Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์    
   
     
      Home  :   Events  :  Royal Photos  :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :  Portrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :  Clip Video  :  Site Update
Home   Home  :  Gallery  : Pattaya Floating Market 
     
  Pattaya Floating Market    ตลาดน้ำสี่ภาค พัทยา  
 
Set 1

Set 2

Set 3

Set 4

Set 5

Set 6

Set 7

Set 8

   

ชมภาพตลาดน้ำในจังหวัดอื่นๆ
ตลาดดอนหวาย(จ.นครปฐม) มีค.44
ตลาดดอนหวาย(จ.นครปฐม) มิย.51 ตอนที่ 1
ตลาดดอนหวาย(จ.นครปฐม) มิย.51 ตอนที่ 2
ตลาดดอนหวาย(จ.นครปฐม) มิย.51 ตอนที่ 3

 

ตลาดน้ำลำพญา นครปฐม ตค.46

ตลาดน้ำคลองแห อ.หาดใหญ่ สค.53 (ตอนที่1)

ตลาดน้ำคลองแห อ.หาดใหญ่ สค. 53 (ตอนที่2)
 
 
Pattaya Floating Market   ตลาดน้ำสี่ภาค พัทยา
(เดินทาง มีนาคม 2555)



ตลาดน้ำในบ้านเราตอนนี้เรียกว่าเป็นกระแสที่นักธุรกิจ หรือผู้ประกอบการณ์ในแวดวงการท่องเที่ยวหันมาสนใจกันมากขึ้น  บางคนอาจอยู่ในระหว่างการหาลู่ทางหรือหาทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวกันมากนัก อาจเป็นเพราะตลาดน้ำส่วนใหญ่ที่เปิดมาแล้วประสบความสำเร็จ  บางแห่งก็ติดลมบนชนิดอยู่กันยืนนาน จึงทำให้นักธุรกิจให้ความสำคัญกับการสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมที่คาดว่าน่าจะมีอนาคตที่ดี

การที่จะสร้างตลาดน้ำขึ้นมาสักแห่ง ดูๆก็ไม่ต่างกับการทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ หรือการทำหมู่บ้านจัดสรร เริ่มจากการหาทำเลที่เหมาะจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต กำหนดพื้นที่และออกแบบวางผังการก่อสร้างให้ออกแนวตลาดน้ำในอดีต แบ่งโซนพื้นที่ เช่นร้านขายของ ร้านอาหาร พื้นที่การแสดงทางวัฒนธรรม พื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ จากนั้นก็ทำการโฆษณาหาผู้เช่า ทำสัญญากันระยะยาว ต่อไปก็เป็นเรื่องของการตลาดและการประชาสัมพันธ์

ในต่างจังหวัดเช่นอำเภอหัวหิน  ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีตลาดน้ำราว 3 แห่ง  แต่ทุกแห่งไม่ได้เป็นตลาดน้ำประเภทพายเรือขายของ  หรือเป็นตลาดน้ำแบบดั่งเดิมที่มีมาหลายชั่วอายุคน  แต่เป็นการจำลองหรือสร้างบรรยากาศขึ้นมาให้มีความคล้ายคลึงกับตลาดน้ำในอดีต

ธุรกิจของตลาดน้ำอาจไม่มีการแข่งขันกันชัดเจนเหมือนกับธุรกิจอื่น เรียกว่าพื้นที่ใครพื้นที่มัน  อาศัยว่าเกาะกระแสการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดผู้คนที่ผ่านมาในเส้นทางนั้น  หรือย่านนั้นๆมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอยู่แล้ว  จึงถือโอกาสสร้างตลาดน้ำขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีทางเลือกมากขึ้น  แต่ไม่ว่าจะสร้างตลาดน้ำที่ไหนๆ  คนในพื้นที่หรือคนในจังหวัดเค้าสนับสนุนกันอยู่แล้ว 

ปัจจุบันตลาดน้ำในบ้านเรามีกี่แห่ง คงจะหาคนตอบได้ยาก บางแห่งพึงจะเกิดใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จัก บางแห่งรู้กันเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้โปรโมทหรือประชาสัมพันธ์กันมากนัก  อาศัยปากต่อปากหรืออาศัยสื่อออนไลน์จากอินเตอร์เน็ตช่วยกระจายข่าวซึ่งก็คงได้ผล แต่จะยั่งยืนหรือไม่ก็แล้วแต่ว่าแต่ละแห่งมีการบริหารจัดการกันอย่างไร  เพราะแค่มีเงินลงทุนแล้วเนรมิตทุกอย่างขึ้นมาโดยขาดความเป็นไทยหรือขาดความเข้าใจก็อาจม้วนเสื่อกลับบ้าน 

