Photoontour.com   โฟโต้ออนทัวร์
 
 
Home  I  Gallery  I  Tasksin National Park
 
Home  :  Photo Gallery  :  Taksin National Park    
 
อุทยานฯตากสินมหาราช จ. ตาก : Taksin National Park,Tak Province
   
 
ภาพชุดที่น่าสนใจ
 
 


Royal Photos ภาพในหลวง งานพระราชพิธ
พิธีพระบรมศพ สมเด็จพระพี่นางฯ พ.ศ.2551
ลงนามถวายพระพรฯ โรงพยาบาลศิริราช 2550
5 ธันวาคม 52 พระชนมมายุ 82 พรรษา
12 สิงหา 52 พสกนิกร แสดงความจงรักภักด
ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี 2549 เมืองทองธาน
งานพืชสวนโลก ปี 49 - 50 จ.เชียงใหม
ฉลองปีกาญจนาภิเษกครองราชย์ 60 ปี 9 มิย.49
พระเทพฯทรงเกี่ยวข้าว ที่นครนายก ปี 2542

ขบวนพยุหยาตราฯ ปีกาญจนาภิเษก ปี 2539
พิธีพระบรมศพสมเด็จย่า ปี 2538
More



Events รวมภาพเหตุการณ์
คลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มญี่ปุ่น 11 มีค.54
วันมาฆบูชาที่ท้องสนามหลวง 26กพ.53
ยึดทรัพย์ทักษิณ 46,373ล้านบาท 26กพ.53
รวมภาพสึนามิ ไทย อินโด ฯลฯ 26 ธค.47
การแสดงของฝูงบินธันเดอร์เบิร์ด 9ตค.51
งานโอท็อปที่เมืองทองธานี 30สค.52
เหตุการณ์ตำรวจปะทะกลุ่มพันธมิตร 7ตค.51
เหตุการณ์ขับไล่นายกฯสมัคร26 สค.51
ตัดสินคดีเลี่ยงภาษีของตระกูลชินวัตร 31กค.51
พายุไซโคลนนาร์กีสถล่มพม่า 2พค.51
ภาพเหตุการณ์ปฏิวัติ เมื่อวันที่ 19กย.49
เผาสถานฑูตไทยในกัมพูชา 29 มค.46

More



Sea & Sand ทะเลไทย
หมู่เกาะตะรุเตา ทะเลอันดามัน
เกาะหลีเปะ จ.สตูล
ทะเลชุมพร
อ่าวมะนาว ประจวบ
เกาะราชาภูเก็ต
ว่ายน้ำดูปะการังที่เกาะราชา
เกาะเฮ ภูเก็ต
ทะเตรัง ถ้ำมรกต
More
       
 
 



อช.ตากสินมหาราช จ.ตาก
(เดินทาง มีนาคม 54)



ผมมาเที่ยว อช.ตากสินมหาราชเมื่อเดือน มีนาคมปี 54 ครั้งนี้ น่าจะเป็นครั้งที่ 4 หรือ 5 แต่ก็ไม่เบื่อ อาศัยว่าผ่านเส้นทางนี้ค่อนข้างบ่อย มาแล้วก็อยากแวะเพราะอากาศดีมาก ใครอยากแวะก็ขอเชิญ มากันแบบตัวเปล่าๆโดยไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลยก็ได้ ที่นี่มีเต้นท์ให้เช่าพร้อมหมอน ผ้าห่ม และที่นอนในราคาราชการ อยากกางตรงไหนจุดไหน ก็บอกเจ้าหน้าที่ มาถึงกี่โมงกี่ยามก็ได้ หากสำนักงานปิดหรือหลังเลิกงานไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตรงป้อมยามก็จัดการเรื่องเครื่องนอนให้เราได้ ถ้าจำไม่ผิด เต้นท์ใหญ่นอนได้ 3-4 คน พร้อมเครื่องนอน แค่ 250 บาทเท่านั้นเอง ถูกมาก

หากมาเที่ยวในวันหยุดก็จะมีผู้นักท่องเที่ยวทั้งจากที่อื่นๆหรือคนในพื้นที่(จ.ตาก) ที่อยากมาสูดอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสกับอากาศที่แตกต่างจากข้างล่าง ใครมาที่นี่ก็ติดใจด้วยกันทั้งนั้น ในนี้ก็มีของขายมากมาย ทั้งจากร้านของอุทยาน และจากชาวบ้าน มีร้านสะดวกซื้อขนาดน้องๆเซเว่นด้วยนะครับ ถ้าไม่ชอบก็ออกไปตลาดมูเซอที่อยู่ข้างนอก ของสด ผักสด ของใช้มีทุกอย่าง ไม่อดตายแน่นอน

