Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์
 
 
Home   :    Photo Gallery   :   Malaysia - Singapore  Part09
 
 
Home  :   Events  : Royal Photos :  Photos Gallery  :  Outbound tour  :  Flowers  :  Portrait   :   Asia Girls  :   Wallpapers  :   News  :  Clip Video  :  Site Update
 
 Malaysia - Singapore : ภาพท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์    ตอนที่ 9
   
                 
Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5
Part 6
Part 7
Part 8
Part 9
 
มาเลเซีย - สิงคโปร์ ตอนที่ 9 : Orchard Road & Changi Airport : ออร์ชาร์ดถนนช็อปปิ้งและสนามบินซางฮี สิงคโปร์
       

 










    



มาเลเซีย-สิงคโปร์ ตอนที่ 9
Orchard Road & Changi Airport, Singapore

(เดินทาง 26-29 พค.2556)


ทริปสิงคโปร์ มาถึงตอนสุดท้ายแล้วครับ ก่อนกลับก็แวะซ้อปในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังได้แก่ "ถนนออร์ชาร์ด"
ซึ่งเมื่อก่อนถือว่าเป็นย่านสินค้าปลอดภาษีที่มีชื่อ ขายสินค้าราคาถูกมากมาย
 
สมัยก่อนแต่ละประเทศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าไว้สูงเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศ และต้องการเก็บภาษีแพงๆสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย แต่สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรอะไร และไม่มีแหล่งท่องเที่ยวเหมือนประเทศอื่น เนื่องจากเป็นเกาะเล็กๆ  จึงใช้นโยบายลดภาษีนำเข้าพวกสินค้าที่นักซ้อปทั้งหลายชอบกัน  เพื่อให้สินค้าในประเทศมีราคาถูกเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว 

แต่ปัจจุบันสภาพการเปลี่ยนไป  สินค้าที่นักท่องเที่ยวชอบซื้อกันเช่นอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องสำอางค์ บุหรี่ กระเป๋าแฟชั่น กล้องถ่ายภาพ ฯลฯ แต่ละประเทศมีราคาไม่แตกต่างกันนัก จึงไม่เป็นที่จุงใจให้คนไปเที่ยว รัฐบาลสิงคโปร์จึงต้องใช้วิธีการอื่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์มีสวนสนุกหลายแหล่ง  บางแห่งใหญ่โตระดับโลก  เช่น Singapore Universal Studios ที่เปิดมาได้ราว 10 ปี   ความจริงสวนสนุกแห่งนี้ก็เป็นการลงทุนของต่างชาติที่มีประสบการณ์ทางด้านสวนสนุกและการให้ความบันเทิง หากเดาก็น่าจะเป็นรายเดียวกับนักลงทุนที่ลาสเวกัส ในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศเช่นเกาะมาเก้า เขตปกครองพิเศษของจีน

สถานท่องเที่ยวที่ตามมาหลังเปิด Singapore Universal Studios ได้ไม่นานก็คือ Garden by the Bay ซึ่งเป็นสวนต้นไม้ดอกไม้ที่อยู่ภายในโดมกระจกใสขนาดใหญ่  ใครไปเห็นต่างก็บอกว่ายิ่งใหญ่อลังการมาก  โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นๆที่มีการเปิดไฟประดับ

สถานที่อีกแห่งที่มีชื่อเสียงก็คือ Marina bay sands  เป็นโรงแรมที่มีสระว่ายน้ำลอยฟ้า เป็นโรงแรมสุดหรูระดับ 6 ดาว ลักษณะเป็นรูปเรือตั้งบนเสา 3 ต้น ชั้นบนสุดจะเป็นสระว่ายน้ำ สามารถมองเห็นวิวได้รอบเกาะสิงคโปร์

และไม่นานมานี้สภาผู้แทนราษฏรของสิงคโปร์ได้ผ่านกฏหมายสำคัญ ทำให้สิงคโปร์สามารถเปิดกาสิโนได้  จากเมื่อก่อนที่ไม่อนุญาต ซึ่งกาสิโนที่เปิดนี้อยู่ภายในโรงแรมลอยฟ้า Marina bay sands ใครเข้าไปใช้บริการน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก คนทั่วไปคงเข้าไปได้ยาก

