Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home  I  Gallery  I  Amphur Pua, Nan
Home    Directory   Events   Royal Photos   Gallery   Outbound tour   Portraits   Flowers   Asia Girls   Photo Around the World   Wallpapers   Site Update
 
ภาพชุด เสน่ห่แห่งล้านนา (7 ตอน )
 
1 เมืองแพร่ (1)
2 เมืองแพร่ (2)
3 อ.ปัว จ.น่าน
4 ดอยภูคา น่าน
5 เมืองน่าน
6 บ้านเสานัก ลำปาง
7 ตลาดสด ลำปาง
Home  :  Gallery  : Lampang - Phrae - Nan 3   
 

ตอนที่ 3 เมืองปัว จ.น่าน ประตูสู่ดอยภูคา : Amphur Pua, Nan Province
 

 

 
 
 
 


ทริปภาคเหนือ แพร่ น่าน  ลำปาง ตอนที่ 3


ตอนที่ 3 Aumphur Pua, Nan Province อำเภอปัว
(เดินทางมกราคม ปี54)


ครั้งก่อนหรือตอนที่ 2 ได้กล่าวถึงเมืองปัวว่า  มีการปลูกผักสวนครัวไม่ต่างกับประเทศเวียดนาม  ที่ปลูกกันทั้งประเทศ  จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีที่ว่างในดินแดนเวียดนาม  และหากจะมองในเชิงเศรษฐกิจแล้วถือว่าเวียดนามใช้ทรัพยากรของประเทศได้อย่างคุ้มค่า  ต่างกับประเทศไทยที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ว่างเปล่าและตกอยู่กับเจ้าของรายใหญ่ๆที่ซื้อเก็งกำไร หรือเผื่อขายในอนาคต  ส่วนรายที่มีน้อยและอยากจะมีมากหรือโลภมาก  ก็ฉกฉวยที่ดินของรัฐกันอย่างหน้าด้านๆ   คงไม่ต้องบอกว่ามีที่ไหนบ้าง  เพราะมันมีทั่วประเทศ  และเป็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ



เรื่องที่ดินในประเทศไทยอนาคตเดาๆแล้วก็คงจะเกิดวิกฤติกันใหญ่โต  เป็นศึกจากชาวบ้านชิงที่ดินจากรัฐ  หรือชาวบ้านชิงที่ดินแปลงใหญ่จากเจ้าของเดิม  ซึ่งความจริงแล้วเจ้าของเดิมก็โขมยมาจากรัฐอีกทีหนึ่ง 

แก้ยากครับเรื่องที่ดินที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้   และปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตกันเสียเอง  เช่นออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฏหมาย  หรือเฉือนที่ดินของรัฐไปเป็นของตนหรือเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนที่เอาเงินฟาดหัว

ต่างกับประเทศจีนที่มีประชากรหนาแน่น  แต่ปัญหาเรื่องที่ดินกลับไม่มีปัญหาเหมือนบ้านเรา    เพราะที่ดินทั้งหมดทั้งประเทศนั้นรัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้ยึดมาเป็นของรัฐเมื่อหลายสิบปีก่อน  ไม่พ้นแม้กระทั้งที่ดินของราชวงค์หรือของจักรพรรดิ์   ประเทศไหนปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ก็จะใช้นโยบายเดียวกัน  ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม  ลาว และเขมร  ที่อยู่ใกล้ๆกับเรา

จะสังเกตได้ว่า  ปัจจุบันประเทศเหล่านี้ไม่มีปัญหาเรื่องบุกรุกที่ดิน   เพราะรัฐบาลเป็นเจ้าของ  ไม่มีการออกโฉนดให้ใครแม้แต่รายเดียว   ทุกคนรวมทั้งธุรกิจต่างๆที่มีดินครอบครอบ จะเป็นเพียงผู้เช่าเท่านั้นเอง  ธุรกิจบางรายก็อาจทำสัญญาเช่าถึง 50 ปี  หรือ 100 ปี  เมื่อครบสัญญญาที่ดินเหล่านี้ก็จะตกเป็นของรัฐ

