Home      Outbound      Dalat - Ho Chi minh  Part 8
   Home   City Tour   Events   Photo Gallery   Outbound tour   King Photos    Wallpapers    Flowers    Portraits    Baby & Child    Asia Girls    News   Video Clip   
   Home  
Home : Outbound : Dalat - Ho Chi minh  Part 8
 
 
ภาพท่องเที่ยวเวียดนามกลางเค้าท์ดาวน์สิ้นปี 55 ที่เมืองโฮจิมินห์ ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ดาลัต เที่ยวฟานเถียตเมืองชายทะเล อลังการกับทะเลทรายมุยเน่
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
Part 9
Part 10
Part 11
Part 12
Part 13
Part 14
 
ดาลัด ตอนที่ 8
Dalat Vietnam :  Flower Parks & Walking Street สวนดอกไม้และถนนคนเดินที่เป็นสีสันแห่งเมืองดาลัด

  เที่ยวเวียดนามใต้ ดาลัด - โฮจิมินห์ ตอนที่ 8
South Vietnam tour :
Flower Park /Walking Street & Night Market
(เดินทาง 27 ธค.55 - 1 มค.56)


มาเที่ยวเมืองดาลัดของเวียดนามที่อยู่ทางตอนใต้คราวนี้เป็นช่วงสิ้นปี(55) และวันนี้ก็ตรงกับวันที่ 29 เดือนธันวาคมปี55 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นปีพอดี เมืองดาลัดจึงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวเวียดนามด้วยกันเอง

หากจะเปรียบเมืองดาลัดก็คงพอจะบอกได้ว่าคล้ายๆกับเมืองเชียงใหม่ในบ้านเรา เช่นมีอากาศที่เย็นสบายในช่วงหน้าหนาว และเป็นเมืองดอกไม้รวมทั้งปลูกผักเมืองหนาว แต่ดาลัดต่างกับเชียงใหม่ตรงที่ดาลัดมีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี หน้าหนาวจะค่อนข้างหนาว ส่วนหน้าร้อนก็ไม่ถึงกับร้อนมาก ทั้งนี้ก็เพราะดาลัดตั้งอยู่บนที่ราบสูง

ว่ากันว่าดอกไม้ที่เราเห็นในเมืองต่างๆของเวียดนามรวมทั้งพืชผักเมืองหนาว ส่วนใหญ่จะมาจากดาลัดทั้งนั้น ดาลัดจึงมีเสน่ห์ในเรื่องของเมืองท่องเที่ยวที่คนเวียดนามอยากมาเที่ยว

เนื่องจากดาลัดอยู่ทางตอนล่างของประเทศหรือที่เรียกว่า “เวียดนามใต้” และไม่ไกลกับเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ  ธุรกิจขนาดใหญ่หรือหน่วยงานสำคัญๆของรัฐก็จะตั้งสำนักงานอยู่ที่เมืองนี้ ช่วงวันหยุดคนจากเมืองโฮจิมินห์จึงมาเที่ยวกันมาก

“เมืองโฮจิมินห์ หรือ Hochiminh City “ ไม่ไช่เมืองหลวงแต่เป็นเมืองเศรษฐกิจและเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ ใครที่เคยไปเมืองฮานอย(เมืองหลวง)ที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือ หรือได้ไปเที่ยวเมืองเว้ และเมืองฮอยอันในเขตเวียดนามกลาง หากมีโอกาสได้มาเที่ยวเมืองโฮจิมินห์แล้วก็ต้องบอกว่าจำนวนผู้คนและรถมอเตอร์ไซด์ที่เคยเห็นจากเมืองอื่นๆนั้น เทียบไม่ได้กับเมืองนี้ มาเห็นแล้วก็อาจตกใจจนคาดไม่ถึงว่าจะมากขนาดนี้

และหากมองไปในอนาคตว่าอีก 10 ปีข้างหน้า รถมอเตอร์ไซด์คงลดน้อยลงเนื่องจากประชาชนมีฐานะดีขึ้น ยานพาหนะต่างๆโดยเฉพาะรถเก๋งก็จะมากขึ้นตาม แล้วจะเอาถนนที่ไหนมาขับขี่กัน ซึ่งปัญหานี้ก็เคยเกิดขึ้นกับกรุงปักกิ่ง ในสมัยที่อดีตนายกฯเติ้งเสี่ยวผิงมีนโยบายเปิดประเทศใหม่ๆ ข่าวสารจากจีนก็ถูกเปิดเผยจากนักข่าวและนักท่องเที่ยว ปรากฏว่าคนทั้งโลกตกใจที่เห็นคนจีนนุ่งเสื้อผ้าชุดสีออกดำๆขี่จักรยานกันเต็มถนน นับหมื่นนับแสนคน ต่อมาบนท้องถนนก็มีแต่มอเตอร์ไซด์ จากนั้นก็มีแต่รถเก๋ง

