Home      Outbound      Luang prabang  Part 3  
   Home
Home  :  Outbound  :  Luang prabang Part 3
 
เที่ยวลาวหลวงพระบางโดยสายการบิน Lao Central Airlines สายการบินแห่งแรกของคนลาว
Laos Tourism : Vientiane, Vang vieng, luang prabang
เที่ยวลาว  :  เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง มรดกโลก
เดินทาง : ธันวาคม 2555
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
ทัวร์ลาวตอนที่ 3 เที่ยวถ้ำจัง วังเวียง
และเดินทางจากวังเวียงสู่พูคูน


 
   
 
       เที่ยวลาวตอนที่ 3 เที่ยวถ้ำจัง วังเวียง และเดินทางจากวังเวียง สู่พูคูน ( 86 ภาพ)
 



เที่ยวลาวตอนที่ 3 จากวังเวียงสู่พูคูน
(เดินทาง 7-10 ธันวาคม 2555)




เช้านี้เราออกจากวังเวียงเพื่อไปเที่ยวถ้ำจัง ระยะทางคงไม่น่าเกิน  2 กม. ที่นี่เป็นถ้ำไม่ใหญ่นักแต่ต้องขึ้นบันไดไปประมาณ 150 ขั้นจึงจะถึงปากถ้ำ  เมื่อขึ้นไปข้างบนแล้วสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เมืองวังเวียง และแม่น้ำซองในมุมสูงได้ค่อนข้างชัดเจนแต่อาจดูไกลหน่อย คนไทยเห็นภาพจากมุมนี้แล้วคงถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นภาพชนบทท้องไร่ท้องนาที่ไม่ต่างกับเมืองไทย แต่พวกฝรั่งราว 7-8 ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นดูจะตื่นเต้นมากทีเดียว

ออกจากถ้ำจังแล้วก็เดินทางต่อไปยังเมืองหลวงพระบางในช่วงสายๆ ขณะนี้เป็นช่วงฤดูหนาวในเดือนธันวาคม (ปี55)  สองข้างทางอาจดูแห้งๆแล้งๆ ไม่ค่อยจะสดใสเขียวขจีเหมือนกับตอนฤดูฝนที่เคยมาเที่ยวเมื่อเดือนกรกฏาคมปี51 ซึ่งต้องเจอทั้งฝน น้ำป่าทะลัก และเมฆหมอกปกคลุมบนยอดดอยจนคล้ายกับเมืองในหมอก ที่หนักกว่านั้นก็คือมีดินถล่มหรือสไลด์ลงมาจากหน้าผาเป็นระยะๆ เรียกว่าเป็นทริปที่ต้องผจญภัยและตื่นเต้นพอสมควร

การเดินทางครั้งนี้เจอกับสภาพถนนที่กำลังก่อสร้างหรือซ่อมแซมเป็นระยะ บางช่วงเห็นรถวิ่งสวนมาจนฝุ่นตลบ มีความรู้สึกว่าถนนสายนี้น่าจะต้องซ่อมกันหนัก จากเมื่อก่อนที่ไม่ค่อยมีรถราผ่านไปมามากนัก แต่คราวนี้มีรถบรรทุกหนักจากประเทศจีนและเวียดนามแล่นสวนมาค่อนข้างบ่อย  ยังสงสัยว่าเส้นทางนี้น่ามีทางแยกที่ผ่านเข้าประเทศจีนและเวียดนามได้

ประเทศลาวในช่วง 3-4 ปีมานี้ หรือหลังจากเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ 2009 มีนักลงทุนจากต่างชาติได้แก่จีน เวียดนามและไทยเข้ามาทำธุรกิจกันมาก ประเทศลาวก็ต้องพบกับปัญหาการคมนาคมขนส่ง ถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำประปา ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ต้องวางแผนไว้ให้พร้อม หากไม่เตรียมความพร้อม การพัฒนาประเทศและธุรกิจการลงทุนจากต่างชาติก็จะชะงักงัน เพราะต่างชาติเขายกทัพกันเข้ามาแล้ว  

