Home   :    Photo Gallery   :   Seagulls Bang Poo
 
 
    Home
 
Part 1/2557 : Seagull Bangpoo Samuth Prakarn : นกนางนวล บางปู จ.สมุทรปราการ
(คลิกดูแผนที่ไปบางปูโดยละเอียด)


                               


                               


                               


                               





Seagull Bang Poo (Part 1/2557)
นกนางนวล บางปู  สมุทรปราการ

(ถ่ายภาพ  14 มกราคม 2557)




บางปู หรือสถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ทุกวันนี้ในช่วงหน้าหนาวของทุกปีก็ยังเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตของคนกรุงเทพและคนในย่านใกล้เคียง

1 ปี จะมีโอกาสเห็นฝูงนกนางนวลจำนวนนับเป็นพันๆเพียงแค่ 1 ครั้ง แต่มาดูกี่ครั้งก็ไม่รู้จักเบื่อ

สถานตากอากาศบางปูเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจตั้งอยู่ที่ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และอยู่ติดริมทะเลของอ่าวไทย มีเนืื้อที่ 639 ไร่ สร้างเมื่อพ.ศ.2480 หรือสร้าง 5 ปี หลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปีพ.ศ.2475 ที่กลุ่มคณะราษฎรทำการยึดอำนาจการปกครองฯ และผู้ริเริ่มให้สร้างสถานที่พักตากอากาศแห่งนี้ ก็คือจอมพลป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น

จนถึงปัจจุบัน สถานตากอากาศบางปูได้ล่วงเลยมาเป็นเวลาถึง 77 ปีแล้ว

ครั้งสุดท้ายที่ไปเที่ยวบางปู (น่าเมื่อราว 10 ปีมาแล้ว) จำได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สร้างสะพานสุขตาและสร้างอาคารโดยรอบเสร็จใหม่ๆ แต่มาครั้งนี้ดูจะเปลี่ยนแปลงไปมาก ในวันหยุดบริเวณลานจอดรถเต็มทุกพื้นที่

แต่ถ้าใครเดินทางมาบางปูในช่วงนี้อาจมีปัญหา และต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เนื่องจากถนนสุขุมวิทกำลัง
สร้างตอม่อรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายจากสำโรงมาถึงบางปู และถนนศรีนครินทร์เส้นทางสายหลักจากกรุงเทพฯ ที่มุ่งหน้ามาบางปูก็กำลังขยายถนนและสร้างสะพานกันขนานใหญ่

เชื่อว่าอนาคตอีกไม่นาน การเดินทางมาบางปูโดยใช้บริการรถไฟฟ้า BTS น่าจะสะดวกขึ้น ตอนนี้รอลุ้นให้สร้างเสร็จเร็วๆ จะได้มานั่งชิมวิวพระอาทิตย์ตก

เมื่อปีพ.ศ. 2480 หรือ 77 ปีมาแล้ว สมัยที่ก่อสร้างสถานตากอากาศบางปู เข้าใจว่าที่นี่คงอยู่ห่างไกลจากชุมชน หรือเป็นบ้านนอกเราดีๆนี่เอง การเดินทางสมัยนั้นก็คงไม่สะดวก ถนนยังเป็นดินลูกรัง ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ริมทางที่เลียบฝั่งทะเลก็น่าจะเป็นป่าแสมและโกงกาง ส่วนฝั่งตรงข้ามก็น่าจะเป็นทุ่งนา

บางปูอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ หรือจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิประมาณ 40 กิโลเมตร

ปัจจุบันการเดินทางจากกรุงเทพฯมาบางปูอาจใช้เวลาไม่มากนัก แต่สมัยก่อนน่าจะลำบากเพราะอยู่ห่างไกลพอสมควร ผู้ที่มาเที่ยวก็น่าจะเป็นระดับผู้ที่มีอันจะกิน มีฐานะ หรือประเภทไฮโซ

เมื่อก่อนใครมาเที่ยวก็ต้องมานอนค้างคืนที่บังกะโล เนื่องจากกว่าจะมาถึงก็ต้องใช้เวลาเดินทางกันค่อนวัน  สถานตากอากาศบางปูจึงมีที่พักแบบบังกะโลให้เช่า คิดว่าปัจจุบันน่าจะยังมีอยู่เนื่องจากเห็นมีป้ายรับติดต่อบ้านพักในบริเวณร้านอาหาร

ใครอยากสัมผัสหรือมานอนพักบังกะโลแบบเมื่อก่อนก็ลองสอบถามดูนะครับ มาใช้บริการแล้วก็จะรู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆสมัยคุณปู่คุณย่าว่าเค้ามีความสุขกันอย่างไร

