Home   Outbound Tour   Langkawi Part1
 
 
 
 

 
 เกาะลังกาวีตอนที่ 1   ลัดฟ้าจากสุวรรณภูมิสู่เกาะลังกาว
 
 
 
 
 
Outbound ท่องต่างแดน
  Angkor Wat : นครวัด นครธม
  Kohker : เกาะแกร์ เบ็งมาเลีย
  Malaysia : ประเทศมาเลเซีย
  Myanmar : พม่า เมืองเมียวดี
  South Laos : ลาวใต้ แขวงจำปาสัก
  Luang Pra Bang :หลวงพระบาง
  M Vietnam : เว้ ดานัง ฮอยอัน
  Hanoi Halong Bay : ฮานอย อ่าวฮาลอง
  Sapa Vietnam :ซาปา เวียดนามเหนือ
  Ninh Binh : นิงบิ่งห์ เวียดนามเหนือ
  Sipsongpanna :สิบสองปันนา
  Guilin China : กุ้ยหลิน จีน
  Beijing : ปักกิ่ง วังหลวง กำแพงจีน
Asia Girls ภาพสาวเอเชีย
  Korean สาวเกาหล
  Japanese สาวญี่ปุ่น
  Chinese สาวจีน
  Indian สาวอินเดีย
  Philipines สาวฟิลิปปินส
  Indonesian สาวอินโดนีเซีย
  Myanmar สาวพม่า
  Laos สาวลาว
  Cambodian สาวกัมพูชา
  Malaysian สาวมาเลเซีย
  Vietnamese สาวเวียดนาม
Photography ภาพถ่าย
  Portraits
  King Photos
  Wallpapers
  Baby & Child
  City Tour
  Photo Gallery
  Flowers
  Photo Around the World
 
 
   




Langkawi Island, Malaysia
เกาะลังกาวี มาเลเซีย ตอนที่ 1

(เดินทาง มกราคม.2550)



กาะลังกาวี ชื่อนี้ได้ยินบ่อยจนบางครั้งเผลอคิดไปว่าเป็นเกาะที่อยู่ในสามจังหวัดภาคใต้ของไทย แต่ความจริงแล้วเป็นเกาะที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย และอยู่ห่างจากหมู่เกาะตะรุเตาที่อยู่ทางฝั่งทะเลอันดามันของไทยเพียง 8 กม.เท่านั้น 

พื้นที่เกาะลังกาวีมีประมาณ 478 ตรกม. มีประชากร 65,000 คน เทียบกับเกาะภูเก็ตที่มีพื้นที่ 543 ตรกม. แต่มีประชากร 350,000 คน(ข้อมูลปี54) เมื่อเทียบกันแล้วจะเห็นว่าเกาะลังกาวีมีประชากรน้อยกว่าภูเก็ตค่อนข้างมาก เกาะลังกาวีจึงดูไม่ค่อยคึกคักนัก ผู้คนตามสถานที่ต่างๆค่อนข้างบางตามาก

ที่นำภูเก็ตมาเปรียบเทียบก็เพราะว่าเมื่อปี 50 การท่องเที่ยวมาเลเซียได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะลังกาวี โดยจัดเที่ยวบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิมาลงที่เกาะลังกาวี ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นเที่ยวบินเส้นทางใหม่ของสายการบินแอร์เอเชีย หลังจากสนามบินสุวรรณภูมิเปิดทำการได้ไม่นานนัก

รัฐบาลมาเลเซียคงเห็นว่า ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก และทำเงินเข้าประเทศไทยได้มากมายโดยเฉพาะชาติทางแถบยุโรปและอเมริกา จึงพยายามให้เกาะลังกาวีเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเหมือนเช่นภูเก็ต แต่ก็คงจะไม่ง่ายเพราะมีปัจจัยอื่นๆอีกมากที่ลังกาวียังไม่มี

