Home      Outbound      Dalat - Ho Chi minh  Part 1
   Home   City Tour   Events   Photo Gallery   Outbound tour   King Photos    Wallpapers    Flowers    Portraits    Baby & Child    Asia Girls    News   Video Clip   
   Home  
Home : Outbound : Dalat - Ho Chi minh  Part 1
 
 
ภาพท่องเที่ยวเวียดนามกลางเค้าท์ดาวน์สิ้นปี 55 ที่เมืองโฮจิมินห์ ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ดาลัต เที่ยวฟานเถียตเมืองชายทะเล อลังการกับทะเลทรายมุยเน่
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
Part 9
Part 10
Part 11
Part 12
Part 13
Part 14
ดาลัด ตอนที่ 1
เที่ยวเวียดนามใต้ : โฮจิมินห์ซิตี้ ฟานเทียต มุยเน่  South Vietnam tour, Dalat - Ho Chi Minh City
 
สาวเวียดนามในทริปนี้
  เที่ยวเวียดนามใต้ ดาลัด - โฮจิมินห์ ตอนที่ 1
South Vietnam tour : Dalat - Ho Chi Minh City Part 1

(เดินทาง 27 ธค.55 - 1 มค.56)

โฟโต้ออนทัวร์พาเที่ยวเวียดนามกลางและเวียดนามเหนือมาหลายครั้งแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวเวียดนามใต้ที่มีเมืองโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลาง  ในทริปนี้ก็จะมีโอกาสไปเที่ยวเมืองดาลัด ดินแดนโรแมนติคที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวียดนาม  และเป็นเมืองที่คนหนุ่มสาวมักมาหาความสุขกัน

ดาลัดมีเสน่ห์อย่างไร คำตอบก็คือเป็นเมืองที่มีอากาศหนาวเย็น มีสวนดอกไม้อยู่เต็มเมือง ไปทางไหนก็เห็นแต่ดอกไม้เมืองหนาว แม้แต่เกาะกลางถนนก็ยังปลูกดอกกุหลาบพันธ์สวยๆงามๆ
 
ดาลัดในอดีตเป็นเมืองตากอากาศของชาวฝรั่งเศสที่เข้ามายึดเวียดนามในยุคล่าอาณานิคม ทำให้ชาวเวียดนามได้ซึมซับวัฒนธรรมของฝรั่งเศสไปหลายอย่าง เช่นการแสดงออกในเรื่องความรักของคนหนุ่มสาวที่กล้าเปิดเผยยิ่งกว่าคนไทย  ตึกรามบ้านช่องและที่อยู่อาศัย นิยมสร้างในสไตล์ฝรั่งเศส  อาหารการกินเช่นขนมปังฝรั่งเศสก้อนโตๆยัดใส้กลายเป็นอาหารเช้าของคนเวียดนามควบคู่ไปกับเฝอหรือก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม

มาเที่ยวดาลัดเหมือนมาเที่ยวเมืองเล็กๆของฝรั่งเศส ภูมิประเทศบนเขาสูง อากาศที่หนาวเย็น รวมทั้งสภาพของตึกอาคาร ปลูกลดหลั่นไปกับเนินเขา ทำให้ดูแตกต่างจากเมืองอื่นๆของเวียดนาม

สำหรับทริปเวียดนามใต้มีเมืองสำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้แก่ เมืองโฮจิมินห์  ดาลัด และฟานเทียต

ฟานเทียตเป็นเมืองติดชายทะเล สถานท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ได้แก่ทะเลทรายสีแดง และทะเลทรายสีขาว  หลายคนอาจสงสัยที่เวียดนามมีทะเลทราย  ก็ต้องบอกว่าใหญ่โตไม่แพ้ที่ไหนในโลก

เวียดนามใต้ตอนที่ 1 เป็นการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเวียดนาม ตามโปรแกรมทัวร์ของไทย  หลายคนอ่านแล้วอาจบอกว่าเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า  แต่ก็ขอให้เข้าใจว่าเวียดนามพึ่งจะเปิดการท่องเที่ยวหลังจากยูเนสโกประกาศให้สถานที่สำคัญๆหลายแห่งเป็นมรดกโลกได้ไม่นาน
 
และเวียดนามนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายที่ยังไม่ได้มีการโปรโมท หรือเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้เข้าไปพัฒนา เช่นถนนหนทาง และระบบสาธารณูปโภค  รวมทั้งโรงแรมที่พัก


ประเทศเวียดนาม หากจะแบ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์ที่เปิดให้บริการกันอยู่ทุกวันนี้ ก็จะแบ่งการท่องเที่ยวออกเป็น 3 ภาคหลักๆได้แก่

