Home   Gallery  Lampang Very Cold     
 
 

ฟาร์มแกะ Hug You ลำปางหนาวมาก
แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของลำปาง
 
 
Main Menu
  Photo Gallery ภาพท่องเที่ยวทั่วไทย
  Outbound Tour ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน
  Royal Photo ภาพงานพระราชพิธี
  City Tour ภาพท่องกรุงเทพฯ
  Events ภาพเหตุการณ์ ใน-ต่างประเทศ
  Portrait ภาพคน ภาพสาวพริตตี้
  Baby & Child ภาพเด็กน่ารัก
  Asia Girls รวมภาพสาวเอเชีย
  Guest ภาพแค้มปิ้งจากเพื่อนสมาชิก
  Flower & Nature ภาพดอกไม
  King Photo ภาพในหลวง พระราชินี
  Free Wallpaper วอลเปเปอร์
  Photo Around the World ภาพทุกมุมโลก
  Site Update อัพเตตเว็บล่าสุด
  About Us : Contact Us ติดต่อกับเรา
 
Outbound ท่องเที่ยวในต่างแดน
  Angkor Wat : นครวัด นครธม
  Kohker : เกาะแกร์ เบ็งมาเลีย
  Malaysia : ประเทศมาเลเซีย
  South Laos : ลาวใต้ แขวงจำปาสัก
  Luang Pra Bang : หลวงพระบาง
  Middle Vietnam : เว้ ดานัง ฮอยอัน
  Hanoi Halong Bay : ฮานอย อ่าวฮาลอง
  Sapa Vietnam :ซาปา เวียดนามเหนือ
  Sipsongpanna :สิบสองปันนา
  Myanmar พม่า ย่างกุ้ง หงสา อินทร์แขวน
  Guilin China : กุ้ยหลิน จีน
  Beijing : ปักกิ่ง วังหลวง กำแพงจีน
  Myanmar : พม่า เมืองเมียวดี
  Myanmar : พม่า ย่างกุ้ง หงสา อินทร์แขวน
Asia Girls ,Sexy ,Teen, Idol
  Korean สาวเกาหลี
 Japanese สาวญี่ปุ่น
  Philipines สาวฟิลิปปินส์
 Chinese สาวจีน
  Myanmar สาวพม่า
 Indonesian สาวอินโดนีเซีย
  Indian สาวอินเดีย
  Laos สาวลาว
  Cambodian สาวกัมพูชา
  Vietnamese สาวเวียดนาม
  Malaysian สาวมาเลเซีย
  More >
 
 
 
   
 

ฟาร์แกะ Hug You (ลำปางหนาวมาก)

(เดินทาง มกราคม.55)



“ ลำปางหนาวมาก “  คำยอดฮิตกึ่งตลก  ที่มีผู้ส่ง SMS หรือส่งข้อความผ่านมือถือมาในรายการข่าวข้นคนข่าว ทางช่อง 9 อสมท. เมื่อราว 2 ปีก่อน  แรกๆก็ไม่ค่อยมีคนสนใจหรือรู้สึกอะไรกับคำนี้มากนัก  เพราะแต่ละวันก็มีผู้ส่ง SMS กันมามาก โดยจะมีตัวอักษรวิ่งอยู่ด้านล่างของจอภาพ แต่พอนานเข้าก็ยังมีผู้ส่งเข้ามาอยู่บ่อยๆ จากที่เคยส่งข้อความในช่วงหน้าหนาว ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ  แต่พอเข้าหน้าร้อนต่อด้วยหน้าฝน  ข้อความนี้ก็ยังมีปรากฏให้เห็น  แรกๆก็รำคาญว่าพวกนี้กวนปราสาท  หรือประเภทเพี้ยนๆ  บ้องๆ อะไรทำนองนั้น

