Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์
 
 
Home   :    Photo Gallery   :   Malaysia - Singapore  Part05
 
 
Home  :   Events  : Royal Photos :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :  Portrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :  Clip Video  :  Site Update
 
 Malaysia - Singapore : ภาพท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์    ตอนที่ 5
   
 
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
 
 
 
มาเลเซีย - สิงคโปร์ ตอนที่ 5 : เมืองมะละกา มรดกโลก เมืองท่าสำคัญในอดีต Malacca world heritage
       

 










    



มาเลเซีย-สิงคโปร์ ตอนที่ 5
มะละกา มรดกโลก เมืองท่าสำคัญในอดีต

(เดินทาง 26-29 พค.2556)



ทริปมาเลเซีย-สิงคโปร์ ตอนที่ 5 เป็นการเดินทางจากเมืองเก่ามะละกาสู่เมืองยะโฮ เพื่อข้ามไปยังประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 225 กม.

เมื่อคืนเรานอนที่เมืองมะละกา เมืองประวัติศาสตร์ของมาเลเซียที่พึ่งขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกเมื่อปี คศ.2008 (พศ.2551) ปีเดียวกันกับที่ "ปราสาทพระวิหาร" ของกัมพูชาได้เป็นมรดกโลกเช่นกัน

หลังจาก “มะละกา” เป็นเมืองมรดกโลก การท่องเที่ยวของมาเลเซียก็มีความคึกคัก ต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากประเทศสิงคโปร์และอินโดนีเซียที่อยู๋ติดกัน

กราฟข้างล่างนี้เปรียบเทียบให้เห็นตัวเลขการท่องเที่ยวของไทยกับมาเลเซียว่าแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

เราคิดว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาในบ้านเราค่อนข้างจะมากจนน่าพอใจ แต่พอดูตัวเลขจากข้างล่าง เรากลับแพ้มาเลเซีย ทั้งๆที่เรามีแหล่งท่องมากมายอยู่ทั่วประเทศ ที่น่าประหลาดอีกอย่างก็คือ คนสิงคโปร์แห่ไปเที่ยวมาเลเซียถึงปีละ 13.9 ล้านคน ทั้งที่สิงคโปร์มีประชากรเพียงแค่ 5.4 ล้านคน ขณะเดียวกันคนสิงคโปร์มาเที่ยวไทยในปี 2014 เพียงแค่ 8 แสนกว่าคน ซึ่งห่างไกลจากมาเลเซียมาก


     ที่มา : วิกิพีเดีย

มาเลเซียถึงแม้จะมีแหล่งท่องเที่ยวไม่หลากหลายเท่ากับประเทศไทยและเป็นประเทศที่เล็กกว่าไทย  ดังนั้นการที่เมืองมะละกาได้ขึ้นทะเบีนเป็นมรดกโลกจึงสร้างความภูมิใจให้กับชาวมาเลเซีย หลังรอคอยมาหลายปี

เมืองมะละกาเป็นมรดกโลกลำดับที่ 4 ของประเทศ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นเป็นมรดกโลกมาแล้วถึง 3 แห่ง ได้แก่ “เมืองปีนัง”
ส่วนอีกสองแห่งก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนเกาะบอเนียวได้แก่ “อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู” อยู่ที่รัฐซาบาร์ และ “อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู “ ในรัฐซาราวัก

สำหรับปราสาทพระวิหารที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปีเดียวกับเมืองมะละกา ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้  เนื่องจากต้องมาทะเลาะกับประเทศไทย มีการยิงปืนใหญ่และยิงจรวดใส่กันจนบาดเจ็บล้มตาย เป็นการเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วยสงครามขนาดย่อม

หลายคนคงพอจำกันได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ไทย-เขมร ทะเลาะกันแค่นั้นไม่พอ เขมรยังนำปัญหาการตีความของศาลโลกที่ตัดสินไปแล้วเมื่อปี 2500 ที่ยังไม่มีความชัดเจน ส่งเรื่องให้ศาลโลกชุดปัจจุบันตัดสินเรื่องเส้นแบ่งดินแดนอีกเป็นครั้งที่สอง