1 เวียดนามตอนเหนือ  (Northern Vietnam Tour)

มีเมืองฮานอยเป็นศูนย์กลางและเป็นเมืองหลวงของประเทศ ในอดีตเมืองฮานอยคือเมืองหลวงของประเทศเวียดนามเหนือ สมัยที่เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ หรือยุคสงครามคอมมิวนิสต์  ซึ่งผลของสงครามยังกระทบถึงประเทศต่างๆทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทยด้วย

สถานท่องเที่ยวที่สำคัญของฮานอยส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หากย้อนประวัติศาสตร์ เมืองฮานอยรวมทั้งดินแดนทางแถบลุ่มแม่น้ำแดงตกอยู่ใต้การปกครองของจีนมานับเป็นพันๆปี

สถานที่สำคัญต่างทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลือ  ส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลมาจากจีน เช่นมหาวิทยาลัยวรรณกรรม ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนการปกครองที่เรียกว่า การสอบจอหงวน  มีการสอบความรู้ทางทหารและการปกครอง  หรือต้องวางแผนการรบเก่งและปกครองเก่ง

ซาปา – เดียนเบียนฟู เขตเวียดนามตอนเหนือ
สถานท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักและอยู่ไกลจากเมืองฮานอย แต่ต้องนั่งรถไฟไปเที่ยวได้แก่เมือง ซาปา เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ใน ล่าวกาย จังหวัดชายแดนติดกับประเทศจีน

ซาปาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาสูงหรือบนยอดดอย และดินแดนที่สูงที่สุดของเวียดนาม  บางปีอาจมีหิมะตก หากไปเที่ยวซาปาโดยทางรถไฟแล้วย้อนกลับมาเมืองฮานอยโดยทางรถยนต์ก็ต้องผ่านเมือง เดียนเบียนฟู  นี่ก็เป็นสถานที่สำคัญของสงครามประวัติศาสตร์ระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศสเมื่อเกือบ 60 ปีก่อน

เวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสตั้งแต่ พศ.2401 หลังจากยกพลขึ้นบกที่อ่าวดานังหรือเมืองตูราน แต่ “โฮจิมินห์ สามารถนำกองทัพปลดแอกเวียดนามกอบกู้เอกราชมาได้เมื่อปีพ.ศ.2497 ด้วยยุทธวิธีที่คาดไม่ถึง ทำให้ฝรั่งเศสแพ้อย่างหมดรูป พร้อมกับยอมยกธงขาว ระดับผู้บัญชาการถูกจับเป็นเฉลย

ผลจากสงครามเดียนเบียนฟูทำให้ประเทศเวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเหนือ-ใต้ ที่เส้นขนานที่ 17 หรือบริเวณแม่น้ำเบนไห่ที่ไหลผ่านเมืองกวางตรีและกวางบิ่นห์ ในเขตเวียดนามกลางตามสนธิสัญญาเจนีวา 

ประเทศเวียดนามถึงแม้ว่าจะได้รับอิสระภาพจากฝรั่งเศส แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดปัญหาภายใน  มีความหวาดระแวงแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจากการยุยงของประเทศมหาอำนาจ  เรียกว่าเสร็จสงครามกับฝรั่งเศสแล้วก็เกิดศึกภายในชนิดไม่จบสิ้น

เวียดนามทางตอนเหนือที่มีประธานาธิบดีโฮจิมินห์เป็นผู้นำ ต้องตกอยู่ใต้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ โดยมีจีนและรัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เรียกว่าโฮจิมินห์ต้องตกกระใดพลอยโจน หรือกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะจีนเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสงครามเดียนเบียนฟู หรือสงครามกู้ชาติจากฝรั่งเศส โดยจีน(คอมมิวนิสต) สนับสนุนทั้งอาวุธและการวางแผน

ส่วนเวียดนามตอนใต้ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาแทรกแซง(แทนฝรั่งเศสที่แพ้สงคราม) เพื่อป้องกันไม่ให้คอมมิวนิสต์แผ่อำนาจลงมาสู่ประเทศตอนล่างๆ

ฝ่ายสหรัฐอเมริกาและฝ่ายจีน-คอมมิวนิสต์ต่างก็อ้างความชอบธรรมในการเข้ามามีอำนาจเหนือเวียดนามทั้งเหนือและใต้  คนเวียดนามทั้งสองฝ่ายจึงเหมือนตกเป็นเครื่องมือประเทศมหาอำนาจ  ประชาชนเวียดนามต่างถือหางคนละฝ่าย ผลของสงครามทำให้ทหารเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้รวมทั้งประชาชนต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก

ใครไปเที่ยวเวียดนามก็จะเห็นว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสุสานวีรชนทั่วทุกหัวระแหง โดยเฉพาะในจังหวัดกวางตรีและจังหวัดหวางบินห์ ที่เป็นเขตกันชนเหนือ-ใต้

ปัจจุบันสนามรบในเมืองเดียนเบียนฟูที่ฝรั่งเศสต้องพ่ายแพ้แก่กองทัพปลดแอกเวียดนามที่มี โฮจิมินห์เป็นผู้นำ ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  มีซากรถถัง  อาวุธปืน หลุมหลบภัย และห้องบัญชาการรบที่ตั้งอยู่ในหลุมหลบภัย คล้ายกับพิพิธภัณฑ์ทหารที่ เขาค้อ ในจังหวัดเพชรบูรณ์

ฮาลองเบย์ - ฮาลองบก ในเวียดนามเหนือ
อ่าวฮาลองเป็นสถานท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากฮานอยนัก เป็นการท่องเที่ยวแบบล่องเรือที่จุผู้โดยสารได้ราว 40 คน พร้อมบริการอาหารกลางวันแบบซีฟู๊ดบนเรือด้วย

อ่าวฮาลองขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปี 2537 ถ้าเทียบอ่าวฮาลองกับบ้านเราแล้วก็คล้ายกับการนั่งเรือเที่ยวใ“อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา”  จะต่างกับบ้านเราตรงที่เวียดนามจัดระบบได้ดีกว่าและดูปลอดภัยกว่าการนั่งเรือหางยาวเที่ยวทะเล

ไม่ไกลจากอ่าวฮาลองก็จะเป็นการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนิงห์บินห์ (Ninh Binh) ที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา มีทะเลสาบขนาดเล็กล้อมรอบ คนไทยเรียกการท่องเที่ยวแบบนี้ว่าฮาลองบก เป็นการนั่งเรือแจวแบบเวียดนามแท้ๆ พายล่องไปตามร่องน้ำตื้นๆในระหว่างหุบเขา ดูแปลกและน่าตื่นตามาก


2 เวียดนามกลาง (Middle Vietnam Tour)

นักท่องเที่ยวคนไทยส่วนใหญ่มักมีโอกาสไปเที่ยวกันมากเนื่องจากค่าทัวร์ค่อนข้างถูก  เป็นการเดินทางโดยรถยนต์โดยผ่านประเทศลาว ค่าใช้จ่ายไปเวียดนามกลางอาจถูกกว่าไปเที่ยวเชียงใหม่หรือภูเก็ต (เว้-ดานัง-ฮอยอัน 6วัน 6,900)

เมื่อต้นปี 50 หลังจากลาวสร้างถนนหมายเลข 9 แล้วเสร็จ ซึ่งถนนสายนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับเวียดนาม ปรากฏว่าคนไทยก็แห่เที่ยวจนเวียดนามปรับตัวแทบไม่ทัน  สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆยังไม่ค่อยจะพร้อมนัก

เว้ ดานัง ฮอยอัน
สถานท่องเที่ยวเวียดนามกลาง ได้แก่เมืองเว้ เมืองดานัง และฮอยอัน โดยเฉพาะ เว้ และ ฮอยอัน เป็นท่องเที่ยวสถานท่องเที่ยวที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ปัจจุบันทริปนี้ได้เพิ่มมรดกโลกถ้ำฟองญาเข้าไปอีก 1 รายการ เท่ากับว่าเที่ยว 3 มรดกโลกตามที่บริษัททัวร์นำไปโฆษณา

พระราชวังเว้ ซึ่งเป็นพระราชวังในราชวงศ์เหวียน(หรือราชวงศ์เหงียน-Nguyen dynasty) ตั้งอยู่กลางเมืองเว้ สมัยก่อนเรียกว่าเป็นเมืองของกษัตริย์ในราชวงศ์เหวียน ที่มีอายุพอๆกับราชวงศ์จักรี แต่มาล่มสลายในยุคการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส พระราชวังเว้ได้ทะเบียนเป็นมรดกโลก ออกแบบก่อสร้างจากสถาปนิกฝรั่งเศส โดยจำลองมาจากพระราชปักกิ่งแต่ย่อส่วนให้เล็กกว่า (เขียนมาถึงตรงนี้ก็น่าแปลกใจว่าพระราชวังหรือวัดพระแก้วในบ้านเรามีความสวยงามกว่าพระราชวังเว้หลายเท่า แต่ไม่ได้เป็นมรดกโลก)br>