ต่อมาก็กลายเป็นเรื่องขำ  หลายคนอาจหัวเราะด้วยซ้ำไปว่ามันส่งมาอีกแล้ว  สงสัยจะเสียสติแน่เลย  มาระยะหลังๆคำๆนี้จึงกลายเป็นเรื่องตลกโปกฮาของสังคมไปโดยปริยาย  ไม่ต่างกับคำว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ที่โด่งดังชนิดเพียงชั่วคืน

ทั้ง “ลำปางหนาวมาก” หรือ “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่ “ รวมทั้งคำว่า “ เอาอยู่ค่ะ” ความจริงก็เป็นวลีที่ดูปกติธรรมดา  เพียงแต่ว่าสังคมเราให้ความสนใจ หรือ “ปิ้ง” กับคำนั้นกันมากแค่ไหน

ที่ผ่านมาก็มีประโยควลียอดฮิตอยู่มากมาย แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน หรือนานเข้าก็เลิกฮิตไปโดยปริยาย  ใครนำมาพูดอีกก็ดูเหมือนจะเชย อาจถูกดูแคลนว่า “ ไปอยู่ที่ไหนมา เขาเลิกฮิตกันไปตั้งนานแล้ว “ กลายเป็นตลกฝืด คนพูดก็จ๋อยกันตามระเบียบ

คำว่า ลำปางหนาวมาก ความจริงก็น่าจะเลิกราไปแล้วเหมือนกัน  เพราะผ่านมาได้ราว 2-3 ปีเห็นจะได้  แต่คำนี้กลับยังมีชีวิตหรือยังไม่ล้มหายตายจาก ก็เพราะว่าร้านกาแฟริมทางแห่งหนึ่งดันไปขึ้นป้ายใหญ่ “ลำปางหนาวมาก” ไว้กลางป่ากลางเขา  จึงกลายเป็นที่สนใจของผู้คนที่ผ่านไปมา  ประกอบกับร้านกาแฟที่ว่านี้สร้างบรรยากาศให้ออกแนวตะวันตก  มีสนามหญ้าเล็กๆ  ล้อมรอบด้วยคอกไม้ทาสีขาว มีฝูงแกะราว 10 ตัววิ่งเพ่นพ่านให้คนได้จับต้อง แถมยังมีกังหันลมอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฮอลแลนด์  เป็นจุดเด่นให้สังเกตได้แต่ไกล เพียงแต่ว่าที่นี่ไม่มีดอกทิวลิบเหมือนกับในต่างประเทศเท่านั้นเอง  

ความเป็นตะวันตก  หรือเป็นชนบทแนว  Country แบบเดียวกับที่เห็นบนเส้นทางสายสระบุรี – โคราช  เป็นอะไรที่ได้ใจคนทั่วไปอยู่แล้ว  เพราะดูผ่อนคลาย สบายแบบซิลๆ  ยิ่งมาตั้งอยู่กลางป่ากลางเขาที่ไร้บ้านคน ก็ดูจะตื่นตาแก่ผู้พบเห็นจนต้องจอดรถเพื่อแวะชม  เพื่อให้หายข้อสงสัยว่าที่นี่มันคืออะไรกันแน่

ใครนั่งรถผ่านไปยังถนนสายเอเชีย หรือสายเหนือ หากมาจากกรุงเทพแล้วจะไปลำปางหรือเชียงใหม่  เมื่อมาถึงช่วงระหว่างอำเภอสบปราบกับอำเภอเกาะคา หรือก่อนจะเข้าเกาะคาราว 13 กม.(ดูแผนที่ประกอบ)  ก็จะเห็นรถราจอดเรียงรายอยู่ข้างทาง  รวมทั้งจอดเกะกะอยู่ตามไหลทางเป็นจำนวนนับร้อยๆคันทั้งสองฝั่งถนน  อาจแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น  ทำไมรถจึงมากมายขนาดนี้ หรือว่า  หรือว่าเค้าจัดงานอะไรกันกลางป่ากลางดอย แต่เมื่อมาเรื่อยๆก็จะเห็นกังหันลม มีรั้วสีขาวๆโดดเด่นอยู่บนเนินเขา