สิ่งแรกก็คือหาดทรายที่สวยงาม ซึ่งเกาะลังกาวีถึงแม้จะอยู่ใกล้หมู่เกาะตะรุเตา แต่ชายหาดที่ตะรุเตาขาวสะอาดกว่ามาก ทะเลก็สวยกว่า เรื่องที่สองก็ได้แก่ศาสนา มาเลเซียเป็นชาติอิสลาม ฝรั่งมังค่าจะมาถอดเสื้อผ้าอาบแดดในดินแดนที่นับถือศาสนาอิสลาม อาจรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

มาเลเซียคงทำได้เพียงสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องทางวัตถุ สิ่งที่สร้างไม่ได้ หรือสร้างได้ยากก็คือจิตใจของผู้คน โดยภาพรวมแล้วคนมาเลเซียดูค่อนข้างขึงขัง ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ต่างกับชาติอิสลามอื่นๆ สู้คนไทยเราไม่ได้ ยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเสมอ

แต่มาเลเซียมีข้อได้เปรียบไทยตรงที่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักๆที่เป็นชาติอิสลามด้วยกัน ได้แก่อินโดนีเซีย รวมทั้งชาติทางตะวันออกกลาง เช่นซาอุดิอารเบีย ซีเรีย อีหร่าน ฯลฯ หากใครได้ไปเที่ยวประเทศมาเลเซียก็จะพบกับคนต่างชาติที่เป็นอิสลามค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากประเทศอินโดนีเซียที่อยู่ติดกัน

ใครอยากเห็นผู้หญิงอิสลามจากชาติตะวันออกกลางที่ผิวขาวเนียน มีนัยน์ตาสวยคม ในประเทศมาเลเซียมีให้เห็นมากมาย แต่เห็นแค่หน้าเท่านั้นนะครับ เพราะเธอแต่งดำปิดหน้าจนมิดชิด บางคนก็โผล่ให้เห็นแค่นัยน์ตา ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องปิดหน้าปิดตากันขนาดนั้น นี่ถ้าหากผมเกิดเป็นพวกแขกอิสลามแล้วเกิดจะแต่งงานขึ้นมา ก็คงปวดหัวว่าจะหาเมียสวยๆได้อย่างไรกัน ครั้นจะขอเปิดหน้าเปิดตาผู้หญิงเข้า ก็อาจโดนเสียบด้วยกริช
จากว่าที่พ่อตา

เที่ยวตะรุเตา - ลังกาวี

หมู่เกาะตะรุเตากับเกาะลังกาวี เหมือนกับเป็นเกาะพี่เกาะน้องหรือ เป็นเพื่อนบ้านที่มีรั้วติดกัน วันใดท้องฟ้าปลอดโปร่งก็สามารถมองเห็นกันได้ และใครมีโอกาสไปเที่ยวทั้งสองเกาะในเวลาเดียวกัน ก็ถือว่าสุดคุ้ม บริษัททัวร์ของไทยจึงมักจัดทริปตะรุเตา โดยพ่วงเอาเกาะลังกาวีเข้าไปในโปรแกรมด้วย ใครจะเลือกไป ดำน้ำ ดูปะการัง  ที่หมู่เกาะตะรุเตาแต่เพียงอย่างเดียว  หรือเป็นโปรแกรม ตะรุเตา + ลังกาวี เพื่อซ้อปปิ้งก็เป็นทางเลือกอีกรายการหนึ่ง

การเดินทางไปเกาะลังกาวีโดยทางเรือนั้นไม่มีอะไรยุ่งยากนัก  เพียงแค่พกบัตรประชาชนก็เข้าเขตประเทศมาเลเซียได้  ส่วนผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินก็ต้องใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตตามหลักสากล  แต่ไม่ต้องขอวีซ่า  เพราะไทย มาเลเซีย และสิงคโปร มีข้อตกลงร่วมกัน  ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว 