 
Garden by the Bay

 
Marina bay sands & Swiming pool



Casino Singapore (in Marina bay sands)

ประเทศที่อยู่รอบบ้านเราขณะนี้มีแหล่งกาสิโนหมดแล้ว เช่น  มาเลเซีย  กัมพูชา ลาว และพม่า บ้านเราที่ไม่อนุญาตก็เพราะคิดว่าเราเป็นเมืองพุทธ และผิดศีล 5 ซึ่งทุกครั้งที่มีข่าวหรือโยนก้อนหินถามทาง  ก็จะมีคนออกมาต่อต้านทุกครั้ง

ปัจจุบันคำว่า กาสิโน - Casino มันไม่ไช่เป็นบ่อนโดดๆ เหมือนกับที่หลายคนเข้าใจ เนื่องจากมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสถานที่บันเทิงที่มีอีกหลายๆอย่าง กาสิโนควบคุมได้ สามารถคัดกรองผู้จะเข้าไปใช้บริการได้ เช่นอาจใช้พาสปอร์ต ส่วนตาสีตาสาคงเข้าไปไม่ได้ และกาสิโนก็เป็นสถานบันเทิงที่นำรายได้
เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

ประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว สามารถให้มีบริการเรื่องกาสิโนได้ การจะอ้างว่าเรามีแหล่งท่องเที่ยวดีๆอยู่แล้วมากมาย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งรายได้จากกาสิโน แนวคิดแบบนี้มันหมดสมัยไปแล้ว อีกอย่างคนที่คัดค้านก็ไม่เคยเห็นว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเขาทำกันอย่างไร ควบคุมกันอย่างไร และสร้างรายได้เข้าประเทศได้มากมายแค่ไหน

เรายังอ้างเรื่องเมืองพุทธ อ้างศีล5 ประเทศไทยมีศาสนาพุทธ แต่ก็หาความสงบแทบไม่ได้ ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ มีความแตกแยกกันอย่างชัดเจนชัดเจน ความเป็นเมืองพุทธ ถือศีล 5 จึงไม่ไช่เหตุผลที่จะนำมาอ้าง

ในทางตรงกันข้าม เมืองไทยทุกวันนี้กลายเป็นเมืองพุทธที่เต็มไปด้วยเดรัจฉานวิชา ปลุกเสกเลขยันต์กันทั่วประเทศ เป็นทางเสื่อมทั้งนั้น แต่องค์กรสงฆ์กลับมองไม่เห็นความตกต่ำของพุทธศาสนา ไม่พอพระชั้นผู้ใหญ่ในองค์กรสงฆ์ก็ยังเกลือกลั้วอยู่กับสิ่งเหล่านี้
 
มาเลเซียเป็นประเทศอิสลามที่เคร่งครัดกว่าเรามาก และในกฏของศาสนาก็ห้ามเด็ดขาด  แต่กลับอนุญาตให้เปิดกาสิโนได้ที่ "เกนติ้งไฮแลนด์" ดูแล้วน่าจะขัดแย้งกับหลักศาสนา แต่เค้าก็ทำได้โดยไม่ผิดกฏ ทั้งนี้ก็เนื่องจากมีข้อตกลงกับผู้ลงทุนซึ่งเป็นชาวจีน-มาเลเซีย ว่าห้ามอิสลามเข้าไปเล่น หรือห้ามเข้าบ่อน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ตาม


ถนนออร์ชาร์ดสิงคโปร์

แหล่งซ้อปปิ้งเก่าแก่ที่คนไทยคุ้นชื่อ  ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแหล่งซ้อปแห่งเดียวที่นักท่องเที่ยวมักไม่พลาด ส่วนราคาน่าจะพอๆกับบ้านเรา หรือถูก-แพงกว่ากันไม่มาก และไม่เป็นที่จุงใจเหมือนเมื่อก่อน  ที่บางคนมาซ้อปปิ้งซื้อของที่สิงคโปร์แล้วนำกลับไปขายที่เมืองไทย ก็ยังมีกำไรคุ้มค่าเครื่องบิน เหมือนได้เที่ยวสิงคโปร์ฟรีๆ

