Home      Outbound      Luang prabang  Part 4  
   Home
Home  :  Outbound  :  Luang prabang Part 4
 
เที่ยวลาวหลวงพระบางโดยสายการบิน Lao Central Airlines สายการบินแห่งแรกของคนลาว
Laos Tourism : Vientiane, Vang vieng, luang prabang
เที่ยวลาว  :  เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง มรดกโลก
เดินทาง : ธันวาคม 2555
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
ทัวร์ลาวตอนที่ 4
ตลาดสามแยกพูคูน

 
   
 
       เที่ยวลาวตอนที่ 4 สามแยกพูคูน ตลาดคนเดิน หลวงพระบาง ( 87 ภาพ)
 



เที่ยวลาวตอนที่ 4 สามแยกพูคูน ตลาดคนเดิน หลวงพระบาง
(เดินทาง 7-10 ธันวาคม 2555)




ทริปลาวหลวงพระบางดำเนินมาถึงตอนที่ 4 แล้ว และก็ยังเป็นการเดินทางโดยรถยนต์ที่มาจากวังเวียงเพื่อไปหลวงพระบาง ระยะทางหากนับเป็นกิโลเมตรก็ไม่ได้ไกลนักหรือแค่ 210 กม. แต่เนื่องจากเป็นเส้นทางที่วิ่งลัดเลาะไปตามหุบเขา อีกตั้งถนนก็คับแคบจึงทำให้ใช้เวลามากกว่าปกติ

หากนับเวลาที่ออกจากวังเวียงจนถึงหลวงพระบางแล้วก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง โดยเช็คเวลาจาการถ่ายภาพที่บันทึกในไฟล์ดิจิตอล ภาพแรกถ่ายขณะออกวังเวียงในเวลา11.00 น. และภาพสุดท้ายที่เข้าหลวงพระบางในเวลา 19.00 น. ทั้งนี้ได้รวมเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน แวะซื้อผลไม้(ตลาดขายส้ม)แวะตลาดพูคูน รวมทั้งแวะเข้าห้องน้ำไปเรียบร้อยแล้ว

จะว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่นานพอสมควร แต่เนื่องจากสภาพรถบัสค่อนข้างเก่า เร่งแซงไม่ค่อยขึ้น หรือกำลังไม่พอ ประกอบกับคนขับก็ใจเย็นชนิดน่ารำคาญ จึงไม่ต่างกับมาในเที่ยวรถหวานเย็น

ใครมาเที่ยวลาวก็ไม่ควรถือสาหรือเร่งรับกันนัก โดยเฉพาะเส้นทางสายนี้ที่ถือว่ามีทิวทัศน์ที่สวยงาม ผ่านหมู่บ้านชาวลาวหลายชนเผ่า มีทั้งชาว ลาวลุ่ม  ลาวสูง ลาวเทิง บางแห่งก็เป็นพวกม้ง เย้า ฯลฯ ทำให้การเดินทางไม่ค่อยจะน่าเบื่อหน่ายนัก สำหรับผู้ที่ไม่ชินทางที่คดเคี้ยว เหวี่ยงซ้ายที่ ขวาที ก็อาจออกอาการผะอืดผะอมบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับการเดินทางบนภูเขาสูงๆแบบนี้

จุดแวะกลางทางที่สำคัญบนเส้นทางสายนี้ก็คือ " สามแยกพูคูน" หากไม่รีบไม่เร่ง หรือไม่มีฝนตก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะแวะพักเข้าห้องน้ำห้องท่า ถ้ามีเวลามากหน่อยก็อาจแวะตลาดสดที่มีผลิตภัณฑ์ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่เด่นๆก็มีผักสดเช่นยอดฟักแม้ว ลูกฟักแม้ว ผักสวนครัวต่างๆ ผลไม้ป่าแปลกๆ แต่ที่น่าแปลกสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติก็คือบางร้านขายสัตว์ป่าด้วย

หลายปีก่อนได้ยินว่าตลาดพูคูนเป็นแหล่งซื้อขายสัตว์ป่าที่ล่ามาจากภูเขาแถวๆนั้น แต่ตอนหลังเข้าใจว่าทางการมีการเข้มงวด บางร้านมีขายแต่ห้ามถ่ายภาพ บางร้านก็อาจขายให้ลูกค้าประจำที่ต้องสอบถามจากคนขายเอง ไม่ตั้งวางขายแบบประเจิดประเจ้อ