สถานที่นี้มีชื่อว่า “ฟาร์มแกะ Hug You “ (แปลว่ารักคุณ)  

ด้านหนึ่งเป็นเนินดินมีสนามหญ้าเล็กๆกั้นด้วยรั้วสีขาวแบบเดียวกับฟาร์มเลี้ยงวัวหรือเลี้ยงม้าที่เห็นแถวๆสระบุรี  ส่วนด้านขวาเป็นอาคารร้านค้า  ขายกาแฟ ไอศครีม อาหารว่าง รวมทั้งขายนมแกะด้วย มีป้ายว่า “ฟาร์มแกะ Hug You “

ใครมาแล้วอาจให้คำตอบที่แตกต่างกันว่าที่นี่มันคืออะไรกันแน่  จะว่าเป็นฟาร์มแกะก็ดูจะไม่ใช่เสียทีเดียว  เพราะเห็นแกะราวสิบกว่าตัว ไม่ได้เป็นฟาร์มใหญ่ที่มีเป็นร้อยๆตัว แถมพื้นที่ก็มีไม่มากนัก ถัดไปด้านหลังก็จะเป็นป่าละเมาะ ไม่มีวีแววว่าจะมีฟาร์มแกะที่ไหนอีก 

หากให้สรุปว่าที่นี่คืออะไร ก็น่าจะพอบอกได้ว่า “ เป็นจุดพักรถเพื่อแวะกินกาแฟกินนมแกะมากกว่า “  ส่วนคอกแกะเล็กๆ รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ น่าจะสร้างขึ้นให้เข้ากับบรรยากาศเพื่อดึงดูดผู้คนที่ผ่านไปมา จะได้จอดรถเข้ามาแวะก่อนเดินทางต่อไป

ฟาร์มแกะ Hug You ไม่ได้ใหญ่โตนัก มีพื้นที่ประมาณ 5-6 ไร่เท่านั้นเอง  ดูสภาพแล้วก็คงเป็นนักธุรกิจ SMEs น้องใหม่ของวงการ  ต่างจากที่เคยเห็นทั่วๆไปที่คิดจะทำธุรกิจอย่างจริงจัง  ประเภทวัดดวง มีได้มีเสียกันไปเลย แต่ที่นี่เจ้าของอาจยึดหลักทำแบบพอเพียง ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆขยายกันตามกำลังทรัพย์ หากใครได้มาเห็นก็ต้องบอกว่า อนาคตน่าจะไปได้ดีและไปโลด เผลอๆอาจจะมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อหรือแบรนด์ดัง มาขอแจมหรือขอร่วมด้วย เพื่อให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดแวะที่ใครๆก็พลาดไม่ได้

เจ้าของฟาร์มแกะ Hug You เป็นเภสัชกร และเป็นคนลำปางชื่อ  พัฒนา บุญเป็ง 

ที่บอกว่าเป็นคนลำปางก็เพราะนามสกุลนี่แหละ  คำว่าเป็ง เป็นภาษาเหนือแปลว่าวันเพ็ญเดือนสิบสอง  ภาคเหนือมีประเพณียี่เป็ง  ซึ่งหมายถึงประเพณีลอยกระทงของล้านนา นอกจากนี้คำว่าเป็นยังหมายถึงพระจันทร์เต็มดวงอีกด้วย  เช่นคำว่า จันทร์เป็ง  ก็หมายถึง จันทร์เพ็ญ นั่นเอง  คำว่า เป็ง จึงเป็นที่ใช้กันมากทางภาคเหนือ แสดงถึงวัฒนธรรมทางภาษาดั่งเดิมของท้องถิ่น  แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครอยากนำมาตั้งชื่อกันนัก  อาจเห็นว่าเชยก็ได้ 

