Home
Home : Outbound : Langkawi Part 4

 
Langkawi Part 4  : Eagle Square จตุรัสนกอินทรีย์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ตอนที่ 4 (สุดท้าย)
(เดินทาง ตค.57)

ลังกาวีตอนที่ 4  ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย พบกับภาพสวยๆจากหน้าต่างโรงแรม โผล่ออกไปก็ที่เห็นบรรยากาศของเกาะลังกาวีอันชวนหลงไหล  แต่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะมีฝน แต่ไม่นานแสงแห่งอรุณรุ่งก็โผล่จากยอดเขาทางทิศตะวันออกแล้วสะท้อนลงสู่ทะเลที่เห็นเรือจอดสงบนิ่ง  โชคดีอีกอย่างของเช้านี้ก็คือท้องฟ้าเหมือนจะสลับสี  ทำให้เห็นดูมีสีสันแปลกตา

มองไปตามถนนก็ดูเหมือนทุกอย่างยังไม่เคลื่อนไหว  เนื่องจากยังเช้าเกินไป เวลานี้น่าจะประมาณตีห้ากว่าๆ

สายหน่อยก็ลงมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ได้เวลาก็เดินลากกระเป๋าไปบริเวณท่าเรือซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก  วางสัมภาระรวมกันเป็นกลุ่มที่ท่าเรือ  พร้อมกับคลุมด้วยตาข่าย  จากนั้นก็พากันเดินไป "จตุรัสนกอินทรีย์" สัญญลักษณ์ของเกาะลังกาวี 

ลังกาวีประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ถึง 90 เกาะ  ส่วนใหญ่เป็นเกาะไม่มีผู้คนอาศัยซึ่งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบเดินป่า  บางเกาะเป็นที่อาศัยของ "นกอินทรีย์ " ที่อยู่ไกลออกไป สามารถเหมาเรือเล็กไปชมพร้อมกับให้อาหารนกได้

นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบดูนก  และไม่ได้อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยว  รู้แต่ว่าที่นี่มีนกอินทรีย์อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ

และนกอินทรีย์ก็เป็นสัญญลักษณ์ของเกาะลังกาวี  ซึ่งเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่น เช่นเดียวกับนกยูงป่าซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองสิบสองปันนา(ประเทศจีน) และยังเป็นสัตว์นำโชคที่ชาวไทลื้อสิบสองปันนานำไปแกะสลักด้วยไม้ แล้วประดับตามหลังคาอาคาร

ในช่วงที่ดร.มหาเธร์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย บริหารประเทศเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน ได้พัฒนาเกาะลังกาวีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวกันขนานใหญ่  เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเลเซียและคนไทยที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้  สายการบินแอร์เอเชียที่บินมาลงบนเกาะลังกาวีก็เป็นนโยบายสมัย ดร.มหาเธร์

Eagle Square หรือจตุรัสนกอินทรีย์ ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือของเกาะลังกาวี ก็สร้างในสมัยอดีตนายกฯมาเลเซียผู้นี้

เขียนมาถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึงการตามหาทายาทรุ่นที่ 7 ของนางมัทสุหรี่  ที่ว่ากันว่าจะมาแก้คำสาปเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน ตามที่นางสาปแช่งไว้ก่อนถูกประหารด้วยกริช โดยอธิษฐานก่อนตายว่า "ขอให้เกาะลังกาวีพบกับความหายนะไป 7 ชั่วโคตร"


ก็เป็นเหตุบังเอิญ หรือมีการวางแผนเพื่อแก้คำสาปในอดีต เพื่อผลทางจิตวิทยา ก็ไม่อาจทราบได้


ปรากฏว่ามีผู้พบเด็กสาวคนไทยในจังหวัดภูเก็ต ที่หลังสืบสาวราวเรื่องจากบรรพบุรุษขอเด็กหญิงคนนี้ก็น่าเชื่อได้ว่า เด็กหญิงคนนี้คือพระนางมัทสุหรี่ที่กลับชาติมาเกิดซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 7

เมื่อข่าวนี้กระจายไปที่มาเลเซีย ก็สร้างความดีอกดีใจว่าต่อไปนี้เกาะลังกาวีจะหลุดพ้นจากมนต์ดำ หรือหลุดพ้นจากคำสาปถึง 7 ชั่วโคตรแล้ว ต่อไปนี้เกาะลังกาวีก็จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

จากนั้นทางมาเลเซียจึงทำหนังสือขอเชิญเด็กหญิงชาวภูเก็ตเดินทางไปที่เกาะลังกาวี เพื่อที่ชาวมาเลได้ทำพิธีแก้คำสาป

ช่วงนั้นก็มีข่าวฮือฮาทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เด็กสาวไทยจึงไม่ต่างกับถูกหวย มีที่พักบนเกาะลังกาวี และได้ทุนการศึกษาให้เรียนฟรี

ที่เล่าแบบเท่าที่พอจำได้ ก็เพื่อจะบอกว่า คนที่เจ้ากี้เจ้าการในเรื่องนี้ก็คือ "อดีตนายกฯ ดร.มหาเธร์" ซึ่งเป็นคนของรัฐเคดาห์ หรือคนของเกาะลังกาวีนี่เอง

สำหรับเมืองไทยเราที่พอเทียบเคียงในเรื่องของคนรักบ้านเกิดเช่นเดียวกับอดีตนายกฯมาเลเซียผู้นี้ ก็น่าจะเป็น "นายบรรหาร ศิลปอาชา" อดีตนายกฯของไทย ที่ทุ่มงบประมาณ(ของแผ่นดิน)ไปลงพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจำนวนมาก เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นและเพื่อประโยชน์ทางการเมือง 

หลังพ้นตำแหน่งนายกฯไปแล้ว นายบรรหารก็ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองสุพรรณบุรี ภายใต้ชื่อ “บรรหาร-แจ่มใส” ที่ชาวสุพรรณได้ยิน และเห็นป้ายคำๆนี้จนคุ้นหูคุ้นตา

"หอคอย บรรหาร-แจ่มใส" รวมทั้งสวนสาธารณณะของจังหวัดสุพรรณบุรี  "บึงฉวาก" (พิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจึด) หรือแม้แต่ "หมู่บ้านควาย" ฯลฯ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ก็เป็นผลงานของอดีตนายกฯบรรหารทั้งสิ้น  


เกาะลังกาวีมีอนุสาวรีย์นกอินทรีย์  หรือ Eagle Square รวมทั้งสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆกัน ก็เป็นผลงานของ ดร.มหาเธร์

บริเวณนี้จัดเป็นลานกว้างให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพและชมวิวทิวทัศน์ของท้องทะเล แต่จะสวยงามและมีความคึกคักก็ต้องมาชมในตอนเย็นๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก 

แต่เช้านี้เรามาเดินเล่นฆ่าเวลาเพื่อรอเวลาขึ้นเรือกลับเมืองไทย เวลานี้จึงดูเงียบเหงา แทบไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียว

หลังถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับอนุสาวรย์นกอินทรีย์เป็นที่เรียบร้อย  ก็ได้เวลาไปลงเรือเดินทางจากลังกาวีสู่จังหวัดสตูล


เป็นอันว่าได้ปิดฉากทริปลังกาวี(ครั้งที่2)




โฟโต้ออนทัวร์
8 ธันวาคม 2559




ชมภาพการเดินทางสู่เกาะลังกาวีครั้งแรกเมื่อปี 2550 ได้ที่นี่

 


 



 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