หากตลาดน้ำแห่งใดที่เปิดมาแล้วแต่ไม่เป็นที่นิยม หรือไม่มีคนไปเที่ยวมากนัก เดาได้เลยว่าน่าจะไปไม่รอด และการที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่คงเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรกว่าคนจะติด

ตลาดน้ำแต่ละแห่งมีจุดขายหรือจุดเด่นที่แตกต่างกัน  บางแห่งก็อาศัยว่าอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว  บางแห่งก็อาศัยความเก่าแก่ ที่มีอดีตหรือมีตำนานมายาวนาน แต่ถ้าตลาดน้ำแห่งใดไม่มีจุดขายก็ต้องอาศัยการโฆษณาโดยตรงเช่นเดียวกับการขายสินค้าทั่วๆไป

หากจะถามผู้ที่เคยไปเที่ยวตลาดน้ำว่าชอบอะไร หลายคนก็อาจนึกไม่ออก  แต่เชื่อว่านักท่องเที่ยวคงจะคาดหวังไว้ในใจแล้วว่าต้องการอะไร ที่แน่ๆคงหนีไม่พ้นเรื่องหลักๆเหล่านี้


สภาพแวดล้อม

มีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติแบบดั่งเดิมที่มีบรรยากาศแบบไทยๆเช่นอยู่ตามริมน้ำ หากไม่มีก็จำเป็นต้องสร้างหรือจำลองให้ดูย้อนยุค  แค่นี้นักท่องเที่ยวก็แห่กันไปเที่ยวและถ่ายภาพส่งถึงกันเป็นว่าเล่น เท่ากับว่านักท่องเที่ยวช่วยโฆษณาให้ฟรีๆ  หากดีจริงใครเห็นแล้วก็อยากจะมาเที่ยว  โดยเฉพาะคนในเมืองหลวงหรือคนกรุงเทพ ที่ต้องการสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน และอยากมาพักผ่อนเพื่อความสบายใจ


อาหารการกิน

หลายแห่งอาจจะเน้นความเป็นไทยหรืออาหารไทยแบบดั่งเดิม  แต่ควรจะเป็นแบบไทยแท้  ไม่ใช่ไทยผสมที่หาความดั่งเดิมไม่ค่อยได้  เรื่องนี้ถือว่าสำคัญ  ฝีมือไม่ดี ไม่เข้าขั้นก็ไม่ควรให้มี  เรียกว่าต้องคัดกรองเรื่องฝีมือกันหน่อย  เพียงแค่อาหารไทยแท้ที่ฝีมือเข้าขั้น อาจเป็นเสน่ห์จุงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางกันมาอีกหลายครั้ง เช่นก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดน้ำบางพล มากี่ครั้งก็ไม่ผิดหวัง เป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งแบบดั่งเดิมจริงๆ ใครไม่เชื่อสามารถไปพิสูจน์กันได้

แต่ถ้าหากจะเน้นอาหารไทยโบราณทั้งหมดก็อาจขาดสีสันสำหรับคนรุ่นใหม่ประเภทชอบไก่ KFC  หรือชอบกินพิชช่า  ร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู๊ดของต่างชาติ หรือร้านดังของแบรนด์ไทย  หากมาตั้งอยู่ในตลาดน้ำพร้อมกับตกแต่งร้านภายนอกให้ดูย้อนยุค  ส่วนภายในร้านก็มีบรรยากาศในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง  ก็น่าจะลงตัว  เรียกว่าเข้ากันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยหรือไปด้วยกันได้  เรื่องนี้เคยเห็นตัวอย่างในฮ่องกงและประเทศจีน ภายนอกสร้างสไตล์จีนโบราณ แต่ข้างร้านขายแต่ของสมัยใหม่ ดูแล้วเก๋ไก๋ดีทีเดียว


การแสดงทางวัฒนธรรม

เรื่องนี้ตลาดน้ำหลายแห่งอาจมองข้าม  เพราะมัวไปเน้นเรื่องอื่นจนลืมเรื่องเหล่านี้  หากเป็นไปได้คิดว่าตามจุดต่างๆของตลาดน้ำอาจมีมุมเล็กๆ ให้มีเสียงดนตรีไทยล่องลอยสอดแทรกชนิดที่ได้ยินแล้วก็เย็นอกเย็นใจ