จากธุรกิจที่ชื่อว่า ฟาร์มแกะ Hug You ที่เปิดตัวในปี 2554  ซึ่งถือว่าไม่นานนัก  แต่มาดังเป็นพลุแตกก็ตรงที่เจ้าของได้ขึ้นป้าย “ลำปางหนาวมาก “ เป็นตัวหนังสือสีชมพูหวานแหววขนาดใหญ่สามารถมองเห็นแต่ไกล  ซึ่งคำๆนี้ก็เป็นที่รู้จัก และเคยขำกันมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน  เมื่อมาเจอป้ายขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่า จึงเหมือนกับโดนใจ  ทำให้ใครต่อใครต้องขับรถมาเที่ยวชม และคงไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ผ่านไปมาเท่านั้นที่มาแวะ เพราะดูจากนักท่องเที่ยวในวันนั้นเข้าใจว่า เกินกว่าครึ่งก็เป็นคนลำปางหรือคนในละแวกใกล้เคียง

การเดินทาง (ดูแผนที่ประกอบ)

หากขับรถมาจากตัวเมืองลำปางก็มีระยะทางประมาณ 25 กม. หรือเลยเกาะคามาอีกประมาณ 13 กม.ก็จะถึงแล้ว  เส้นทางนี้จะผ่านบ้านวังพร้าวและสะพานแม่จางเป็นจุดสังเกต  เมื่อขับมาเรื่อยๆก็จะเป็นทางขึ้นเนิน สองข้างทางก็เป็นละเมาะ ไม่มีบ้านผู้คนอาศัย  จากนั้นไม่นานก็จะเห็นรถราจอดกันเป็นจำนวนมาก  คงไม่ต้องแปลกใจอะไร เพราะถึงแล้วครับ

วันที่ผมขับรถผ่านมาเมื่อช่วงปีใหม่ 2555  ขับรถมาเพลินๆ ก็ต้องแปลกใจว่า “ อะไรกันเนี๊ยะ  เกิดอะไรขึ้น  ทำไมรถจอดกันมากมาย “  และนี่ก็เป็นที่มาของภาพชุดนี้

ฟาร์มแกะ Hug You อยู่ทางฝั่งซ้ายเมื่อมาจากลำปาง  แต่ไม่ว่าจะมาจากฝั่งไหนก็จะเห็นรถจอดแน่นกันทั้งสองฝั่ง จุดวกกลับหรือยูเทิร์นก็ไม่ไกลมากนัก 

ต้องบอกว่าเป็นความใจถึงของเจ้าของที่มาสร้างสิ่งแปลกๆไว้กลางป่า และเสี่ยงพอสมควรว่าธุรกิจจะไปรอดหรือไม่  เพราะสถานที่นี้ไม่ได้เป็นชุมชนหรือเป็นหมู่บ้านแต่อย่างใด  โดยเฉพาะเส้นทางระหว่าง อำเภอเถิน  - สบปราบ  - เกาะคา  ต้องบอกว่าเป็นเขตป่าดีๆเรานี่เอง  และเป็นแบบนี้มานานหลายสิบปีแล้ว  ขับรถมากลางค่ำกลางคืนต้องบอกว่ามืดสนิท

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามทฤษฏีในเรื่องของสถานที่ประกอบการณ์  หากถามนักการตลาดแต่แรกก็คงส่ายหน้าว่าทำไปก็เจ้งแน่  เพราะแถวนี้มีแต่ความแห้งแล้ง  ไม่มีเรือกสวนไร่นา เหมือนกับว่าปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น พื้นดินก็เป็นดินลูกรังที่ไม่ดูดซึมน้ำ ต้นไม้ก็มีแต่ต้นเล็กๆที่หาร่มเงาอะไรไม่ได้เลย  ยิ่งนั่งรถผ่านมาในช่วงหน้าร้อนก็มีความรู้สึกว่าอากาศแถวนี้คงจะร้อนตับแลบเป็นแน่แท้

