Home      Outbound      Dalat - Ho Chi Minh City  Part 12
   Home   City Tour   Events   Photo Gallery   Outbound tour   King Photos    Wallpapers    Flowers    Portraits    Baby & Child    Asia Girls    News   Video Clip   
 
   Home  
Home : Outbound : Dalat - Ho Chi minh  Part 12
 
 
ภาพท่องเที่ยวเวียดนามกลางเค้าท์ดาวน์สิ้นปี 55 ที่เมืองโฮจิมินห์ ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ดาลัต เที่ยวฟานเถียตเมืองชายทะเล อลังการกับทะเลทรายมุยเน่
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
Part 9
Part 10
Part 11
Part 12
Part 13
Part 14
 
ดาลัด ตอนที่ 12
Ho Chi Minh Square,Notre Dame Cathedral, Postal central : นครโฮจิมินหโบสถ์นอร์ทเธอดาม จตุรัสโฮจิมินห์ ที่ทำการไปรษณีย์กลา
 

เที่ยวเวียดนามใต้ ตอนที่ 12 นครโฮจิมินห์ โบสถ์นอร์ทเธอดาม จตุรัสโฮจิมินห์ ที่ทำการไปรษณีย์กลาง
(เดินทาง 27 ธค.55 - 1 มค.56)


เที่ยวเวียดนามใต้ในทริป โฮจิมินห์ – ดาลัต ยังมีภาพในสต๊อคที่จะต้องนำเสนออีกหลายชุด เนื่องจากยังมีแหล่งท่องเที่ยวในเมืองโฮจิมินห์และที่อยู่นอกเมืองอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้นำมาลง

จากช่วงแรกๆของการเดินทางในทริปนี้เป็นการท่องเที่ยวในเมืองดาลัต จากนั้นก็กลับมาเที่ยว“นครโฮจิมินห์ “ เมืองที่มีมอเตอร์ไซด์มากที่สุดในโลก

แต่เชื่อว่าอีกไม่เกิน 4 -5 ปี ทุกอย่างคงเปลี่ยนไป มอเตอร์ไซด์จะน้อยลงแต่รถเก๋งหรือรถส่วนตัวจะมากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศจีนที่มีรถจักรยานสองล้อเต็มเมืองในยุคเปิดประเทศ จากนั้นรถมอเตอร์ไซด์ก็ตามมา แต่ปัจจุบันมีแต่รถยนต์ส่วนบุคคล

เมื่อมีรถเก๋งและรถชนิดอื่นเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจีนจึงต้องออกกฏหมายห้ามมอเตอร์ไซด์เข้ามาวิ่งในกรุงปักกิ่ง ใครไปเที่ยวจีนกิ่งในตอนนี้ก็จะไม่เห็นมอเตอร์ไซด์บนท้องถนน คงมีแต่จักรยานสองล้อที่ใช้น่องปั่น และ จักรยานใช้ไฟฟ้า



เวียดนามเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมานานถึง 97 ปี (พ.ศ.2401 – 2498) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย ช่วงเวลานั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกซึ่งได้แก่ชาติอังกฤษ กับ ฝรั่งเศส 

หลังจากเวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสแล้ว ลาว และเขมร ก็เป็นของฝรั่งเศสตามมา ส่วนอีกฝากหนึ่งได้แก่ประเทศอินเดีย พม่า และมาเลเซียที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ คงมีแต่ไทยเท่านั้นที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร แต่ก็ต้องแลกกับการเสียดินแดนให้กับอังกฤษและฝรั่งเศส

ประเทศไทยไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของการเป็นเมืองขึ้น  จึงไม่ทราบว่ากว่าจะได้รับอิสระภาพกลับคืนมานั้นลำบากแค่ไหน ดังนั้นคนไทยจึงมีคุณสมบัติที่แตกต่างกว่าชาติใดนั่นก็คือ “ชอบทะเลาะกันเอง”   

ความแตกแยกเป็นสิ่งที่คนไทยรับรู้รสชาติกันแล้วว่าท้ายที่สุดแล้วมันเป็นอย่างไร แต่ที่ผ่านมาแล้วนั้นเป็นแค่ยกต้นๆ เรายังมีอีกหลายยกที่จะต้องทะเลาะกันต่อ เนื่องจากยังไม่รู้แพ้รู้ชนะกันอย่างเด็ดขาด

ยิ่งเวลานี้ระบอบการปกครองของไทยไม่เหมือนใครในโลก เราเป็นประเทศที่มีระบบเจ้าขุนมูลนายหรือระบบศักดินาที่ครอบงำประเทศไทยอยู่อีกชั้นหนึ่ง โอกาสที่คนไทยจะปะทะกันเพื่อปลดแอกในเรื่องนี้ก็มีความเป็นได้สูง

หลายคนอาจนึกไม่ออกว่ากำลังพูดเรื่องอะไร ก็คงต้องไปสอบถามหน่วยงาน CIA ของสหรัฐอเมริกา หรือสอบถามข้อมูลจากสถานฑูตอเมริกาประจำประเทศไทย ก็พอจะได้คำตอบ เขายังรู้เลยว่าเมืองไทยมีอิทธิพลมึด