และตรงจุดนี้เองที่รัฐบาลจีนต้องออกกฏหมายรวมทั้งจัดระบบการจราจรทั่วทั้งปักกิ่ง เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุกันมากชนิดที่นับกันไม่ถ้วน โดยแบ่งถนนให้รถเก๋งและยานพาหนะอื่น ส่วนมอเตอร์ไซด์กับจักรยาน ก็มีไว้ 1 เลน แยกกันอย่างเห็นได้ชัด บางแห่งก็มีรั้วกั้น

และที่หลายคนอาจไม่ทราบก็คือ ปัจจุบันจะไม่เห็นรถมอเตอร์ไซด์วิ่งในกรุงปักกิ่ง เนื่องจากรัฐบาลไม่ต่ออายุหรือไม่ต่อภาษีให้ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลได้ประกาศล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี คนในปักกิ่งรู้ดีว่าต่อไปมอเตอร์ไซด์จะค่อยๆลดน้อยลงและจะหมดไปในที่สุด ใครไปปักกิ่งตอนนี้คิดว่าคงไม่เห็นมอเตอร์ไซด์กันแล้ว แต่ตอนไปปักกิ่งเมื่อปี2552 ไกด์บอกว่าเหลือแค่ 1800 คัน

ส่วนกรุงโฮจิมินห์และเมืองอื่นๆของเวียดนามก็เชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องการจราจรจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เนื่องจากเวียดนามมีประชากรค่อนข้างมากและมากกว่าไทยราว 20 ล้านคน ขณะเดียวกันเศรษฐกิจเวียดนามก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงพอจะมองออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก10 ข้างหน้า

สำหรับประเทศพม่า ไม่มีปัญหาเรื่องมอเตอร์ไซด์ในกรุงย่างกุ้ง เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อนรัฐบาลพม่าซึ่งเป็นยุคเผด็จการทหารได้สั่งห้ามรถมอเตอร์ไซด์วิ่งในเขตเมือง ทั้งนี้ก็เนื่องจากมีรถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งเฉี่ยวชนรถเก๋งของท่านผู้นำ พอวันรุ่งขึ้นวิทยุก็ประกาศห้ามมอเตอร์ไซด์วิ่งในย่างกุ้งกันเลย

นี่ก็เป็นเรื่องโจ๊กและเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในพม่า

สำหรับภาพท่องเที่ยวดาลัดในตอนที่ 8 นี้ ยังเป็นบรรยากาศของเมืองดอกไม้ ที่มี Flower Park ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใครมาเที่ยวดาลัดก็คงได้มาชม

แต่วันนี้มีฝนตกมาตั้งแต่เช้าหรือตกๆ หยุดๆ กันทั้งวัน และก่อนที่จะมา Flower Park ในตอน 4 โมงเย็น ฝนก็เทลงมาจนต้องรอพักสักครู่ เมื่อ มาถึงหน้าสวนฯก็ลงจากรถไม่ได้ ต้องรอจนฝนซา จากนั้นก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปในสวน เรียกว่าทุลักทุเลพอสมควร วันนี้จึงเที่ยวชมได้ไม่เต็มที่ และถ่ายภาพได้ไม่ถนัดนัก คงได้แต่หลบฝนอยู่ในชายคา พอถึงเวลาขึ้นรถก็เปียกปอนกันทุกคน ส่วนคนที่ไม่สู้ฝนก็นั่งคอยอยู่บนรถ

เสร็จจากเที่ยวสวนสาธารณะแล้วก็เป็นเวลาซ๊อปปิ้ง รถได้พามาที่ตัวเมืองดาลัด บริเวณนี้ดูแล้วน่าเป็นย่านใจกลางเมือง  และเป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวที่ไม่ว่าจะมากันเองหรือมากับทัวร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม พอถึงช่วงเย็นหรือหัวค่ำก็ต้องมาที่นี่  

