Home      Outbound      Dalat - Ho Chi minh City  Part 4
   Home   City Tour   Events   Photo Gallery   Outbound tour   King Photos    Wallpapers    Flowers    Portraits    Baby & Child    Asia Girls    News   Video Clip   
   Home  
Home : Outbound : Dalat - Ho Chi minh  Part 4
 
 
ภาพท่องเที่ยวเวียดนามกลางเค้าท์ดาวน์สิ้นปี 55 ที่เมืองโฮจิมินห์ ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ดาลัต เที่ยวฟานเถียตเมืองชายทะเล อลังการกับทะเลทรายมุยเน่
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
Part 9
Part 10
Part 11
Part 12
Part 13
Part 14
ดาลัดตอนที่ 4
ทริปเวียดนามใต้ : Dalat City เมืองดาลัต


พิเศษ คลิกชมเมืองดาลัดแบบพานอฯ ขนาดภาพ 2800 Pixels
  เที่ยวเวียดนามใต้ ดาลัด - โฮจิมินห์ ตอนที่ 4
South Vietnam tour : Dalat Flower City

(เดินทาง 27 ธค.55 - 1 มค.56)



ดาลัดเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายแตกต่างจากเมืองอื่นๆของเวียดนามค่อนข้างมาก อยู่ที่ดาลัดรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวกว่าเมืองอื่นๆ ยิ่งกลางค่ำกลางคืนอากาศจะหนาวเลยทีเดียว โรงแรมในเมืองดาลัดส่วนใหญ่จึงไม่มีแอร์  

คืนแรกกรู้สึกนอนหลับสบาย ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร ไม่ต้องเปิดหน้าต่างรับอากาศจากข้างนอก(ลองเปิดแต่หนาวมาก) ในห้องพักก็ไม่มีพัดลม  ความรู้สึกในตอนนั้นก็ไม่ต่างกับนอนในห้องแอร์ หรืออาจจะหนาวกว่าด้วยซ้ำไป

เมื่อวานมาถึงเมืองดาลัดจนมืดค่ำ เห็นผู้คนในเมืองใส่เสื้อกันหนาวกันทุกคน แสดงว่าหน้าหนาวที่นี่หนาวกันจริงๆ 

เช้านี้ตื่นแต่มืดราวตี 5 พอเสร็จธุระแล้วก็ออกไปเดินเล่นหน้าโรงแรม ตอนนั้นฟ้าสางแล้ว เห็นมีคนในกลุ่มของเราออกมาเดินเล่นกันบ้าง  แต่ถามแล้วบอกเดินเล่นอยู่แถวๆนั้น คงไม่กล้าที่จะเดินไปไหนไกลๆ(กลัว) ทั้งๆที่ยังมีเวลาอีกมากกว่าจะถึงเวลาอาหารเช้า

เรื่องความกลัว น่าจะเป็นคุณสมบัติของคนไทย อาจเป็นเพราะบ้านเราเป็นเมืองที่น่ากลัว ไว้ใจใครไม่ได้ กลางค่ำกลางคืนก็จะไม่ค่อยออกไปไหน ตรอกซอกซอยที่ไม่ค่อยสว่างก็ไม่กล้าเดิน กลัวโดนจี้  กลัวถูกฉุด 

แต่ประเทศเวียดนามกลับไม่เป็นเหมือนบ้านเรา รู้สึกปลอดภัยกว่า คนเวียดนามจะว่าไปแล้วไม่โหดร้ายเหมือนกับที่หลายคนคิด บางคนอาจคิดว่าแรงงานเวียดนามเคยก่อเรื่องในบ้านเราอยู่บ่อยๆตามที่เป็นข่าว เช่นลักขโมย จึงเหมาเอาว่าคนเวียดนามน่ากลัวกว่าคนไทย

จริงๆแล้วคนเวียดนามไม่ค่อยทำผิดกฎมายบ้านเมือง ผู้รักษากฏหมายในเวียดนามก็เอาจริง ไม่ยืนซุ่มคอยดักเหยื่อตามทางแยก(เหมือนเมืองบางกอก) ชนิดที่เคยหน้าแตกกันมาแล้วในคลิปที่แชร์กันว่อน กับกรณีเลี้ยวรถยูเทิร์นในขณะไฟเขียว แต่พอเลี้ยวมาแล้วตำรวจนายหนึ่งก็กระโดดออกจากที่ซุ่ม บอกว่าฝ่าไฟแดง ทั้งๆที่กล้องติดรถก็เห็นว่าเขียวโทนโท่