เครื่องดนตรีไทยสัก 1 หรือ 2 ชิ้น เล่นเบาๆโดยไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียงก็จะเข้าบรรยากาศ เพราะเสียงใสๆจากเครื่องดนตรีน้อยชิ้นน่าจะเหมาะกับสถานที่ลักษณะนี้  ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมดนตรีไทยไปในตัว  อาจหาเด็กนักเรียนที่มีความสามารถด้านดนตรีไทย หรือติดต่อชมรมดนตรีพื้นบ้านในท้องถิ่น วนเวียนกันมาเล่นในบางโอกาส คงได้รับความร่วมมือด้วยดี

เครื่องดนตรีไทยหากเล่นแบบเดี่ยวๆอาจฟังแล้วเสนาะหูกับผู้คนที่เดินผ่านไปมา  เล่นเก่งหรือไม่เก่งอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก  ขอให้เป็นเสียงสดๆโดยไม่ใช้เครื่องขยายเสียง คนฟังอาจซาบซึ้งเหมือนถูกมนต์สะกดก็เป็นได้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ไม่เคยได้ยินเสียงเครื่องดนตรีไทยมาก่อน 

เช่นการเล่นด้วยซออู้ตัวเดียว หรือระนาดกับฆ้องวง จับคู่กันแค่ 2 ชิ้น เพียงแค่นี้ก็ไพเราะแล้ว 

นึกขึ้นได้ว่าไม่นานมานี้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ประเทศเวียดนาม โปรแกรมในเช้าวันนั้นได้ไปเที่ยวทำเนียบรัฐบาลหลังเก่า สมัยที่เวียดนามปกครองโดยฝรั่งเศส

ทำเนียบหลังนี้ไม่ใหญ่โตนักแต่เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลังจากเที่ยวจนจบแล้วจึงเดินไปขึ้นรถ

ระหว่างทางได้ยินเสียงเครื่องดนตรีของเวียดนามที่ไม่คุ้นหู

ทีแรกนึกว่ามาจากเครื่องเสียง แต่กลายเป็นการเล่นสดๆด้วยเครื่องโปงลางที่ทำจากไม้ใผ่ เล่นคู่กับกลองแบบจีน ปรากฏว่ายืนฟังอยู่ตั้งนาน เนื่องจากมีความไพเราะมาก จะเรียกว่าไพเราะจับใจก็น่าจะได้ และเป็นครั้งแรกที่ได้ยินโปงลางไม้ไผ่ของเวียดนาม เชื่อว่าหลายคนคงไม่ทราบมาก่อนว่า เวียดนามก็มีโปงลางเหมือนบ้านเรา แต่ดูแล้วน่าจะมีระดับเสียงที่มากกว่าโปงลางทางภาคอีสาน ภาษาดนตรีเรียกว่ามีเสียงครึ่ง

หากมีเสียงครึ่งได้จริงแล้วก็ถือว่าเป็นเครื่องดนตรีมาตรฐานที่สามารถเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีสากลได้ เนื่องจากสามารถปรับคีย์หรือปรับระดับเสียงให้ตรงกันได้ แตกต่างจากเครื่องดนตรีไทยที่ไม่สามารถเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีสากลได้ เนื่องจากมีระดับเสียงเดียวหรือมีแค่คีย์ซี (Key C)เท่านั้น ตัวอย่างเช่นหากเราร้องเพลงของใครแล้วขึ้นเสียงสูงไม่ถึง ก็จะต้องลดระดับลงมาให้ร้องได้ ซึ่งเครื่องดนตรีสากลสามารถปรับระดับเสียงขึ้นหรือลงตามนักร้องได้ไม่ยาก

และการที่เครื่องดนตรีมีเสียงครบตามมาตรฐานสากล ก็สามารถเล่นได้ทุกเพลงในโลกนี้ ชาติไหน ภาษาไหน มีโน๊ตดนตรีอย่างไร ก็สามารถเล่นได้หมด แต่เครื่องดนตีบางชาติที่มีเสียงไม่ครบ เช่นเครื่องดนตรีไทยก็จะมีปัญหาสำหรับบางเพลงที่มีเสียงครึ่ง ประเภทมีแฟลตมีชาร์ปมากๆ ตัวอย่างง่ายๆก็คือเพลงพระราชนิพนธ์ที่เครื่องดนตรีไทยไม่สามารถเล่นได้ หรืออาจเล่นได้เพียงบางท่อน ถ้าเล่นก็จะมีเสียงแปร่งๆ เพี้ยนๆ