ตัวอย่างเช่นประเทศพม่าที่ยังขาดความพร้อมในปัจจัยพื้นฐานอีกมาก  จนมีเรื่องแซวกันในหมู่นักลงทุนว่าหากคิดจะไปทำธุรกิจในพม่าก็จะต้องลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าของตนเองเป็นอันดับแรก เพราะไฟฟ้าในพม่าไม่พอใช้ ติดๆดับๆ วันละหลายๆครั้ง จนกลายป็นเรื่องปกติของคนพม่าไปแล้ว

ประเทศไทยในขณะนี้ไทยยังต้องซื้อไฟฟ้าจากลาวที่ส่งมาจากเขื่อนน้ำงึม เนื่องจากการใช้ไฟฟ้าในประเทศสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ ในอนาคตหากลาวต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น อาจมีผลกระทบกับไฟฟ้าที่จ่ายให้กับประเทศไทย

ไม่นานนี้มีข่าวว่าลาวกำลังจะสร้างเขื่อนแห่งใหม่เพื่อรองรับกับการพัฒนาประเทศ เรื่องนี้คิดว่าน่าจะเป็นการวางแผนร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในบ้านเรา เพราะการจะสร้างเขื่อนในบ้านเราคงทำได้ยาก เนื่องจากถูกต่อต้านจากคนในพื้นที่  จึงต้องหาทางออกโดยซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้มีปัญหาสำหรับการใช้ไฟฟ้าของไทยในอนาคต 

วิธีที่ดีที่สุดก็คือสนับสนุนการลงทุนสร้างเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้านเสียเอง จะได้ไม่มีปัญหาการประท้วงจากคนไทย

ลำพังรัฐบาลลาวคงไม่มีปัญหาเรื่องต่อต้านการสร้างเขื่อน แต่ปัญหาเกิดจากกลุ่มเอ็นจีโอในบ้านเรา ที่ดันไปยุให้คนลาวออกมาประท้วงต่อต้าน  ทำให้โครงการนี้อาจล่าช้าไปบ้าง 

แต่คิดว่าท้ายที่สุดแล้วไม่น่าจะมีปัญหา เพราะคนลาวอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาล การตัดสินใจของรัฐบาลถือเป็นเด็ดขาดเช่นเดียวกับประเทศคอมมิวนิสต์อื่นเช่น จีน เวียดนาม และเขมร ทั้ง 4 ประเทศนี้มักไม่มีปัญหาการต่อต้านเหมือนกับประเทศไทย ถึงมีก็น้อยมากหรือทำพอเป็นพิธี

ปัญหาการคมนาคมในลาว

ถนนสายหลักๆในลาวขณะนี้กำลังมีปัญหาหลายเส้นทาง หากใครได้ไปเที่ยวประเทศลาวและใช้เส้นทางสายหลักที่มุ่งไปยังภาคต่างก็จะเห็นสภาพเองว่ากำลังซ่อมแซมกันขนานใหญ่ บางครั้งคนขับรถก็ต้องหลบเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น

ณ เวลานี้ต้องบอกว่าคนลาวรวยขึ้น มีรถเก๋งและปิคอัพขับขี่กันมากขึ้น ช่วงเช้าๆ ตอนเที่ยง หรือตอนเย็นหลังเลิกงาน รถราติดขัดแทบไม่ต่างกับบ้านเรา ใครเคยเที่ยวลาวมาหลายปีแล้ว หากมาเที่ยวอีกครั้งก็จะเห็นว่าเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมาก และการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่ลาวเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์เมื่อปี ค.ศ.2009

ลาวมีปัญหาเรื่องถนนหลายเส้นทาง รถราวิ่งไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อน เชื่อว่ารัฐบาลลาวคงต้องทุ่มงบประมาณซ่อมแซมกันขนานใหญ่ ถนนที่กำลังทรุดโทรมส่วนใหญ่เป็นถนนที่สร้างเพื่อรองรับการลงทุนและการท่องเที่ยว ตัวอย่างเช่นถนนหมายเลข 9 ซึ่งเป็นถนนสายใหม่ที่เปิดใช้มาได้ราว 5 – 6 ปี แต่ปัจจุบัน(ปี56)ได้ผุพังหมดแล้ว

ใครไปเที่ยวเวียดนามกลางหรือเที่ยวเมืองเว้ที่ออกไปทางด่านลาวบาวย่อมรู้ดีว่ารถบรรทุกแร่จากเหมืองทองคำ ที่ต้องแล่นผ่านทางหลวงหมายเลข 9 นั้น มีส่วนทำให้ถนนพังชนิดยับเยิน คนลาวชื่นชมและดีใจได้ไม่นานทุกอย่างก็ต้องกลับไปเป็นถนนสายฝุ่นเหมือนเดิม

