Home   :    Gallery   :   Doi Mae Salong Part 1
 
 
    Home
 
ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ดินแดนชนเผ่าและที่ตั้งกองพล93 จากประเทศจีน (เดินทาง มค.58)
Part 1 : Doi Mae salong, Tribal Area & Division 93rd from Republic of China


 
ชมภาพท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย : ภูชี้ฟ้า : ไร่บุญรอด : วัดร่องขุน : ดอยแม่สลอง ตอนที่ 1  ตอนที่ 2   ตอนที่ 3 : บ้านดำของถวัลย์ดัชนี
 

 
ภาพชุดดอยแม่สลอง
 
 
                 
 
 
ดอยแม่สลอง ดินแดนแห่งไร่ชาและที่ตั้งกองพล93 : Doi Mae salong, Tribal Area & Division 93rd from Republic of China
 
   
ตอนที่ 1
   
 
 
 
 
 
 
     
 
 
 

 

ดอยแม่สลอง เชียงราย ตอนที่ 1
(เดินทาง มกราคม 2558)



ดอยแม่สลองตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังมาตั้งแต่เมื่อครั้งถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเมื่อราวปีพ.ศ.2530 หรือตั้งแต่มีถนนตัดตรงขึ้นไปจนถึงยอดดอย หากเดาแบบไม่ผิดก็น่าจะสมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัน

เดิมที่ดอยแม่สลองก็ไม่ต่างกับพื้นที่อื่นๆของภาคเหนือ คือเป็นถิ่นอาศัยของชาวเขาที่มีอาชีพปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ทำให้เกิดปัญหาแหล่งต้นน้ำถูกทำลาย  ป่าไม้ขาดความชุ่มชื่น ภูเขาจำนวนมากมายกลายเป็นเขาหัวโล้น

ชนกลุ่มน้อยบนดอยแม่สลองประกอบไปด้วยหลากหลายชาติพันธิ์ ได้แก่ ม้ง อาข่า เย้า ลีซอ มูเซอ (หรือลาหู่) ฯลฯ ่ส่วนใหญ่อพยพมาจากมณฑลยูนานของจีนเมื่อหลายร้อยปีก่อน หรือเริ่มตั้งแต่สมัยที่ีไทยสร้างอาณาจักรสุโขทัย

นอกจากนี้ก็ยังมีชาวจีนจากมณฑลยูนานที่หนีสงครามกลางเมื่องเมื่อราวปี พ.ศ.2504  ในสมัยที่เกิดการปฏิวัติโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีผู้นำชื่อ "เหมาเจ๋อตุง" ช่วงนั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างฝ่ายรัฐบาลที่ปกครองโดยพรรคก๊กมินตั๋ง โดยมี "นายพลเจียงไคเช็ค" เป็นผู้นำและเป็นประธานาธิบดีคนแรกของจีน

หลังจากฝ่ายรัฐบาลหรือพรรคก๊กมินตั๋งต้องพ่ายแพ้แก่กองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์ จึงพากันอพยพหลบหนีไปที่เกาะใต้หวันพร้อมกับตั้ง "รัฐบาลพลัดถิ่น" ในนามของ “จีนคณะชาติ” โดยประเทศสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุน ทำให้จีนแผ่นดินใหญ่หรือจีนคอมมิวนิสต์ไม่กล้าตามล่ากองกำลังของนายพลเจียงไคเช็คให้ให้พ้นไปจากเกาะ

ระหว่างที่กองกำลังของพรรคก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็คแตกทัพ ทหารทุกหน่วยมุ่งหน้าไปยังเกาะใต้หวัน แต่มีกองทหารจากจีนยูนนานที่อยู่ทางตอนใต้กลับมุ่งหน้าลงมาที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง ไทย - ลาว - พม่า และต่อมาบริเวณสามเหลี่ยมทองคำก็กลายเป็นแหล่งค้าเฮโรอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทหารจากพรรคก๊กมินตั๋งที่อพยพมาทางสามเหลี่ยมทองคำมีชื่อว่า “กองพล 93” นำโดย “นายพล หลี่ หมี “

กองพล 93 ต้องหลบๆซ่อนๆอยู่ในป่าตามแนวชายแดนไทยและพม่า จึงถูกปราบปรามจากทั้งสองประเทศ และหลายครั้งหลายครา ทำให้พ่ายแพ้และต้องอพยพไปอยู่ที่เกาะใต้หวัน แต่่ก็มีทหารบางหน่วยอพยพไปอยู่ที่อำเภอฝางจังหวัดเชียงใหม่ บางหน่วยก็ยังอยู่ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และดอยแม่สลอง ซึ่งกองกำลังที่เหลืออยู่บนดอยแม่สลองนี้มี “ นายพล ต้วน ซี เหวิน“ หรือ "นายพลต้วน" เป็นผู้นำ
 
และสายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงประชากรของกองพล 93 ที่ต้องหลบซ่อนอยู่ในป่าให้มีชีวิตอยู่ได้ก็คือ “ ฝิ่น “

เมื่อปลูกฝิ่น ก็มีโรงงานผลิตเฮโรอิน ทำให้มีเงินซื้ออาวุธ และสามารถเลี้ยงดูพลเมืองของกองทัพได้อย่างไม่ขัดสน

กาลเวลาผ่านไปหลายปีกลุ่มทหารกองพล 93 จากจีนยูนนาน ก็กลายมาเป็นผู้พัฒนาชาติไทย โดยรัฐบาลไทยในสมัยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ยินยอมให้อาศัยอยู่บนดอยแม่สลองได้อย่างถาวร ภายในหมู่บ้าน "สันติคีรี " เช่นเดียวกับชาวเขาเผ่าต่างๆ ไม่ต้องถูกกวาดล้างให้พ้นไปจากแผ่นดินไทยเหมือนเมื่อก่อน

เหตุผลที่รัฐบาลไทยมีนโยบายเปลี่ยนศัตรูหรือเปลี่ยนหอกข้างแคร่ให้มาเป็นเมิตร ก็เพื่อให้ทหารกองพล 93 ช่วยเป็นหูเป็นตา และเป็นกันชนประเทศ ป้องกันการแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ หรือ ผกค.ที่แผ่อิทธิพลตามแนวชายแดน

การแทรกซึมของคอมมิวนิสต์จีนได้ปิดฉากหลังจากอดีตนายกฯ เติ้ง เสี่ยวผิง ของจีน หันมาใช้นโยบายเปิดประเทศ ทำให้เหตุการณ์สู้รบตามชายแดนทั่วทุกภาคของไทยเริ่มสงบลง

ปัจจุบันกองพล93 และคนในชุมชนชาวจีนยูนนานได้หันมาปลูกชาแทนการปลูกฝิ่น ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนำชาพันธ์ดีมาจากใต้หวัน ซึ่งปัจจุบันได้ชาวเขาเผ่าต่างๆบนดอยแม่สลองก็หันมาปลูกชาเช่นกัน

ใครไปเที่ยวดอยแม่สลองก็ต้องไปชิมชา “ อูหลง “ และชาอื่นๆอีกหลากหลายชนิดซึ่งล้วนเป็นชาดีเลิศ และดีที่สุดในประเทศไทย

ถามว่า ชาอู่หลง แตกต่างกับชาทั่วไปอย่างไร ก็ต้องบอกว่ามีรสชาติที่เข้มข้น และมีกลิ่นหอมของใบชา เรื่องนี้คงต้องลองชิมกันละครับ พูดไปก็ไม่ได้กลิ่น ไม่ได้รส

สำหรับภาพดอยแม่สลองจะแบ่งเป็น 3 ชุด และชุดสุดท้ายจะพาไปชมไร่ชาที่ขึ้นชื่อของดอยแม่สลอง ได้แก่ ” ไร่ชาพุดตาล” และ “ไร่ชา 101 “
ไร่ชาทั้งสองแห่งนี้ถือว่ามีชื่อเสียงและเป็นไร่ชาขนาดใหญ่บนดอยแม่สลอง ชนิดที่มาแล้วแต่ไม่ได้ไปที่ไร่ชาทั้งสองแห่งก็ถือว่ายังมาไม่ถึงดอยแม่สลอง

 
โฟโต้ออนทัวร์
21 พฤษภาคม 2558


 



การเดินทางในทริปนี้

ขาไป
Nok Air จากดอนเมือง – สนามบินเชียงราย ต่อด้วย taxi ไปยังท่ารถ(เก่า)เชียงราย แล้วนั่งรถเมล์ท่องถิ่นสาย แม่สาย-เชียงราย(หรือรถตู้) ไปลงที่ อ.แม่จัน บอกกระเป๋าให้จอดตรงปากทางขึ้นดอยแม่สลอง แล้วนั่งสองแถวจากปากทางไปจนถึงบนดอย
 
ระหว่างอยู่บนดอยใช้บริการมอเตอร์ไซด์ขับจ้าง ขับพาไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ ราคาก็แล้วแต่ตกลง(แต่ค่อนข้างแพง)