คนไทยทางภาคใต้ไปเที่ยวเกาะลังกาวี ค่อนข้างง่าย  เพราะอยู่ใกล้ ค่าใช้จ่ายก็ถูก  ยิ่งเป็นคนนับถืออิสลามก็ยิ่งสะดวกใหญ่เพราะพูดภาษาเดียวกันหรือภาษายาวีได้  อาหารการกินก็ไม่มีปัญหาเพราะเป็นอิสลามด้วยกัน


ลังกาวี เกาะปลอดภาษี

สินค้าปลอดภาษี หรือ Duty Free เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนไทยทางภาคใต้เข้าไปซ็อปปิ้งซื้อสินค้าในราคาถูก  ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ  ของดีราคาถูก หาซื้อได้ที่เกาะลังกาวี   ส่วนสินค้าจีนราคาถูกแต่คุณภาพต่ำแทบไม่มีให้เห็น  คนไทยทางภาคใต้ที่ไปเที่ยวเกาะลังกาวีส่วนใหญ่ตั้งใจไปซื้อของด้วยกันทั้งนั้น

ทางการมาเลเซียก็ใช้นโยบายเขตปลอดภาษีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับสิงคโปร์และฮ่องกง ที่ใช้กลยุทธนี้มาแล้วจนประสบความสำเร็จ ทำให้ทั้งสองประเทศนี้เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก  ในฐานะที่เป็นประเทศปลอดภาษี และเป็นแหล่งซ้อปปิ้ง

ไม่เพียงแค่คนไทยทางภาคใต้เท่านั้นที่เดินทางไปเกาะลังกาวีเพื่อซื้อของถูก  คนมาเลเซียเองก็ไม่ต่างกับคนไทย เห็นคนมาเลเซียซ้อปปิ้งแล้วอาจตกใจ  แทบจะเรียกว่าเหมาทั้งร้านเลยก็ว่าได้  กระเป๋าเดินทางที่เห็นเรียงเป็นระเบียบอยู่บริเวณหน้าร้าน  แต่พอเดินผ่านมาอีกรอบ ปรากฏว่ามันหายไปตั้งเยอะ ซื้อคนละ 2 -3 ใบ สัก 20-30 คน แค่นี้ก็แทบจะเหมาทั้งร้าน น่าแปลกที่แขกมาเลจากรัฐอื่นตั้งใจมาซื้อกระเป๋าเดินทางเป็นการเฉพาะ หรือว่าเตรียมตัวเดินทางไปแสวงบุญนครเมกกะ 

สินค้าปลอดภาษีมีทั้งของชิ้นเล็กๆ ไปถึงรถยนต์คันหรูหรือรถเบนซ์ ซื้อเบนซ์ที่เกาะลังกาวีถูกกว่าซื้อที่เมืองหลวงกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่รู้สึกว่า ซื้อแล้วก็ให้วิ่งได้เฉพาะบนเกาะลังกาวีเท่านั้น จะขนลงเรือไปเมืองอื่นก็ต้องเสียภาษีตามปกติ

คนไทยมาเที่ยวลังกาวีสมัยก่อนๆ จะนิยมซื้อบุหรี่นอกและเหล้านอกกันไปเป็นลังๆ หรือหลายลัง โดยเฉพาะพวกที่มาเป็นก้วนพวกแก๊งขี้เหล้าด้วยกัน บางก้วนก็กระเป๋าหนัก ซื้อเหล้ารวมเบ็ดเสร็จแล้วคิดเป็นเงินไทยราว 7-8 แสนบาท เรื่องนี้ไกด์เป็นผู้เล่าให้ฟัง บางคนเป็นนายตำรวจ ซื้อไปเพื่อเอาไว้ไปประเคนให้เจ้านายที่มีตำแหน่งใหญ่กว่า หรือเอาไว้เป็นของขวัญให้ลูกน้อง

