บิทคอยน์ Bitcoin

    บทความ
บิตคอยน์ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ เงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล
Bitcoin คืออะไร
บิทคอยน์คืออะไร นักขุดคืออะไร mining คืออะไร ได้เงินจริง หรือหลอกลวง หรือแหล่งฟอกเงิน มาคุยกันครับ
ประเทศญี่ปุ่นยกเลิกภาษีผู้บริโภค 8% ของ Bitcoin แล้ว
Bitcoin : เงินในโลกดิจิตอล



  
 คลิป
BITCOIN บิตคอยน์ คืออะไร
Bitcoin แบบขอสั้นๆ (Part 1)
ใครที่ใช้ Bitcoin อยู่ ผมฝากเตือนเพื่อนๆเป็นอุทาหรณ์ด้วยครับ เป็นห่วงทุกคนเลย
Bitcoin คือ กลลวงหรือไม่
ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ อธิบายเรื่องบิทคอยน์ (Bitcoin)
ลุงโฉลกพูดถึง Bitcoin 4 พ.ค. 2017


 
  บิทคอยน์ คืออะไร Bitcoin
  หาความรู้เรื่อง บิทคอยน์
  บิทคอยน์ คือสกุลเงินใหม่
  บิทคอยน์ คือสกุลเงินออนไลน์
  บิทคอยน์ ผิดกฏหมายหรือไม่
  ข้อควรระวังเรื่องบิทคอยน์



 

 

  

  


บิตคอยน์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บิตคอยน์ (อังกฤษ: Bitcoin) เป็นเงินตราแบบดิจิทัล และระบบการชำระเงินแบบเพียร์ทูเพียร์ ที่ได้รับการพัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์ ได้เปิดเผยตัวตนจริงต่อสื่อเป็นครั้งแรก โดยเป็นชาวออสเตรเลียชื่อ "เครก สตีเวน ไรท์" หลังจากที่ได้ใช้นามแฝงว่า "ซาโตชิ นากาโมโตะ" เป็นเวลาหลายปี เริ่มใช้งานครั้งแรกในปี ค.ศ. 2009 โดยเป็นเงินตราที่เรียกว่า "Cryptocurrency" ใช้การเข้ารหัสในการควบคุมการสร้างและโอนเงิน

เงินตราบิตคอยน์มีทั้งหมด 21 ล้าน สร้างขึ้นใหม่ด้วยการ "ไมนิง" (mining, การทำเหมือง, การขุดทอง) เป็นกระบวนการยืนยัน ตรวจสอบ และบันทึกการชำระเงิน โดยใช้หลักการว่า เมื่อมีธุรกรรมการโอนเงินเกิดขึ้น ธุรกรรมนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบและยืนยันโดยเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่ายเพียร์ทูเพียร์

คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่นั้นจะได้รับค่าตอบแทนในการทำงานงานนั้นเป็นค่าเงินบิตคอยน์จำนวนเล็กน้อย ด้วยหลักการนี้ทำให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ไม่ขึ้นกับหน่วยงานรัฐบาลใดและมีค่าธรรมเนียมในการชำระเงินต่ำกว่าการชำระเงินผ่านระบบธนาคาร






บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ เงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล

บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ คือเงินเสมือนจริงในโลกดิจิตอล ซึ่งยังไม่มีประเทศไหนยอมรับสกุลเงินนี้อย่างเป็นทางการ รวมทั้งประเทศไทยที่ถือว่าการทำธุรกรรมบิทคอยน์ผิดกฎหมาย

บิทคอยน์ สกุลเงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล กลายเป็นประเด็นให้คนรู้จักชื่อกันมากขึ้น เมื่อในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์ เมานท์ก็อกซ์ดอทคอม (MtGox.com) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินบิทคอยน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีปริมาณการแลกเปลี่ยนมากที่สุดในโลก ประกาศล้มละลายกะทันหัน พร้อมยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวกับสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้การทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่ใช้สกุลเงินบิทคอยน์ถูกสั่งระงับชั่วคราว ทำเอาโลกออนไลน์ปั่นป่วนไปไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม กับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หลายคนเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า สกุลเงินบิทคอยน์ คืออะไร แล้วใช้งานกันในโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร กับอีกข้อสงสัยมากมายที่กระปุกดอทคอมขอนำข้อมูลความรู้มาบอกกัน

สำหรับ บิทคอยน์ (Bitcoin) คือสกุลเงินในรูปแบบดิจิตอลที่ถูกสร้างและเก็บมูลค่าไว้ในโลกออนไลน์ เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยไม่ขึ้นกับสกุลเงินใด ๆ

ทั้งนี้ มีการระบุว่า สกุลเงินบิทคอยน์ ถูกคิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2552 โดย นายซาโตชิ นากาโมโต้ ชายชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น วัย 64 ปี แต่ภายหลัง นากาโมโต้ ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนคิดค้นเงินเสมือนจริงนี้ คนทั่วไปจึงคาดการณ์ว่า ชื่อ ซาโตชิ นากาโมโต้ อาจเป็นนามแฝงของคน หรือกลุ่มคนที่คิดค้นเงินสกุลบิทคอยน์ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม แม้สกุลเงินบิทคอยน์จะถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2552 แต่ก็รู้จักกันในกลุ่มคนสังคมออนไลน์บางส่วนเท่านั้น กระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่หน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ ทำการปิดเว็บไซต์ "ซิลค์โรด" ซึ่งลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและรับธรรมทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม พร้อมกับยึดเงินบิทคอยน์ได้ถึง 26,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115 ล้านบาท) ชื่อของ "บิทคอยน์" สกุลเงินแห่งโลกดิจิตอล จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเป็นครั้งแรก