อิทธิพลของฝรั่งเศสที่มีต่อเวียดนาม

เวียดนามเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมาเป็นเวลาเกือบร้อยปี จึงได้รับอิทธิพลต่างๆมากมาย สิ่งปลูกสร้างสำคัญๆหลายแห่งสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมตะวันตกหรือฝรั่งเศส  เช่นสีของอาคารส่วนใหญ่จะนิยมสีเหลืองหรือสีออกแดงๆ โดยเฉพาะสถานที่ราชการที่เหมือนถูกบังคับว่าต้องเหลืองเข้มเท่านั้น ไปทางไหนก็ไม่พ้นที่จะเจอแต่สีเฉดนี้

ฝรั่งเศสใช้เมืองโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางการปกครองในสมัยที่เวียดนามตกเป็นเมืองขึ้น ตึกอาคารหลายแห่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส  เช่น ทำเนียบประธานาธิบดี  ที่ทำการไปรษณีย์กลาง  ศาลาว่าการนครโฮจิมินห์  หรือแม้กระทั่ง โบสถ์นอร์ทเธอดาม ที่จำลองมาจากโบสถ์เก่าของฝรั่งเศส

สถานที่สำคัญๆที่สร้างในสมัยฝรั่งเศสทุกวันนี้จึงกลายเป็นของมีค่า เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาประเทศ แต่ละแห่งมีความใหญ่โตและวิจิตรงดงามมาก
 
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนนครโฮจิมินห์  คงไม่พลาดที่จะมาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆเหล่านี้ เนื่องจากแต่ละแห่งจะอยู่ใม่ไกลกันนัก ดูจากแผนที่ก็หาไม่ยาก นอกจากนี้โรงแรมที่พักเกือบทุกระดับก็อยู่ในโซนนี้ทั้งนั้น เรียกว่าไปมาสะดวก

สิ่งที่น่าแปลกเมื่อมาเที่ยวเวียดนามทุกครั้งก็คือว่า"เป็นประเทศที่มีกลิ่นอายของสงคราม" ทั้งสงครามกับฝรั่งเศสในสมัยที่โฮจิมินห์เป็นผู้กอบกู้เอกราช และสงครามเวียดนามที่ทำให้ประเทศนี้แบ่งออกเป็นเหนือ-ใต้

สงครามได้จบสิ้นไปนานแล้ว แต่รัฐบาลเวียดนามก็ยังนำเหตุการณ์ของสงครามมาย้ำเตือนให้ชาวเวียดนามได้รำลึกอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะไปเมืองไหน ก็จะต้องเห็นภาพสะท้อนถึงสงคราม เช่นบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่ติดรอบเมือง เกือบทุกภาพจะต้องมีทหารถือปืนควบคู่ไปกับภาพของประธานาธิบดีโฮจิมินห์

ส่วนพิพิธภัณฑ์สงครามก็กลายเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของเยาวชน สถานที่หลายแห่งพบเห็นเยาวชนตัวน้อยๆที่มากับทางโรงเรียน แม้แต่สุสานลุงโฮเมืองฮานอย ก็มีเด็กๆและเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆมาเข้าชมกันเป็นจำนวนมาก


นครโฮจิมินห์ซิตี้

เมืองโฮจิมินห์ซิตี้มีอนุสาวรีย์ของประธานาธิบดีโฮจิมินห์อยู่บริเวณลานหน้าที่ว่าการฯ สร้างขึ้นเพื่อสดุดีและเป็นเกีรยติประวัติ ของผู้นำที่อุทิศตนเพื่อกอบกู้เอกราช บริเวณนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คหรือสถานที่เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองนี้

ไม่ห่างกันนักก็มีภาพถ่ายสงครามติดโชว์ไว้เหมือนมีการจัดนิทรรศการ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาพที่เคยเห็นมาแล้วทั้งนั้น แต่น่าแปลกตรงที่คนเวียดนามจะไม่ค่อยเบื่อกับสิ่งเหล่านี้

ผิดกับเมืองไทย เช่นถ้าหากใครเอาภาพเหตุการณ์ 14 ตุลา หรือ 19 ตุลา มาจัดแสดง ก็คงไม่มีใครสนใจ จัดงานรำลึกกี่ครั้งก็มีแต่ญาติผู้เสียชีวิตกับสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน

หรืออาจเป็นเพราะชาวเวียดนามรู้สึกภูมิใจกับประเทศของตนที่รบชนะฝรั่งเศสซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจ และยังถือว่าเป็นผู้ได้รับชัยชนะเหนือสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนาม 

แต่สงครามทั้งสองครั้งก็ทำให้ชาวเวียดนามต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก


การเสียชีวิตของชาวเวียดนาม(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)
เวียดนามเหนือ : ทหารเวียดกงและะพลเรียนเสียชีวิตประมาณ 450,000 - 1,165,000 คน บาดเจ็บ 600,000
เวียดนามใต้ : ทหารและพลเรือนเสียชีวิต 415, 357 - 743,000 คน บาดเจ็บ 1,170,000
รวมทหารและพลเรือนเสียชีวิตประมาณ  865,357 - 1,908,000 คน บาดเจ็บ 1,770,000