อช.ตากสิน ไปสะดวกมาสบายและหาไม่ยาก หากมาจากกรุงเทพ ตามถนนหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน (ดูแผนที่ด้านล่าง) พอเข้าเขตจังหวัดตากก็จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปอำเภอแม่สอด หรือถนนหมายเลข 105 จากนั้นไปอีก 33 กม.ก็ถึงอุทยานฯ แต่ต้องระวังเลยป้ายทางเข้าอุทยานด้วย เพราะอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากเป็นทางโค้ง หากมัวแต่ระวังรถที่จะสวนมาก็อาจขับเลย แต่ถ้าเห็นตลาดมูเซอ ก็แสดงว่าผ่านแล้ว 2 กม.

ก่อนจะถึง อช.ตากสินฯ จะเห็นป้าย อช.ลานสางทางซ้ายมือ จะแวะที่ลานสางก่อนก็ได้ แต่เนื่องจาก อช.ตากสินอยู่บนที่สูง อากาศหนาวกว่า อีกอย่างหนึ่งก็อยู่ใกล้ตลาดมูเซอด้วย จึงตัดสินใจไปพักที่นั่นทุกครั้งไป

อช.ตากสินเคยมาพักครั้งแรกในสมัยที่ยังไม่ได้สร้างอาคารกันมากมายหลายหลังเหมือนปัจจุบัน ต้นสนที่ปลูกในอุทยาน พวกสนสองใบ สนสามใบ ยังไม่ใหญ่โตและสูงชลูดจนบดบังภูเขาที่อยู่ข้างหน้าเหมือนทุกวันนี้

ตอนนั้นมาเที่ยวในวันตรุษจีน หรือในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ต้องบอกว่าอากาศหนาวมากถึงระดับโคตรหนาว จนไม่มีใครอยากสัมผัสน้ำกันมากนัก สำหรับพรรคพวกที่ไปเที่ยวด้วยกันคราวนั้น ป่านนี้ก็คงมีลูกมีเต้ากันหมดแล้ว ก็เป็นความมันส์ความสนุกสมัยที่เคยทำงานร่วมกัน  บางคนก็ไม่คุ้นเคยหรือไม่ค่อยจะสนิทสนมกันนัก  แต่เนื่องจากต้องเช่ารถตู้มาจากกรุงเทพ  จึงต้องหาคนให้ครบจำนวนที่นั่ง   จะได้มีคนมาเฉลี่ยค่าใช้จ่ายของแต่ละคนให้จ่ายน้อยลง มากันแล้วก็สนุกสนานด้วยกันทั้งแก็งค์ และเป็นเหตุให้มีโปรแกรมอื่นต่อเนื่อง

สำหรับผมตอนนี้  น่าจะเรียกว่าเป็นคนนอกก็ว่าได้  และเป็นคนสุดท้ายที่ผู้จัดหาใครไม่ได้แล้ว  เหลียวซ้ายแลขวาก็ผมนี่แหละ  ที่พอจะลากกันไปได้ ก็บังเอิญโต้โผที่จัดเที่ยวคุ้นเคยกับผม  ส่วนลูกทัวร์ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำงาน  ส่วนคนอื่นๆก็เป็นประเภทโสด  หรือยังไม่มีลูกมีเมียจึงตัดสินใจได้ใม่ยาก  ผิดกับคนมีครอบครัวที่ต้องคิดมากกว่าคนอื่นๆ

คนแต่งงานแล้วไปไหนลำบาก และน่าจะเรียกว่าคนมีกรรม ยิ่งมีลูกน้อยยิ่งเสร็จเลย  พูดง่ายๆว่าหายใจหายคอเป็นลูกเป็นครอบครัวกันหมด  คนอื่นเค้านัดเที่ยวกันสนุกสนาน แต่ตนเองต้องปลีกวิเวกมาเลี้ยงลูก มาดูแลครอบครัว ชีวิตนี้จึงถูกตัดขาดไปจากเพื่อนๆไปโดยปริยาย