สำหรับการหาเงินบิทคอยน์นั้นสามารถทำได้โดยใช้วิธีที่เรียกว่า "ทำเหมือง" หรือใช้คอมพิวเตอร์ของเรามาเป็นเครือข่ายแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และจะได้รับบิทคอยน์ จำนวน 10 บิทคอยน์ ทุก ๆ 25 นาทีที่เข้าร่วมแก้โจทย์ดังกล่าว

ขณะที่การจะใช้สกุลเงินบิทคอยน์มาแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้นั้น ผู้ใช้งานจะต้องลงซอฟต์แวร์เพื่อสร้างบัญชี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนในการใช้บริการ ขณะที่ขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก สามารถซื้อขายกับเงินจริง ๆ ได้ในหลาย ๆ สกุล อีกทั้งยังถ่ายโอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ทำให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นเรื่องง่าย

ด้วยความสะดวกในการใช้งาน นั่นจึงทำให้ในช่วงหลังมานี้ เริ่มมีร้านค้ายอมรับสกุลเงินบิทคอยน์ในการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยมี เว็บไซต์ MtGox.com ของญี่ปุ่น เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเงินรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนประเทศอื่น ๆ รวมทั้งประเทศไทยเอง ก็มีเว็บไซต์รับแลกเปลี่ยนเงินบิทคอยน์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจนี้เติบโตขึ้นมาก จึงมาพร้อมกับปัญหาการโจรกรรมของกลุ่มแฮกเกอร์ ซึ่งปัญหานี้ทำให้มูลค่าเงินบิทคอยน์ร่วงลงอย่างรวดเร็ว และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สกุลเงินบิทคอยน์ก็ยังคงเป็นแค่เงินเสมือนจริงเท่านั้น เพราะการที่เงินสกุลนี้ไม่มีการรักษามูลค่า และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กำหนดมูลค่า อีกทั้งยังไม่มีหน่วยงานใดควบคุม จึงทำให้ยังไม่มีรัฐบาลประเทศไหนออกมาประกาศยอมรับสกุลเงินดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แม้บางประเทศ เช่น เยอรมนี เริ่มเปิดกว้างและยอมรับ ขณะที่สิงคโปร์มองว่า บิทคอยน์เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ชำระและบริการได้

หลายคนอาจสงสัยว่า เงินสกุลนี้ไม่มีการรักษามูลค่าอย่างไร ลองย้อนไปดูอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนธันวาคม 2556 ช่วงนั้นอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่กว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ก่อนจะค่อย ๆ ดิ่งลงมาเรื่อย ๆ มาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และมาอยู่ที่ 135 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2557 อันเป็นผลมาจากการที่หลายบริษัทที่รับแลกเงินบิทคอยน์ต้องปิดตัวลง เพราะเจอภัยจากแฮกเกอร์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า ค่าเงินบิทคอยน์ผันผวนสูงมากและมีโอกาสเสื่อมค่าได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ระบุไว้ในบทวิเคราะห์เรื่อง "Bitcoin...เงินยุคดิจิตอล กับหลากความเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึง" ถึงข้อจำกัดอีกหลายเรื่องที่ทำให้การใช้เงินสกุลบิทคอยน์มีความเสี่ยงไม่น้อยเลย เช่น การที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับให้เงินสกุลนี้สามารถใช้ชำระหนี้ได้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเป็นในประเทศไทย เรายังไม่มีกฎหมายแลกบิทคอยน์เป็นเงินบาท

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยที่เงินบิทคอยน์ไม่มีตัวตนจริง จึงอาจสูญหายได้หากถูกไวรัสที่มือดีปล่อยเข้ามาคุกคามระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการที่ธนาคารกลางของประเทศนั้น ๆ ยังไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินในระบบได้ด้วย

อีกเรื่องสำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นกังวลมากก็คือ การที่มีกลุ่มมิจฉาชีพและแก๊งค้ายาเสพติดหันมาใช้สกุลเงินบิทคอยน์ในการฟอกเงินมากขึ้น เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานแต่ละบัญชีเป็นของใคร จึงเป็นช่องทางให้เกิดการเลี่ยงภาษี หรือทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายได้ ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อเกิดการโจรกรรมเงินบิทคอยน์ขึ้นในโลกไซเบอร์ ก็เป็นเรื่องยากที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ สกุลเงินบิทคอยน์จึงยังคงเป็นเพียงเงินเสมือนจริงในโลกดิจิตอล ที่ตอนนี้ดูแล้วยังเป็นไปได้ยากที่จะถูกนำมาชำระหนี้ในโลกแห่งความจริงได้ตามกฎหมาย โดยนักวิเคราะห์ทั่วโลกหลายคนก็ได้เตือนให้ประชาชนที่จะใช้เงินบิทคอยน์ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะมีความเสี่ยงหลายประการดังที่ได้กล่าวไป