แต่เจ้าของธุรกิจ Hug You ดูเหมือนจะแหกกฏหรือทฤษฏีข้างต้น คงอยากจะทำในสิ่งที่ตนต้องการ โดยนำเอาความแปลกใหม่ และความเก๋ไก๋ให้เป็นสิ่งดึงดูด มาถึงวันนี้ก็เชื่อได้เลยว่าจะมีอีกหลายๆคนที่นำไอเดียนี้ไปใช้กับธุรกิจของตน เพียงแต่ว่าจะมีไอเดียที่แปลกแหวกแนวเหมือน Hug You หรือเปล่าเท่านั้นเอง

หากจะบอกว่าที่นี่แจ้งเกิดชนิดที่พลิกความคาดหมายก็น่าจะมีหลายส่วน

เช่นบรรยากาศเป็นแบบตะวันตก  มีแกะ มีหญ้าขายให้เป็นอาหารแกะ มีร้านกาแฟ ไอศครีม และมีนมแกะจำหน่าย เพียงแค่นี้ก็น่าจะทำให้ธุรกิจนี้ไปรอด  เพราะเป็นจุดแวะที่แปลกกว่าที่อื่นๆ แต่การที่เจ้าของขึ้นป่ายใหญ่ “ ลำปางหนาวมาก “  ต้องบอกว่าเป็นแรงส่งอย่างดี  เพราะคำๆนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ  ชนิดที่ โน้ต  อุดม ยังนำไปเล่นตลกบนเวที เดี่ยวไมโครโฟน ก็คงจะนึกขำเช่นเดียวกับอีกหลายๆคน

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อดที่จะนึกถึงคำว่า “ เอาอยู่ค่ะ “ ประโยควลีของนายกฯยิ่งลักษณ์ที่เคยให้สัมภาษณ์คราวน้ำท่วมกรุงเทพฯเมื่อปลายปี 54  จนกระทั่งกลายเป็นคำล้อเลียนของบรรดาตลกทั้งหลาย  

(จากตลกคาเฟ่อ่านแล้วก็อย่าคิดมากเพราะนี่คือเรื่องโจ๊ก) มีคนโทรไปหาคุณปูยิ่งลักษณ์ที่บ้านตอน 5 ทุ่ม ก็มีเสียงตอบมาว่าไม่ว่างกำลัง “เอาอยู่ค่ะ”

สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากฟาร์มแกะ Hug You
 

ท่านใดไม่เคยมาเที่ยวเกาะคาก็ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆในย่านนี้ให้ทราบ  เพราะไหนๆก็มาถึงที่แล้ว แวะหน่อยจะเป็นไร 

สถานที่แรกได้แก่ วัดพระธาตุลำปางหลวง ( 3 กม.จากตลาดเกาะคา) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลำปาง จัดได้ว่าเป็นวัดที่สง่างามเหมือนวัดโบราณ  มีกำแพงสูงล้อมรอบ  มีประวัติการสร้างตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี(ก่อนยุคสุโขทัย) และได้รับการยอมรับว่าเป็นวัดสวยที่สุดของล้านนา  มีพระธาตุเจดีย์สูงที่สุดในภาคเหนือ  นอกจากนี้หลายวัดทางภาคเหนือยังนำแบบซุ้มประตูโขง(ประตูทางขึ้นวัด)ไปสร้างขึ้นที่วัดของตนเองมากที่สุด และภายในวัดมีพระแก้วมรกต เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองลำปาง  



แห่งที่สองได้แก่ วัดไหล่หิน (ประมาณ 10 กม.จากเกาะคา) เป็นวัดเก่าแก่ที่ยังคงรักษาความดั่งเดิมได้เป็นอย่างดี เคยใช้ลานหน้าวัดเป็นฉากในภาพยนตร์เรื่องสมเด็จพระสุริโยทัยของท่านมุ้ย  และหลายคนคงไม่มีใครทราบว่า วิหารวัดพระธาตุลำปางหลวงหลังใหญ่รวมทั้งซุ้มประตูโขง ได้นำต้นแบบมาจากวัดไหล่หิน  แต่ขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น  ลักษณะของวัดไหล่หินเป็นวัดขนาดเล็ก(มาก)  ไม่ต่างกับวัดในจังหวัดน่าน หรือวัดทางล้านช้างของลาว