บ้านอื่นเมืองอื่นเขามีแต่จะถ้อยทีถ้อยอาศัยกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เอาปัญหาการเมืองภายในไปทะเลาะกับเขมร เรื่องมันจึงยาว จนสร้างความบาดหมางกันอีกครั้ง

รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์เห็นว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีนายนพดล ปัทมะ เป็นรมต.กระทรวงการต่างประเทศ ได้ซูเอี๋ยกับรัฐบาลฮุนเซ็น  ยอมลงนามให้เขมรนำปราสาทพระวิหารไปยื่นต่อยูเนสโกเพื่อขอขึ้นเป็นมรดกโลก ขณะเดียวกันก็มีเอกสารแนบซึ่งเป็นแผนที่ที่เขมรกำหนดขึ้นมาใหม่

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำให้ไทยต้องเสียดินแดนให้เขมรเป็นครั้งที่สอง ระหว่างนั้นก็มีกลุ่มกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน บุกเข้าไปในพื้นที่ที่มีปัญหาโดยอ้างว่าเป็นดินแดนของไทย จนถูกทหารเขมรจับติดคุกติดตาราง (ท่ามกลางการสมหน้ำหน้าของหลายๆคน)

จากความหวาดระแวงของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังสร้างกระแสให้คนไทยเกลียดชังรัฐบาลกัมพูชา และเกลียดชังนายกฮุนเซนว่ามีผลประโยน์ทับซ้อน หวังฮุปแหล่งพลังงานอันมหาศาลในทะเล เนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่าจะมีการกำหนดเขตแดนกันใหม่ ทำให้กัมพูชาได้เปรียบพื้นที่ทางทะเล

ซึ่งเป็นเรื่องนโมทั้งสิ้น และเป็นเรื่องที่ถนัดของพรรคประชาธิปัตย์ที่ชอบให้ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงกันข้ามว่าเป็นพวกขายชาติ

ทุกวันนี้ทั้งไทยและเขมรก็ต้องทำตามคำตัดสินของศาลโลก ต้องถอนทหารออกจากชายแดน และห้ามไทยขัดขวางการเข้าถึงปราสาทพระวิหารของกัมพูชา

สรุปว่าปัญหาไทยกับเขมรยังเป็นเรื่องที่ยังคาราคาซัง และขณะนี้ปราสาทพระวิหารก็ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม แต่ฝั่งไทยสามารถขึ้นไปชะเง้อชะแง้ปราสาทพระวิหารได้จาก "ผามออีแดง" ในเขต อช.ปราสาทเขาพระวิหารจังหวัดศรีษะเกษ

มะละกา(ต่อ)

เมืองมะละกาประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ที่ช่องแคบมะละกา ทางตอนใต้ของทะเลอันดามัน ระหว่างเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซียกับดินแดนมาเลเซีย

ย้อนไปหลายร้อยปีก่อน มะละกาถือว่า "เป็นจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย"และยังเป็นเมืองท่าสำคัญของแหลมมาลายู

ในอดีตดินแดนทางหมู่เกาะอินโดนีเซียและคาบสมุทรมาลายู ต้องตกอยู่ใต้อาณานิคมของชาติมูสลิมจากตะวันออกลาง สาเหตก็เนื่องจากพื้นที่ในย่านนี้เต็มไปด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร ซึ่งเป็นที่ต้องการของแขกอิสลาม ทำให้ศาสนาอิสลามเขามาเผยแพร่ในดินแดนทางแถบนี้ จนขยายกลายเป็นดินแดนแห่งใหม่ของโลกมูสลิม โดยมีสูลต่านเป็นเจ้าเมือง

ในทุก 5 ปี ประเทศมาเลเซียจะมีการคัดเลือกกษัตริย์ประจำประเทศ เรียกว่า ”ประมุขสูงสุดแห่งรัฐของสหพันธรัฐมาเลเซีย” โดยให้ประมุขจากรัฐต่างๆมาประชุมกันเพื่อคัดเลือกประมุขสูงสุดประเทศมาเลเซีย โดยจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ประมุขสูงสุด 