ใครมาอ่านเจอตรงนี้และยังเป็นโสด ก็ต้องบอกว่าเราเป็นคนประเภทมีบุญ  ต้องมองโลกในแง่ดีและสร้างสรร  เป็นโสดนี่แหละที่ถือว่าชีวิตมีอิสระ ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังเหมือนคนอื่นๆ

ส่วนคนที่แต่งงานมีลูกมีเมียหรือมีผัว ไม่ต่างกับคนมีกรรม และต้องชดใช้ไปตลอดชีวิต มีครอบครัวดีก็ถือว่าโชคดี  ใครได้คู่ครองไม่ดีก็ต้องทนๆกันไป

แต่จะทนได้แค่ไหนก็เป็นเรื่องเวรกรรม

พูดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงเพื่อนหญิงเพื่อนชาย
ในสมัยเรียน  ที่ต่างแยกย้ายกันไปประกอบอาชีพ และไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย มารู้อีกทีก็เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อหลายปีก่อน

”สาวใหญ่ยิงสามีตาย”

เป็นเรื่องน่าเศร้าของชีวิต  น่าจะเรียกว่าเป็นชีวิตบัดซบ  จากผู้หญิงที่หน้าตาดี  เพื่อนๆเคยจีบ จนกระทั่งกลายเป็นแฟน   แต่หลังจากนั้นจะอยู่กินแต่งงานกันหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบ ภาพที่ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ เป็นภาพที่เธอกำลังร้องให้ฟูมฟาย หน้าเธอเปลี่ยน แต่ชื่อ และนามสกุลเดิม

ส่วนชายที่ถูกยิงตายก็ไม่ไช่เป็นแฟนเก่าสมัยคบกันมา  และชื่อผู้ตายก็ไม่ไช่เพื่อนเรา

เหตุการณ์แบบนี้เดาไม่ยากว่าต้องมาตามตำรา  นั่นก็คือผู้ชายเจ้าชู้  มีลูกมีเมียแล้วแต่ยังหลอกผู้หญิง   หรืออยู่กินกันแล้วแต่ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมๆ จนมาวันหนึ่งฝ่ายหญิงรู้ความจริงว่าแอบไปมีกิ๊ก จึงตัดสินใจแบบง่ายๆ เพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้ว

กระดิกไกปืนแบบเบาๆ เปรี้ยงเดียว จากนั้นดิ้นกะแด๋วๆ  กองอยู่กับพื้น

ญาติพี่น้องของฝ่ายชายก็ต้องจัดการเรื่องศพ ส่วนฝ่ายหญิงก็ต้องเดินสู่คุกตารางตามระเบียบ

นึกแล้วก็ต้องถอนหายใจ  ฝ่ายหญิงเป็นเพื่อนเราแท้ๆ  เป็นคนมีความรู้มีการศึกษา มีชาติสกุลที่ดี  ท้ายสุดชีวิตก็ต้องรับเคราะห์กรรมกันตามที่ก่อไว้ นึกไม่ถึงว่าเธอจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวถึงต้องตัดสินใจกันแบบนี้ และน่าแปลกว่าเธอเอาปืนมาจากไหน หรือซื้อไว้เพื่อปราบสามี

คนสมัยก่อนๆถึงบอกว่า “ พิษรักแรงหึงนี่มันรุนแรงกว่าที่คิด  มันมีพิษกว่าที่คาด ”

ชายไทยทั้งหลายก็ต้องระมัดระวัง   คบกับหญิงที่มีสามีหรือมีแฟนแล้ว หรือแอบไปมีกิ๊ก ก็ต้องเหยียบเบรคกันบ้าง  ไม่ไช่ปล่อยให้ลื่นไถลไปกับอารมณ์  พระท่านบอกว่า  ต้องมีหิริโอตตัปปะ หรือต้องมีความละอายต่อการคิดชั่วทำผิด  ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ  จะบอกว่าสมยอมก็ไม่ได้ เพราะไปเจอข้อหา  “ล่วงละเมิดทางเพศกับหญิงที่มิไช่เป็นภรรยาตน “

คำว่าสมยอมนั้นใช้ได้เฉพาะกรณี หญิงที่บรรลุนิติภาวะแต่ยังไม่มีสามี จะทำอะไรก็เอาคาถาบทที่สองนี้ไปท่องให้ขึ้นใจ  ส่วนคาถาบทที่หนึ่งประเภทอายุน้อยยังเป็นเด็ก หรือหญิงที่แต่งงานแล้ว ใช้ไม่ได้ตายลูกเดียว

