สถานท่องเที่ยวเมืองระยอง ตลาดบ้านเพ แพปลาตลาดบ้านเพ  การทำประมงในอ่าวไทย  ภาพแรงงานพม่า  ภาพเรือประมง  ภาพเรือไดหมึก  การซ่อมอวน  ภาพคนงานพม่าท่าเรือระยอง  เที่ยวระยอง   ตลาดบ้านเพ  ตลาดอาหารแห้ง

Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
Home  I  Gallery  I  Rayong 02
 
Home  :  Gallery  :  Rayong 02    
 
เที่ยวระยอง ตอนที่ 2 : แพปลาที่ตลาดบ้านเพ จ.ระยอง
   

 
ภาพชุดที่น่าสนใจ
 
 


Royal Photos ภาพในหลวง งานพระราชพิธ
พิธีพระบรมศพ สมเด็จพระพี่นางฯ พ.ศ.2551
ลงนามถวายพระพรฯ โรงพยาบาลศิริราช 2550
5 ธันวาคม 52 พระชนมมายุ 82 พรรษา
12 สิงหา 52 พสกนิกร แสดงความจงรักภักด
ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี 2549 เมืองทองธาน
งานพืชสวนโลก ปี 49 - 50 จ.เชียงใหม
ฉลองปีกาญจนาภิเษกครองราชย์ 60 ปี 9 มิย.49
พระเทพฯทรงเกี่ยวข้าว ที่นครนายก ปี 2542

ขบวนพยุหยาตราฯ ปีกาญจนาภิเษก ปี 2539
พิธีพระบรมศพสมเด็จย่า ปี 2538
More



Events รวมภาพเหตุการณ์
คลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มญี่ปุ่น 11 มีค.54
วันมาฆบูชาที่ท้องสนามหลวง 26กพ.53
ยึดทรัพย์ทักษิณ 46,373ล้านบาท 26กพ.53
รวมภาพสึนามิ ไทย อินโด ฯลฯ 26 ธค.47
การแสดงของฝูงบินธันเดอร์เบิร์ด 9ตค.51
งานโอท็อปที่เมืองทองธานี 30สค.52
เหตุการณ์ตำรวจปะทะกลุ่มพันธมิตร 7ตค.51
เหตุการณ์ขับไล่นายกฯสมัคร26 สค.51
ตัดสินคดีเลี่ยงภาษีของตระกูลชินวัตร 31กค.51
พายุไซโคลนนาร์กีสถล่มพม่า 2พค.51
ภาพเหตุการณ์ปฏิวัติ เมื่อวันที่ 19กย.49
เผาสถานฑูตไทยในกัมพูชา 29 มค.46

More



Sea & Sand ทะเลไทย
หมู่เกาะตะรุเตา ทะเลอันดามัน
เกาะหลีเปะ จ.สตูล
ทะเลชุมพร
อ่าวมะนาว ประจวบ
เกาะราชาภูเก็ต
ว่ายน้ำดูปะการังที่เกาะราชา
เกาะเฮ ภูเก็ต
ทะเตรัง ถ้ำมรกต
More
       
 
 
 
 


เที่ยวระยองตอนที่ 2 แพปลาบ้านเพ
(เดินทาง 6 เมย.54)


ตลาดบ้านเพ จังหวัดระยอง  ตลาดของแห้งของฝากเก่าแก่ที่อยู่ติดริมทะเล  และอยู่ใกล้ๆกับท่าเรือที่จะข้ามไปเกาะเสม็ด(เสร้จทุกราย) ใครผ่านไปมาก็ต้องสังเกตเห็น เพราะแถวนี้ทั้งย่านมีแต่ร้านขายของฝากเป็นระยะทางยาว  โดยเฉพาะพวกเปลือกหอยที่ทำเป็นม่านประดับหรือที่เรียกว่าโมบายเปลือกหอย  ห้อยระย้าตามหน้าร้านเต็มไปหมด 

นักท่องเที่ยวทั้งที่มาด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถทัวร์รถบัส เมื่อมาถึงบ้านเพก็มักจะแวะมาซื้อของแห้งหรือของทะเลกัน เพราะที่จอดรถสะดวก ของขายก็มาก ตลาดหลังคามุงจากก็ดูเป็นพื้นบ้านแบบไทยๆ และข้อดีของหลังคามุงจากคือไม่ร้อน  ต่างกับร้านของฝากในปัจจุบันที่สร้างกันใหญ่โตทันสมัย ไม่ต่างกับห้างสรรพสินค้าที่อยู่ริมถนน กลายเป็นธุรกิจร้านของฝากที่ลงทุนกันหลายสิบล้านบาท

