงเวียนก่อนเข้าตัวเมืองเก่าหรือเกาะเมืองอยุธยา  ผ่านไปกี่ครั้งก็ชอบมุมนี้มาก  เพราะดูขลังและสวยงามตามสไตล์เมืองเก่า แต่บังเอิญมีเสาไฟฟ้าที่เป็นโคมไฟส่องสว่างขนาดใหญ่อยู่ใกล้เจดีย์ค่อนข้างมาก  ทำให้ลดคุณค่าของเจดีย์สมัยกรุงศรียุธยาไปไม่น้อย  หากการไฟฟ้าจะยกเสาโคมไฟที่อยู่ใกล้เจดีย์นี้ออกไปข้างละต้น  แล้วเพิ่มความสว่างในวงเวียนนี้ด้วยวิธีอื่น  ก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


วัดพระธาตุช่อแฮ วัดคู่บ้านคู่เมืองแพร่

วัดพระธาตุช่อแฮตามประวัติแล้วสร้างมานานราว 675 ปี (พ.ศ. 1879-1881) ในสมัยที่พระมหาธรรมราชา (ลิไท)  กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งสุโขทัย  แต่สมัยนั้นเมืองแพร่หรือนครแพร่ยังเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา  คนละอาณาจักรกับประเทศไทย  

กรุงสุโขทัยในสมัยนั้นยังเป็นยุคสร้างบ้านสร้างเมืองในดินแดนที่อดีตเป็นของขอมมาก่อน  ส่วนนครแพร่ในเวลาเดียวกัน ก็อยู่ในยุคสมัยของราชวงศ์มังรายแห่งล้านนา หากเทียบ พ.ศ. แล้ว ก็อยู่ในสมัยของพญาผายู (พ.ศ. 1879 – 1898) ซึ่งเป็นกษัตริย์ก่อนพระเจ้ากือนาเพียง 1 พระองค์ (พญากือนา พ.ศ. 1898 – 1928)

หากเป็นไปตามประวัตินี้แล้ว แสดงว่าพระธาตุและวัดช่อแฮ มีประวัติที่ยาวนาน ไม่แพ้วัดสำคัญๆในเมืองเชียงใหม่

แต่น่าแปลกมากที่พระประธาน หรือหลวงพ่อช่อแฮ  กลับมีลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราชที่วัดมหาธาตุวรวิหาร เมืองพิษณุโลก

พระพุทธชินราช  คิดว่าหลายคนคงจำได้เพราะลักษณะพระพุทธรูปจะแตกต่างจากพระพุทธรูปองค์อื่นๆ  ที่เห็นชัดเจนก็คือมีการทำซุ้มรูปโค้งด้านหลังองค์พระ  เรียกว่า  ” ซุ้มกอแก้ว “  ซึ่งซุ้มนี้ทำช่วยให้พระพุทธชินราชมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น  และเป็นพระพุทธรูปที่สวยที่สุดในประเทศไทย  แต่ตามประวัติพระพุทธชินราชแล้ว ซุ้มกอแก้วสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  หรือหลังสร้างพระพุทธรูปมาแล้วหลายร้อยปี 

ก็เพราะความสวยงามของพระพุทธชินราชนี้เอง จึงทำให้วัดหลายแห่งนิยมสร้างพระพุทธชินราชจำลองไปประดิษฐานตามวัดต่างๆกัน

หลวงพ่อช่อแฮ  แต่เดิมไม่น่าจะมีซุ้มครอบหลังองค์พระแบบที่เห็นในปัจจุบัน  และซุ้มแบบนี้ก็เป็นศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา  พุทธลักษณะนี้แตกต่างจากพระพุทธรูปแบบล้านนาที่มีส่วนคล้ายกับศิลปะแบบพม่า