ขณะที่ประเทศไทยเองนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาประกาศชัดเจนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 แล้วว่า การทำธุรกรรมใด ๆ ที่ใช้เงินบิทคอยน์ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะระบบดังกล่าวไม่ใช่เงินที่แท้จริง และทำให้ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ห้ามการทำธุรกรรมบิทคอยน์

ที่มา money.kapook.com






Bitcoin คืออะไร

Bitcoin อ่านว่าบิทคอยน์ คือสกุลเงินในรูปแบบของดิจิทัล ถูกสร้างขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ Bitcoin ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญเงินบาท Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆกลุ่มหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ๆทั่วโลก โดยระบบของ Bitcoin ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์

Bitcoin ถือเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ถูกเรียกว่าคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency)

อะไรทำให้ Bitcoin แตกต่างจากสกุลเงินทั่วๆไป

Bitcoin สามารถใช้แทนเงินสดซื้อสินค้าออนไลน์ อาจคล้ายกับระบบซื้อขายผ่านอินเทอร์เนตทั่วๆไปที่ใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต

อย่างไรก็ตาม ความพิเศษของ Bitcoin ที่เป็นตัวช่วยให้มันเป็นที่นิยมคือมันถูกควบคุมแบบกระจาย (decentralize) กล่าวคือไม่มีสถาบันการเงินไหนสามารถควบคุมบิมคอยได้ ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนที่เลือกใช้ Bitcoin ส่วนใหญ่สบายใจเนื่องจากแม้แต่ธนาคารก็ไม่สามารถควบคุม Bitcoin ได้

ใครเป็นคนสร้าง Bitcoin

นักพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ผู้ใช้นามแฝงว่าซาโตชิ นาคาโมโตะเป็นผู้พัฒนา Bitcoin ขึ้นมาซึ่งเป็นระบบจ่ายเงินที่อ้างอิงอยู่บนการถอดสมการคณิตศาสตร์ โดยจุดประสงค์ของเขาคือการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและธนาคาร, สามารถส่งหากันผ่านระบบอินเทอร์เนตและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมากๆ

ใครพิมพ์ Bitcoin

ไม่มีใครสามารถพิมพ์ Bitcoin ได้ เพราะมันเป็นสกุลเงินที่ไม่สามารถจับต้องได้เหมือนกับธนบัตรที่ถูกพิมพ์โดยรัฐบาล, ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้สอดคล้องกับจำนวนประชากร และมันมีกฏเกณฑ์ในตัวของมันเอง ในขณะที่ธนาคารกลางบางประเทศสามารถที่จะพิมพ์เงินได้เองเพื่อกู้วิกฤติหนี้แห่งชาติ หรือประกาศอ่อนค่าเงินของตัวเอง

แต่ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นโดยเป็นเหมือนกับไฟล์คอมพิวเตอร์ โดยกลุ่มนักพัฒนาอิสระที่ใครๆก็สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ การจะผลิต Bitcoin ขึ้นมาได้นั้นต้องใช้วิธีการ “ขุด” โดยการใช้คอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่บนเครือข่ายที่จัดวางไว้ให้เท่านั้น

โดยเครือข่ายนี้ยังสามารถที่จะใช้เพื่อช่วยในการจัดการการโอนส่ง Bitcoin ให้กันได้ ซึ่งหากจะเรียกแล้ว มันก็คือเครือข่ายส่วนตัวของ Bitcoin นั่นเอง

ถ้างั้น Bitcoin ก็สามารถถูกสร้างขึ้นมาแบบมีจำกัดใช่หรือไม่

ใช่แล้ว ด้วยการมีอยู่ของระบบ Bitcoin โพรโตคอล ซึ่งเปรียบเสมือนกับผู้คุมกฏแห่งเครือข่าย Bitcoin ได้กล่าวไว้ว่า Bitcoin จะสามารถที่จะถูกผลิตขึ้นมาได้เพียงแค่ 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้า Bitcoin พวกนี้สามารถที่จะถูกแบ่งออกเป็นจำนวนย่อยๆได้ (โดยหน่วยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin คิดเป็นหนึ่งร้อยล้านต่อ 1 Bitcoin โดยหน่วยนี้ถูกเรียกว่า “ซาโตชิ” เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้สร้าง Bitcoin )

ราคา Bitcoin ถูกอ้างอิงจากอะไร

หน่วยเงินที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นมักจะถูกนำมาผูกติดกับราคาของทองหรือเงิน โดนทฤษฎีแล้ว ถ้าคุณเดินไปซื้อทองที่ร้านทองด้วยเงินบาท คุณก็จะได้ทองกลับบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน Bitcoin นั้นไม่ได้ถูกอ้างอิงกับทอง แต่ถูกอ้างอิงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์

ผู้คนทั่วโลกกำลังใช้ซอต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการถอดสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อผลิต Bitcoin โดยสูตรทางคณิตศาสตร์เหล่านี้มีอยู่ให้หาได้แบบไม่คิดเงิน ทำให้แม้แต่คุณก็สามารถเข้าไปตรวจเช็คได้แบบฟรีๆ