“สถานตากอากาศบางปู“ แค่ชื่อก็ดูคลาสสิก จนคนยุคปัจจุบันอาจสงสัยว่ามันคืออะไร โดยเฉพาะกับคำว่า “สถานตากอากาศ”
ความจริงมันก็คือสถานพักผ่อนหย่อนใจประเภทชิลๆ มีลมทะเลพัดเย็นสบาย และมีพระอาทิตย์ตก ใครมีคู่ก็พากันมาหวีทๆ (Sweet)หวานแหว๋วกันที่นี่

ทุกวันนี้ก็ยังเห็นอยู่นะครับ แต่ถ้าหากที่นี่เป็นประเทศเวียดนามแล้วละก้ออาจกลายเป็น “ลานสาวกอด“ ในยามค่ำคืนก็เป็นได้ ที่พูดนี่ไม่ใช่ดูถูกคนเวียดนามนะครับ แต่วัฒนธรรมของคนเวียดนามเค้าถือว่าการแสดงความรักต่อกัน ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียหายหรือถือเป็นเรื่องที่ต้องปิดบัง ใครไปเที่ยวเวียดนามก็อาจเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติจริงๆ

นกนางนวลจะบินมาที่บางปูกันบ่อยแค่ไหน

คำตอบก็คือจะบินมาเที่ยวเมืองไทยกันปีละ 1 ครั้ง และจะมาในช่วงหน้าหนาวประมาณเดือน ธันวาคม – มีนาคมของทุกปี จะมาเร็วหรือมาช้า หรือจะกลับเร็วกลับช้า ก็ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศในเขตไซบีเรียเป็นหลัก บางปีนกนางนวลอาจบินกลับช้ากว่าปีอื่นๆ

เหตุที่นกนางนวลมีการอพยพก็เนื่องจากถิ่นอาศัยย่างเข้าสู่ฤดูหนาว น้ำทะเลกลายเป็นน้ำแข็ง ไม่สามารถหาอาหารในทะเลได้ จึงต้องอพยพไปในที่มีแหล่งอาหารสมบูรณ์ และหากจะให้คาดเดาว่าเหตุที่นกนางนวลเลือกมาที่บางปู ก็อาจเป็นเพราะมีแหล่งอาหารอันโอชะในพื้นที่น้ำกร่อยของทะเลชายเลน

ปัจจุบันนกนางนวลบางปูอาจไม่ได้กินปลาเป็นอาหารหลัก แต่จะกินกากหมูที่มีคนโยนให้ ใครมาเที่ยวก็คงไม่ต้องนำกากหมูมาจากบ้าน เนื่องจากที่มีเค้ามีขายในราคาถูกๆ หรือบ้านใครมีกากหมูมาก จะนำมาเลี้ยงนกที่นี่ก็ไม่มีใครว่า เพราะเห็นบางคนนำใส่ถุงใบใหญ่ๆมาโยนให้นกนางนวล

สถานตากอากาศบางปูอยู่ในการดูแลของกรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเป็นเขตทหาร และที่นี่มีจุดสังเกตได้ง่ายก็คือจะเห็นป่าแสมขึ้นเต็มไปหมด ต่างจากพื้นที่ใกล้เคียงที่มีแต่ตึกอาคารพาณิชย์

สถานตากอากาศบางปูมีการปรับปรุงซ่อมแซมเมื่อราวสิบกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการก่อสร้างเมื่อพ.ศ.2480 และเท่าที่ทราบมาได้ใช้งบประมาณของกองทัพบกไปราว 800 ล้านบาท แทบจะเรียกว่ารื้อสะพานสุขตา และรื้อสโมสรกลางน้ำทั้งหมดเนื่องจากทรุดโทรมมาก

ปัจจุบันสโมสรกลางน้ำน่าจะปรับเปลี่ยนมาเป็นห้องอาหารขนาดใหญ่ ใครมาเที่ยวอาจแวะใช้บริการ ราคาก็ไม่แพงนัก 

การเดินทางมาบางปูด้วยรถส่วนตัว

การเดินทางมาบางปูมีให้เลือกหลายเส้นทาง แต่ทุกเส้นทางรู้สึกว่าไม่ค่อยจะลื่นไหลนัก เนื่องจากมีการขยายถนนศรีนครินทร์ และมีโครงการรถไฟฟ้า BTS บนถนนสุขุมวิท หากขับรถมาเองก็ต้องเผื่อเวลาให้มากๆ กะให้มาถึงที่นี่ในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น และอยู่จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน เป็นอันจบรายการ