เรียกว่าเป็นงานพุทธศิลป์คนละแว่นแคว้นกันทีเดียว

ถามว่าหากหลวงพ่อช่อแฮจะทำซุ้มครอบกันภายหลัง  เพื่อให้เกิดความส่วยงาม  และเพื่อศรัทธาของชาวบ้านจะไม่ได้หรือ ก็ต้องตอบว่าได้  แต่ไม่ไช่มาทำกับพระที่เป็นของคู่บ้านคู่เมือง  ซึ่งเป็นศรีสง่าแห่งนครแพร่  หากเป็นวัดอื่นๆก็คงไม่น่าเกลียดอะไร

ชาวเมืองแพร่น่าจะมีความทนงตน และหยิ่งในเกียรติภูมิของตนเอง  ขณะเดียวกันก็ควรพยายามรักษาสิ่งที่เป็นความดั่งเดิมแท้ให้มากที่สุด  ไม่ควรโหนตามกระแสนิยมจนเกินเหตุ

คนภาคเหนือเขา อมเมี่ยง  และไม่ กินหมาก แต่นี่ไม่ต่างเอา เมี่ยง กับ หมาก มาห่อด้วยใบพลู  จึงดูไม่เข้ากันในเชิงศิลปะ เรียกว่าผิดฝาผิดฝั่ง

นอกจากนี้ภายในวัดยังเห็นเทพต่างๆที่ไม่เกี่ยวศาสนาพุทธอีกมากมาย 

จะให้วัดนี้เป็นศูนย์รวมแห่งเทพหรือเปล่าก็ไม่เข้าใจ  มีทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระพิฆเนศ รวมทั้งเสือ สิงห์ กระทิงแรด ตามราศรีปีเกิด

วัดพระธาตุช่อแฮเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแพร่  ไม่ควรให้ใครต่อใครมาปู้ย่ำปู้ยี่โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง  หากไม่มีการห้ามปราม  อนาคตก็อาจได้ยินเสียงประทัดกันลั่นวัดเพื่อความเป็นศิริมงคล  หรือมีการจุดธูป 100 ดอก เพื่อบูชาเทพต่างๆกันควันโขมง  เหมือนกับตามวัดอื่นๆที่พยายามสร้างจุดขายเพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้าวัด  รู้ทั้งรู้ว่านี่เป็นการหาเงินเข้าวัด

ศรัทธาของชาวบ้านมันต้องมีขอบเขต และอยู่ในความถูกต้องตามศาสนาพุทธ  ไม่ควรปล่อยให้มีศรัทธาแบบผิดๆมาแปดเปื้อน โดยเฉพาะกับวัดสำคัญๆแบบนี้ ไม่ห้ามตอนนี้ อนาคตก็อาจมีรูปปั้นสัตว์ทั้ง 12 ราศรี มาตั้งให้กราบไหว้กันเต็มวัด

ส่วนเรื่องซุ้มกอแก้ว จะบอกว่าเป็นเรื่องของกรมศิลปากรที่ทำกันภายหลัง  ก็ต้องบอกว่าอย่าเชื่อหน่วยงานนี้ให้มากนัก  เห็นมานักต่อนักแล้วที่หน่วยงานแห่งชาตินี้  มีส่วนทำลายศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่นจนย่อยยับ

มีอย่างที่ไหน  จู่ๆก็เอาทองไปพอกองค์พระเก่าแก่ที่เป็นเนื้อปูน ซึ่งสร้างโดยศรัทธาชาวบ้านกันในสมัยก่อน  การเอาทองสมัยใหม่ไปเคลือบ ไม่ต่างกับปกปิดงานผลงานศิลปะของชาวบ้าน และพระประธานในวัดนี้ หรือหลวงพ่อช่อแฮ ที่สุกปลั่ง มีซุ้มกอแก้วอยู่ข้างหลังก็น่าจะเป็นผลงานของกรมศิลปากร ที่พยายามแต่งองค์ทรงเครื่องให้วัดทั่วประเทศเป็นเหมือนๆกันหมด ซึ่งรับประกันว่าของจริงของแท้จะไม่เป็นแบบนี้แน่นอน