โดยซฟอต์แวร์ที่ว่านั้นเป็นระบบ open source แปลว่าทุกคนสามารถที่จะตรวจสอบความโปร่งใสได้

หากนึกถึง Bitcoin ควรจะนึกถึงอะไร

Bitcoin มีความพิเศษในตัวมันเองที่ทำให้แม้แต่ค่าเงินของรัฐบาลก็ไม่อาจเลียนแบบได้

1 มันใช้เทคโนโลยีการกระจาย เครือข่ายของ Bitcoin ไม่ได้ถูกควบคุมโดยศูนย์กลางที่ไหนหรือใครคนใดคนหนึ่ง เครื่องขุด Bitcoin ทุกๆเครื่องมีส่วนช่วยในการทำธุรกรรมในการจ่ายเงินของ Bitcoin และเครื่องขุดเหล่านี้ทำงานด้วยกันทั่วโลก ซึ่งแปลว่าในทางทฏษฎีแล้ว ทางรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจไม่สามารถที่จะเข้ามายึดหรือสั่งทำลายเครื่องขุด Bitcoin

เพียงแค่เครื่องใดเครื่องหนึ่งเพื่อหวังให้ระบบเครือข่ายของ Bitcoin ล่มสลายได้ หรือแม้แต่พยายามที่จะยึดเอา Bitcoin มาเป็นของตัวเองแบบที่ธนาคารกลางแห่งยุโรปเคยพยายามลองทำมาแล้วที่ Cyprus ในปี 2013 แต่ก็ล้มเหลว ประเด็นคือถ้าอยากจะทำลาย Bitcoin ให้หมดไปจากโลกนี้ ทางรัฐบาลอาจต้องไล่ทำลายเครื่องขุด Bitcoin ที่มีกระจายไปอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

2 มันง่ายต่อการติดตั้ง ธนาคารส่วนใหญ่มักจะพยายามหลอกล่อและเชิญให้คุณมาเปิดบัญชีธนาคารที่มีขั้นตอนการเปิดที่ยุ่งยาก ลืมเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อการค้าขายแบบง่ายๆไปได้เลย ในขณะเดียวกันการเปิดใช้งานกระเป๋า Bitcoin สามารถที่จะทำได้ให้เสร็จได้ง่ายในระดับวินาที ไม่มีคำถามมาถามให้กวนใจ และไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น

3 มันไร้ตัวตน ซึ่งก็ใช่ เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถที่จะถือบัญชี Bitcoin ได้ทีละหลายๆบัญชี และบัญชีเหล่านั้นก็ไม่ได้มีชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของคุณมาเชื่อมกับมัน แต่ทว่า…

4 มันโปร่งใสแบบ 100% รายละเอียดการเก็บ Bitcoin นั้นละเอียดในระดับถึงขั้นที่สามารถตรวจจับไปจนถึงการโอนครั้งแรกตั้งแต่มี Bitcoin มาเลยทีเดียว โดยสมุดบัญชีการโอนของ Bitcoin นั้นเราจะเรียกมันว่าบล็อกเชน (Blockchain) โดยบล็อกเชนที่ว่านี้จะเปรียบเสมือนสมุดบัญชีธนาคารกลางที่สามารถบอกการเคลื่อนไหวของบัญชี Bitcoin ทั่วโลกถ้าหากคุณมีบัญชี Bitcoin ที่เคยใช้ส่งหรือรับ Bitcoin

ละก็ ทุกคนสามารถที่จะเข้ามาตรวจได้ว่าแต่ละบัญชีเคยมีการเคลื่อนไหวของจำนวน Bitcoin เข้าออกมาแล้วกี่ Bitcoin แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าอันไหนเป็นของคุณมีเทคนิคที่ผู้ใช้ Bitcoin บางคนนำมาแนะเพื่อเพิ่มความไร้ตัวตนให้คุณด้วยการไม่ใช้กระเป๋าเงิน Bitcoin ใบเดียวตลอดหลายๆครั้ง และการโอน Bitcoin ไปทีละเยอะๆกระจายๆไปทีละหลายๆกระเป๋า

5 ค่าธรรมเนียมที่ต่ำติดดิน ธนาคารอาจจะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินกับคุณประมาณ 35-500 บาท แต่ Bitcoin ไม่

6 การโอนที่รวดเร็วมาก คุณสามารถที่จะส่ง Bitcoin ไปหาใครก็ได้บนโลกนี้โดย Bitcoin ที่คุณส่งข้ามโลกไปหาอีกคนนั้น จะไปปรากฏที่กระเป๋าเงินของเขาในระดับนาที

7 เรียกคืนไม่ได้ เมื่อ Bitcoin ของคุณถูกส่งออกไปนั้น มันจะไม่มีวันกลับมาหาคุณอีก หรือนอกจากผู้ได้รับจะส่งมันกลับคืนมาหาคุณ

สรุปคือ Bitcoin นั้นมีข้อดีที่มากอยู่พอสมควรในทางทฤษฎี แต่มันทำงานอย่างไรล่ะ ลองอ่านบทความนี้ดูเกี่ยวกับวิธีการที่ Bitcoin ถูกสร้างขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการส่ง Bitcoin กันเกิดขึ้นรวมไปถึงวิธีที่เครือข่าย Bitcoin ทำงาน