เราไปถึงในช่วงเย็น ตลาดสดที่ขายผักขายปลาอยู่ในอาคารหลังใหญ่เริ่มจะปิดร้าน แต่ด้านนอกตลาดกลับได้เวลาตั้งร้านหาบเร่แผงลอย
 
และเมื่อถึงเวลาหกโมงก็ปิดถนนในบางส่วน ความคึกคักและสีสันจึงเริ่มขึ้น ถึงตอนนี้ก็จะเป็นเวลาชิม กับ ช๊อป ซึ่งคนไทยที่มาเที่ยวดาลัดก็จะต้องมาที่นี่กันในช่วงเวลานี้

ของที่ขายในตลาดภายในอาคารอีกหลังที่อยู่ใกล้ตลาดสดส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าโดยเฉพาะเสื้อกันหนาว รวมไปถึงอาหารแห้ง ที่เข้าใจว่านำเข้าจากจีน เช่นลูกพลับแห้ง หรือผลไม้แห้งชนิดอื่น ส่วนของเวียดนามน่าจะเป็นพวกอาหารทะเลเช่นกุ้งแห้ง ปลาแห้งและปลาหมึกแห้งที่เอาไปทำปลาหมึกย่าง

ปลาหมึกแห้งที่นี่เห็นแล้วมีแต่ตัวโตๆชนิดตัวเดียวแต่ทานกันทั้งบ้าน ส่วนเรื่องรสชาติก็ต้องบอกว่าบ้านเราอร่อยกว่า แถมน้ำจิ้มบ้านเราก็เด็ดกว่าด้วย

ปลาหมึกแห้งที่ดาลัดหรือตามตลาดในเวียดนามราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่ซื้อไปแล้วอาจผิดหวังเพราะบ้านเราอร่อยกว่า

พวกของแห้งอย่างอื่นที่พอจะจำได้ ก็มีปลาตัวเล็กคล้ายปลาชิ้งชั้ง ราคาไม่แพงนัก ที่ราคาถูกมากๆก็น่าจะเป็นกุ้งแห้งตัวเล็กหรือกุ้งเคย สีออกขาวๆ เคยซื้อไปปรุงอาหารทำน้ำพริกกะปิ(แทนกุ้งแห้ง)แล้วใช้ได้

อาหารแห้งจากเวียดนามหากใครซื้อมาทำอาหารขอให้ระวังเรื่องความสะอาด บางอย่างก็ต้องล้างกันหลายน้ำ เรื่องมาตรฐานความสะอาดบ้านเราพัฒนาไปไกลกว่าเวียดนาม เช่นมี อย.มี มอก.พวกโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหาร บ้านเราทำได้ดีกว่า และมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า

มาเที่ยวเวียดนามแล้วเห็นบรรจุภัณฑ์สวยๆแล้วอย่าคิดว่าจะได้มาตรฐานเช่นบ้านเรานะครับ หากใครซื้อไปแล้วก็ต้องทำใจไว้บ้าง อาจไม่เหมือนกับที่เราคิด เรื่องถูกนั้นก็คงราคาถูกแน่นอน แต่ข้างในนั้นจะผสมอะไรหรือเปล่าก็คงไม่แน่ใจ

พูดถึงอาหารทะเลในเวียดนามที่น่าลองก็อยากแนะนำ “กะปิเวียดนาม“ แบบบรรจุขวด ดูแล้วน้าจะเรียกว่ากะปิน้ำ เคยซื้อระหว่างเดินทาง เว้-ดานัง ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง(อยู่ใกล้อุโมงค์ไฮเวิน) ตอนนั้นซื้อมา 3 กระปุก ราคาราวสองร้อยกว่าบาท

ลักษณะกะปิ(ข้น)ที่ว่านี้มีเนื้อละเอียดมาก ไม่เหนียวเป็นก้อนเหมือนกะปิบ้านเรา แต่พอเอามาทำน้ำพริกกะปิแล้วคุณเอ้ย...กะปิเวียดนามโคตรอร่อยเลยทีเดียว

กะปิเวียดนามจะไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนกะปิไทย ใครไม่ชอบกลิ่นกะปิ หากเป็นไปได้ก็ลองกะปิเวียดนามแล้วจะติดใจ