หลายปีก่อนมีคดีโด่งดังกับวุฒิสภาจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี หรือ ส.ว. เฉลิม พรหมเลิศ ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานวุฒิสภา หรือวุฒิสมาชิกในเวลานั้น



เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2544 ในคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ โดยนายเฉลิม ซึ่งมีอายุ 68 ปี ( 68 ปีขอย้ำอีกที )
ได้ซื้อบริการทางเพศกับเด็กผู้หญิง ที่มีอายุอยู่ในระหว่าง 14-15 ปี ปรากฏว่านายเฉลิมเจอข้อหาถึง 4 กระทง หรือกระทำการกับเด็กหญิงที่เรียนอยู่ในระดับมัธยมถึง 4 คน

คดีนี้ลากกันค่อนข้างยาว เพราะนายเฉลิมมีตำแหน่งเป็นถึงรอ
งประธานวุฒิฯ จึงต้องต่อสู้กันถึงสุดฤทธิ์สุดเดชถึง 3 ศาล ในที่สุดเมื่อปี 2550 ศาลฏีกาตัดสินให้จำคุกนายเฉลิม พรหมเลิศ เป็นเวลาถึง 36 ปี

...โอ๊วแม่เจ้า.. ติดคุกนานขนาดนั้นเชียว เหตุผลก็คือได้กระทำการถึง 4 ครั้ง 4 หน (หรือ 4 คน) บางรายก็ปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3-4 นาที ก็บรรลุวัตถุประสงค์ (ตามข่าวเขาว่ามา) สรุปว่าคดีนี้มีความผิดหลายกระทง ส่วนความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น เฉพาะข้อหานี้ข้อหาเดียวโดนไป 20 ปีเต็มๆ หรือครั้งละ 5 ปี

ช่วงที่ข่าวนี้ฮือฮา คงจำกันได้ว่ามีบรรดานักการเมือง ออกมาการันตีกันใหญ่ว่า ไม่จิ้ง ไม่จริง บอกว่าเฮียเหลิมแกเป็นคนธรรมะธรรมโมจะตายไป แถมยังมีตำแหน่งใหญ่โตในระดับประเทศ แต่ในที่สุดก็ต้องติดคุกถึง 36 ปี วุ้ย..พูดแล้วเสียว ติดคุกกันหัวโตเลยทีเดียว


เหลียวไปมองประเทศเพื่อนบ้านกันบ้าง

ประเทศลาว หรือ สปป.ลาว เค้าก็มีกฏหมายเรื่องเพศที่ต่างกับกฏหมายของไทย เพราะลาวไม่มีคำว่าสมยอม (อาจไม่รู้จัก) กฏหมายลาวเขียนเตือนใจนักท่องเที่ยวว่า

” และการมีเพศสัมพันธ์กับคนลาวที่ไม่ใช่คู่สมรสเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากละเมิดจะถูกกักตัว จนกว่าจะนำเงินมาจ่ายค่าปรับ ขั้นต่ำ 500 เหรียญ ดอลล่าร์สหรัฐ และถูกส่งกลับประเทศ “ 

การที่กฏหมายบอกว่าค่าเสียหายขั้นต่ำคิดเป็นเงินไทยประมาณ  15,000 บาทนั้น แต่ถ้าหากฝ่ายหญิงจะเรียกค่าเสียหายมากกว่าก็ย่อมทำได้ 

ใครไปเที่ยวลาวแล้วปิ้งสาวลาวก็ต้องระวัง  ประเทศลาวเค้ายังปกครองกันแบบมีผู้ใหญ่บ้าน  หรือมีหัวหน้าหมู่บ้านที่ถือว่าเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย  และมีอำนาจมากพอสมควร 

เช่นคนต่างถิ่นจะไปนอนค้างที่บ้านคนลาว  ก็ต้องแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้านทราบ หากไม่แจ้งถือว่ามีความผิด  ติดคุกได้  หรือเกี่ยวเรื่องแม่น้ำก็มีกฏหมายที่ฟังดูอาจประหลาดเช่น หลังเวลา 17.00 น. ห้ามลงเดินเล่นตามริมตลิ่ง  หรือห้ามลงเล่นน้ำ  ฝ่าฝืนจับปรับ