ถนนหมายเลข 9 นี้ ต่างชาติหรือญี่ปุ่นเป็นผู้ออกทุนก่อสร้าง แต่ความรับผิดชอบหลังจากนั้นประเทศลาวดำเนินการกันเอง ใครเห็นสภาพถนนแล้วต้องบอกว่ามันเละเทะจนเหลือกำลังซ่อม เพราะถนนที่สร้างกันแบบคอร์รัปชั่นหรือกินนอกกินในของคนในรัฐบาล มันปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมโยธา เพราะความหนาของถนนที่เป็นแอสฟัท์หรือเป็นยางมะตอยนั้นมันบางแสนบางจนน่าตกใจ(ตามภาพ)




Before After




แล้วผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นใคร มาจากไหน...ถึงได้ทำแบบนี้

“ จุ๊ๆ  พูดแล้วเหยียบนะ ว่าเป็นผู้รับเหมาจากสยามประเทศ และเป็นบริษัทที่มีชื่อเสีย เอ้ย..มีชื่อเสียงระดับชาติเลยเชียวละ “

สำหรับถนนสายวังเวียง – หลวงพระบางที่กำลังเดินทางอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นถนนที่มีทิวทัศน์สวยที่สุดของลาว หากจะเปรียบเทียบถนนสายนี้กับถนนสาย R3A หรือจากแขวงบ่อแก้วเมืองห้วยทรายไปทะลุชายแดนจีนที่เมืองบ่อหานเพื่อต่อไปยังสิบสองปันนา รวมทั้งทางหลวงหมายเลข 9 ที่วิ่งไปยังด่านลาวบาว เพื่อออกสู่เมืองเว้ของเวียดนาม ก็ต้องบอกว่าเส้นทางสายหลวงพระบางมีทิวทัศน์สวยงามกว่ามาก

เหตุผลก็เนื่องจากถนนสายนี้ต้องผ่านภูเขาสูง การเดินทางจึงลัดเลาะไปตามหุบเขาหรือหน้าผาของถนนสายอนุรักษ์ จึงต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ บางคนอาจออกอาการคลื่นเหียนอาเจียนหรือเมารถ โดยเฉพาะช่วงทางลงเขาจากเมืองพูคูนไปจนถึงเมืองหลวงพระบาง ช่วงนี้จะเป็นเขาสูง มีโค้งหักศอกมาก ใครที่นั่งรถมาแบบปกติโดยไม่มีอาการใดในช่วงแรกๆ แต่พอมาถึงช่วงนี้อาจเริ่มออกอาการ

แต่ก็ต้องบอกว่าการขับรถของโชเฟอร์ก็มีส่วนสำคัญ ขับช้าๆมาเรื่อยๆคงไม่เป็นปัญหานัก แต่ถ้าเร่งรีบเข้าโค้งแล้วเหวี่ยง นั่นแหละ โอ๊กอ๊ากแน่


สำหรับภาพในชุดนี้มาสิ้นสุดกันที่ "พูคูน" ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งบนยอดดอย เป็นสถานที่เราแวะพักและทานอาหารกลางวัน

ที่นี้มีร้านอาหารที่ชื่อว่า “พูคูนเคียงฟ้า“ เป็นร้านที่พึ่งเปิดใหม่ได้ไม่เกิน 3 ปี เรียกว่าใหม่ซิงๆ และตั้งอยู่บนชะง่อนเขา ทำให้มองเห็น เขาภูพระเจ้า ที่สูงที่สุดในย่านนี้ได้อย่างชัดเจน

เมนูอาหารในร้านนี้เป็นเมนูมาตรฐานที่ทุกทัวร์ต้องทานเหมือนๆกันได้แก่ ไก่ชุบแป้งทอด ผัดเปรี้ยวหวาน น้ำพริกปลาดุก(มียอดฟักแม้วเป็นเครื่องเคียง) อีกอย่างก็คือต้มยำไก่ สุดท้ายเป็นยอดฟักแม้วผัดน้ำมัน