ไม่เฉพาะแต่เครื่องดนตรีไทยที่มีปัญหา ประเทศอื่นๆเช่นพม่า ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซียก็ไม่ต่างกัน นี่ก็เป็นจุดอ่อน ของเครื่องดนตรีประจำชาติบางประเทศ ที่แจมหรือเล่นร่วมกับชาวบ้านไม่ได้โดยเฉพาะชาติทางยุโรป

แต่ถ้าหากว่าจะเล่นร่วมกันได้ก็ต้องปรับแต่งโดยเพิ่มระดับเสียง ซึ่งจะทำได้เฉพาะเครื่องดนตรีบางชนิดเท่านั้น ที่เห็นก็น่าจะมีแค่ "ขลุ่ย " ที่ใช้วิธีเจาะรูเพิ่มเสียง และผู้เล่นก็จะต้องฝึกฝนเพิ่มเติม

หากใครรู้จักนักเป่าขลุ่ยมือ 1 ของเมืองไทยที่มีชื่อว่า อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ก็คงเคยได้ยินข่าวว่าเคยร่วมกับวงดนตรีต่างชาติมาแล้วหลายครั้ง และขลุ่ยที่นำไปเล่นแจมก็เป็นขลุ่ยที่ปรับระดับเสียงให้เป็นสากลเรียบร้อยแล้ว

ครับ.. ยืนฟังโปงลางเวียดนามได้ไม่นานก็ต้องรีบไปขึ้นรถ น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาซื้อแผ่นซีดีของเครื่องดนตรีชนิดนี้


ตลาดน้ำอโยธยา

เมื่อปี 54 เคยไปเที่ยวตลาดน้ำอโยธยาในจังหวัดอยุธยาที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมากเรียกว่าคนแน่น ใครไปเที่ยวอยุธยาเมืองเก่าอาจหาโอกาสไปเที่ยวและทานข้าวทานปลากันที่นั้น อาหารไทยๆขนมไทยๆก็มีหลากหลายให้เลือก

แต่พอเดินเข้าไปด้านในก็รู้สึกว่าเจ้าของสถานที่จะไม่เข้าใจในเรื่องตลาดน้ำและยังไม่เข้าใจในความเป็นไทยที่แท้จริง 

วันนั้นพอเข้าไปในลานจอดรถก็ยินเสียงอึกทึกเหมือนมาเที่ยวงานวัดในต่างจังหวัด  ด่านแรกคือเจอวงดนตรีคนตาบอดที่ฟังแล้วก็รับไม่ได้  ไม่ต่างจากวงตาบอดที่เล่นตามที่ต่างๆ  ด่านที่สองก็เป็นการร้องคาราโอเกะที่ทางตลาดน้ำหวังดีอยากให้นักท่องเที่ยวได้แสดงออก แต่คิดว่าหลายคนคงหนวกหูรำคาญกับเสียงแหกปากของพวกโรคจิตที่เห็นไมค์เป็นไม่ได้

ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว(แบบไทยๆ)จะเอาวงดนตรีที่เปิดเสียงดังๆคงไม่เหมาะกับบรรยากาศแน่ เจ้าของตลาดน้ำคงมีใจบุญใจกุศล  แต่ก็อย่าเอามาปะปนกับตลาดน้ำที่นักท่องเที่ยวเข้ามาหาความสงบสุขไม่ใช่มาเที่ยวงานวัดหรือตั้งใจมาทำบุญ มันน่ารำคาญพอๆกับนั่งทานอาหารในร้านแลัวมีคนเดินมาขอรับบริจาคหรือช่วยให้ทำบุญอยู่ข้างโต๊ะ


หากมีใจกุศลก็น่าจะหาวิธีอื่นที่ดูดีกว่านี้  เช่นอาจจัดขบวนแห่บอกบุญแบบไทยๆ ประกอบด้วยเถิดเทิงกลองยาว  มีสุภาพสตรีแต่งชุดไทยถือพานหรือขันเงินเดินรับบริจาคจากนักท่องเที่ยว มีเด็กๆแต่งตัวแบบไทยๆมาฟ้อนรำ

จะเป็นขบวนบอกบุญเรียไร หรือเป็นขบวนแห่เพื่อสร้างสีสันก็ได้ทั้งนั้น ในต่างประเทศเช่นตามสวนสนุกก็ทำกันจนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงเย็นๆยามแดดร่มลมตก

นี่ก็เป็นเรื่องของการแห่แหนแบบไทยๆที่มีมาแต่อดีต  ยิ่งมีขบวนฟ้อนขบวนรำ ขบวนหัวโต มีหัวเสือ หรือผีตาโขน ดูแล้วน่าจะเข้ากับบรรยากาศมากกว่า 