สมัยก่อนกระแสต่อต้านพวกขี้เหล้าเมายายังไม่มากเหมือนปัจจุบัน หากเป็นสมัยนี้แล้วใครซื้อเหล้าไปฝาก ก็ต้องเข้าใจว่า เป็นการแช่งให้ตายเร็วๆ ตามสะโลแกน "ให้เหล้าเท่ากับแช่ง" แต่หลายคนอาจบอกชอบคำนี้จัง และอยากให้มีคนมาแช่งเยอะๆ จะได้เหล้าแยะๆ

ใครมาเที่ยวแล้วซื้อเหล้า ขอเตือนไว้อย่าง คือต้องแพคให้ดี ไม่เช่นนั้นแตกกลางทาง โดยเฉพาะการโหลดกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิค่อนข้างสุดโหด ขวดเหล้าแตกไปหลายขวด กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั่วบริเวณ

เกาะลังกาวีตั้งอยู่ทางภาคเหนือของมาเลเซีย ในเขตรัฐเคดะห์  ซึ่งเป็นรัฐที่อยู่เหนือสุด ติดกับจังหวัดสตูลและสงขลาของไทย เกาะลังกาวี อยู่ห่างจากหมู่เกาะตะรุเตาเพียงแค่ 8 กม. และอยู่ในทะเลอันดามันเช่นเดียวกับเกาะต่างๆของภูเก็ตและกระบี่ แต่ก็น่าแปลกที่ทะเลและชายหาด ของเกาะลังกาวีจะสู้เกาะตะรุเตา หรือเกาะอื่นๆทางฝั่งอันดามันของไทยไม่ได้

เดิมทีเกาะลังกาวี รวมทั้งรัฐเคดะห์มีชื่อว่าเมืองไทรบุรี  เคยเป็นดินแดนของไทยมาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา  เช่นเดียวกับจังหวัดทางภาคใต้อื่นๆของไทย  แต่ก็ต้องยกให้อังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 5  หรือยุคล่าอาณานิคม   ทำให้พี่น้องคนไทยในจังหวัดสงขลาและสตูลต้องแยกจากกัน จากที่เคยเป็นเพื่อนบ้าน ก็กลายเป็นอยู่คนประเทศ แต่ความสัมพันธ์ของคนไทยทั้งสองประเทศก็ยังเป็นปกติ มีการไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ

ปัจจุบันในรัฐเคดะห์ของมาเลเซียมีทั้งวัดและมัสยิด  ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวมาเลเซียเชื้อสายไทย ในแต่ละปีจะมีคนไทยชาวพุทธข้ามแดนไปทำบุญทอดกฐินทอดผ้าป่าตามประเพณีกันเป็นประจำ 

ถามว่าคนไทยในรัฐเคดะห์อยากกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทยหรือกลับมาเป็นคนไทยหรือไม่

คำตอบคือไม่

เพราะระบบรัฐสวัสดิการของมาเลเซียดีกว่าประเทศไทย  มีเงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุนต่างๆมากมาย  เรียกว่ามีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่า  และยิ่งไทยเรามีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ก็ยิ่งทำให้ไม่มีใครอยากเดินทางเข้าในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คนมาเลเซียก็ไม่อยากมาเที่ยวไทย ขณะเดียวกันคนไทยก็ไม่อยากไปเที่ยว 3 จังหวัดภาคใต้ด้วย ไม่พอคนในพื้นที่เองก็พยายามออกไปลงทุนค้าขายในที่อื่นๆ

ไม่แน่นะ หากผู้คนใน 3 จังหวัดภาคใต้นั้นลดลง ก็อาจลดฐานะลงเป็นอำเภอก็เป็นได้ เพราะประชากรมีไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องตั้งเป็นจังหวัด

เหตุการณ์ร้ายแรงล่าสุดก็มีระเบิดคาร์บอมป์ เมื่อวันที่ 9 กพ. ปี 55 หรือไม่กี่วันมานี้ ที่หน้าสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดปัตตานี ผลตาย 1 เจ็บนับสิบๆคน รถยนต์ถูกระเบิดเสียหายไปหลายคัน ภายในสำนักงานฯมีเศษวัสดุกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าก็ขวัญกระเจิงเพราะไม่คิดว่าบุคลากรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตประชาชนจะตกเป็นเป้า