คนไทยอาจแปลกใจว่าเช่ากันนานนับร้อยๆปีเลยหรือ  ก็ต้องบอกว่า  รัฐบาลจีนเคยให้อังกฤษเช่าเกาะฮ่องกงมาแล้วเป็นเวลา 100 ปี  เมื่อครบสัญญา อังกฤษก็ต้องกลับบ้านไปมือเปล่า (หลังกอบโกยผลประโยชน์มาเป็นเวลานาน )  จากนั้นรัฐบาลจีนก็ส่งเจ้าหน้าที่มาบริหารเกาะฮ่องกงต่อไป

ส่วนเกาะมาเก้าก็ทำนองเดียวกัน  ประเทศโปรตุเกสทำสัญญาเช่าจากรัฐบาลจีนเพื่อทำหน้าที่บริหารเมืองท่าให้เจริญก้าวหน้า   ซึ่งจีนไม่มีความถนัดนัก เมื่อครบสัญญาก็ต้องกลับบ้านไปตามระเบียบ  และในช่วงเวลาที่เช่าอยู่นั้นก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปอย่างเต็มที

ปัจจุบันทั้งมาเก้าและฮ่องกง  เป็นเขตปกครองตนเอง  เหมือนเป็นอีกประเทศหนึ่ง  ใครจะเข้าประเทศจีนหรือไปมาระหว่างกันก็ต้องใช้พาสปอร์ต หรือทำหนังสือผ่านแดน

การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินในบ้านเราจึงเป็นปัญหาใหญ่  และต้องแก้กันที่โครงสร้าง  ขณะเดียวกันก็ต้องออกกฏหมายมารองรับ  เช่นรัฐบาลชุดนี้กำลังจะเริ่มทำในเรื่องการเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่า  โดยเก็บในอัตราก้าวหน้า  หากทำได้พวกบรรดาพวกนักกว้านซื้อที่ดินทั้งหลายก็ต้องเสียภาษีมาก

รัฐบาลจึงพยายามให้มีกฏหมายที่ดินมาดัดหลังพวกเจ้าของที่ดินรายใหญ่  เพราะถือว่าบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะปล่อยให้ที่ดินว่างเปล่าโดยไม่ได้ทำประโยชน์ให้เกิดคุณค่า

แต่คงทำได้ยาก  เพราะคนเสียประโยชน์นั่งหน้าสลอนกันเต็มสภา  คงต้องรอให้พวกเสือสิงห์กระทิงแรดเหล่านี้พ้นๆไปจากสภา  หรือให้ล้มหายตายจากไปก่อน  ประเทศเราจึงจะปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมได้

กลับมาที่เมืองปัว   ในวันที่ขับรถผ่านพ้นตัวอำเภอเพื่อขึ้นสู่ดอยภูคา  ระหว่างทางได้ผ่านไปตามท้องนาที่อยู่ริมถนน  ช่วงนี้เป็นฤดูหลังเก็บเกี่ยว  หลายพื้นที่ในต่างจังหวัดมักปล่อยให้ที่ดินว่างเปล่า  มีส่วนน้อยที่คิดจะปลูกพืชพักสวนครัวเหมือนกับชีวิตของชาวนาในอดีต   แต่มีเมืองปัวนี้กลับตรงกันข้าม  สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชผักที่กำลังงาม  ที่พอสังเกตได้ก็มีต้นข้าวโพด  ไร่ยาสูบ  ต้นถั่ว  ผักสลัด  และพืชอื่นๆที่ไม่รู้จัก    

วันนั้นลูกชายเห็นแปลงผักที่มองจากที่สูงลงมาแล้วตื่นเต้นใหญ่  เพราะตั้งแต่ขับรถมาจากกรุงเทพก็พึ่งจะประทับใจกับสวนพืชพักที่เมืองปัวนี่แหละ   จึงอดไม่ได้ที่จะขอบันทึกภาพไว้ดู  โดยเฉพาะบรรยากาศในยามเย็นที่เด็กที่เด็กนักเรียนกำลังขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้าน   มันช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉาสำหรับคนต่างจังหวัดที่มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ  และทิวทัศน์สวยงาม  

เช้าจากบ้านมาโรงเรียนก็ต้องเจอ  เย็นกลับบ้านก็ต้องเจอกับอากาศดี  ทิวทัศน์สวยงาม  ถือว่าเป็นชีวิตที่ได้เปรียบ และเป็นสุขกว่านักเรียนในเมืองใหญ่ๆมากมาย 