บ้านเมืองเค้าปกครองแบบนั้นเราก็ต้องรู้กติกามารยาท  อีกอย่างหนึ่งประเทศลาวยังรักษาขนมธรรมเนียมและวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี  คนลาวอาจไม่เก่งเท่าคนไทยในเรื่องความรู้ความสามารถ  แต่จิตใจคนลาวมีความละเมียดละไมกว่าคนไทยมาก

อช.ตากสินมหาราช

มาเที่ยวอุทยานตากสินคราวนี้ไม่ได้เตรียมอะไรมามาก   เพียงแต่ญาติจากต่างจังหวัดที่นั่งรถมาด้วยกันอยากนอนเต้นท์  อยากมีประสบการณ์กับการพักผ่อนแบบธรรมชาติในอุทยาน  จึงจัดให้

วันนั้นตั้งใจว่าจะไปถึงอุทยานราว 4 โมงเย็น ขณะเดียวกันก็เตรียมเสบียงและอุปกรณ์ทำอาหารมาบ้างเท่าที่จำเป็น  ส่วนของสดเช่นผักต่างๆได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปหาซื้อที่ตลาดมูเซอ ที่อยู่ห่างจากจุดพักไปราว 2 กม.  และที่นี่ก็เป็นที่รู้จักของผู้ที่สัญจรในเส้นทางสาย ตาก – แม่สอด 

ตลาดมูเซอเป็นตลาดขายผักบนดอยที่มีขนาดใหญ่โตและราคาถูกมาก  รวมทั้งเป็นของสดที่พึ่งเก็บจากไร่ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ของชาวมูเซอที่อยู่ในระแวกนั้น

แต่วันนั้นปรากฏว่าเส้นทางไปอำเภอแม่สอด  หรือถนนแยกจากปากทางไป อช.เพียง 33 กม. อยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง   มีเครื่องมือเครื่องจักรกำลังทำงานเต็มไปหมด  ถ้าเดาก็คงเร่งให้ทันสงกรานต์ปีนี้

ทีแรกก็คิดว่าถนนที่กำลังก่อสร้างจะมีเพียงช่วงสั้นๆ  แต่ที่ไหนได้เกือบตลอดทั้งสาย  ทำเอารู้สึกเซ็ง  เพราะไปถึงอุทยานช้ากว่ากำหนดเกือบชั่วโมง บางช่วงก็ไปแบบค่อยๆคลาน  กว่าจะถึงอุทยานก็เกือบค่ำ 

หลังจากติดต่อเรื่องเต้นท์ที่พักกับเจ้าหน้าที่แล้วก็ออกไปซื้อของที่ตลาดมูเซอ  พอย้อนกลับมาอีกครั้งก็เป็นเวลาพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน  จึงเก็บภาพพระทิตย์สวยๆมาฝากกันในภาพชุดแรก

วันนั้นนึกว่าญาติๆจะรู้สึกเซ็ง   เพราะระว่างเดินทางอากาศค่อนข้างร้อน  แถมถนนที่กำลังก่อสร้างก็มีฝุ่นตลบอบอวล แต่น่าแปลกที่พอขับรถมาถึงเชิงดอย  อากาศค่อยๆเปลี่ยน  จากสภาพภูมิประเทศที่แห้งแล้ง  แต่พอขับรถขึ้นเขาสูงขั้นไปเรื่อยๆ  เริ่มเห็นความเขียวขจีของป่าไม้ตามสองข้างทาง ดูชุ่มชื้นขึ้น

ทุกคนพลอยตื่นเต้นว่าทุกอย่างมันช่างต่างกับพื้นล่างชนิดคนละโยชน์ 

ยิ่งสูงมากถนนเริ่มเปียกชื้น อากาศรู้สึกเย็นๆ  แสดงว่าบริเวณนี้พึ่งมีฝนตกไม่เกิน 2-3 ชั่งโมง

เมื่อเข้าเขตอุทยานในเวลาประมาณห้าโมงเศษ  ภาพที่ไม่คิดว่าจะเจอก็ต้องเจอ  นั่นก็คือไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจากดิน  คล้ายมีหมอกจางๆเล็มตามยอดหญ้า และตามพื้นถนนที่กำลังจะผ่าน เหมือนเป็นการต้อนรับการมาเยือนของพวกเรา ภาพแบบนี้เรียกว่าอยู่นอกเหนือความคาดหมาย  ทั้งๆที่ข้างล่างเชิงเขานั้นอากาศค่อนข้างร้อน แตกต่างกับที่นี่อย่างสิ้นเชิง