การเดินทางไปดอยแม่สลองตอนขาไปมีทางเลือก 2 เส้นทาง

ทางเลือกที่ 1 นั่งรถบัสจากท่ารถ(เก่า)เชียงรายไปลงที่แม่จันโดยใช้บริการรถ เชียงราย-แม่สาย บอกกระเป๋ารถให้จอดที่หน้าปากทางขึ้นดอยแม่สลอง(ใกล้ปั้มน้ำมัน) จากนั้นก็ใช้บริการรถสองแถวที่จอดรอผู้โดยสารตรงปากทางขึ้นดอย(แต่มีน้อยคัน)

หากเป็นวันหยุดจะมีผู้โดยสารมาก เต็มเร็ว ออกเร็ว ส่วนวันธรรมดา คนน้อย รอนาน อาจต้องเหมา หรือตกลงกับผู้โดยสารอื่นว่าจะช่วยกันแชร์ (เหมา 5-600 บาท) เส้นทางนี้ ถนนชำรุดบางช่วง ถนนค่อนข้างชัน แต่ระยะทางสั้นกว่าทางเลือกที่ 2

ทางเลือกที่ 2 นั่งรถบัสจากท่ารถเก่าเชียงรายไปลงที่ท่ารถแม่จัน(ท่ารถเล็กๆ ดูคล้ายป้ายรถเมล์ กทม.) แล้วต่อด้วยรถสองแถวประจำทาง แม่จัน-ดอยแม่สลอง ่เส้นทางนี้จะไกลกว่าเส้นทางแรกเกือบเท่าตัว แต่ข้อดีก็คือถนนดี เรียบ ไม่ชัน มีจุดจอดหรือท่ารถก็บริเวณตลาด(ตลาดซ็อป/ตลาดชา ของนักท่องเที่ยว)

ขากลับ(จากดอย)

นั่งสองแถวจากท่ารถอยู่ที่ตลาดดอยแม่สลอง (หรือตรงหลักกิโลขนาดใหญ่) มาที่ท่ารถแม่จัน เมื่อสองแถวพามาจอดที่ท่ารถแม่จันแล้วก็ต้องรอรถประจำทาง แม่สาย-เชียงราย  เข้าตัวเมืองเชียงราย(ท่ารถเก่า)

มาถึงเชียงรายแล้ว หากมีเวลาก็อาจเที่ยวต่อที่เชียงราย ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แกวัดร่องขุน และบ้านดำ ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี 

รถทัวร์ เชียงราย – กรุงเทพ ปกติจะออกจากเชียงรายตอนประมาณ  5-6 โมงเย็น ถึงกรุงเทพราวตี 5 ตอนขากลับจำได้ว่า รถวิ่งรวดเดียวโดยไม่จอดที่ใดๆ (VIP)


หมายเหตุ : ท่ารถเก่าหมายถึงท่ารถเดิมที่ปัจจุบันใช้เป็นท่ารถสำหรับเดินทางไปอำเภอต่างๆ(ตามภาพที่เห็น)
ส่วนท่ารถใหม่ที่อยู่นอกเมือง(ราว7-8 กม) จะเป็นท่ารถทัวร์เดินทางออกนอกจังหวัด หรือไปกรุงเทพ


ทางเลือกอื่น...

เครื่อง+รถเช่า

นั่งเครื่องจากดอนเมืองแล้วไปหารถเช่าที่เชียงราย โดยติดต่อล่วงหน้าให้เอารถมาส่งมอบที่สนามบิน(จะได้ประหยัดเวลาและค่าแท๊กซี่เข้าเมือง) ได้รถแล้วก็ขับเที่ยวได้เลย ไม่ว่าจะเป็นดอยแม่สลอง  ภูชี้ฟ้า ชายแดนแม่สาย  ฯลฯ

ขากลับ(หากกลับเครื่อง)ก็ส่งรถเช่าที่สนามบิน ปกติจะมี Flight ตอนเช้าๆ หรือบ่าย (แล้วแต่สายการบิน)
หากกลับรถทัวร์ก็นัดแนะส่งรถท่ารถทัวร์(ท่ารถใหม่ที่อยู่นอกเมืองราว  7-8 กม.รถออกประมาณ 5 โมงเย็น)

ที่สำคัญมาเที่ยวเชียงรายก็อย่าลืมขนมจีนน้ำเงี้ยวเชียงราย เรียกมาว่าถึงถิ่น แต่ไม่กิน ไม่ชิม ก็น่าเสียดายทีเดียว รับประกันอร่อยทุกร้าน โดยไม่ต้องไปเสาะแสวงหาที่ไหน  ขนาดร้านชาวบ้านๆที่ท่ารถทัวร์(เก่า)ก็อร่อยระดับ 4-5 ดาวแล้วละครับ









 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