เลือกใช้บริการจาก Google Maps

หากใครถนัดอินเตอร์เน็ต ก็อาจเข้าไปที่เว็บไซต์ Google แล้วเลือก Google Maps โดยให้สังเกตเมนูด้านซ้ายที่ให้เราเลือกต้นทาง(A) หรือสถานที่สำคัญๆใกล้บ้าน จากนั้นก็เลือกปลายทาง(B) โดยปลายทางให้คีย์คำว่า “สถานตากอากาศบางปู ต.บางปูใหม่ สมุทรปราการ “ แล้วคลิก Get Directions จากนั้น Google ก็จะกำหนดเส้นทางให้เราโดยมีแถบเส้นสีม่วงให้สังเกตได้ 

นอกจากนี้ Google ยังมีเส้นทางอื่นให้เราเลือกในบรรทัดล่างๆ (Suggested routes)โดยจะระบุว่ามีระยะทางกี่กิโลเมตร  เพื่อให้เราเลือกว่าต้องการใช้เส้นทางไหน และมีระยะทางกี่กิโลเมตร หรือหากใครต้องการทราบว่าระยะทางจากจุดนี้ไปจุดนั้นเป็นกี่กิโล ก็ยังใช้บริการจาก Google Mapsได้ นับว่าสะดวกมาก

หากเส้นทางนั้นๆเราไปไม่ถูก Google ก็ยังแนะนำจุดตัด จุดแยก ให้เราเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาในบรรทัดต่อๆมา ป้องกันเข้าผิดเส้นทางอีกด้วย

ยังไม่หมด หากต้องการเห็นภาพจริงว่าถนนสายนี้หรือถนนหน้าบางปูมีหน้าตาเป็นอย่างไร ก็แนะนำให้ใช้บริการ Google View ที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว



สรุปแล้วบนเว็บไซต์ก็ยังอำนวยความสะดวกให้เราชนิดที่เหมือนตาเห็น หรือหากใครต้องการมีเพื่อนบอกทางไปตลอดเส้นทางก็แนะนำว่าให้ซื้อ GPS ของ Garmin ยอดฮิตมาติดรถแล้วละครับ แต่ก็ต้องระวังว่ามันอาจพาเราเข้าป่าเข้ารก หรืออาจให้เราเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาบนถนนข้ามทางแยก ซึ่งเชื่อถือไม่ค่อยได้ หรืออย่าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์

สำหรับเส้นทางรถเมล์ แนะนำให้เข้าไปในเว็บ ขสมก.(
www.bmta.co.th) แล้วเลือกหมวดสถานที่ท่องเที่ยว ถัดมาให้เลือกปลายทาง "ฟาร์มจระเข้ "(ดูแผนที่ด้านล่างประกอบ) ก็จะเห็นว่ามีรถเมล์ให้เลือกหลายสาย อยู่ที่ว่าเราจะขึ้นจากที่ไหน

เมื่อนั่งรถเมล์(ขึ้นทางด่วน) ก็ให้ลงตรงแยกฟาร์มจระเข้ จากนั้นใช้บริการรถสองแถวหรือรถเมล์ท้องถิ่น ที่มุ่งหน้าไปบางบ่อ(อนาคตรถเมล์จากกรุงเทพฯบางสายอาจวิ่งไปจนถึงบางปู)

ขณนั่งรถก็จะผ่านเมืองโบราณ(ซ้ายมือ)จากนั้นให้สังเกตฝั่งทางขวามือ หากเห็นเป็นป่าชายเลนเป็นแนวยาวก็แสดงว่าใกล้จะถึงแล้ว อีกไม่ไกลนักก็จะเห็นป้าย “สถานตากอากาศบางปู”

ตอนนี้ตรงหน้าสถานตากอากาศบางปู ไม่ให้รถเลี้ยวขวาตัดถนนเข้าสถานตากอากาศเหมือนเมื่อก่อน จึงต้องขับเลยไปอีกราว 150 เมตรเพื่อยูเทิร์น แล้วเลี้ยวเข้าพื้นที่บางปู แหล่งดูนกนางนวลแห่งเดียวของประเทศไทยได้เลย   

เมื่อเข้าไปข้างในก็อย่าตกใจที่เห็นรถจอดเต็มลานนับเป็นพันๆคันในวันหยุด  ถือเป็นภาพปกติสำหรับปัจจุบันที่คนเมืองหลวงแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติ  ซึ่งบางปูแห่งนี้ก็เป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมมานานถึง 77 ปีมาแล้ว


คำแนะนำการถ่ายภาพนกนางนวล(สำหรับกล้อง SLR)

1 ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือตลอดทั้งวัน แต่ที่นิยมจะเป็นช่วง 5 โมงเย็น - ราว 1 ทุ่ม