ผมมาเที่ยว อช.ตากสินก็หลายครั้ง รู้สึกว่าแต่ละครั้งจะมีบรรยากาศไม่ค่อยซ้ำกัน  และมักจะมีอะไรใหม่ๆให้เห็น หรือให้สัมผัสกันอยู่เรื่อยๆ

วันที่มาพักถ้าจำไม่ผิดน่าเป็นวันศุกร์  และรุ่งขึ้นจะเป็นเสาร์ ทีแรกคิดว่าจะมีคนมาพักกันบ้าง แต่ปรากฏว่าวันนี้ผีหลอกครับ

ทั้งอุทยานมีเพียงแค่ 3 เต้นท์  และเป็นกลุ่มพวกเรากันเอง  นอกนั้นไม่มีใครเลย ไม่มีเพื่อนบ้านเหมือนครั้งก่อนๆ 

ถามว่าน่ากลัวไม๊   ตอบได้เลยว่าไม่  แต่ญาติรู้สึกหวั่นๆ เพราะมีแต่ป่าทั้งนั้น  อีกอย่างหนึ่งในอุทยานก็เปิดไฟสว่างไสวตามจุดสำคัญ  ชนิดที่ไม่น่ากลัว แถมค่ำคืนนี้มีฝนตกพรำๆ  ทำให้มีอากาศสดชื่นเย็นสบายอาบน้ำอาบท่ากันด้วยความสดชื่น ต่างบอกว่าไม่เสียเที่ยวที่มา

เนื่องจากคืนนี้มีฝนตก เจ้าหน้าที่จึงกางเต้นท์ให้นอนกันในอาคารหลังเล็กๆที่เห็นทิวทัศน์รอบทิศ อาคารเป็นแบบพื้นซีเมนต์โล่ง ดูเหมือนสร้างเตรียมไว้เมื่อเวลาฝนตก เพราะเต้นท์ทั่วไปอาจมีปัญหาเมื่อเจอฝนหนักๆ ส่วนภายในอาคาร มีมุมให้เตรียมอาหาร  มุมล้างจาน  และห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆกัน  เรียกว่าสะดวกมากเลยทีเดียว 

กลางค่ำกลางคืนจึงไม่ต้องจุดตะเกียงแก๊สที่เตรียมมา  ไฟฉายก็ใช้น้อยมากเพราะสว่างไปทั่วบริเวณ  เพียงแต่การหุงหาอาหารเท่านั้นที่ต้องจัดการเอง  ส่วนร้านค้าของอุทยานที่เคยเห็นคึกคัก  แต่วันนี้ปิดร้านเงียบเพราะไม่มีใครมาพักนอกจากกรุ๊ปเรา 

ขณะกำลังทำกับข้าว ปรากฏว่ามีสัตว์ประหลาดตัวสีขาวๆมาป้วนเปี้ยน กระต่ายครับ เป็นกระต่ายบ้าน ไม่ไช่กระต่ายป่า คงได้กลิ่นผักที่เราเอาไปเททิ้งในขยะ เห็นตอนนั้นมีราว 3 - 4 ตัว เข้าใจว่าเป็นกระต่ายที่เจ้าหน้าที่เลี้ยงไว้ กลางค่ำกลางคืนก็ปล่อยให้ไปหากินตามธรรมชาติ

คืนนี้พวกเราก็ช่วยกันหุงหาอาหาร โดยมีผักที่ซื้อจากตลาดมูเซอเป็นตัวชูโรง  มื้อนี้จึงมีแต่ผัดผักที่เป็นพระเอก  ผัดน้ำมันกับกระเทียมเจียวธรรมดาๆนี่แหละ ส่วนมื้อเช้าพรุ่งนี้จะเป็นเมนูสลัดผัก ทานกับขนมปัง กาแฟ(สด) ไข่ดาว ใส้กรอก และหมูแฮมที่เตรียมมา (เขียนยั่วน้ำลายเล่น)

       


ผักปวยเล้งสดๆต้นใหญ่ๆ และราคาถูกมาก ทั้งผัดทั้งทำแกงจืด  มื้อค่ำนี้จึงกินกันพุงบาน 