ตลาดน้ำภาคกลาง

ตลาดน้ำของไทยส่วนใหญ่มักจะอยู่ทางภาคกลาง  เนื่องจากภาคกลางมีแม่น้ำลำคลองมาก  วิถีชีวิตคนไทยในอดีตก็อาศัยลำน้ำเป็นเส้นทางสัญจร หรือไปมาหาสู่และทำมาค้าขาย  สถานที่ราชการหรือแม้แต่ตลาดสดส่วนใหญมักจะอยู่ริมน้ำ ตัวอย่างเช่นศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่าที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6  ก็จะหันหน้าออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าศาลากลางจึงเปรียบเสมือนเป็นท่าเรือ  ซึ่งก็คือท่าน้ำนนท์ในปัจจุบัน 

ตลาดน้ำที่มีการพายเรือขายของและเป็นตลาดน้ำโบราณที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันได้แก่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก  ตลาดน้ำตลิ่งชัน และตลาดน้ำอัมพวา  ส่วนตลาดน้ำในที่อื่นๆเข้าใจว่าเป็นการรื้อฟื้นตลาดเก่าที่หายสาบสูญไปนานให้กลับฟื้นขึ้นมาใหม่หรืออีกทีก็สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ตลาดน้ำเป็นวิถีชีวิตของคนภาคกลางแต่ถ้าไปโผล่ทางภาคอีสานหรือภาคใต้  เช่นตลาดน้ำคลองแหที่อำเภอหาดใหญ่  ก็แสดงว่าเป็นตลาดน้ำที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวมาเลเซียที่ไม่เคยเห็นตลาดน้ำแบบนี้มาก่อน  เมื่อเห็นแม่ค้าแม่ขายจอดเรือขายของอยู่ตามริมคลองก็รู้สึกตื่นเต้น

แต่คนไทยไปเที่ยวแล้วก็อย่าได้เแปลกใจว่าเรือพายหรือเรือแจวและการใส่งอบของแม่ค้าเหล่านั้นเป็นของภาคกลาง ทางภาคใต้คงไม่มีเรือแจวแบบนี้แน่เพราะอยู่ติดทะเล ่ทั้งหมดนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการจำลองวิถีแบบไทยๆ หากภาคไหนจัดให้มีขึ้นก็น่าสนับสนุนทั้งนั้น

ใครไปเที่ยวหาดใหญ่ก็อาจแวะไปดูตลาดน้ำคลองแหได้ แต่จะเปิดเฉพาะ ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 15.00 - 20.00

สำหรับตลาดน้ำเมืองพัทยาหรือตลาดน้ำสี่ภาคก็เป็นทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติจะชื่นชอบกันเป็นพิเศษ  ส่วนคนไทยอาจไม่รู้สึกตื่นเต้นกันนัก  เพราะตลาดน้ำแบบนี้มีอยู่มากมาย แต่ละแห่งก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน

แต่ตลาดน้ำพัทยาได้มาเที่ยวเมื่อเดือนมีนาคมปี 2555  ดูแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั้นก็คือ "ร้อนอิบอ๋าย"  เดินไปเดินมาก็มีความรู้สึกว่าเริ่มเป็นทุกข์กับความร้อนและเหงื่อตามเนื้อตัว ที่น่าแปลกก็คือจะร่มไม้ที่ไหนก็ไม่มี  ว่าแล้วก็รีบเผ่นไปเที่ยวที่อื่น



โฟโต้ออนทัวร์
8 มีนาคม 2556


 
แผนที่ตลาดน้ำสี่ภาค พัทยา
แผนที่เดินทางไปชลบุรี พัทยา สัตหีบ ระยอง จันทบุรี ตราด
และจากกรุงเทพสู่ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ด่านปอยเปต ตลาดโรงเรือ วังน้ำเย็น

คลิกที่ภาพ


 

คลิกที่ภาพ


 
 
 
แหล่งท่องเที่ยวทางภาคตะวันออก
ชลบุรี ระยอง จันทบุรี
อัลคาซ่าร์ พัทยา จ.ชลบุรี
หาดพัทยา จ.ชลบุรี
หลวงพ่อโสธร จ.นครนายก
แพปลาบ้านเพ จ.ระยอง
อ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี
 โบสถ์แม่พระปฏิสนธิฯ จ.จันทบุรี
ชุมชนริมน้ำจันทบูร จ.จันทบุรี
สวนผลไม้เมืองจันท์ จ.จันทบุรี
 วัดเขาสุกริม จ.จันทบุรี
 
 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