สถานที่ๆคุณสามารถซื้อ Bitcoin ได้ในไทย


ที่มา https://siamblockchain.com/bitcoin





บิทคอยน์คืออะไร นักขุดคืออะไร mining คืออะไร ได้เงินจริง หรือหลอกลวง หรือแหล่งฟอกเงิน มาคุยกันครับ

มองรวมๆนะครับ

1. บิทคอยน์คือสกุลเงิน BTC ผู้พัฒนาต้องการให้เปลี่ยนมาใช้เงินสกุลนี้กันทั้งโลก ตัวระบบมันจะเน้นให้คนเข้ามาใช้ แต่ไม่ต้องการให้ขายออก ตอนถอนออกเป็นสกุล THB คิดค่าธรรมเนียม 0.5% หัวใจจะวาย
2. ตัวระบบมันไม่มีศูนย์กลาง ทำงานเหมือนสกายเน็ตในคนเหล็ก ใช้คอมพิวเตอร์กับตัวผู้ใช้ (user) เองเพื่อเก็บข้อมูลธุรกรรม และใช้คอมพิวเตอร์ของนักขุด (miner) เพื่อประมวลผล
3. ตัว user เองจึงต้องจ่ายค่าประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ให้กับนักขุด Miner
4. โดยปกติถ้าโอนเงิน หรือซื้อของสกุล BTC ค่าธรรมเนียมจะราคาถูกมาก
5. ในแง่ของนักขุด จึงดูเหมือนการลงทุนอย่างนึง ซื้อคอมพิวเตอร์มาขุด 8 หมื่นบาท ได้ค่าโปรเซสราวๆ 600 บาทต่อวัน ได้ค่าจ้างขุดเป็นสกุลเงิน BTC พอจะถอนออกเป็น THB หรือ USD ก็จะเสียค่าธรรมเนียมเหมือนคนอื่นๆนะจ๊ะ 0.5%
6. BTC ก็เป็นเหมือนสกุลเงินทั่วๆไป ดังนั้นจึงสามารถเก็งกำไรได้ วันนี้ซื้อมาราคา 1000 USD ต่อ 1 BTC พรุ่งนี้เพิ่มเป็น 1005 USD ต่อ 1 BTC ก็ขายซะกินกำไร แต่ไม่ง่ายขนาดนี้ ตัวระบบมีการป้องกันไม่ให้เงินรั่วไหลออกอย่างไว จึงกำหนดเพดานเข้าออกของเงินไว้
7. มันดังเพราะคนแห่กันมาเก็งกำไรค่าเงิน ได้ตังก็ว่าดี ขาดทุนก็ว่าไม่ดี ฯลฯ
7. มันดังเพราะคนแห่กันมาขุด (Mining) ได้ตังก็ว่าดี คุ้มทุนเร็ว สามารถคืนทุนใน 6 เดือนเลยนะ รายได้หลังหักค่าไฟ ค่าธรรมเนียมแล้ว ยังเหลือก็กินเงินหมื่นต่อเดือนสบายๆ
8. มันดันไม่ดังเพราะจุดประสงค์หลักเดิมๆของตัวมันเอง คือเป็นสกุลเงิน ผมพยายามหาวิธีการใช้เงินซื้อขายบิทคอยน์ในประเทศไทย มันแทบจะไม่มีที่ไหนรับเงินเป็น BTC จริงๆเลยสักที่
9. อย่าว่าแต่ในประเทศไทยเล้ยยยย ต่างประเทศ เว็บขายของ Ebay, alibaba, amazon ก็ไม่เห็นมีใครรับเงินบิทคอย (ส่วนมากเห็นรับแต่ paypal)
10. หัวใจหลักของบิทคอยน์คือว่าตัดเงินสด และตัดธนาคารทิ้งไป เท่ากับตัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาลบานตะเกียง
10. ใช้จ่ายก็ง้ายง่าย ถือโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปเครื่องเดียว จ่ายสบาย ไม่ต้องกลัวเงินสดหาย ไม่ต้องกลัวโดนจี้ปล้น ไม่ต้องพกเงินสด (จริงๆแล้วมันก็เหมือนกับถือบัตรเครดิตนั่นแหล่ะครับ เพียงแต่เสียค่าธรรมเนียมน้อยมากกกกกกกก)
10. การซื้อสินค้าหรือโอนเงินด้วยบิทคอยน์นี้จะเสียค่าธรรมเนียมต่ำมากๆๆๆๆๆๆๆๆ win win คนใช้ (user) ก็แค่จ่ายค่าธรรมเนียมให้นักขุด นักขุดก็ได้ตังจากการโอนเงินของ user
10. ซึ่งผมมองโดยรวมก็โอเคมากๆครับกับแนวคิดแบบนี้ แต่ทว่า
11. มันเหมาะสำหรับกรณีซื้อขาย หรือโอนเงินผ่านต่างประเทศเท่านั้นครับ
11. อ๊าววว ก็ในเมื่ออยู่ในประเทศเดียวกันใช้เงินสดซื้อของหรือส่งมอบให้กัน มันไม่เสียค่าธรรมเนียมนี่ครับ แล้วใครจะไปใช้บิทคอยน์?? ขนาดใช้แบ๊งค์เดียวกันโอนเงินให้กันยังไม่เสียค่าธรรมเนียมเลยคู๊นนนน ได้ดอกเบี้ยอีกต่างหากถึงจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็เหอะ
11. อีกอย่างนึง BTC ซื้ออะไรในไทยได้บ้าง ลองกดดูคับ
http://bitcoinmap.siamblockchain.com/
http://www.coins.co.th อันนี้จ่ายได้เยอะหน่อย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เติมมือถือ อินเทอร์เน็ต จ่ายบัตรเครดิต ทั้งนี้ทั้งนั้น กรุณาเช็คค่าธรรมเนียมก่อนจ่าย