ภายในตลาดเก่าบ้านเพ  ไม่ต่างกับตลาดสินค้าพื้นเมืองหรือตลาดของแห้งจากทะเล ที่รวบรวมความหลากหลายมาไว้ที่เดียวกัน และจังหวัดระยองก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องอาหารทะเล รวมทั้งของประดับจากเปลือกหอย ที่มีรูปแบบสวยๆงามๆมากมาย จนลานตาไปหมด ที่น่าแปลกใจมากก็คือราคาค่อนข้างถูก ถึงถูกมากๆ

ตลาดบ้านเพผมผ่านมาค่อนข้างบ่อย  มากี่ครั้งก็ต้องแวะเพราะเป็นทางผ่าน แต่มาระยองคราวนี้จึงไม่ค่อยสนใจมากนัก  เรียกว่าเบื่อแล้วก็ได้  ไปครั้งไหนก็ไม่พ้นที่จะอุดหนุนกาแฟเย็นโบราณร้านเดิมเพื่อแก้ประหาย  ของอย่างอื่นก็ซื้อนิดๆหน่อยพอเป็นพิธี  เพราะตลาดใกล้บ้านก็มีขายไม่ต่างกัน

มาคราวนี้ญาติๆเค้าเข้าตลาดไปซื้อของกันตามประสาแม่บ้าน  ส่วนผมขอปลีกวิเวกไปเก็บบรรยากาศของแพปลาที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้นดีกว่า  เพราะมองจากตลาดบ้านเพแล้วเห็นมีแพปลาอยู่ใกล้ๆแถวนั้นหลายแห่ง  แต่ขณะนี้เป็นเวลาราว 11 โมง  จะมีอะไรน่าสนใจหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก  นี่ก็ใกล้เที่ยง ร้อนก็ร้อน

เมื่อวานได้ยินข่าวว่ากรุงเทพฝนตกหนักมาก และมีลมพัดแรง แต่ที่บ้านเพแดดเปรี้ยง แถมอากาศขณะนี้ก็อบอ้าวเหลือทน  เดินไปก็บ่นกับตนเองว่าเราบ้ารึปล่าว มาเดินตากแดดอยู่คนเดียว แถมดูแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจนัก

เดินไปไม่ไกลก็เห็นซอยเล็กๆ เป็นทางเข้าไปยังแพปลาหรือสะพานปลาที่ทอดยาวออกไปทะเล มาถึงตรงนี้ก็ได้กลิ่นทะเลคละคลุ้งมาเตะจมูก  ซึ่งเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์  แต่กลิ่นแถวนี้ดูจะรุนแรง  ทั้งกลิ่นของเน่าของเสียนานาชนิด ที่มาจากเรือประมงและจากโรงงานแช่แข็งในย่านนี้   

เรื่องแพปลากับกลิ่นคาวทะเลแบบนี้มันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว  ไปจังหวัดไหนๆก็ต้องเจอ  แต่แถวบ้านเพรู้สึกว่าดูจะหนักหนากว่าที่เคยพบ   ขณะเดียวกันตามชายหาดที่เลยจากนี้ไปก็ดูรกรุงรัง และทรุดโทรมเอามากๆ

น้ำทะเลก็ดูไม่ค่อยจะใสสะอาด  ยิ่งมาเจอทั้งกลิ่นคาว  และขยะตามชายหาดจึงเป็นภาพที่ไม่ค่อยจะดีนัก  ทำให้เสียความรู้สึกพอสมควร

ถ้าหากว่ามีการเก็บและทำความสะอาดกันบ้าง  คงดีกว่านี้มากทีเดียว 

จากสภาพที่เห็นดูเหมือนสะสมขยะกันมาเป็นปีเป็นชาติ  ซึ่งอาจไม่เคยมีการเก็บกวาดชายหาดกันเลยก็ว่าได้ คิดอีกทีหรือว่าคนที่นี่คุ้นเคยกับกลิ่นและสภาพที่เป็นอยู่จนรู้สึกเป็นปกติ  ไม่ต่างกับผู้ที่อาศัยอยู่ตามสลัม  จนชินกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยของเสีย


ภาพขยะเกลื่อนหาดบ้านเพ (คลิกที่ภาพ)