พูดถึงระเบิดทางภาคใต้ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบเอาเมื่อไร  เมื่อก่อนนี้คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าเป็นกลุ่มนั้นกลุ่มนี้  โดยคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อแบ่งแยกดินแดนบ้าง  หรือกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ต้องการแสดงพลังบารมีของตนเอง

แต่มาระยะหลังๆนี้หลายคนเชื่อว่าเหตุระเบิดนั้น เป็นแผนการของกลุ่มค้ายาเสพติด  หรือค้าของผิดกฏหมาย รวมทั้งกลุ่มคนของรัฐที่ทำหน้าที่รักษาความสงบในสามจังหวัดภาคใต้นั่นเอง

มีการพูดมานานแล้วว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งทหาร ตำรวจ และข้าราชการ  มีผลประโยชน์จากงบประมาณที่ทุ่มลงไปจัดการปัญหาต่างๆนี้ถึงปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท จึงอาศัยสถานะการณ์ที่เลวร้ายนี้ให้มันเลวหนักกว่าเก่า เรียกว่าเพิ่มปัญหาให้กับสามจังหวัดภาคใต้

ปัญหาเดิมๆในเรื่องผลประโยชน์เรื่องยาเสพติด หรือเรื่องการค้าของเถื่อน เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง และเหตุการณ์ระเบิดตูมตามทุกวันนี้ก็มาจากพวกเหล่านี้ แต่ที่น่าเศร้าก็คือว่า คนของรัฐเองขอผสมโรงไปกับเหตุการณ์ด้วย ไม่ต่างกับการเลี้ยงไข้คนป่วยไม่ให้หายจากโรค จะได้มีเงินซื้อยามารักษากันนานๆ  

เมื่อคราวที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเป็นรัฐบาล  นายสุเทพ เทือกสุวรรณ รองนายกฯที่รับผิดชอบเรื่องความมั่นคง  ก็อ้ำๆอึ้งๆกับคำถามของนักข่าว ตอบไม่เต็มปากเต็มคำเหมือนน้ำท่วมปาก  ประเภทรู้แต่พูดไม่ได้  และไม่สามารถเข้าไปจัดการได้  ปัญหามันลุกลามไปมากจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไร  ที่สุดก็ต้องปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนั้น หรือปล่อยไปตามยะถากรรม

เมื่อนายอภิสิทธิเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ไม่มีนโยบายหรือแนวทางที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ส่วนรัฐบาลชุดนี้ที่มีสาวสวยจากเชียงใหม่เป็นนายกฯ นามว่า น้องปู ก็คงเดินตามพรรคประชาธิปัติย์ คือไม่มีนโยบายอะไรออกมา คงรอให้เทวดาลงมาแก้ไข


เอาอยู่ค่ะ หรือ เอาไม่อยู่ ก็น่าจะบอกกันชัดๆ


เห็นข่าวระเบิดที่นั่นที่นี่ทางภาคใต้ รู้สึกว่ามันน่าเบื่อหน่ายมาก  มีระเบิดทีไรก็มีความรู้สึกว่าพวกเรากันเองนี่แหละที่สร้างเรื่อง ปั้นสถานการณ์ไม่ให้มันสงบ  จะได้มีงบประมาณหล่อเลี้ยงกันตลอดปีตลอดชาติ

หลายคนบอกว่า ทหารที่มาปฏิบัติการจะไม่มีใครโวยวายเพราะถือว่าเป็นหน้าที่  วันนี้ต้องออกตรวจที่โน่นที่นี่ หากบาดเจ็บล้มตายจากระเบิด ก็ถือว่าเป็นภาระกิจ  ทหารจึงยึดมั่นในหน้าที่และภาระกิจเป็นสำคัญ  ส่วนพวกเดียวกันก็อาจจะสร้างสถานการณ์เป็นระยะๆ  คนพวกนี้ก็อาจเป็นทหารที่อยู่แนวหลัง หรืออยู่ในค่ายที่ปลอดภัย 