แห่งที่สามได้แก่ วัดพระธาตุจอมปิง  (ประมาณ 14 กม.จากเกาะคา) เป็นวัดในชนบทหรือในหมู่บ้านเล็กๆของตำบลจอมปิง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวัง วัดนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปก็เนื่องจากมีภาพหัวกลับขององค์พระธาตุเจดีย์ปรากฏขึ้นในวิหารไม้เก่าแก่หลังเล็กๆ  จากครั้งแรกมีผู้พบเห็นในคืนเดือนเพ็ญ ขณะกำลังทำพิธีในวิหารตอนกลางคืน  พลันก็เกิดพระธาตุเจดีย์ปรากฏบนพื้นจนมองเห็นได้ชัดเจน  จากนั้นก็เป็นที่ร่ำลือถึงความอัศจรรย์  จนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมกันไม่ขาดสาย



นอกจากนี้ที่เกาะคายังมีสถานที่สำคัญและอยู่คู่กับอำเภอเกาะคามาช้านาน ได้แก่โรงงานน้ำตาลทราย ชื่อเดิมว่า “ โรงงานน้ำตาลไทย “ ชื่อย่อว่า น.ต.ท. 

ใครนั่งรถผ่านมาถึงเกาะคาในช่วงหน้าหนาว  อาจเห็นโรงงานน้ำตาลกำลังพ่นควันสีขาวจากปล่องขนาดใหญ่  และพ่นควันติดต่อกันราว 75 ปีมาแล้ว หรือหลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นานนัก(พ.ศ.2475)

โรงงานน้ำตาลทรายแห่งนี้เป็นโรงแรกของเมืองไทย เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ.2479 สมัยพลเอกพระยาพหล พลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี และปี 2480 ได้เริ่มการผลิต

ก็เพราะโรงงานน้ำตาลแห่งนี้ที่ทำให้เกาะคาเป็นอำเภอที่ดูจะเจริญรุดหน้ากว่าอำเภออื่นๆของลำปาง จากเมื่อก่อนที่ไฟฟ้ายังมาไม่ถึง กลางค่ำกลางคืนชาวบ้านยังจุดไต้จุดตะเกียง  แต่ในพื้นที่โรงงานแห่งนี้กลับสว่างไสว  เนื่องจากมีเครื่องทำไฟเป็นของตนเอง  สมัยเริ่มแรกนั้นถือได้ว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ  น้ำตาลทรายที่ผลิตได้สามารถเลี้ยงคนได้หลายจังหวัด  แถมยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศอีกด้วย


ภาพโรงงานน้ำตาลไทยในอดีต สมัยที่ยังเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันได้ขายให้กับธุรกิจเบียร์ช้าง
     และได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลแม่วัง


            

โรงงานน้ำตาลจึงอยู่คู่กับคนเกาะคามานานนับชั่วอายุคน เรียกว่าเกิดมาก็เห็นโรงงานแล้ว  สมัยก่อนพอถึงช่วงฤดูหีบอ้อย บรรยากาศจะเป็นไปอย่างคึกคัก  เนื่องจากมีการจ้างคนงานชั่วคราวเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูเปิดหีบ ซึ่งเป็นชาวนาชาวไร่ในพื้นที่เกาะคา และโรงงานก็จะเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ในแต่ละปีก็จะมีระยะเวลาหีบอ้อยหรือผลิตน้ำตาลทรายประมาณ 5-6 เดือน(ในอดีต) ช่วงฤดูหีบอ้อยอำเภอเกาะคาจะมีบรรยากาศของการตื่น  กลางคืนจะมีแต่ความคึกคักสว่างไสว ร้านค้าร้านขายแถวๆตลาดขายดิบขายดี มีคนงานเข้ามาเปลี่ยนกะทำงานกันทุก 8 ชั่วโมง โดยทางโรงงานจะมีการชักหวูดทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนกะ เป็นการบอกเวลาในสมัยก่อน และเสียงหวูดจะได้ยินไปไกลนับเป็นสิบๆกิโล ทุกวันนี้ก็ยังชักหวูดเหมือนเช่นอดีต ดูแล้วค่อนข้างจะคลาสสิค ไม่ต่างกับเสียงรถม้าในตัวเมืองลำปาง