12. เอาละ ถ้างั้นเอาไว้ไปเที่ยวต่างประเทศก็ได้วะ จองโรงแรมต่างประเทศ ซื้อของในต่างแดน กินข้าวร้านอาหารในต่างประเทศ ใช้เป็นบิทคอยน์ ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในรูปแบบ ซื้อเงิน และขายเงินกลับ
12. โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของในต่างประเทศที่ยอมรับการชำระเงินโดยบิทคอยน์ก็ไม่เห็นจะค่อยมีเลย
12. ที่จริงมันแล้วแต่มุมว่าใครจะมองเยอะไม่เยอะ ลองดูร้านค้าต่างๆที่ยอมรับสกุลเงิน BTC ครับ
https://coinmap.org/#/world/15.62303683/37.61718750/2
http://siamblockchain.com/2017/04/07/9-things-didnt-know-buy-bitcoin/

12. มีข้อมูลบางแหล่งโปรโมทว่าจองตั๋วเครื่องบินได้ ซื้อพิซซ่าได้ พอกดเข้าไปดูจริงๆ เว็บ expedia ก็ไม่รับบิทคอยน์ตรงๆครับ เพียงแต่มีเว็บอีกเว็บมาประสานงานแปลงเป็นเงินสกุลที่ expedia ยอมรับ หรือซื้อพิซซ่านั่นก็เหมือนกันกดเข้าไปแล้วก็เป็นแค่เว็บกลาง
12. นั่นหมายความว่า expedia, agoda, lazada, pizza hut, pizza company อะไรพวกนี้ไม่ได้ยอมรับการชำระเงินด้วยสกุล BTC โดยตรง
12. เอาเคสจริงๆเลย ครอบครัวผมกำลังจะเดินทางไปเที่ยวยุโรปเดือนหน้านี้ จองเครื่องบินเน้นราคาถูกไป-กลับกะนอร์วีเจี้ยน รวมภาษี 15,000 จ่ายด้วยบิทคอยน์ไม่ได้ ก็ต้องยอมจ่ายค่าแลกเปลี่ยนสกุลเงินให้กับทางบัตรเครดิต โรงแรมที่จองไว้เตรียมไปพักขอไม่เจียระไนให้ฟัง ล้วนแล้วแต่ใช้บิทคอยน์ไม่ได้ (คงเพราะเราเล็งแต่โรงแรมราคาถูก หุหุ) ส่วนร้านอาหาร ไปตายเอาดาบหน้า ก็ไม่คาดหวังว่าจะสามารถใช้บิทคอยน์ได้ แต่ต่อให้ใช้บิทคอยน์ได้ ก็ต้องไปซื้อเน็ตที่นู่นเพื่อจ่ายเป็นบิทคอยน์อยู่ดี คงยุ่งยากเอาการถ้าร้านที่เข้าไม่มี wifi ให้ หรือ wifi ห่วยจัดๆ (พูดเหมือนตัวเองมีเหรียญ BTC แล้วเนอะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีสักเหรียญครับ)
12. คือผมวางแผนทำ mining อยู่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงที่สุดจึงหาทางใช้ bitcoin ซื้อของ ไม่แลกกลับมาเป็นเงิน THB สุดท้ายเหลวเป๋ว ถ้าทำ mining จริงคงต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียมแลกเงินกลับ 0.5% หรือไม่ก็เก็บไว้เป็นสกุล BTC รอหวังว่าอนาคตจะรุ่งโรจน์ ราคาจะขึ้นไปเป็น BTC ละ 10,000 USD
13. เมื่อลองค้นหาข้อมูลอย่างถ้วนทั่ว ดูเหมือนว่า พอจะมีส่วนธุรกิจจะยอมรับ BTC ว่ามีมูลค่า ใช้ซื้อขายได้ แต่ยังไงก็ยังไม่เห็นมีธนาคารไหนในโลกที่รับซื้อขายสกุลเงิน BTC ครับ
13. คำถามจึงเกิดขึ้นมาว่า ที่ราคามันขึ้นเอาๆๆๆๆๆ เนี่ยะ มันเพราะอะไรกัน เพราะประเด็นหลักว่าใช้ซื้อขายทั่วไปในชีวิตจริงดูเหมือนมันน้อยมาก
13. คำตอบจึงน่าจะเป็นการเก็งกำไรของเหล่านักลงทุน เข้ามาซื้อค่าเงิน BTC วันนี้เพื่อหวังว่าพรุ่งนี้มันจะขึ้นและทำกำไรได้ เสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง มันก็ง่ายที่จะเข้ามาปั่นราคาครับ วิธีการเหมือนปั่นหุ้นเลยครับ ง่ายๆ ใครมีเงินก็ทำได้ เข้าไปซื้อหุ้นตัวเองในราคาที่สูงกว่ายอมจ่ายค่าธรรมเนียมซื้อเองขายเอง พอคนอื่นมาซื้อก็ขายจริง
13. และเนื่องจากตัวระบบมันตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินได้ยาก เพราะข้อมูลการทำธุรกรรมเก็บไว้กับ user หลายๆ user ผูกกันเป็น p2p จึงเป็นการง่าย ที่จะฟอกเงินจาก bitcoin
13. เอาง่ายๆ ถ้าผมจะฟอกเงินก็เอาเงินเน่าๆเข้าไปซื้อบิทคอยน์ แล้วขายออกมาถือเป็นเงินสด หรือเข้าธนาคาร ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ บอกว่าเงินนี้ได้มาจากทำ mining หรือเล่นคาสิโนออนไลน์ หรือเข้าไปเก็งค่าเงิน BTC แล้วได้กำไร ศาลจะว่าไงละทีนี้ อัยการจะหาหลักฐานมาเอาผิดยังไงล่ะ ในเมื่อสกายเน็ตมันไม่มีศูนย์กลางของระบบ