มีคนบอกว่าสมัยนี้การไปปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดภาคใต้กลายเป็นสิ่งที่ต้องแย่งกัน " แย่งกันไปทำงานในสามจังหวัดภาคใต้ " ขอย้ำอีกที   เพราะมีเงินช่วยเหลือมากมายๆและไม่ตายง่ายเหมือนเมื่อก่อน

ปัญหาการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังให้มีเงินงบประมาณมาต่อยอดทุกๆปี  เป็นเรื่องที่ได้ยินมานานแล้ว แม้แต่คนรู้กันที่อยู่ในพื้นที่ก็พูดทำนองเดียวกัน

พูดชัดๆก็คือมีพวกทหารบางกลุ่ม บางเหล่า หากินกับความรุนแรง  หรือหากินกับสงคราม  เพราะตนเองจะได้ประโยชน์จากงบประมาณที่บางเรื่องยากแก่การตรวจสอบการใช้เงิน  มันเป็นความลับ  เป็นงบลับ  หรือปฏิบัติการลับ

ใครว่าเรื่องบ้าๆแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น  หรือคิดว่าคนไทยไม่ฆ่าคนไทย  บอกได้เลยว่าต้องคิดกันใหม่  หรือต้องปรับวิธีคิดกันใหม่  เพราะเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นของใหม่  มันมีมานานแล้วครับท่าน ไม่เชื่อถามหมอหมอพรทิพย์ โรจนนันท์ ดูก็ได้ว่า  ทุกครั้งที่ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทางภาคใต้แล้วพบอะไรบ้าง  มีคนของภาครัฐน่าสงสัยมากน้อยแค่ไหน และทุกครั้งที่คุณหมอพูดถึงปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ก็มักจะบอกว่าเจ้าหน้าที่อาจมีีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์


หากรัฐบาลชุดนี้ต้องการยุติปัญหา ก็อยากแนะนำให้ รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง ฉายาผู้รู้ทุกเรื่อง เดินทางมาแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้กันอย่างจริงจัง หากกลัวการนั่งเครื่องบินจนไข้ขึ้น ทางน้ำก็มี หรือทางบกก็ไม่เลว ถ้าจะให้ปลอดภัยก็อาจขอเดินทางไปกับรถถังก็คงไม่มีใครว่า เท่ห์ออกจะตาย รองนายกฯนั่งรถถังมาติดตามปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ของไทย หากขอมาจริงกองทัพบกคงไม่มีปัญหา พร้อมจัดให้อยู่แล้ว

แปลกใจที่รัฐบาลชุดนี้ทำงานมาแล้วหลายเดือน แต่ไม่ยักจะมีใครพูดถึงการแก้ปัญหาภาคใต้ว่ามีนโยบายอย่างไร หรือว่ากลัวจนหัวหด นักข่าวก็ไม่ถาม จนข่าวในสามจังหวัดภาคใต้กลายเป็นข่าวธรรมดารายวัน


จะว่าไปแล้วรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศได้ทำให้บ้านเมืองสงบไปเยอะเลยที่เดียว (ต้องขออภัยที่ชมกันดื้อๆแบบนี้แหละ)

ก่อนการเลือกตั้ง ยังจำได้ไม่ลืมว่า บรรดานักวิชาการ วิชาเกิน รวมทั้งนักสังเกตุการณ์เอเชียจากต่างชาติ ที่สื่อบ้านเราชอบซูฮก และนับถือว่าเป็นกูรู ต่างวิเคราะห์ไปในแนวทางเดียวกันว่าหากพรรคสีแดงได้เป็นรัฐบาลแล้วคงยึ่งแย่ ทั้งเหลือง ทั้งหลากสีคงไม่ยอม เมืองไทยคงไม่สงบหลังการเลือกตั้ง เป็นแน่แท้