กาลเวลาผ่านไป โรงงานแห่งนี้ก็ไม่ได้พัฒนาปรับปรุงอะไรมากนักเนื่องจากเป็นของรัฐวิสาหกิจในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม และในช่วงที่มีความผันผวนเรื่องราคาน้ำตาลทราย อันเป็นผลมาจากความผิดพลาดของรัฐบาลยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (พศ.2451-2506) ที่เร่งขยายพื้นที่ปลูกอ้อย พร้อมกับมีการอนุมัติให้เอกชนตั้งโรงงานกันอย่างครึกโครม ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูง น้ำตาลทรายจึงล้นตลาดและขายไม่ออก โรงงานหลายแห่งปิดกิจการ บางแห่งต้องให้ธนาคารไทยพาณิชย์เข้ามาช่วยโอบอุ้ม นับเป็นวิกฤติน้ำตาลทรายครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศ

โรงงานน้ำตาลเกาะคา ผ่านเหตุการณ์วิกฤติมาทุกยุคทุกสมัยและล้มลุกคลุกคลานมาตลอด อาศัยว่าเป็นโรงงานของรัฐบาลที่ได้งบประมาณของแผ่นดินมาจุนเจือ จึงพอจะประคับประคองตนเองมาได้ สมัยต่อๆมารัฐบาลเห็นว่าจะแบกรับภาระไม่ไหว จึงต้องประกาศขายให้กับเอกชน(เช่นเดียวกับองค์การ รสพ.) แต่ก็ไม่มีผู้สนใจนับเป็นเวลาสิบๆปี กี่รายๆที่เขามาดูโรงงานก็เห็นว่ามันล้าสมัยจนเกินจะเยียวยา

กระทั่งเจ้าของเบียร์ช้าง หรือ เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีของเมืองไทยได้เข้ามาซื้อกิจการ คงเห็นว่าเงินที่มาลงทุนปรับปรุงโรงงาน ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักมากนัก อีกประการหนึ่งกากน้ำตาลหรือโมลาส ก็ยังนำไปต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้อีกด้วย และหลังจากเข้ามาซื้อกิจการก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น “โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลแม่วัง “ ชื่อภาษาอังกฤษ Mae Wang Sugar Industry

หลังเบียร์ช้างเข้ามาบริหารก็ลุ่มๆดอนๆเนื่องจากปัญหาราคาอ้อย แต่ปัจจุบันเริ่มมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ก็คืออ้อย  ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากชาวไร่อ้อยหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ราคาดีกว่า  ทำให้มีอ้อยมาป้อนโรงงานน้อยลง 

ใครไปเที่ยวเกาะคาหากมีโอกาสก็น่าจะถ่ายภาพโรงงานไว้เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะภาพโรงงานกำลังปล่อยควันโขมง ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ว่า โรงงานกำลังหีบอ้อย เพราะจากนี้ไปก็ไม่แน่ใจว่า อนาคตจะเป็นเช่นไร


โฟโต้ออนทัวร์
18 เมษายน 2555



แผนที่ฟาร์มแกะลำปาง แผนที่ฟาร์มแกะฮักยู แผนที่ฟาร์มแกะ Hug You แผนที่ลำปางหนาวมาก

แผนที่ ฟาร์มแกะ Hug You ลำปางหนาวมาก เกาะคา ลำปาง

 
 
           
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