ปัจจุบันภาพชายหาดบริเวณตามแพปลาหลายแห่งนับว่าดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก  ไปเที่ยวทางภาคใต้ก็ไม่เห็นกันบ่อยนัก  เว้นแต่ว่าเป็นบริเวณที่ควบคุมได้ยาก  แต่ชายหาดในย่านตลาดบ้านเพ  และที่ทอดยาวออกไปอีกไกล ยังมีสภาพสกปรกรุงรังเกินกว่าจะรับได้  เศษขยะที่ลอยมาทับถมตามชายหาดคาดว่ามีระยะทางหลายกิโลเมตร

ตามชายหาดมีเศษขยะทับถมจนเกลื่อนหาด  แต่บนฝั่งติดชายหาดใกล้กับร้านอาหารร้านใหญ่ก็ยังเห็นขยะให้ประจานกันอยู่หน้าร้าน เสียดายที่ไม่ได้จดจำชื่อภัตตาคารที่ว่านี้ 

แรงงานต่างด้าว

ย่านแพปลากับแรงงานชาวพม่า  เป็นสิ่งที่มีมานานหลายสิบปีมาแล้ว   เพียงแต่ว่าค่อยๆเพิ่มปริมาณมากขึ้น  บางจังหวัดชาวพม่าที่เข้ามาหากิน ได้เพิ่มประชากรจนยึดพื้นที่ในย่านประมง กลายเป็นชุมชนคนพม่า  บางคนพูดไทยจนคล่อง  ออกลูกหลานกลายเป็นคนสัญชาติไทย 

ตลาดบ้านเพในอนาคตอาจกลายเป็นตลาดของชาวพม่าก็เป็นได้  อนาคตคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีแรงงานต่างด้าวกันเต็มบ้านเต็มเมือง  ถึงวันนี้เราต้องยอมรับความจริง ต้องปรับความคิดกันใหม่ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะสร้างระบบสร้างระเบียบเข้ามารองรับกันอย่างถูกต้อง 

โลกเราทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปมาก  แรงงานจากชาติต่างๆมีการเคลื่อนย้ายกันไม่ต่างกับสายน้ำ  หากเราคิดแก้ไขให้เป็นแบบบูรณาการ  ก็จะช่วยลดปัญหาค่าแรงงานในบ้านเราได้ในระดับหนึ่ง  ผู้ประกอบการณ์ก็จะได้รับประโยชน์  เพราะเมืองไทยเรามีปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับล่างค่อนข้างมาก 

แพปลาบ้านเพ  ก็ไม่ต่างกับแพปลาในที่อื่นๆที่พบแต่แรงงานพม่า  แต่ละคนก็ดูจะขยันขันแข็ง  ทำงานกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ส่วนใหญ่ก็พอจะพูดภาษาไทยหรือพอจะสื่อสารกันได้

เรื่องแรงงานพม่าน่าจะสะท้อนให้เห็นว่าคนในประเทศพม่าจะมีความเป็นอยู่กันอย่างไร   และชาวพม่าทุกคนที่มาเมืองไทยก็ไม่ได้เข้ามากันได้ง่ายๆ  แถมยังต้องเสียเบี้ยไบ้รายทางกันอีกไม่น้อย   ถึงกระนั้นก็ยังลักลอบเข้ามาไม่ขาดสาย  บางคนโชคร้ายเสียชีวิตในระหว่างเดินทาง  เพราะอัดกันเต็มรถจนขาดอากาศหายใจ 

มนุษย์ทุกคนก็ต้องดิ้นรนชีวิตเพื่อความอยู่รอด  บางครั้งเห็นคนพม่าตามร้านอาหาร ตามปั้มน้ำมัน หรือตามร้านขายของ   ก็อดนึกถึงชีวิตต้องสู้ของพวกเค้าไม่ได้  และการได้มาทำงานในเมืองไทยอาจเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในชีวิต มีเงินมีทองส่งกลับไปทางบ้าน เพื่อให้ญาติพี่น้องมีกินมีใช้

บ้านเราคิดว่าน่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าพวกเค้าหลายเท่า  แต่หลายคนอาจไม่คิดว่าเรานี่เหนือกว่า และมีความสงบสุขกว่าประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ เรามีเสรีภาพที่จะด่ากองทัพอย่างสาดเสียเทเสีย มีเสรีภาพที่ด่าประธานองค์มนตรีพลเอกเปรมฯ ผู้มีคณุปราการต่อประเทศชาติในสมัยที่ท่านมาเป็นรัฐบาล รวมทั้งมีพวกสมุนทักษิณบุกเข้าไปปาระเบิดใส่บ้านท่าน โดยที่คนเหล่านี้ไม่มีความผิด และไม่มีใครถูกจับดำเนินคดีแม้แต่คนเดียว