เมืองปัว  อาจไม่ไช่คำตอบทั้งหมดของจังหวัดน่านทางด้านความเป็นชนบทที่สวยงาม  เพียงแต่ว่าได้มีโอกาสผ่าน และเก็บบรรยากาศมาให้ดูกัน   ซึ่งที่อื่นๆอาจสวยงามกว่านี้ก็เป็นได้

เส้นทางในเมืองปัว  มีโอกาสผ่านไปทั้งขาไปและขากลับ  พอจะบอกได้ว่าเป็นเมืองเล็กๆที่ดูสงบ  ผู้คนก็เบาบางมาก  ตัวอำเภอก็อยู่ใกล้ชิดกับภูเขาที่มุ่งสู่อำเภออื่นๆที่อยู่ห่างไกล 

เมืองปัวยังพอมาพักได้ชนิดที่ไม่ยุ่งยากและลำบากนัก  เพราะเส้นทางยังไม่ขึ้นเขา  เพียงแต่อยู่บริเวณเชิงดอย  และมีสภาพเป็นชนบท

ภาพในชุดนี้ได้จอดแวะถ่ายทั้งขาไป  และขากลับจากดอยภูคา  เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่คิดว่าคงหาโอกาสแบบนี้ได้ยาก

ชนบทในต่างจังหวัดยังมีอีกมากที่น่าสนใจ  เพียงแต่ว่าอาจไม่มีใครกล่าวถึงในบรรยากาศที่ชวนให้สัมผัส   เพราะการท่องเที่ยวแบบนี้มันไม่ไช่เป็นการเที่ยวไปตามกระแส  ความสะดวกสบายๆต่างๆอาจไม่พร้อมเท่ากับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งหลาย 

เมืองปัว  เท่าที่ทราบนั้นยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ราคาไม่แพงนักอยู่หลายแห่ง  หากมาพักก็ควรเลือกมาในฤดูกาลที่เหมาะสม  จะได้เห็นวิธีชีวิตของท้องไร่ท้องนาได้อย่างใกล้ชิด   การเดินทางก็สะดวก  รถทัวร์รถประจำทางก็มีมาก  นั่งรถมาลงที่น่านแล้วต่อรถมาที่อำเภอปัวอีกราว 60 กม.   หรืออยากเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของเมืองน่าน  ก็แนะนำให้ซื้อแพกเกจทัวร์ของเอกชนในจังหวัดน่าน   ทุกอย่างจะได้ลงตัวทั้งเรื่องเวลาและสถานที่  เพราะเส้นทางบนภูเขานี้คาดเดารื่องเวลาได้ลำบากมาก    เพราะบางแห่งเป็นภูเขาสูงชัน   จึงกะเวลาได้ยาก 

มาเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวบนเขาเมืองน่าน  รถต้องพร้อม  และคนขับต้องชำนาญ โค้งหักศอกเต็มไปหมด  ถนนก็ไม่กว้างขวางมากนัก หากมีรถสวนมาในช่วงกำลังเลี้ยวหักศอกอาจเป็นอันตราย  เพราะต่างคนต่างขับกินเลน

ในวันที่เดินทางนึกในใจว่า เส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางปราบเซียน  โอกาสพลาดช่วงทางโค้งนั้นสูงมาก  และได้ยินข่าวว่ามีรถตกเขาอยู่บ่อยๆ  เส้นทางบนภูเขาในจังหวัดน่านจึงไม่เหมาะสำหรับผู้ยังไม่ชำนาญ  และสภาพรถที่ยังไม่น่าไว้วางใจ  หากจะพูดตรงๆละก้อเป็นเส้นทางที่ว่านี้ไม่เหมาะสำหรับรถเก๋งมากนัก  หาก
1 นั่งกันเต็มคัน
2 บรรทุกของกันจนเพียบ

หากรถ(เก๋ง)ของท่านเข้าข่ายใน 2 ข้อที่ว่า  จึงนึกเสมอว่า  รถของท่านขาดประสิทธิภาพไปไม่ไช่น้อย และอาจควบคุมไม่อยู่โดยเฉพาะระบบเบรค   ส่วนรถปิคอัพหรือประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ  เหมาะสำหรับเส้นทางนี้อยู่แล้ว  จึงขับขี่ได้ค่อนข้างมั่นใจ
 