ถึงตอนนี้ ผมในฐานะคนไทยปี 60 ยังมืดสนิทกับการใช้เงินสกุล BTC

สมมติว่า lotus, 7-11, การไฟฟ้า, การประปา รับชำระด้วยสกุลเงิน BTC ผมก็คงไม่ใช้ BTC เพราะผมจ่ายเงินสดหรือบัตร ATM ก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว แม้แต่การไฟฟ้า, ประปาก็จ่ายผ่านตัดบัญชีบัตรเครดิต ซึ่งไม่เสียค่าธรรมเนียม
ครั้นจะไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งไปอยู่ทุกปี ก็หาร้านค้า, โรงแรม, หรือสายการบินที่รับ BTC และมีโปรฯราคาถูกใจก็ช่างยากเย็นเข็ญใจเสียนี่กระไร
แถมทางรัฐบาลไทยก็ประกาศออกเป็นหนังสือว่าไม่ยอมรับ BTC เป็นสกุลเงิน ซะอีก

ส่วนตัวแล้ว ใจผมชอบแนวคิดและระบบนี้นะ ตัดตัวกลางทิ้งไป คนใช้ได้ประโยชน์สูงสุด
อยากให้ระบบมันเกิดขึ้นจริงๆครับ แบบว่าทุกประเทศทั่วโลกยอมรับ
เมื่อก่อนผมต้องพกเงินสดไปเซเว่น บางทีเอาเงินไปขาด ถือเงินไปเยอะๆ ก็กลัวหาย ตอนหลังใช้โทรศัพท์จ่ายผ่าน true wallet สะดวกมาก
อยากไปต่างประเทศแล้วจ่ายผ่าน BTC ได้แบบสบายอารมณ์

ส่วนเรื่องเล่นค่าเงิน BTC เก็งกำไรซื้อถูกขายแพง ช่วงนี้ผมเห็นกราฟขาขึ้นมันชันจัง ระวังกันหน่อยนะครับ
มีใครอยู่ต่างประเทศแล้วมีประสบการณ์ใช้บิทคอยน์ในชีวิตจริงบ้างมั้ยครับ

ที่มา pantip.com
1 มิย.60






ประเทศญี่ปุ่นยกเลิกภาษีผู้บริโภค 8% ของ Bitcoin แล้ว

ผู้ใช้งาน Bitcoin ในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ต้องจ่ายภาษี 8% แล้ว โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมหรือเมื่อวานนี้ ภายใต้การกฎหมายของญี่ปุ่นเรื่อง “Cabinet Order for Partial Revision of the Order for Enforcement of the Consumption Tax Act” โดยผู้ใช้สกุลเงินดิจิตอลนั้นไม่จำเป็นต้องเสียภาษีผู้บริโภค

การแก้กฎหมายดังกล่าวนั้นจะช่วยดึงดูดให้ผู้คนหันมาใช้สกุลเงินดิจิตอลกันมากขึ้น เพราะการใช้จ่ายซื้อสินค้าผู้บริโภคด้วยสกุลเงินดิจิตอลในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีผู้บริโภค 8% อีกต่อไป แต่ภาษีรายได้นั้นยังคงต้องเสียตามปกติ อ้างอิงจาก Bitcoin.com

ส่วนค่าเงิน, เช็ค และตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นจะตกอยู่ในการควบคุมดูแลของ Foreign Exchange และ Foreign Trade Act และจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีภายใต้กฎของ Consumption Tax Act อ้างอิงจาก National Tax Agency บนหน้าเว็บของ Bit Flyer รวมไปถึงการจ่ายแบบ pre-paid หรือการจ่ายด้วย electronic money นั้นก็ตกอยู่ภายใต้การดูแลของ Payment Services Act และ Consumption Tax Act ก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วยเช่นกัน