เรามีสิทธิและเสรีภาพกันอย่างล้นฟ้า นึกจะปิดถนนบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรำลึกถึงวัน(ที่พวกมัน)เผาประเทศ โดยไม่สนใจสิทธิของผู้อื่นที่ค้าขายกันอยู่แถวนั้นว่าจะเดือดร้อนกันแค่ไหน ก็ยังทำได้ แถมมีตำรวจอำนาจความสะดวกให้อีกต่างหาก

ยามว่างก็ทะเลาะกันเอง  หรือนึกสนุกขึ้นมาก็เผาบ้านเผาเมือง เผาห้างสรรพสินค้า แล้วมาโทษตำรวจและทหารว่าเป็นผู้สร้างสถานการณ์   เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา มีทั้งโชคดีและโชคร้ายพอๆกัน 

และจะโชคดีกว่านี้ถ้าไม่มีคนในตระกูลชินวัตรอยู่ในประเทศไทย (ไอเดียกระฉูด ขอปรบมือให้ด้วยความนับถือ)

ไม่เชื่อจะลองดูก็ได้  ให้ตระกูลนี้ทั้งหมดอพยพไปอยู่ต่างประเทศสัก 10 ปี  แผ่นดินนี้ก็คงจะสูงขึ้น ประชาชนคนไทยก็คงไม่มีการแบ่งสี หรือเกิดหมู่บ้านเสื้อแดง หรือหมู่บ้านสีแดง ตามที่เป็นข่าว

เมืองไทยในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมาถือว่าโชคร้าย ก็เพราะมีกาลีบ้านกาลีเมืองที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร  หรือคนหน้าเหลี่ยม หรือเหลี่ยมจัด เข้ามาบริหารประเทศ พอได้เป็นรัฐบาลก็โกงกินบ้านเมืองกันอย่างวินาศสันตโร โดนยึดทรัพย์กันชนิดบักโกรกถึง 4 หมื่นกว่าล้านบาท คนเลวๆแบบนี้ในเมืองไทยนับว่าหายากมาก

ประเทศไทยนับตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ปรากฏว่ายังไม่มีครั้งไหนที่บ้านเมืองจะเลวร้ายเหมือนในยุคทักษิณครองเมือง

คนต่างชาติเขาก็รู้ดี แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยที่หูหนาตาเร่อ (โง่) เห็นผิดเป็นถูกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เขาว่ายังไงก็ว่าตาม ไม่ต่างกับวัวควายที่ถูกจุงจมูก

คนระดับแกนนำสุมหัวกันล้มล้างสถาบัน แต่รากหญ้าที่เป็นสมุนกลับไม่รู้เรื่องว่าเค้าทำอะไรกัน ปากก็ว่ารักสถาบัน เทิดทูนในหลวงจนน้ำตาไหล แต่หารู้ว่าคนพวกนี้กำลังจะรุกฆาตสถาบันพระมหากษัตริย์หรือต้อนเข้ามุมอับ โดยที่ตัวเองไม่รู้เหนือรู้ใต้ รู้แต่ว่าพวกเราจะร่ำรวยถ้าทักษิณกลับมา (โง่ อิบ อ๋าย)

มาถึงวันนี้ก็มีทายาทอสุร หรือน้องสาวที่มีโหงเฮ้งดี คือ หน้าใหญ่เท่ากระด้งทรงรี  ขออาสาเข้ามาเป็นนายกฯหญิง(คนแรก)  แต่วาสนาคงไม่ให้  แถมบาปกรรมที่พี่ชายทำไว้กับประเทศไทยกำลังจะตามมาหลอกหลอน 

นายกฯหญิงก็อาจเป็นแค่ฟัน   และเมืองไทยหากจะมีนายกฯหญิง  ก็คงไม่ไช่ผู้หญิงที่หน้าตาบานเบอะเท่ากระด้งแบบนี้แน่  แต่ถ้าหากว่าหน้าตาเซ็กซี่แบบ นางเอกเรยา ในเรื่องดอกส้มสีทอง ก็คงไม่มีใครว่า

เพราะเซ็กซี่แบบนี้ ผมก็ช็อบชอบ ขอบอก..


ต่ำกว่า 18 ไม่ควรคลิก



โฟโต้ออนทัวร์
15 มิถุนายน 2554


   
     
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