2 ขาตั้งกล้อง หากคิดว่าเกะกะก็คงไม่ต้องเตรียมมา และกรณีถ่ายพระอาทิตย์ตกที่ต้องใช้สปีดต่ำๆ สามารถวางกล้องบนราวสะพานได้โดยหาวัสดุหรือผ้ารองด้วย

3 แนะนำให้ใช้โหมด S (Shutter) เนื่องจากจำเป็นต้องควบคุมด้วยความเร็วชัตเตอร์ และควรใช้ที่ 1/500 1/1000 1/2000 (ภาพนกบิน/เคลื่อนไหว)

4 การวัดแสงควรเลือกแบบเฉลี่ย(Average)
ถ้าภาพออกมามืดไปหรือสว่างไปก็ให้ไปปรับที่ Under/Over แทน ซึ่งโหมดนี้จำเป็นต้องปรับเกือบตลอดเพื่อให้ได้ภาพตามที่เราต้องการ

5 ควรปรับโหมดการถ่ายภาพเป็นแบบต่อเนื่อง(Continue) หรือ CL/ CH หรือ Continue - Low / Continue-High สำหรับกล้อง Nikon

6 การโฟกัสควรเลือกแบบ Manual (หมุนเอง) หรือเลือก Auto ดี
คำตอบก็คือ หากนกบินผ่านหน้าแล้วโฟกัสด้วยมือได้ทันชนิดชัด100% ก็ถือว่าขั้นเทพแล้วครับ ทางที่ดีเลือก Auto ดีกว่า อีกอย่างกล้องดิจิตอลไม่ใช่เป็นกล้องฟิล์มที่ยังพอโฟกัสมือได้ทัน เช่นภาพจากกล้องฟิล์มในชุดนี้ที่โฟกัสแบบ Manual (มือ)เกือบทุกภาพ

7 การถ่าย Raw file แบบต่อเนื่อง(Continue) กล้องบางรุ่นอาจค้าง(ไฟกระพริบ) เนื่องจากประมวลผลไม่ทัน จึงควรเลือกเป็นไฟล์ Jpeg (Fine Jepeg หรือต่ำกว่า)แทน

8 ฟิลเตอร์อื่นๆ เพื่อผลของภาพจำเป็นหรือไม่ ก็ขอตอบว่าแล้วแต่สะดวก แต่ถ้าต้องการให้พื้นน้ำและท้องฟ้าออกสีเข้มๆ
เช่นภาพนี้และอีกหลายๆภาพที่ใช้ฟิลเตอร์ PL (Polarize)


9 ฟิลเตอร์ PL ควรใช้กรณีที่จำเป็นเท่านั้น เนื่องจากจะทำให้สูญเสีย F-Stop (เกือบ 2 Stop)อาจทำให้ความคมชัดของภาพด้อยลง

10 ISO ควรตั้งเท่าใด ตอบแบบกลางๆว่าควรตั้ง 400 – 1000 หรือให้สัมพันธ์กับชัตเตอร์ที่ใช้ หากตั้งต่ำไปเช่น 100 หรือ 200 กล้องก็จะต้องปรับรูรับแสงให้กว้างมาก ภาพอาจสูญเสียความคมชัด ในทางตรงกันข้าม หากตั้ง ISO สูงมากๆและถ่ายในสภาพที่มีแสงน้อย Noise ก็จะตามมา

เรื่อง ISO จึงควรปรับให้เหมาะสม ทั้งก็ขึ้นอยู่กับกล้องแต่ละรุ่นด้วย กล้องรุ่นเก่าอาจมี Noise รบกวนจนน่ารำคาญ ส่วนกล้องรุ่นใหม่ๆจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เว้นแต่สภาพแสงน้อยมาก และจำเป็นต้องใช้ชัตเตอร์สูงๆ Noise ก็คงมาเยี่ยมเยียนบ้าง

11 การถ่ายภาพนกนางนวล ก็ไม่ต่างกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวทั่วไป คือถ่ายไม่ค่อยทัน และโฟกัสยาก ดังนั้นการถ่ายบ่อยๆเพื่อหาประสบการณ์ให้มากจึงเป็นสิ่งจำเป็น และจะเห็นเองว่าหากถ่ายบ่อยๆหรือบ่อยมากๆๆๆๆ  ความหวังที่จะได้ภาพดีๆก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

12 ถ้าจะถามว่า คำแนะนำทั้งหมดนี้ข้อใดสำคัญที่สุด

คำตอบคือข้อ 11       




โฟโต้ออนทัวร์
18 มกราคม 2557





ดูภาพนกนางนวลบางปูในอดีต

พ.ศ. 2540

พ.ศ. 2545






แผนที่บางปูโดยละเอียด(คลิกที่ภาพ)



  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