ผลพลอยได้สำหรับผู้ใช้ Bitcoin

การยกเลิกภาษีไปนั้น แน่นอนว่าจะช่วยทำให้ผู้คนในประเทศญี่ปุ่นหันมาใช้ cryptocurrency กันมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ประชาชนในประเทศญี่ปุ่นสามารถที่จะจ่ายค่าอุปโภคอย่างเช่นค่าน้ำค่าไฟได้ในราคาที่ถูกลงด้วย Bitcoin เมื่อประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2016 ที่ผ่านมา

หนึ่งในเว็บผู้ให้แลกเปลี่ยน Bitcoin ในประเทศญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asian Review เมื่อปีที่แล้วว่า “ระเบียบการขอใบอนุญาตนั้นจะถูกลดลง”

กระนั้น โอกาสอันน่าไขว่คว้านี้ได้ส่งผลให้มีราวๆ 18 บริษัทในประเทศญี่ปุ่นที่ขอใบอนุญาตจากรัฐบาลในการเปิดเว็บสำหรับแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโต ซึ่งสิบใน 18 บรษัทนั้นถือเป็นบริษัทหน้าใหม่ที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง GMO รวมอยู่ด้วย โดยพวกเขากำลังวางแผนจะเปิดให้บริการเว็บเทรด Bitcoin ในเร็วๆนี้

ในขณะที่ร้านค้าปลีกต่างๆก็กำลังเข้ามาร่วมเทรนด์นี้เช่นกัน อย่างเช่นร้าน Recruit Lifestyle หรือบริษัทลูกของ Recruit Holdings ที่เพิ่งจะจับมือกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน Bitcoin อย่าง Coincheck ในการช่วยติดตั้งระบบจ่ายเงินด้วย Bitcoin ที่ร้านของพวกเขา อีกทั้งยังมี Bic Camera หรือร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ที่จับมือกับ bitflyer เพื่อช่วยในการรับชำระเงินเป็น Bitcoin เช่นกัน นาง Midori Kanemitsu หรือ CFO ของ bitflyer ได้ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asian Review เพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่าจำนวนร้านค้าที่รับ Bitcoin ในประเทศญี่ปุ่นอาจจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 300,000 ร้านภายในปีนี้

ที่มา https://siamblockchain.com








      


 

 
 
 


BITCOIN บิตคอยน์ คืออะไร
ที่มา ThaiPBS







Bitcoin แบบขอสั้นๆ (Part 1)
โพสต์โดย 9arm







ใครที่ใช้ Bitcoin อยู่ ผมฝากเตือนเพื่อนๆเป็นอุทาหรณ์ด้วยครับ เป็นห่วงทุกคนเลย
โพสต์โดย Thailand Richcoins




Bitcoin คือ กลลวงหรือไม่
โดยกรุงเทพธุรกิจ


  


ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ อธิบายเรื่องบิทคอยน์ (Bitcoin)
โดยลุงโฉลก







ลุงโฉลกพูดถึง Bitcoin 4 พ.ค. 2017
โดยลุงโฉลก

 

ชมภาพท่องเที่ยวประเทศต่างๆ
 
 
China
Korea
Japan
Cambodia
Malaysia
India
 
 
 
Laos
Myanmar
Sipsong-
Vietnam
Singapore  
ชมภาพท่องเที่ยว ในประเทศ
The King Family


 


Photo Gallery
Travel Photo
Foreign Travel Photo
City tour
Events
Flowers
World Photos

Royal Royal institution
King of Thailand
Chakri Disaster
Wallpapers


Royal Family
Royal Ceremony
King Maha Vajiralongkorn

History
Thai History
Old Photos
Thai Kingdom
Famous Persons

Portraits
Pretty Motorshow & Others
Baby & Child
Asain Girls

Others
News
Video Clip
Photo Contest
Tips & Tricks
Quest
Camera Review
WebSite Update
Contact Us
About Us
Facebook


แกลลอรี่ภาพถ่าย
ภาพท่องเที่ยวในประเทศ
ภาพท่องเที่ยวต่างประเทศ
ท่องเมืองกรุง
ภาพเหตุการณ์ใน-ต่างประเทศ
ภาพดอกไม้
ภาพสวยจากทั่วโลก

ภาพสถาบันพระมหากษัตริย์
กษัตริย์ไทย
กษัตริย์ราชวงศ์จักรี
วอลเปเปอร์ภาพในหลวงและราชินีรัชกาลที่9



Royal Family
ภาพงานพระราชพิธี
พระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์

History
ประวัติศาสตร์ไทย
ภาพเก่าเมืองไทยในอดีต
อาณาจักรไทย
ภาพและประวัติบุคคลสำคัญ

ภาพบุคคล
พริตตี้งานมอเตอร์โชว์ และอื่นๆ
ภาพเด็กน่ารัก
สาวอาเซียน


อื่นๆ
ข่าว
คลืปวีดีโอ

ข่าวประกวดภาพถ่าย
เทคนิค และกราฟิค
แขกผู้มาเยือน
รีวิวกล้อง
เว็บอัพเดตและไทม์ไลน์
ติดต่อเว็บมาสเตอร์
เฟชบุ๊ค