แต่ที่ไหนได้ ทุกอย่างสงบราบคาบ ชนิืดที่ต้องยกเครดิตให้คุณปู สาวสวยในดวงใจของหลายๆคน(รวมทั้งผมด้วย) หรือว่าประเทศไทยจะแพ้ความสวย แพ้เสน่ห์นารี ก็ไม่อาจทราบได้ ใครจะว่าคุณปูนั้นสวยแต่ทำงานไม่เป็น หรือจะวิจารณ์ว่า ภาษาอังกฤษนั้นใช้ไม่ได้ หรือเป็นตัวแทนของทักษิณ อะไรก็แล้วแต่

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือบ้านเมืองสงบสุข ไม่มีกลุ่มก้วนข้างถนนออกมาเย้วๆ ถึงมีก็แค่สีสันเล็กๆน้อยๆ และทุกอย่างก็จบลง
นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ เพราะที่ผ่านมามันบอบช้ำมามาก ใครมาเป็นรัฐบาลแล้วทำให้บ้านเมืองสงบแค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้ว ส่วนภาษาอังกฤษจะดีจะเลว คงไม่มีใครสนใจ อย่างน้อยๆก็น่าจะดีกว่าอดีตนายกฯชวน หรือนายกฯบรรหาร โดยเฉพาะรายหลังนี้ สมัยเป็นนายกฯปรากฏว่าแกปล่อยไก่จนเป็นเรื่องโจ๊กที่สื่อต่างประเทศขำกลิ้งกันใหญ่ แต่คนไทยขายขี้หน้า(วะ)

เรื่องอะไรหรือครับ...


ก็เรื่องที่นายบรรหารให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จพระนางเจ้า เอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งอังกฤษ จะเสด็จเยือนไทยเพื่อร่วมฉลองพิธีกาญจนาภิเษก ปี 2539 แต่นายบรรหารพูดผิด ดันไปบอกว่า สมเด็จพระนางเจ้า เอลิซาเบท เทย์เลอรซึ่งเป็นดาราสาวพราวเสน่ห์จากฮอลลีวูดในอดีต จึงเป็นที่มาของตลกของนายกฯไทยที่ดังไปทั้งโลก สงสัยว่า ดารารุ่นคุณป้า้รุ่นคุณยายรายนี้คงฝังใจนายบรรหาร และคงจดจำมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ



สรุปว่าที่นายกฯปูของเราพูดสื่อสารภาษาอังกฤษไ่ม่คล่องก็คงไม่แปลก อย่างน้อยๆก็ดีกว่านายกฯไทยในอดีตอีกหลายๆคน (ไม่เชื่อถามนายบรรหารดูก็ได้) ่


ลังกาวีในตอนที่ 1 ขอเล่าแต่เพียงเท่านั้นก่อน  มาถึงวันแรกก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน  ถึงที่พักก็เป็นเวลาเย็น ได้แต่เดินเล่น รับลมชมวิวอยู่ด้านหน้าโรงแรม

ตอนที่ 2 หรือตอนต่อไปจะพาชมวิวบริเวณอ่าวที่พัก  มีภาพพระอาทิตย์ยามเช้า  สวยมาก




โฟโต้ออนทัวร์
11 กุมภาพันธ์ 2555




ข้อมูลเกาะลังกาวี เปรียบเทียบกับเกาะสมุย และเกาะภูเก็ต (ข้อมูลปี 2554)

Langkawi
Area • City 478.5 km2
Population 64,792

Phuket
Area City 543.0 km2
Population 348,504

Samui
Area 228.7 km2
Population 55,000



 
แผนที่เกาะลังกาวี (คลิกที่ภาพ)
แผนที่ประเทศมาเลเซีย (คลิกที่ภาพ)


  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