สำหรับคราวนี้เห็นค้างคาวเป็นๆที่จับมัดรวมกันเป็นพวงๆ เข้าใจว่าจับมาจากในถ้ำ

ป่าประเทศลาวบางประเทศขนานนามว่าเป็น ป่าอเมซอนของเอเชีย ที่ผืนป่ายังชุ่มน้ำ บางแห่งก็ขนานนามว่าเป็นประเทศพลังงาน(น้ำ)ที่สำคัญของโลก  

เมื่อมีป่าไม้ยังไม่ถูกตัดทำลายไปมาก จึงทำให้มีสัตว์ป่าอาศัย รวมทั้งยังมีต้นไม้พันธ์เก่าแก่ที่หายากหลายชนิด

ตลาดพูคูนน่าจะสะท้อนให้เห็นว่าที่นี่มีสัตว์ป่าชุกชุม บางร้านขายพวกเขี้ยวสัตว์ป่าเช่นเขี้ยวหมูป่า เขี้ยวเสือ รวมทั้งเขาสัตว์ต่างๆ บางร้านก็ขายพืชสมุนไพร แต่ก็ไม่วางขายมากมายเหมือนบ้านเรา ที่มีทั้งยาหม้อ ยาต้ม ยาทา หรือประเภทบรรจุเป็นแคปซูล บางอย่างก็เป็นประเภทน้ำมัน ที่ทันสมัยหน่อยก็จะบรรจุกล่องไม่ต่างกับยาทั่วไป แต่จะได้มาตรฐานจากอย.หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

ใครที่ทานพวกพืชสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็อย่าได้ปักษ์ใจเชื่อนัก คนโบราณเขาถึงบอกว่า"ลางเนื้อชอบลางยา" หมายความว่าสมุนไพรบางอย่างอาจรักษาหายสำหรับบางคน แต่บางคนอาจไม่ได้ผล

เรื่องสมุนไพรไทยที่โฆษณาขายกันดาษดื่น จึงต้องฟังหูไว้หู อย่าเชื่อจนหัวปักหัวปำ หรือเชื่ออย่างสนิทใจ ที่สำคัญอย่าทานสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง ประเภทยาหม้อหรือยาต้มที่ทานกันเป็นประจำวัน ทานทุกวันแบบต่อเนื่องมันไม่ดี อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่เป็นอันตราย เขาถึงบอกว่าต้องมีเว้นบ้าง เช่นใน 1 เดือนอาจเว้นสัก 7 วัน หากจำไม่ค่อยได้ก็ง่ายๆว่า วันที่ 1- 7 ให้งดเสียเท่านั้นเอง ทำแบบนี้ก็จะไม่มีโทษ

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าสมุนไพรมีทุกภาค สูตรใครก็สูตรมัน แต่ละสูตรก็อ้างสรรพคุณกันชนิดเลอเลิศ บางอย่างก็เป็นกระแส เห่อกันเป็นพักๆ เช่นเห็ดหลินจือ กระเทียม กระชายดำ ดอกคำฟอย ฯลฯ พอนานเข้าก็หายเห่อ ราคาตก เห็ดหลินจืออบแห้งราคาเคยพุ่งไปถึงโลละพันกว่าสมัยที่เป็นยาเทวดา ตอนนี้แจกฟรียังไม่มีใครเอา

จะว่าไปแล้วมันก็กึ่งๆธุรกิจ มีการโปรโมทโฆษณาและทำการตลาดจนแทบจะเป็นยาวิเศษ ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาได้

ในตลาดพูคูนวันนั้นเห็นลูกไม้แห้งเปลือกแข็งชนิดหนึ่ง คนขายบอกว่าเป็นสมุนไพรช่วยรักษาโรคภูมิแพ้รวมทั้งโรคอื่นๆ บอกว่าดีมาก แต่ก็ขายแพงมากชนิดที่ฟังแล้วไม่น่าเชื่อว่าขนาดบนเขายังขายแพงขนาดนี้ หากขายในตลาดข้างล่างจะแพงแค่ไหน คนอยู่ป่าอยู่ดอยแบบนี้ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บก็รักษาด้วยสมุนไพรที่อยู่ในป่า สมุนไพรบางอย่างก็เห็นผลอย่างเร็ว บางอย่างก็อาจเห็นผลช้า 

และในตลาดพูคูนยังมีลูก มักกะลีผลแบบแห้ง วางขายปะปนไปกับพวกเชี้ยวสัตว์ต่างๆ 

ในบ้านเรายังถกเถียงกันว่าต้นมักกะลีผล(นารีผล)ที่มีลูกเป็นคนมีจริงหรือไม่ หรือว่าเป็นต้นไม้ในวรรณคดีที่ไม่มีของจริงให้เห็นแต่อย่างใด