กษัตริย์ของเวียดนามอาจไม่มีความหมายอะไรมากนักในความรู้สึกของคนเวียดนาม เนื่องจากในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง กษัตริย์พระองค์ต่างๆได้เอาอกเอาใจฝรั่งเศสเพื่อสถานภาพของตนเอง ทำให้คนเวียดนามต้องลำบากลำเค็ญจากการยอมให้รัฐบาลฝรั่งเศสเอารัดเอาเปรียบต่างๆนานา

รัฐบาลเวียดนามและคนเวียดนามในจะไม่ค่อยนับถือกษัตริย์ ไม่แยแส แถมเกลียดขี้หน้าอีกต่างหาก กษัตริย์บางองค์ถูกขับออกนอกประเทศจนต้องลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส

แต่คนเวียดนามจะนับถือโฮจิมินห์เพราะถือว่าเป็นวีรบุรุษผู้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ จากการกู้เอกราชจากฝรั่งเศส ซึ่งไม่ง่ายนักที่ใครจะทำได้ โดยเฉพาะฐานปฏิบัติการของฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟู ได้รับการยอมรับว่ามีความแข็งแกร่งมาก แต่โฮจิมินห์ก็ทำได้สำเร็จ ทำให้กองทัพฝรั่งเศสได้รับความอับอาย จนแม่ทัพฝรั่งเศสถึงกับฆ่าตัวตาย

คนเวียดนามนับถือลุงโฮ ไม่ต่างกับคนไทยนับถือในหลวง

ใครไปเที่ยวเวียดนามในขณะนี้ก็จะเห็นภาพลุงโฮอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในโรงเรียนก็จะสอนให้นักเรียนรู้จักคุณงามความดีและการใช้ชีวิตอย่างประหยัด ชาวเวียดนามนับถือประธานาธิบดีโฮจิมินห์ยิ่งกว่านับกษัตริย์องค์ใดๆของเวียดนาม เกียรติประวัติของลุงโฮถูกถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกหลานและจากโรงเรียนสู่เด็กๆ ในทางตรงกันข้ามก็ไม่ได้สอนเรื่องราวของกษัตริย์มากนัก เพราะถือว่าเป็นชนชั้นปกครองที่ทำให้ชาติมีแต่ความเสื่อมถอย

ผลของความเกลียดชังทำให้ไม่มีใครสนใจพระราชวังหรือสถานที่สำคัญของกษัตริย์แม้แต่น้อย คงทิ้งร้างไร้การดูแล หรือปล่อยให้ชาวบ้านเข้าไปทำนาและเลี้ยงสัตว์ได้ตามสบาย

แต่หลังจากเวียดนามเปิดประเทศรัฐบาลจึงทำการบูรณะโดยได้รับทุนจากองค์กรต่างประเทศบางส่วน มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว  ต่างกับบ้านพักและอนุสาวรีย์โฮจิมินห์ที่เมืองฮานอย  รัฐบาลและคนเวียดนามให้เกียรติอย่างสูงส่ง ไม่ต่างกับเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์  มีทหารแต่งกายสีขาวเต็มยศยืนรักษาการณ์  เช่นเดียวกับทหารรักษาการณ์ตามพระราชวังต่างๆในต่างประเทศ


3 การท่องเที่ยวเวียดนามใต้ (Southern Vietnam Tour)


สถานท่องเที่ยวในเวียดนามตอนใต้ น่าจะเรียกได้ว่าพึ่งเปิดตัวหรือโปรโมทให้เป็นที่รู้จักกันไม่นานมานี้ นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จึงรู้จักเวียดนามใต้ น้อยกว่าเวียดนามเหนือและเวียดนามกลาง

เวียดนามใต้มีศูนย์กลางอยู่ที่มหานครโฮจิมินห์ หรือโฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City) มีอักษรย่อ HCMC

เมืองโฮจิมินห์เป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามใต้ในยุคที่มีการแบ่งประเทศ สมัยนั้นใช้ชื่อว่าเมืองไซ่ง่อน Saigon“ แต่เปลี่ยนเป็น โฮจิมินห์ซิตี้ ในภายหลังเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ หรือหลังจากประเทศเวียดนามได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวเรียบร้อยแล้ว

โฮจิมินห์ซิตี้เป็นเมืองเศรษฐกิจ เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของเวียดนาม หรือ 7 ล้านคน(ฮานอย 6 ล้าน -ข้อมูลปี2005)