ข้อเสียของการซื้อจากสิงคโปร์หรือจากประเทศอื่นๆก็คือ หากมีปัญหาก็ไม่สามารถเคลมได้ แม้ว่าจะใบรับประกันแล้วก็ตาม ต่างกับของที่ซื้อในบ้านเรา  แพงหน่อยแต่มีการรรับประกัน จึงสบายใจกว่า

วันนั้นจำได้ว่าไม่ได้ซื้ออะไรติดมือมาเลย  ดูๆแล้วบ้านเราก็มีทั้งนั้น  เดินไปเดินมาชักร้อนจึงแวะซื้อไอติม Walls แบบรถเข็น นั่งทานที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ ปรากฏว่าอร่อยจนติดใจ  ยี่ห้อนี้ก็มีขายในบ้านเรา  แต่ทำไมไอติมแบบที่เห็นนี้จึงไม่มีในบ้านเรา

  
ไอติม วอลล์ สิงคโปร์

อร่อยทีเดียว  คนไทยที่ไปเที่ยวสิงคโปร์ต่างก็บอกต่อๆกันว่า  ต้องลอง ต้องชิม  

ซ้อปปิ้งเสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินของสิงคโปร์  มีชื่อว่า “ ซางฮี หรือ Changi ”  สนามบินซางฮีครองแชมป์สนามบินอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันหลายปีแล้ว  ใครมีโอกาสได้ใช้บริการก็จะประทับใจในหลายๆเรื่อง  เช่นการบริการอย่างรวดเร็วในตอนเช็คอิน
 
เช็คอินเสร็จก็ผ่าน ตม. เพื่อตรวจพาสปอร์ต ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เข้าไปภายในโซนผู้โดยสารขาออก  โดยที่ยังไม่มีการสะแกนตัวเรานะครับ  ต่างกับหลายๆแห่งที่พอผ่าน ตม.ก็จะต้องผ่านเครื่องสะแกนต่อเนื่องกันไปเลย แต่ที่สนามบินซางฮีขั้นตอนนี้จะไปอยู่ตอนท้ายสุดก่อนขึ้นเครื่อง เข้าใจว่าแต่ละ Gate จะมีเครื่องสะแกนแบบ Gate ใคร Gate มัน

ในระหว่างนี้เราก็เดินเล่น ซ้อปปิ้งตามร้าน “ดิวนี้ฟรี” เช่นเดียวสนามบินสุวรรณภูมิในบ้านเรา

หากมีเวลาเหลือก็หามุมทาน น้ำชากาแฟตามจุดต่างๆที่มีหลายแห่ง  บรรยากาศในโซนนี้ก็ชิลๆ  สบายๆ  มีที่นั่งมากมาย ต่างกับสนามบินสุวรรณภูมิค่อนข้างมาก

ในภาพชุดนี้พยายามเก็บบรรยากาศมาให้ดูกันว่าสนามบินอันดับ 1 ของโลกมีหน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับสนามบินในบ้านเราและในที่อื่นๆ

ขณะที่อยู่ภายในสนามบิน  มีเรื่องน่าแปลกอีกอย่างก็คือมีสุภาพสตรีถือ Tablet เข้ามาสอบถามเรา(สุ่มถามบางคน) ถึงความสะดวก ความไม่สะดวกในการใช้บริการ

จำไม่ได้ว่าถามอะไร รู้แต่ว่าถามแค่ 3 คำถามเท่านั้นเอง  และใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที เรียกว่ารบกวนเราน้อยมาก
ในวันนั้นคนไทยหลายไม่ทราบว่าสุภาพสตรีแปลกหน้าเข้ามาหาเราทำไม(พูดภาษา อ.) ก็งงกันไปหมด