บ้านเราตำรวจเค้ามีวิธีหากินกันหน้าด้านๆแบบนี้แหละครับ..สงสัยจะเป็นช่วงปลายเดือนจึงต้องหาเงินค่าเหล้า แต่ตำรวจประเทศอื่นๆไม่มีพฤติกรรมแบบนี้นะครับ

ตำรวจเวียดนามค่อนข้างเคร่งครัดจริงจัง คนเวียดนามเองก็เกรงกลัวกฏหมาย อย่างเรื่องหมวกกันน็อค(ในสมัยรัฐบาล พลเอกชวลิตฯ) ในบ้านเรากว่าจะบังคับใช้อย่างจริงจังก็ผ่อนผันกันอีก 180 วันหรือครึ่งปีสำหรับบางท้องที่ โดยอ้างว่าไม่พร้อม

แต่เวียดนามกฎหมายเรื่องหมวกกันน็อคบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม (จำปีไม่ได้) แต่หลังเราประมาณ 2 ปี ปรากฏว่าคนเวียดนามพอถึงกำหนดก็ใส่หมวกกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีปัญหา ไม่มีข้อต่อรอง รัฐบาลไม่ต้องเอาใจหรือผ่อนผันเพื่อคะแนนนิยม

ตอนนี้กฎหมายฉบับนี้ใช้มาแล้วหลายปี คนเวียดนามใส่หมวกกันน็อคขี่มอเตอร์ไซด์กันทุกคน แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่เว้น แต่บ้านเราตอนนี้บางคนก็เห็นใส่บ้างไม่ใส่บ้าง  

ประเทศเวียดนามกลางค่ำกลางคืนไม่น่ากลัว ไม่ต้องติดกล้องวงจรปิด สังเกตได้จากตอนกลางคืนจะเห็นหนุ่มๆสาวๆนัดกันไปเจอกันที่เปลี่ยวๆ มืดๆ เพื่อคุยกัน(แบบลับๆ หรือลับตา) ตามสะพานหรือสวนสาธารณะ สวนหย่อมริมถนนจึงกลายเป็นสถานที่นัดพบในยามเย็น(ต่อเนื่องจนถึงดึก)

หลายปีก่อนเคยเช่าจักรยานมาขี่ในเมืองเว้ตอนกลางคืน ปรากฏว่าคนเวียดนามขี่จักรยานกันทั่วบ้านทั่วเมืองแม้ในเวลาประมาณ 3 - 4 ทุ่ม นึกในใจว่าไม่กลับบ้านไปหลับนอนกันหรืออย่างไร เห็นเด็กวัยรุ่นสาวๆ เดินกันในที่เปลี่ยวๆจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ยิ่งขี่จักรยานผ่านสวนสาธารณะก็ยิ่งแปลกใจ อยู่กันเต็มไปหมด

คนไทยมาเที่ยวต่างประเทศจึงพกเอาความกลัวติดตัวมาด้วย และคิดว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเขาเป็นแบบเรา จะว่าไปแล้วเมืองไทยเป็นเมืองที่น่ากลัวและไม่ค่อยจะปลอดภัยนัก แต่แปลกใจที่พวกฝรั่งมักจะโหวตให้เมืองไทยเป็นเป็นน่าเที่ยวติดอันดับโลก หรือว่าพวกนั้นไม่รู้ว่าเมืองไทยมี จี้ ปล้น ข่มขืนนักท่องเที่ยวมานักต่อนัก รายล่าสุดก็เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ปุ่น มาเที่ยวเมืองเก่าสุโขทัยตามลำพัง ปรากฏว่ากลายเป็นศพที่เนินเขาในอุทยาน ต่อหน้าต่อตาพระพุทธรูปที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินแห่งนั้น