สงครามกับฝรั่งเศสถือว่าเป็นชัยชนะที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี แต่สงครามเวียดนาม หากบอกว่าเป็นชัยชนะของเวียดนามก็จะดูจะไม่ชัดเจนนัก ดูแล้ว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความแตกแยกของคนในชาติมากกว่า ฝ่ายหนึ่งนิยมคอมมิวนิสต์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนโลกเสรี

ฉากสุดท้ายของสงครามเวียดนามจะเป็นภาพรถถังของกองกำลังจากเวียดนามเหนือเข้าบุกยึดทำเนียบรัฐบาลที่กรุงไซ่ง่อน(โฮจิมินห์ซิตี้) เรียกเหตุการณ์นั้นว่า “วัน่ไซ่ง่อนแตก” และถือว่าเป็นชัยชนะของเวียดนามเหนือต่อเวียดนามใต้อย่างเด็ดขาด

คนเวียดนามบอกว่าเป็นชัยชนะของประเทศ แต่สงสัยว่าชนะใคร ในเมื่อรบกันเอง และบุกยึดประเทศเดียวกันเอง เมื่อได้ชัยชนะแล้วประเทศเวียดนามก็ต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ เริ่มจากรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งเหนือ-ใต้

เบื้องหลังของสงครามเวียดนามก็คือฝ่ายหนึ่งเข้าข้างอเมริกา ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งไปสนับสนุนจีนคอมมิสนิสต์ จากนั้นก็กลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน ถึง 18 ปี 5 เดือน (ธันวาคมปี 2498 - 30 เมษายน 2518)และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

ไปเที่ยวเวียดนามมาหลายครั้ง รู้สึกว่าคนเวียดนามจะอ้างว่ารบชนะสหรัฐอเมริกา และคิดว่าอเมริกาว่าเป็นต้นเหตุของสงครามเวียดนาม แต่คนเวียดนามกลับไม่มองประเทศจีนที่เป็นผู้สนับสนุน จนให้เกิดสงครามต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ไปทุกหย่อมหญ้า

รบกันมันก็มีแต่ความสูญเสีย และเมื่อกาลเวลาผ่านไปมันก็กลายเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ไม่ต่างกับสงครามโลก โดยเฉพาะจำนวนยอดผู้เสียชีวิตของทั้งสองฝ่ายที่มากมายมหาศาล 

และนี่ก็ยังไม่พูดถึงลาวกับเขมร ที่ต้องสูญเสียผู้คนจากสงครามเวียดนามไปไม่ไช่น้อย เหตุการณ์ที่ทหารเขมรแดงฆ่าเขมรด้วยกันเองจนมีผู้คนล้มตายไปนับล้านคน มันโหดเหี้ยมทารุณเกินบรรยาย

การฆ่าแบบล้างเผ่าพันธ์ที่เกิดขึ้นในยุคเขมรแดง ในบริเวณที่เรียกว่า “ทุ่งสังหาร” หรือ “Killing Fields “่ทำให้ชาวเขมรเสียชีวิตเป็นจำนวนถึง 1 ล้าน 7 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 22 ของประชากรเขมรในปี 2518 ใครได้ไปเที่ยวบริเวณทุ่งสังหารก็คงได้เห็นหัวกระโหลกกองเต็มพิพิธภัณฑ์

ไปเที่ยวเขมรแล้วสนใจเรื่องราวในอดีต ก็สามารถสอบถามได้จากไกด์หรือคนเขมร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีญาติพี่น้องที่เคยประสบชะตากรรมในสมัยสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์มาแล้วทั้งนั้น

นี่แหละเมืองพุทธ แต่ฆ่าตายกันเป็นเบือ

เรื่องศาสนาคงจะเอามาอ้างกันไม่ได้เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และหากไทยมีเรื่องราวทำนองนี้ ก็คงมีความรุนแรงไม่แพ้เขมร

วันนี้ที่เมืองโฮจิมินห์ตรงกับวันที่ 31 ธันวาคมปี58 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่า(57) ถนนทุกสายในช่วงค่ำๆจึงเต็มจึงไปด้วยกองทัพรถมอเตอร์ไซด์ที่ชาวเวียดนามพาครอบครัวกันมาเที่ยวงานส่งท้ายปีเก่า เห็นแล้วก็ต้องบอกว่าตื่นตาตื่นใจ

สำหรับบรรยากาศของวันส่งท้ายปีเก่าในเวียดนามจะคึกคักแค่ไหน ก็ติดตามชมในตอนต่อไปนะครับ




โฟโต้ออนทัวร์
19 มกราคม 2559







 
 
 
แผนที่เดินทาง โฮจิมินห์-ฟานเทียต-ดาลัท  
แผนที่ประเทศเวียดนาม / เส้นทางรถยนต์
           
 
 
    Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ
Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls     World Photos     Site Update    Contac Us