คนเวียดนามกินกะปิเหมือนบ้านเรา ขณะเดียวกันคนลาวก็ชอบกินกะปิด้วยเช่นกัน ตามร้านขายก๋วยเตี๋ยวในลาวจะมีกะปิใส่กระปุกเล็กๆตั้งไว้บนโต๊ะ เวลาปรุงก๋วยเตี๋ยวน้ำก็จะตักกะปิมาปรุงด้วย เห็นควักกะปิกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คนไทยเห็นเข้าก็รู้สึกแปลกใจ แต่คนลาวกินกันหน้าตาเฉย ลองหยิบกระปุกมาดูว่ายี่ห้ออะไร ที่ไหนได้เป็นกะปิเวียดนาม หรือว่ากะปิไทยฉุน กลิ่นแรง เมื่อมาใส่ก๋วยเตี๋ยวจึงสู้กะปิเวียดนามไม่ได้

ความจริงของอาหารเวียดนามมีหลายอย่างที่น่าสนใจ บางอย่างคล้ายอาหารไทย แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก จะมีบางอย่างเท่านั้นที่ไกด์แนะนำ สนใจก็ต้องสอบถามไกด์เอาเอง

เวียดนามเคยมาเที่ยวหลายครั้งแล้ว เห็นนักท่องเที่ยวไทยบางคนที่ชอบทำกับข้าว  บางคนตื่นเช้ามากๆเพื่อไปเดินชมตลาดสดที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม พอขากลับเห็นได้ของติดไม้ติดมือมามาก บอกว่าในตลาดของเยอะและราคาถูกกว่าบ้านเรา


ลานคนเดินเมืองดาลัด

ที่ลานคนเมืองหรือลานคนเดิน มีร้านซีฟู๊ดแบบยองๆเหลา(นั่งเก้าอี้แดง)หลายร้าน แต่ส่วนใหญ่หรือเกือบทุกร้านมีแต่รายการประเภทหอย เห็นคนเวียดนามนั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อย 

หอยเวียดนามมีหลากหลายชนิดทั้งหอยน้ำจืดและหอยทะเล บางชนิดไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่มีขายในเมืองไทย ส่วนกรรมวิธีในการทำเช่นปิ้งย่างหรือนึ่ง ดูจะไม่ต่างกับบ้านเรา เช่นใส่ตะไคร้ กับใบมะกรูดเพื่อดับกลิ่นคาว(ใบมะกรูดไม่แน่ใจ)

คนเวียดนามทานตะไคร้ไม่ต่างกับคนไทย เคยเห็นคนเวียดนามหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่กะทะทอดรวมกับหมูและเครื่องใน แถมถาดรองเค้ายังวางเรียงตะไคร้อยู่ชั้นล่างเพื่อให้สะเด็ดน้ำมันโดยไม่ต้องใช้กระชอน

ตะไคร้เวียดนามต่างกับบ้านเราในเรื่องกลิ่น บ้านเราฉุนกว่า แต่ของเวียดนามทานง่าย เคี้ยวง่าย ไม่แข็งกระด้าง เวลานำมาปรุงอาหารประเภทคลุ๊กๆยำๆ จึงทานได้ง่าย

พูดถึงอาหารเวียดนามก็อยากจะบอกว่า พวกผักต่างๆเช่นผักบุ้ง ผักกวางตุ้งของเวียดนามทานอร่อยมาก  ผักบุ้งนำมาผัดน้ำมันแล้วไม่เหนียวหรือเคี้ยวยาก ใครไปเวียดนามแล้วลองพยายามสังเกตก็จะเห็นเอง หลายคนติดใจมาแล้วถึงขนาดต้องสั่งเพิ่ม
 
ดาลัดในตอนต่อไปซึ่งเป็นตอนที่ 9 จะเป็นการเดินทางสู่เมืองโฮจิมินห์ จากวันแรกที่มาถึงก็ไม่ได้เที่ยวที่เมืองนี้ วันนั้นพอออกจากสนามบินก็นั่งรถตรงมายังเมืองฟานเฑียตกันเลย ส่วนโปรแกรมเที่ยวเมืองโฮจิมินห์จึงเอาไว้ในตอนขากลับ

ทริปดาลัด-โฮจิมินห์ จึงไม่จบง่าย โฮจิมินห์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง และจะได้เห็นของจริงว่า เมืองโฮจิมินห์ซิตี้นั้นมีประชากร และมีกองทัพมอเตอร์ไซด์มากมายขนาดไหน





โฟโต้ออนทัวร์
26 สิงหาคม 2557

 
 
 
แผนที่เดินทาง โฮจิมินห์-ฟานเทียต-ดาลัท  
แผนที่ประเทศเวียดนาม / เส้นทางรถยนต์
           
 
 
    Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ
Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls     World Photos     Site Update    Contac Us