ก็สวยดีที่เห็นพระสุกปลั่งเหลืองอร่ามเรียกว่า  “งามจ๊าดนัก  “

แต่ไม่ถูกต้องในการรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมท้องถิ่น  ความคิดของคนในกรมศิลปากรแบบนี้ถือว่าเป็นการทำลายชนิดที่ไม่น่าให้อภัย

วันนั้นออกจากวัดพระธาตุช่อแฮด้วยความรู้สึกที่ไม่แฮปปี้นัก 

จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังจังหวัดน่าน 

พบกันใหม่ในตอนที่ 3 ครับ  จะพาไปชมพืชผักสวนครัวของเมืองปัว ชนิดที่ลูกชายผมเห็นแล้วก็ตื่นเต้น  บอกว่ามันชนบทจริงๆและไม่เคยเห็นมาก่อน  วันนั้นบอกลูกว่าที่นี่ดูคล้ายกับประเทศเวียดนามที่ชอบปลูกผักกันทั้งประเทศ

เมืองปัวจะต่าง กับเวียดนามขนาดไหน  ก็ต้องติดตาม



โฟโต้ออนทัวร์
19 มีนาคม 2554 





ประวัติพระธาตุช่อแฮ

จากพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัยจากพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย หอสมุดแห่งชาติ กล่าวถึงวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงว่า สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879-1881 ในสมัยที่พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ยังทรงเป็นพระมหาอุปราชซึ่งครองเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) อยู่ในครั้งนั้น พระองค์แก่ประชาชนและทรงโปรดให้สร้างสถานที่ทางศาสนาที่ทางศาสนาตามที่ปรากฏในพุทธประวัติในที่ต่าง ๆ และเลือกยอดดอยโกสิยธชัคคะ เพื่อเป็นที่สร้างพระเจดีย์พระธาตุช่อแฮ

ตามตำนานกล่าวว่า พระมหาราชาลิไทพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ ขุนลัวะอ้ายก้อมให้นำมาบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ เมื่อขุนลัวะอ้ายก้อมมาถึงบริเวณดอยโกสิยธชัคคะ เห็นว่าทำเลดีจึงสร้างเจดีย์ขึ้น และนำผอบพระบรมสารีริกธาตุบรรจุบรรจุไว้ในสิงห์ทองคำสร้างแท่นที่ตั้งผอบด้วยเงินและทอง แล้วตั้งสิงห์ทองคำไว้ โดยโบกปูนทับอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็จัดงานบำเพ็ญกุศลเฉลิมฉลอง 7 วัน 7 คืน

ภายหลังเมืองแพร่ถูกรวมเข้ากับอาณาจักรล้านนาไทยกษัตริย์ล้านนาก็ทรงได้ทะนุบำรุงพระธาตุช่อแฮตามลำดับ จนกระทั่งราชวงศ์นี้หมดอำนาจลง พระธาตุช่อแฮก็ทรุดโทรมเป็นอันมากจนล่วงมาถึง พ.ศ. 2467 พระครูบาศรีวิชัย (หรือตุ๊เจ้าวัดบ้านปางจังหวัดลำพูน) ได้เป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแพร่ และมีพระมหาเมธังกร (พรหม พรหมเทโว) อดีตเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการบูรณปฏิสังขรณ์ จนทำให้พระธาตุช่อแฮกลับมามีความงดงาม และเป็นแหล่งเชิดหน้าชูตาของจังหวัดแพร่ และเป็นแหล่งเชิดหน้าชูตาของจังหวัดแพร่

พระธาตุช่อแฮสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าลิไท แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งอยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ หัวหน้าชนชาวละว้าได้สร้างองค์พระธาตุสูง ๓๓ เมตร ฐานเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง กว้างด้านละสิบเมตร องค์พระธาตุ บุด้วยทองดอกบวบ เป็นศิลปแบบเชียงแสน ภายในบรรจุพระเกศธาตุ