ปัจจุบันมาเลเซียประกอบไปด้วย 13 รัฐ(เทียบเท่าจังหวัด) แต่มีเพียง 9 รัฐเท่านั้นที่มีประมุขหรือมีสูลต่านประจำเมือง และเนื่องจากประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่  พร้อมกับรับเอาระบอบการปกครองแบบอิสลามเข้ามาเมื่อหลายร้อยปีก่อน คนไทยที่ไปเที่ยวมาเลเซียก็อาจมีโอกาสได้รับรู้สิ่งต่างๆที่เป็นเรื่องของโลกมูสลิม

เช่นมาเลเซียมีธงชาติประจำรัฐ จากทั้งหมด 13 รัฐ และมีกฏหมายวัฒนธรรมที่ใช้บังคับสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม

คนอิสลามเมื่อทำผิดก็จะลงโทษตามกฏหมายของอิสลาม เช่นมีการโบย ส่วนผู้ที่นับถือศาสนาอื่น เช่น พุทธ ซิกซ์ ฮินดู ก็จะใช้กฏหมายแพ่ง กฏหมายอาญา เช่นเดียวกับประเทศไทย

ยกตัวอย่างเช่นการจับมือถือแขนในที่สาธารณะของหนุ่มสาวชาวอิสลาม จะกระทำได้เฉพาะคู่สามีภารยากันเท่านั้น แค่เป็นแฟนกันแล้วเดิมจับมือถือแขน ถือว่าทำผิดกฏของศาสนา จะถูกตำรวจวัฒนธรรมของอิสลามจับกุมและส่งฟ้องศาลอิสลามได้ ผลจากการกระทำก็อาจถูกโบย

ถามว่ามันยุ่งและสับสนหรือไม่ ก็คงต้องบอกว่าไม่มีปัญหา เค้าปกครอง เค้าดูแลกันได้ และประเทศก็ความสงบสุขพอสมควร

กฏหมายเมืองไทยดูแล้วค่อนข้างอิสระเสรีมากกว่าหลายๆชาติ ตัวอย่างเช่นเรื่องการข่มขืนกระทำชำเราสตรีที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ถือว่าพรากผู้เยาว์ แต่ถ้าอายุมากกว่านั้น ก็ต้องพิสูจน์ว่าสมยอมหรือไม่ ถ้าสมยอมก็พ้นผิด แม้จะเป็นการข่มขืนผู้ที่ไม่ไช่ภรรยาของตน อาจผิดศีล5 แต่ไม่ผิดกฏหมายบ้านเมือง

แต่กฏหมายของประเทศลาว บอกว่า “การได้เสียกับอื่นที่ไม่ไช่ภรรยาตนมีความผิด “

ลาวไม่มีคำว่าสมยอม ไปทำอะไรกับสาวลาวแล้วเค้าไปฟ้องว่าได้เสียกันก็ติดคุกลูกเดียว ต่อให้มีหนังสือสัญญา ต่อให้ฝ่ายหญิงบอกว่าสมยอม ศาลก็ไม่ฟัง ใครไปเที่ยวลาวแล้วคิดมิดีมิร้ายก็ต้องระวัง

ทางที่ดี แต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นลาวน่าจะเป็นทางออกที่ดี จะแต่งกี่ครั้ง จะหย่ากี่ครั้งก็ไม่มีใครว่า แต่ที่แน่ๆวิธีนี้ไม่ผิดกฏหมายแน่นอน

เขียนเรื่องมะละกาแต่ดันข้ามไป สปป.ลาว ก็ขอวกกลับมาที่มะละกาอีกครั้ง

ในยุคประวัติศาสตร์ชาติจากทางตะวันออกกลางได้เข้ามายึดเมืองมะละกาเป็นอันดับแรกก่อนชาติใด จากนั้นก็มีโปรตุเกส และอังกฤษ เข้ามาล่าเมืองขึ้นตามลำดับ

มะละกาจึงถือเป็นรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย เช่นเดียวกับเมืองสุโขทัย ที่เป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของชาติไทย

สำหรับโปรแกรมเดินทางในวันนี้เราจะเดินทางจากเมืองมะละกาเพื่อลงไปทางตอนใต้สุดที่เมืองยะโฮ จากนั้นก็จะข้ามแดนไปยังประเทศสิงคโปร์

ระยะทางจากมะละกาสู่ชายแดนที่เมืองยะโฮประมาณ 225 กม. ซึ่งไม่ไกลนัก และการเดินทางจะใช้เส้นทางไฮเวย์ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลัก 

เส้นทางสายหลักของมาเลเซียที่วิ่งจากตอนเหนือสุด หรือจากชายแดนไทยที่ด่านปาดังเบซาร์ เพื่อลงไปใต้สุดของมาเลเซีย  ได้รับการพัฒนาให้เป็นถนนสายมาตรฐานในสมัยของอดีตนายกฯ ดร.มหาเธร์ โมหะหมัด  ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกฯมายาวนานถึง 22 ปี (พ.ศ.2524-2546)

ในระหว่างที่ดร.มหาเธร์ฯ เป็นนายกฯก็ได้สร้างความเจริญให้กับมาเลเซียแบบก้าวกระโดด จนแซงหน้าไทยไปเรียบร้อยแล้ว

ราว 5-6 ปี ก่อน ได้ยินข่าวว่าถนนไฮเวย์จากเหนือสุดที่เริ่มต้นจากชายแดนไทยไปจนถึงใต้สุดที่เมืองยะโฮ ที่มีระยะทาง 850 กิโลเมตร รัฐบาลมาเลเซียจะให้บริการ WIFI แก่นักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง เรียกว่าเอาใจนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากประเทศไทยที่ข้ามไปเที่ยวสิงคโปร์โดยทางรถยนต์ 

แต่การมาเที่ยวมาเลเซียครั้งนี้ก็ไม่ได้ทดสอบว่า WIFI สามารถใช้การได้ดีตลอดเส้นทางหรือไม่ เรียกว่าลืมสนิทไปเลย

พูดถึงเรื่องการสื่อสารนี้ต้องถือว่ามาเลเซียล้ำหน้าไทยไปค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีฐานะดีกว่า มีงบประมาณมากพอที่พร้อมจะลงทุน นอกจากนี้มาเลเซียยังพัฒนาบุคคลากรเพื่อจะรองรับการพัฒนาประเทศได้อย่างสอดคล้องกัน หรือทำตามโร๊ดแมปที่รัฐบาลชุดก่อนๆได้วางแผนไว้ล่วงหน้า

หลายคนคงจะรับรู้เรื่องการพัฒนาประเทศของมาเลเซียที่ก้าวล้ำไทย แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบก็คือการพัฒนาด้านการศึกษา ที่แข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ เรียกว่าก้าวตามสิงคโปร์มาอย่างติดๆ บุคคลากรที่จบการศึกษามีคุณภาพสูงกว่าผู้ที่จบจากเมืองไทย

เราพึ่งจะรู้ตัวว่าคุณภาพทางการศึกษาไทยอยู่ในขั้นแย่มากหลังจากองค์กรต่างประเทศมีการสำรวจเมื่อสองปีที่ผ่านมา แรกๆก็ไม่ค่อยจะมีคนเชื่อว่าคุณภาพทางการศึกษาของเด็กไทยจะแพ้เวียดนาม และลาว แต่มาตอนหลังๆก็เริ่มจะเชื่อ เนื่องจากงานวิจัยอีกหลายๆสำนักของต่างประเทศออกว่ามีผลใกล้เคียงกัน

สำหรับตอนต่อไปจะพาไปเที่ยวสวนสนุกที่มีชื่อของสิงคโปร์ ก็คือ Universal Singapore ซึ่งเป็นสวนสนุกระดับโลกที่ผู้คนทุกระดับสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้



โฟโต้ออนทัวร์
7  กันยายน 2558




แผนที่มาเลเซีย




แผนที่ยะโฮ-สิงคโปร์





 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