ยิ่งเป็นประเทศลาวต้องบอกว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัย(กว่าบ้านเรา)โดยเฉพาะเมืองหลวงพระบาง เที่ยวหลวงพระบางแล้วสบายใจ เป็นเมืองชนบทที่ดำเนินชีวิตแบบดั่งเดิม ผู้คนมีน้ำใจใสซื่อ ผู้นำท้องถิ่นพยายามบอกเตือนคนลาวให้รู้คุณค่าของการเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ให้หลอกลวงหรือคดโกงเอาเปรียบนักท่องเที่ยว


รุ่งอรุณที่ดาลัด

เช้านี้ออกมารับลมหนาวที่หน้าโรงแรมตอนราวๆ 6 โมง จากนั้นก็เดินไปตามท้องถนนอย่างไม่มีจุดหมาย บรรยากาศเวลานี้ยังดูเงียบเหงา บนถนนรถราแล่นผ่านไปมาไม่มากนัก ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่เปิดให้บริการ จะมีแต่ร้านเฝ๋อ(ก๋วยเตี๋ยว)หรือร้านขายผักขายปลาเริ่มเปิดกันบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเตรียมการจัดโน่นจัดนี่มากกว่า

เมืองดาลัดค่อนข้างแปลกกว่าเมืองอื่นๆก็ตรงที่มีคลองระบายน้ำอยู่กลางเมือง และมีถนนเลียบคลองทั้งสองฝั่ง เข้าใจว่าเป็นคลองที่เชื่อมต่อกันหลายสาย คลองที่นี่ก่อสร้างด้วยปูนซีเมนต์จนดูแข็งแรงแน่นหนา คล้ายๆกับบางประเทศในยุโรป น้ำในคลองก็ไม่สกปรกเพียงแต่ว่าอาจส่งกลิ่นบ้างเท่านั้น

เรื่องคลองในเมืองดาลัดน่าจะมาจากพวกฝรั่งเศสที่เข้ามาวางผังเมือง หรือสมัยที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสระหว่างปี พ.ศ. 2427 – 2497 (ค.ศ.1884 - 1954) เวลานั้นพวกฝรั่งเศสก็ใช้เมืองดาลัดเป็นสถานที่พักตากอากาศ

ประเทศเวียดนามได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสในหลายๆด้าน แม้แต่ชุดอ๋าวหญ๋ายที่เราเห็นคุ้นหน้าคุ้นตาก็มาจากดีไซน์เนอร์ของฝรั่งเศส  ขุนนางในราชวงศ์เหงียนของเวียดนามเคยขอให้ฝรั่งเศสช่วยออกแบบเครื่องแต่งกายแบบสบายๆสีสดๆเพื่อใช้ในราชสำนัก ต่อมาชุดอ๋าวหญ๋ายก็เผยแพร่ในสังคมชั้นสูง และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป จนกลายเป็นชุดประจำชาติของเวียดนาม

ส่วนอิทธิพลของฝรั่งเศสที่ชัดเจนก็คือ "เรื่องสีของอาคาร" ส่วนใหญ่นิยมสีเหลือง สีส้ม และสีแดง ใครมาเที่ยวเวียดนามแล้วเห็นตึกรามบ้านช่องออกเหลืองๆแดงๆทั่วทั้งเมือง ก็ขอให้เข้าใจว่าได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศส

แต่ที่ดาลัดจะแตกต่างกว่าเมืองอื่นๆ คือตึกอาคารส่วนใหญ่จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส เรียกว่าฝรั่งเศสจ๋าเลยทีเดียว การตกแต่งร้านค้าสไตล์โมเดิร์นก็จะออกแนวฝรั่งเศส มาเที่ยวดาลัดก็คล้ายกับมาเที่ยวเมืองในชนบทของฝรั่งเศส

ปัจจุบันเมืองดาลัดได้รับฉายาว่า ปารีสแห่งเอเชีย

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึง "หมู่บ้านฝรั่งเศสในเกาหลี" ความจริงก็เป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ในชานกรุงโซล แต่แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมจึงต้องเป็นแบบฝรั่งเศส

ดาลัดนอกจากจะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีอากาศดี และยังเป็นเมืองดอกไม้ที่ขึ้นชื่อของเวียดนาม ดอกไม้เมืองหนาวที่ขายในประเทศเวียดนาม ส่วนใหญ่ก็มาจากเมืองดาลัด

ดาลัดจึงได้ชื่อว่า เป็นเมืองดอกไม้ ของประเทศเวียดนาม

ไปทางไหนก็จะเห็นแต่ดอกไม้ ทั้งไม้ประดับตัดดอก ปลูกในกระถาง หรือไม้ดอกยืนต้น มาเที่ยวในฤดูไหนก็จะเห็นดอกไม้กันทั้งเมือง  โดยเฉพาะเกาะกลางถนน ย่านตลาดสด ตลาดค้าขายดอกไม้ หรือตามมุมต่างๆของเมืองที่มีดอกไม้วางขาย 

สำหรับในตอนต่อๆไปก็จะมีภาพดอกไม้สวยๆมาให้ดูกันชนิดอย่างจุใจ

เมื่อเช้าขณะออกไปเดินเล่นก็แวะเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง เห็นลูกค้าเข้าๆ-ออก ดูแล้วน่าสนใจ และคิดว่าน่าจะอร่อย อีกอย่างหนึ่งก็อยากจะถ่ายภาพในร้านด้วย จึงเข้าไปนั่งพร้อมสั่งมา 1 ถ้วย โดยใช้ภาษาใบ้นั่นแหละครับ 

ความจริงก็น่าสื่อกันลำบากเนื่องจากเส้นก๋วยเตี๋ยวมีหลายแบบทั้งเส้นใหญ่เส้นเหลือง และเส้นที่คล้ายขนมจีน พวกเนื้อก็มีเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่ 

พอดีเหลือบเห็นกำลังเสิร์ฟให้กับโต๊ะข้างๆ จึงชี้นิ้วบอกเอาแบบนี้ จากนั้นก็ชี้ไปที่เนื้อหมูที่หั่นแล้วว่าใส่นี่ด้วย

ก็อร่อยดีนะครับ ตอนยกมาดูเหมือนเป็นชามเล็กๆแต่ปรากฏว่าเป็นชาวทรงลึกและทานไม่หมด น้ำปรุงอร่อย แต่เส้นบะหมี่มันแข็งไปหน่อย กินแล้วไม่ลื่นคอ เหมือนลวกเส้นยังไม่สุก

ออกจากร้านก็เป็นเวลาที่นัดทานข้าวในโรงแรม หรือประมาณ 7.30 น. จึงเดินกลับทานอาหารต่อที่โรงแรม

วันนี้มีโปรแกรมนั่งกระเช้าหรือ Cable car ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งของเมืองดาลัด ในสวนแห่งนี้มีวัดเก่าแก่ ชื่อว่าวัดThien Vien Truc La รวมทั้งเที่ยวน้ำตกดาทันลา ใครมาเที่ยวดาลัดก็คงไม่พลาดที่จะมาทีนี่

สำหรับตอนต่อไปก็จะเจออากาศหนาวที่แท้จริงแล้ว  พร้อมกับจะได้เห็นสวนดอกไม้ที่ขึ้นชื่ออันเป็นเสน่ห์ของเมืองดาลัด

ก่อนจะจบในตอนนี้ก็อยากจะแนะนำว่า หากใครคิดว่าจะมาฮันนี่มูนแบบประหยัดๆ สัมผัสอากาศหนาวๆ ก็แนะนำว่าเมืองดาลัดนี่ค่อนข้างจะลงตัว  โดยเฉพาะบรรยากาศที่โรแมนติกสไตล์ฝรั่งเศสที่เห็นในทุกมุมเมือง และช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็คือฤดูหนาวปลายปีจนถึงต้นปี โปรแกรม 5 วัน 4 คืน ราคาอยู่ที่ 20,000 บาท พร้อมกับเดินทางโดยเครื่องบิน


โฟโต้ออนทัวร์
9  พฤศจิกายน 56





 
 
 
แผนที่เดินทาง โฮจิมินห์-ฟานเทียต-ดาลัท  
แผนที่ประเทศเวียดนาม / เส้นทางรถยนต์
           
 
 
    Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ
Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls     World Photos     Site Update    Contac Us