ขณะนี้ได้มาถึงเมืองปัว   คราวต่อไปจะพาไปนอนที่ดอยภูคา  ที่นั่นหนาวแน่ครับ





โฟโต้ออนทัวร์
18 เมษายน 2545





ข้อมูลจังหวัดน่าน

พื้นที่ : 11,472.072 ตร.กม.(อันดับที่ 13)
ประชากร : 476,363 (อันดับที่ 55 ข้อมูลปี 2553)
ความหนาแน่น : 41.52 คนต่อตร.กม. (อันดับที่ 74)

น่าน แบ่งออกเป็น 15 อำเภอ ได้แก่


1 อำเภอเมืองน่าน
2.อำเภอแม่จริม
3 อำเภอบ้านหลวง
4 อำเภอนาน้อย
5 อำเภอปัว
6 อำเภอท่าวังผา
7 อำเภอเวียงสา
8 อำเภอทุ่งช้าง
9 อำเภอเชียงกลาง
10 อำเภอนาหมื่น
11 อำเภอสันติสุข
12 อำเภอบ่อเกลือ
13 อำเภอสองแคว
14 อำเภอภูเพียง
15 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ









กลุ่มชาติพันธุ์

กลุ่มชาติพันธุ์ประชากรในจังหวัดน่านมีอยู่อย่างเบาบางเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (ประมาณ 41 คนต่อตารางกิโลเมตร) กระจัดกระจายไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ แบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

1. ชาวไทยวน หรือ คนเมือง
ส่วนใหญ่อพยพมาจากเชียงแสนและบริเวณต่างๆ ของล้านนา ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัด

2. ชาวไทลื้อ (ไทลื้อ, ไทยอง)
ส่วนใหญ่อพยพมาจากสิบสองปันนาและหัวเมืองต่างๆ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งมีทั้งอพยพมาด้วยความสมัครใจและอพยพมาเนื่องจากเกิดศึกสงครามทั้งภายในหัวเมืองลื้อเอง และอพยพมามากที่สุดยุคเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมืองของเจ้ากาวิลละแห่งเชียงใหม่ และเจ้าอัตถวรปัญโญฯ แห่งนครน่าน และยุคของเจ้าสุมนเทวราช อีกทั้งมีการอพยพเข้ามาเรื่อยๆ ครั้งเกิดการปฏิวัติการปกครองประเทศของจีน ชาวไทลื้ออาศัยตั้งบ้านเรือน อยู่กระจัดกระจายตามลุ่มน้ำต่างๆ ในจังหวัดน่านมีมากที่สุด คือ อำเภอปัวแทบทุกตำบล อำเภอท่าวังผา อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง เลยไปถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

ภาษาไทลื้อในจังหวัดน่าน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

ไทลื้อฝั่งสิบสองปันนาตะวันออก ได้แก่ เมืองล้า เมืองมาง (อาศัยอยู่แถบลุ่มแม่น้ำน่าน บริเวณชุมชนบ้านหนองบัว ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา และแถวตำบลยอด อำเภอสองแคว) สำเนียงพูดใกล้เคียงกับภาษาไทยอีสานปนลาวพวน

ไทลื้อฝั่งสิบสองปันนาตะวันตก ได้แก่ เมืองยู้ เมืองยอง เมืองเชียงลาบ เมืองเสี้ยว (อาศัยอยู่แถบลุ่มแม่น้ำย่าง บริเวณชุมชนตำบลยม อำเภอท่าวังผา แถบลุ่มแม่น้ำปัว ตำบลศิลาเพชร ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว ถึงตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) สำเนียงพูดเหมือนสำเนียงคนยองในจังหวัดลำพูน-เชียงใหม่

3. ชาวไทพวน หรือ ลาวพวน
ตั้งบ้านเรือนที่บ้านฝายมูล อำเภอท่าวังผา และบ้านหลับมืนพวน อำเภอเวียงสา

4. ชาวไทเขิน หรือ ชาวขึน
อพยพมาจากเชียงตุง ปัจจุบันส่วนใหญ่จะถูกกลืนทางวัฒนธรรมจากคนเมือง ทั้งภาษาพูดและเครื่องแต่งกาย แต่บางหมู่บ้านยังมีการนับถือผีเจ้าเมืองของไทเขินอยู่ จึงรู้ว่าเป็นไทเขิน เช่นบ้านหนองม่วง อำเภอท่าวังผา ส่วนบ้านเชียงยืน ตำบลยม อำเภอท่าวังผา ถูกชาวไทลื้อกลืนวัฒนธรรมจนไม่เหลือเค้าของชาวไทเขิน