โฮจิมินห์เป็นเมืองใหญ่มีตึกอาคารใหญ่โตเช่นเดียวกับมหานครทั่วไป และเป็นศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของประเทศเช่น ศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ ศูนย์กลางธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ และยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเล ทางอากาศ ทางรถยนต์ และทางรถไฟ

สถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนามใต้ ได้แก่เที่ยวในเมืองโฮจิมินห์ เช่นโบสต์เก่า ทำเนียบรัฐบาล และสถานที่สำคัญทางประวัติศ่าสตร์  ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัดที่เป็นไฮไลท์สำคัญได้แก่เมืองดาลัด เมืองแห่งสีสันและโรแมนติกที่เต็มไปด้วยดอกไม้ และสวนดอกไม้ทั่วทั้งเมือง

ตึกรามบ้านช่องสภาพบ้านเรือนในเมืองดาลัดออกแนวฝรั่งเศส ปลูกลดหลั่นไปตามเชิงเขา อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี  หากใครคิดหาสถานที่ฮันนี่มูน ดาลัดก็น่าสนใจไม่น้อย 

ไม่ไกลจากดาลัทก็เป็นเมืองฟานเทียต ซึ่งเป็นเมืองชายทะเล สถานท่องเที่ยวสำคัญได้แก่หมู่บ้านชาวประมง ทะเลทรายสีแดง และทะเลทรายสีขาว

น่าแปลกที่เวียดนามมีทะเลทรายกว้างขวางใหญ่โต นับว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าพิศวงว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร  ทั้งๆที่ไม่ไช่เป็นประเทศในแถบตะวันออกกลาง

สำหรับทริปเวียดนามใต้ตอนที่ 1 เป็นการเดินทางระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบินเตินเซินเญิ้ต(Tan Son Nhat) เมืองโฮจิมินห์  

เสียเวลาที่เมืองโฮจิมินห์อยู่พักใหญ่ จากนั้นก็เดินทางต่อสู่เมืองฟานเทียต จนถึงเอาตอนมึดค่ำ  

การนั่งรถในเวียดนามไม่ต่างกับนั่งรถหวานเย็น  หรือนั่งรถไฟไทยประเภทถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง คนขับรถชาวเวียดนามก็ใจเย็นชนิดโคตร.....เย็น  พี่แกขับแบบไม่ยอมแซงใคร ช้าๆ เรื่อยๆ ตามกฏจราจร (สงสัยกลัวโดนค่าปรับ)

กฏจราจรที่เวียดนาม ใครมาเที่ยวดาลัทอาจรู้สึกอึดอัด ไฮเวย์นอกเมืองไม่เกิน 60 ในเมืองไม่เกิน 30  ระยะทางดูไม่ไกลนักแต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน จนนักท่องเที่ยวอยากไปขับเองให้รู้แล้วรู้แรด แต่ก็ได้แต่คิด เพราะตำรวจทางหลวงของเวียดนามยิ่งกว่าตาสับปะรด มีการใช้เครื่องดักจับความเร็วที่มีประสิทธิภาพกว่าบ้านเรา เช่นไม่มีป้ายเตือนว่า“เขตควบคุมความเร็ว” เปลืองงบฯ

ที่เวียดนามหากใครเผลอขับเพลินและขับเกิน รับรองเจอตำรวจแน่ ที่แน่ๆตำรวจเอาจริง  โบกให้ใครจอดเป็นต้องถูกจับทุกรายไป ไม่พูดจากวนประสาท และไม่พูดจาหมาๆ แบบพนักงานสาวของธนาคารกสิกรไทย ที่ประจานความถ่อยไปทั่วประเทศ

ใครไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร หรือจำไม่ได้ ก็คลิกที่นี่  เห็นแล้วก็อยากจะตบหน้าแม่นั่นสักฉาด ที่พูดจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต่างกับพวกไพร่ที่ไร้การศึกษา น่าแปลกที่ธนาคารกสิกรไทยรับพนักงานโดยไม่มีการประเมินความประพฤติและนิสัย คงมัวแต่ประเมินการทำงานมากไปจนลืมเรื่องเหล่านี้ 

เออ..หรือว่าเด็กเส้น


โฟโต้ออนทัวร์
8  เมษายน 2556

 
 
 
แผนที่เดินทาง โฮจิมินห์-ฟานเทียต-ดาลัท  
แผนที่ประเทศเวียดนาม / เส้นทางรถยนต์
           
 
 
    Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ
Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls     World Photos     Site Update    Contac Us