ทั้งหมดนี้เป็นเมนูหลัก ใครมาร้านนี้ก็หนีไม่พ้นต้องทานแบบนี้ ส่วนอาหารโปรดที่ติดอกติดใจชนิดที่ต้องให้ 5 ดาว ก็คือน้ำพริกปลาดุก(อาจเป็นปลาชนิดอื่นก็ได้)

หลังจากทานเสร็จก็ออกมาถ่ายภาพเขาภูพระเจ้าก่อนขึ้นรถ

ร้านนี้เคยมาทานถึง 2 ครั้ง เมนูก็เหมือนเดิมทุกครั้ง ไกด์ลาวบอกว่าเจ้าของเป็นชาวเขา และอาหารทั้งหมดนี้ก็เป็นฝีมือของชาวเขา แต่ถ้าใครมาเห็นสภาพแล้วอาจไม่เชื่อว่าเจ้าของเป็นชาวเขาตามที่หลายคนบอก

เพราะทำเลที่ตั้งร้านก็ต้องถือว่าดีที่สุด ห้องน้ำสะอาดได้มาตรฐาน  ตัวอาคารร้านอาหารสร้างชนิดแข็งแรงและใช้วัสดุอย่างดี ภาชนะใส่อาหารดูดีมีระดับกว่าร้านทั่วๆไป อาหารทุกจานจะมีช้อนกลางครบถ้วน  หากใครได้มาทานก็อาจสังเกตได้ว่าทุกอย่างลงตัว เช่นเมื่อทุกคนลงจากรถมานั่งพร้อมกันแล้ว อาหารก็จะเสิร์ฟทันทีอย่างเป็นระบบ อะไรเติมได้หรือเติมไม่ได้ก็จะบอกชัดเจน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ บอกได้เลยว่าแทบจะหาไม้ได้ในร้านอาหารของคนลาว โดยเฉพาะในถิ่นที่ห่างไกลแบบนี้ จำได้ว่าทุกครั้งที่ไปเที่ยวลาวไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง มักจะเห็นภาพความชุลมุนวุ่นวายกันเป็นประจำ บางครั้งไกด์ทัวร์แทบจะเข้าไปช่วยทำอาหารให้ลูกทัวร์ทาน เพราะช้ามาก สภาพภายในร้านก็ไม่ค่อยจะโสภานัก  ห้องน้ำห้องท่าก็น้อยเกินไปไม่พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่ประดังเข้ามาพร้อมๆกัน

นี่คือปัญหาการจัดการภัตตาคารหรือร้านอาหารของชาวลาวที่ทุกคนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนลาวเขาเป็นแบบนี้ เช่นช้า ขาดการวางแผน และไม่ได้คิดปรับปรุง

แต่ร้าน "พูคูนเคียงฟ้า" ตรงกันข้ามกับร้านอื่นๆชนิดที่ต่างกันอย่างลิบลับ

การที่ใครต่อใครมักบอกว่าร้านนี้มีเจ้าของเป็นชาวเขาบ้าง เป็นแม้ว เป็นม้งบ้าง จึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้

ส่วนเจ้าของตัวจริงที่ไม่แสดงตน เข้าใจว่าน่าจะเป็นนายทุนจากประเทศจีน ที่ให้ชาวเขามาบุกรุกพื้นที่เพื่อสร้างร้านอาหารแห่งนี้แล้วให้คนลาว แล้วให้ชาวม้ง(หรือแม้ว)มาอยู่ประจำร้าน เช่นอาจเป็นพนักงานเสิร์ฟหรือพนักงานเก็บเงิน

ใครมีโอกาสได้ผ่านมาร้านนี้ก็ลองสังเกตดูว่าเป็นจริงตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ และลองสังเกตดูหน้าของตาแคชเชียร์หน่อยว่าเป็นม้งหรือเป็นคนจีน

อย่าลืมนะว่าคนจีนกับม้งนี้บางคนมีหน้าตาคล้ายกันจนดูไม่ออก เพราะชาติพันธุ์ดั่งเดิมของชาวม้งรวมทั้งชาวเขาเผ่าอื่นๆก็มาจากเมืองจีนทั้งนั้น


โฟโต้ออนทัวร์
12 สิงหาคม 2556
    




 

     
 
 
    Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)
ต้องการ save ภาพ
Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls     World Photos     Site Update    Contac Us