ตำนานการสร้างวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงพระธาตุช่อแฮ มีตำนานประวัติความเป็นมา กล่าวไว้หลายทางดังนี้ 1.จากพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย หอสมุดแห่งชาติ กล่าวถึงวัดพระธาตุช่อแฮว่า สร้างขึ้นระหว่างจุลศักราช 586 - 588 (พ.ศ. 1879 - 1881) ในสมัยที่พระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) ยังทรงเป็นพระมหาอุปราช พระราชบิดาโปรดพระราชทานให้ไปครองเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) พระองค์มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชนและทรงวางแบบแผนคณะสงฆ์ตามลังกาทวีป โปรดจัดให้มีพระสงฆ์ 2 ฝ่าย คือ คามวาสี ศึกษาพระธรรมวินัย เพื่อสั่งสอนคน และอรัญญวาสี ศึกษาวิปัสสนา มุ่งความสงบแห่งจิตใจ

นอกจากนั้นยังทรงทะนุบำรุงพระพุทธศานาโดยโปรดให้สร้างสถานที่ทางศาสนา ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติในที่ต่างๆและทางเลือกสถานที่ยอดดอยโกสิยธชัคคะจึงโปรดให้สร้างพระเจดีย์ 1 องค์ และขนานนามตามความหมายของยอดดอยว่า "พระธาตุช่อแฮ" ตำนานเมืองสุโขทัยกล่าวถึงความตอนนี้ว่า พระมหาธรรมราชาลิไท พระราชทาน พระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อม นำไปบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ที่สร้างให้คนทั้งหลายกราบไหว้แทนพระพุทธองค์

ฝ่ายขุนลัวะอ้ายก้อมได้ชักชวนหัวเมืองต่างๆได้มาร่วมกันสร้างพระเจดีย์ โดยช่วยกันสำรวจสถานที่ที่จะสร้าง เมื่อขุนลัวะอ้ายก้อมมาถึงบริเวณดอยโกสิยธชัคคะเห็นเป็นทำเลดีเหมาะสมจึงให้สร้างพระเจดีย์ขึ้น ขุนลัวะอ้ายก้อมเอาผอบพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในสิงห์ทองคำสร้างแท่นที่ตั้งผอบด้วยเงินและทองแล้วตั้งสิงห์ทองคำไว้ ให้โบกปูนทับอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็จัดงานบำเพ็ญกุศลเฉลิมฉลอง 7 วัน 7 คืน

ในเวลาต่อมาเมืองแพร่ได้เข้ามารวมอยู่ในอาณาจักรลานนาไทยเมื่อ พ.ศ. 1986 กษัตริย์ลานนาก็ได้ทรงทะนุบำรุงเสริมสร้างพระธาตุช่อแฮมาโดยลำดับ

จนกระทั่งราชวงศ์นี้หมดอำนาจลง มิได้เป็นใหญ่ในล้านนาแล้ว พระธาตุช่อแฮก็ทรุดโทรมปรักหักพังลงเป็นอันมาก ล่วงมาจนถึง พ.ศ. 2467 ครูบาศรีวิชัย (หรือตุ๊เจ้าวัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน) นักบุญแห่งลานนาได้มาเป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแพร่ ประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ซึ่งมี พระมหาเมธังกร (พรหม พฺรหฺมเทโว) อดีตเจ้าคณะจังหวัดแพร่ โดยรื้อเอาทองจังโกออกแล้วเสริมสร้างองค์พระเจดีย์ให้มีขนาดกว้างและสูงขึ้น โดยกว้าง 11 เมตร สูง 33 เมตร โดยรอบองค์พระธาตุมีลำเวียง หรือรั้วเหล็กล้อมรอบหนาแน่น มีประตูเข้า ออก 4 ประตู อยู่ทิศละประตูแต่ละประตูมีซุ้มสลักลวดลายอย่างงดงาม