5. ชาวไทใหญ่ หรือ เงี้ยว หรือ ไตโหลง นอกจากนี้ในบริเวณที่สูงตามไหล่เขายังเป็นชุมชนของชนกลุ่มน้อยที่เรียกกันว่า "ชาวเขา" ได้แก่ ชาวม้ง, เมี่ยน, ลัวะหรือถิ่น, ขมุ รวมถึงชาวตองเหลืองหรือมาบลี ที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา

(ข้อมูล วิกิพีเดีย)



       
 
คลิกดูภาพและเรื่องราวของภาคเหนือที่ผ่านมา
 
     
Chiangmai - เชียงใหม่

   ทะเลสาบดอยเต่า
   วัดโลกโมฬี อ.เมือง เชียงใหม่
   ภาพทุ่งนาเส้นทาง แม่ริม - เชียงใหม่
   ภาพการทำนาเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่
   วัดกู่เต้า อ.เมือง เชียงใหม่
   วัดพระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม
   วัดสวนดอก อ.เมือง เชียงใหม
   วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง เชียงใหม่
   วัดบ้านเด่น อ.แม่แตง เชียงใหม่
   อช.ออบหลวง สวนสน อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่
   ดอกไม้จากดอย ตอนที่ 1
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 1
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 2
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 3
   ดอกไม้จากดอย ชุดที่ 4
   บทความเที่ยวทะเลสาบดอยเต่า
   ตักบาตรในวันแม่ 12 สค.47 ที่ ม.เชียงใหม

Tak - ตาก
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 1)
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 2)
    อช.ตากสินมหาราช (ตอนที่ 3)
    ตลาดมูเซอ (ตอนที่ 1)
    ตลาดมูเซอ (ตอนที่ 2)
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 1
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 2
   เมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตอนที่ 3
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 1
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 2
   ล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล ตอนที่ 3

Phae แพร่
   วัดพระธาตุสุโทน อ.เด่นชัย จ.แพร
   วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่

Lampang - ลำปาง
    ตลาดนัดวัว-ควาย อ.เกาะคา
    ตลาดอัศวิน อ.เมือง ลำปาง
   วัดไหล่หิน เกาะคา ลำปาง
   บทความเรื่องวัดไหล่หิน
   สถานีรถไฟนครลำปาง
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 1
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 2
   วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 3
   บทความเรื่องวัดพระธาตุลำปางหลวง
   วัดพระแก้วดอนเต้า อ.เมือง ลำปาง
   ตลาดเซรามิค อ.เกาะคา ลำปาง
   วัดพระธาตุจอมปิง อ.เกาะคา ลำปาง
   วัดเชตวัน อ.เมือง ลำปาง
   วัดเกาะ อ.เมือง ลำปาง
   ถนนคนเดิน อ.เมือง ลำปาง
   วัดศรีรองเมือง(วัดพม่า) อ.เมือง
   ทิวทัศน์ยามเช้าที่ริมวัง
   ทิวทัศน์จากหน้าต่างรถไฟ


Nan น่าน
 
   แอ่วเมืองน่าน
   โรงแรมน่านฟ้า อ.เมือง น่าน (โรงแรมไม้สัก)
    ตลาดสดเมืองน่าน
   วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.เมือง น่าน
   บทความแอ่วเมืองน่าน


Mae Hong Son - แม่ฮ่องสอน
   กระเหรี่ยงคอยาว
   ตักบาตรที่แม่ฮ่องสอน
   วัดจองกลาง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   อช.ถ้ำปลา อ.เมือง แม่ฮ่องสอน
   วัดน้ำฮุ้ ภูโคลน บ่อเดือดท่าปาย
   ปามะผ้า ถิ่นมูเซอ
 
     
แผนที่ภาคเหนือ แผนที่จังหวัดแพร่ - น่าน-ลำปาง โดยละเอียด
 
      แผนที่จังหวัดน่าน (คลิกที่ภาพ)




แผนที่เมืองน่านแบบตัดส่วน (สำหรับ Print และนำไปต่อกัน)
(คลิกที่ภาพเพื่อดาวน์โหลด)



 
      แผนที่จังหวัดในภาคเหนือ
(คลิกที่ภาพ)









แผนที่ทางหลวงภาคเหนือ
(คลิกที่ภาพ)





 
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