ปรากฏว่าได้เรื่องครับ  กินผักมากก็เหมือนกับเป็นยาระบาย  รุ่งเช้าผักปวยเล้งทำพิษ  และทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์

พูดแล้วก็อายที่ต้องบอกว่าผมถ่ายท้องถึง 4 หนแน่ะ  น้อยซะเมื่อไหร่ ไม่ได้ท้องเสียนะครับ  เพียงแต่มันถ่ายบ่อยเท่านั้นเอง  4  หนแน่ๆถ้าจำไม่ผิด  แถมยังต่ออีกรอบตอนจะกลับ รวมทั้งหมด เป็น 5

ส่วนครั้งสุดท้ายได้ทำธุระในขณะที่ญาติๆกำลังขนของขึ้นรถ  จึงต้องแอบไปปล่อยหนักแบบนั่งนานๆ (รีดให้หมด)  เป็นการปิดท้ายรายการอย่างสมบูรณ์  และถือว่ามาเที่ยวอุทยานครั้งนี้คุ้มค่ามากที่สุด  ห้องส้วมที่อยู่ใกล้ๆกันมี 3  จุด  ปรากฏว่าผมฝากรักมาจนครบ ชนิดที่จะหาใครมาลบสถิตินี้ได้ค่อนข้างยาก

ต้องถือว่าผักปวยเล้งนี้สุดยอดยาระบายจริงๆ แต่ก็น่าแปลกที่เกิดขึ้นกับผมเพียงคนเดียว

ใครจะเจริญรอยตามผมก็ไม่ว่านะครับ  แต่รู้สึกว่าปวยเล้งที่กรุงเทพหรือที่อื่นๆ  ราคาอาจจะแพง   อยากทานราคาถูกๆและสดมากๆก็ต้องตลาดมูเซอ  ห่างจาก อช.ตากสินไปราว 2 กม. ตลาดอยู่ทางฝั่งขวามือ  มีรถจอดเยอะๆ นั่นแหละมีขายทุกอย่างตั้งแตสากกะเบือยันเรือรบ

เราออกเดินทางกันแบบสบายๆไม่เร่งรีบ ก่อนกลับบรรดาผู้ร่วมเดินทางยังติดใจกับตลาดมูเซอ จึงถือโอกาสซ้อปปิ้งต่ออีกรอบ ปรากฏว่าหิ้วกันมาคนละถุงสองถุง ได้แต่พูดๆว่า ถูก ถูก ก็ปล่อยให้บรรดาพวกผู้หญิงเค้าไปซื้อของกัน ส่วนผมก็ซื้อกาแฟคั่วอาราบิกามา 1 กิโล เป็นกาแฟที่มีชื่อของภาคเหนือ

ก่อนจบก็ต้องบอกว่า ตลาดมูเซอนับวันแต่จะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่น่าเป็นห่วงว่าความจอแจอาจก่อให้ิเกิดอุบัติเหตุในบริเวณนั้น เนื่องจากเป็นช่วงทางโค้งลงเขา แม้จะแก้ปัญหาโดยการขยายถนน และขยายพื้นที่ขายของ แต่ปัญหาก็ไม่จบสิ้น

อนาคตแถวนี้อาจเติบโตขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นเมือง และคนในเมืองก็อาจมาเปิดร้านขายของแทนชาวเขา วันนี้ภาพอาจยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีแล้ว และหากเจริญขึ้นมาก ร้านค้าแถวนี้ก็อาจจ้างแรงงานพม่ามาแต่งเป็นชุดมูเซอ และพูดสำเนียงแปลกๆ คนมาเที่ยวก็นึกว่าเป็นชาวมูเซอและภาษามูเซอ

ที่ไหนได้ กลายเป็นกะเหรี่ยงจากพม่าที่หลบหนีมาทางแม่สอด



โฟโต้ออนทัวร์
15 กันยายน 2554




แผนที่ อช.ตากสินมหาราช

  


 
   
 
  รวมภาพท่องเที่ยว จังหวัดตาก
 
อช.ตากสิน 1
อช.ตากสิน 2
อช.ตากสิน 3
อช.ตากสิน 4
ตลาดมูเซอ 1
ตลาดมูเซอ 2
เมียวดี อ.แม่สอด 1
เมียวดี อ.แม่สอด 2
เมียวดี อ.แม่สอด 3
 
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