ที่มา วิกิพีเดีย

       
 
คลิกดูภาพและเรื่องราวของภาคเหนือที่ผ่านมา
 
     
Chiangmai - เชียงใหม่

   ทะเลสาบดอยเต่า
   วัดโลกโมฬี อ.เมือง เชียงใหม่
   ภาพทุ่งนาเส้นทาง แม่ริม - เชียงใหม่
   ภาพการทำนาเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่
   วัดกู่เต้า อ.เมือง เชียงใหม่
   วัดพระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม
   วัดสวนดอก อ.เมือง เชียงใหม
   วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง เชียงใหม่
   วัดบ้านเด่น อ.แม่แตง เชียงใหม่
   อช.ออบหลวง สวนสน อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่
   ดอกไม้จากดอย ตอนที่ 1
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 1
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 2
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 3
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 4
   บทความเที่ยวทะเลสาบดอยเต่า
   ตักบาตรในวันแม่ 12 สค.47 ที่ ม.เชียงใหม

Tak - ตาก
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 1)
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 2)
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 3)
    ตลาดมูเซอ (ตอนที่ 1)
    ตลาดมูเซอ (ตอนที่ 2)
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 1
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 2
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 3
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 1
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 2
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 3

Phae แพร่
   วัดพระธาตุสุโทน อ.เด่นชัย จ.แพร
   วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่

Lampang - ลำปาง
    ตลาดนัดวัว-ควาย อ.เกาะคา
    ตลาดอัศวิน อ.เมือง ลำปาง
   วัดไหล่หิน เกาะคา ลำปาง
   บทความเรื่องวัดไหล่หิน
   สถานีรถไฟนครลำปาง
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 1
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 2
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 3
   บทความเรื่องวัดพระธาตุลำปางหลวง
   วัดพระแก้วดอนเต้า อ.เมือง ลำปาง
   ตลาดเซรามิค อ.เกาะคา ลำปาง
   วัดพระธาตุจอมปิง อ.เกาะคา ลำปาง
   วัดเชตวัน อ.เมือง ลำปาง
   วัดเกาะ อ.เมือง ลำปาง
   ถนนคนเดิน อ.เมือง ลำปาง
   วัดศรีรองเมือง(วัดพม่า) อ.เมือง
   ทิวทัศน์ยามเช้าที่ริมวัง
   ทิวทัศน์จากหน้าต่างรถไฟ


Nan น่าน
 
   แอ่วเมืองน่าน
   โรงแรมน่านฟ้า อ.เมือง น่าน (โรงแรมไม้สัก)
    ตลาดสดเมืองน่าน
   วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.เมือง น่าน
   บทความแอ่วเมืองน่าน


Mae Hong Son - แม่ฮ่องสอน
   กระเหรี่ยงคอยาว
   ตักบาตรที่แม่ฮ่องสอน
   วัดจองกลาง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   อช.ถ้ำปลา อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   วัดน้ำฮุ้ ภูโคลน บ่อเดือดท่าปาย
   ปามะผ้า ถิ่นมูเซอ
 
     
แผนที่ภาคเหนือ แผนที่จังหวัดแพร่ - น่าน-ลำปาง โดยละเอียด
 
      แผนที่จังหวัดน่าน (คลิกที่ภาพ)




แผนที่เมืองน่านแบบตัดส่วน (สำหรับ Print และนำไปต่อกัน)
(คลิกที่ภาพเพื่อดาวน์โหลด)



 
     

แผนที่จังหวัดแพร่ (คลิกที่ภาพ)





แผนที่เมืองแพร่แบบตัดส่วน (สำหรับ Print และนำไปต่อกัน)
(คลิกที่ภาพเพื่อดาวน์โหลด)


 
      แผนที่จังหวัดในภาคเหนือ
(คลิกที่ภาพ)









แผนที่ทางหลวงภาคเหนือ
(คลิกที่ภาพ)





 
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