ก็ขอตอบว่า “ต้นมักกะลีผลมีจริงครับท่าน



บ้านเราอาจหายาก ถึงมีก็อยู่ป่าลึก แต่ในลาวมีมากครับ ใครมาเที่ยวลาวก็จะเห็นลูกมักกะลีผลวางขายในท้องตลาด ไม่ได้เป็นไม้หายากแต่อย่างใด

ลูกมักกะลีผลจะห้อยตามต้น คล้ายกับมีคนเอาตุ๊กตาตัวขนาดฝ่ามือไปผูกไว้ จะออกลูกมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นต้นใหญ่หรือต้นเล็ก

มักกะลีผลเป็นไม้ยืนต้น และผลของมันจะคล้ายคนมาก มีทั้งเพศหญิงและเพศชาย(ดูจากอวัยวะเพศ)

ลูกมักกะลีผลมีสีเหลืองแกมเขียว ถ้าเก็บมาแล้วทิ้งให้แห้งก็จะมีสีน้ำตาล แต่ก็ยังคงรูปเป็นมนุษย์แห้งๆอยู่ดี

ปกติคนที่ซื้อไปจะซื้อเป็นคู่คือเพศหญิงกับเพศชาย ซึ่งทางร้านจะมัดรวมกันเป็นคู่หญิงชาย ส่วนราคารู้สึกว่าค่อนข้างแพง ขายในตลาดหลวงพระบางตกคู่ละ 300 บาท ไม่ถูกนะครับกับลูกไม้ป่าแห้งๆแบบนี้

แล้วคนซื้อเอาไปทำอะไร หรือเอาไปปลุกเสกให้กลายเป็นเครื่องลางของขลังก็ไม่อาจทราบ ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละคน บางคนอาจเอาไปทำเสน่ห์ยาแฝดให้คนที่หมายปองลุ่มหลง หรือเอาไปทำพิธีลงยันต์ เรียกผัว เรียกเมีย ที่มีชู้ให้กลับบ้าน

สรุปว่าต้นมักกะลีผล ที่ลูกของมันที่มีลักษณะคล้ายคนนั้นมีจริง โดยเฉพาะป่าในประเทศลาว และคงไม่ต้องไปดูถึงประเทศอินเดียตามนิยายปรำปรา

ใครมาเที่ยวลาวโดยเฉพาะเมืองหลวงพระบางก็จะเห็นเอง ในตลาดหลวงพระบางก็มีมาก คนไทยบางคนสนใจแต่เจอราคาคู่ละ 300 บาท ปรากฏว่าหยิบแล้ววางกันเป็นแถว 

สำหรับการเดินทางครั้งนี้มาถึงหลวงพระบางเอาจนมืด พอมาถึงก็แวะทานอาหารทันที จากนั้นจึงไปเดินเล่นที่ตลาดคนเดิน หรือ Night Market ที่มีผลิตภัณฑ์จากฝีมือคนลาวโดยเฉพาะ ไม่มีของแปลกปลอมที่เป็นของอย่างอื่นแม้แต่ร้านเดียว

นี่คือเสน่ห์ของ Night Market ในหลวงพระบาง สำหรับบ้านเราตลาดคนเดินที่เห็นในที่ต่างๆน่าจะรียกว่าตลาดมั่ว หรือกาดมั่ว คือขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ไปที่ไหนก็เจอแต่เสื้อผ้า ของใช้พลาสติก อุปกรณ์มือถือ

สรุปว่าสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นแทบหาไม่เจอ ใครอยากรู้ว่าจะทำอย่างไรให้เป็นตลาดสินค้าท้องถิ่นโดยไม่มีสินค้าอื่นมาปะปน ก็ต้องมาศึกษาดูงานที่หลวงพระบาง จะได้ทราบว่าเค้ามีเคล็ดลับอะไรที่ทำได้และต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

ส่วนราคาใน Night Market ก็ต้องบอกว่าที่นี่ขายโดยชาวลาว เป็นของที่ทำกันเองในหมู่บ้านของชาวลาวหรือของชนเผ่าต่างๆ ราคาไม่ได้บอกผ่านมากนัก คนขายก็มีจิตใจที่ใส่ซื่อ ลดได้ก็ให้ ต่อมากๆลดให้ไม่ได้ก็บอกไม่ได้ เว้ากันซื่อๆแบบนี้แหละครับ


โฟโต้ออนทัวร์
27  ตุลาคม 2556  


 


 

     
 
 
    Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)
ต้องการ save ภาพ
Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls     World Photos     Site Update    Contac Us