แต่เนื่องจากพอจะทราบมาก่อนแล้วว่าที่น่ มีการเก็บข้อมูลจากนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ในงานวิจัยอยู่เป็นประจำ จึงรู้ความประสงค์
คำถามก็ง่ายๆ เพียง 3 คำถาม เหมือนให้ตอบ ก ข ค ประมาณนั้น  อาจสงสัยว่าถามแค่นั้นหรือ ทำไมคำถามน้อยจัง  ก็ตอบว่าคงไม่ไช่  เพียงแต่ว่าโซนนั้น (เช็คอิน) มีแค่ 3 คำถาม ส่วนโซนอื่นก็น่าจะมีเจ้าหน้าที่คนอื่นคอยสอบถามนักท่องเที่ยวด้วยคำถามอื่นที่แตกต่างกัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกเก็บไว้ที่ Tablet ไม่ต้องมีแบบสอบถามให้ยุ่งยาก

ที่เล่าให้ฟังก็เพื่อจะบอกว่านี่อาจเป็นคำตอบว่าทำไมสนามบินซางฮีจึงได้รางวัลทุกปี ก็เพราะเค้าปรับปรุงการให้บริการอยู่ตลอดโดยผ่านงานเก็บข้อมูลจากนักท่องเที่ยวเพื่อไปนำไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ประเทศที่พัฒนาแล้วโดยส่วนใหญ่จะทำงานกันลักษณะนี้  คือใช้การวิจัยเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา โดยการเก็บตัวอย่าง ถามความเห็น แล้วนำไปวิเคราะห์ พัฒนาปรับปรุง  ส่วนประเทศที่ยังไม่พัฒนาก็จะแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้สึก  เช่นเวลามีปัญหาก็ใช้วิธีเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ออกความเห็นกัน  แล้วสรุปแนวทางปฏิบัติ  เรียกว่าใช้มโนหรือกันเอาเองในการแก้ปัญหา

ประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกตัวอย่าง ที่เน้นในเรื่องการวิจัยเป็นอย่างมาก การศึกษาในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นจึงมีแต่การวิจัย (Research)เป็นหลัก  แม้แต่รายการโทรทัศน์ช่อง NHK ของญี่ปุ่น ที่ดูจากเคเบิ้ลของ True ในช่อง 793 ออกอากาศเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็พอจะเดาได้บ้าง จะเห็นว่ารายการบันเทิงบางรายการ มีการนำงานวิจัยมาแข่งขันกันในรูปแบบของความบันเทิงที่ชวนให้ติดตาม

เช่นการแข่งขันเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์  ที่ตั้งโจทย์ว่าจะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ตามเกณฑ์ที่กำหนด ใครทำได้ดีที่สุดก็ชนะไป และรายการทีวีก็ยังไปถ่ายทำเบื้องหลังของคู่แข่งว่า ทำอย่างไร คิดอย่างไร วางแผนอย่างไร ทดสอบกันอย่างไร ดูแล้วมีสาระ คนที่ดูก็ได้ความรู้ไปด้วย

ดูช่อง NHK 793 (เคเบิ้ล) ทำให้เข้าใจสังคมของญี่ปุ่นได้มากขึ้น ทุกวันนี้ก็เปิดช่องนี้เป็นหลัก

ช่อง 793 เป็นการเจอโดยบังเอิญ  เพื่อหนีรายการปกติช่วงหัวค่ำในบ้านเรา ที่เป็นรายการประหยัดไฟของ คสช.  หลายคนอาจปิดทีวีหนี แต่เนื่องจากทีวีที่บ้านสามารถรับช่องต่างประเทศได้หลายช่องเช่น จากช่อง 791-เกาหลี(พิธีกรสวยน่ารัก), 792- ออสเตรเลีย, 793-ญี่ปุ่น(NHK), 794- จีน   ฯลฯ จึงมีโอกาสได้เห็นความหลากหลาย

ใครใช้บริการ Cable True ก็ลองเข้าไปดู  แล้วจะรู้ว่า 793 NHK ได้สาระประโยชน์มาก  ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แต่ก็พอจะเดาได้นะครับ
  

ทริป มาเล-สิงคโปร์ ก็จบบริบูรณ์




โฟโต้ออนทัวร์
26 มกราคม 2560
















 
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