Home
Home : Outbound : Middle Vietnam Part 1

ทริปเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน ถ้ำฟองญา ตค. 2555 (ในเส้นทางสายใหม่)
Middle Vietnam Tour (3rd) Hue - Danang - Hoi An - Phong Nha Cave

ตอนที่ 1 การเดินทางจาก จ.นครพนม ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 ทีท่าแขก แขวงคำม่วน สู่เวียดนามกลาง
ตามทางหลวงหมายเลข 12 ใช้ระยะทางราว 157 กม.ถึงด่านนาเผ้าของลาว และด่านจาลอของเวียดนาม

 

                                 


                                 


                                 

 

Middle Vietnam Part 1
ทริปเวียดนามกลาง ตอนที่ 1

(เดินทางเดือนตุลาคม ปี55)




ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวเวียดนามกลาง แต่คราวนี้ใช้เส้นทางใหม่โดยออกไปทางชายแดนจังหวัดนครพนม แล้วข้ามแม่น้ำโขงไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ของลาว เพื่อไปยังประเทศเวียดนาม

การที่ใช้เส้นทางนี้ก็เพื่อเลี่ยงถนนสายเก่าที่มีปัญหาทรุดโทรม และเป็นทางเลือกใหม่ของการเดินทางสู่เวียดนามกลาง

ปรากฏว่าเส้นทางสายนี้มีทิวทัศน์สวยงามกว่าเส้นทางเก่าหรือทางหลวงหมายเลข 9 ชนิดหนังคนละม้วน

แต่เดิมการเดินทางไปประเทศเวียดนามโดยทางรถยนต์ จะต้องผ่านด่านจังหวัดมุกดาหาร แล้วข้ามสะพานไปยังฝั่งลาว จากนั้นจึงวิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 9 ที่เคยเป็นถนนท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อราว 7-8 ปีที่ผ่านมา

ทางหลวงหมายเลข 9 สร้างเสร็จพร้อมๆกับสะพานมิตรไทยลาวแห่งที่ 2 ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดมุกดาหาร กับ แขวงสะหวันเขตของลาว โดยสมเด็จพระเทพฯเสด็จทำพิธีเปิดเมื่ิอเดือนธันวาคม 2549 ซึ่งครั้งนั้นชาวลาวออกมารับเสด็จกันที่วัดพระธาตุอิงฮังกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน ซึ่งชาวลาวกล่าวว่า "เป็นครั้งแรกที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จไปที่นั่น"

สำหรับทางหลวงหมายเลข 9 จะออกไปทางเมืองกวางตรี(Quang Tri)ของเวียดนาม ไม่ห่างจากเมืองดองฮอย(Dong Hoi) ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดมากนัก
 


หลังจากทางหลวงหมายเลข 9 ของลาวที่มีประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้สนับสนุนออกทุนก่อสร้างได้ใช้งานมาได้ระยะหนึ่ง ก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ใครไปเที่ยวในช่วงราว 3-4 ปีมานี้ ก็คงจะทราบดีว่ามันแย่ขนาดไหน

สาเหตุหลักก็คือมีรถบรรทุกวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองทองคำวิ่งผ่านเป็นประจำ รถบรรทุกแบบพ่วงอาจไม่ใหญ่โตนัก แต่สิ่งของที่บรรทุกนั้นคงหนักเอาการ ถนนจึงพังเร็ว

เข้าใจว่าขณะนี้รัฐบาลลาวน่าจะลงมือซ่อมถนนเป็นแล้วบางส่วน เนื่องจากเป็นเส้นทางท่องเที่ยวและถนนสายเศรษฐกิจสำคัญของลาว

ภาพเปรียบเทียบทางหลวงหมายเลข 9 ในปีที่เปิดใช้เมื่อปี 2550 กับปี 2556 ที่กำลังซ่อมแซม โดยมีเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำ สปป.ลาว ร่วมเป็นประธานเปิดงานก่อสร้างซ่อมแซมด้วย เรียกว่าญี่ปุ่นเป็นทั้งเจ้าภาพลงทุนสร้างถนน และยังเป็นเจ้าภาพในการซ่อมถนนด้วย



เวียดนามกลางสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ 2 เส้นทาง


เส้นทางที่ 1 ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ที่เชื่อมจังหวัด มุกดาหาร กับ แขวงสะหวันเขตของลาวแล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 9 มุ่งหน้าไปยังประเทศเวียดนาม เส้นทางนี้มีระยะทาง 250 กม. จนถึงชายแดนลาวที่ “ด่านสวรรค์ – Dan Sawan Border “  

และเมื่อถึงเวียดนามแล้วก็จะเป็นด่าน ”ลาวบาว Lao Bao Border “ ที่หลายคนคุ้นเคย

เส้นทางที่ 2 ข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 ที่เชื่อมจังหวัด นครพนม กับ แขวงคำม่วนของลาว นั่งรถไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ของสปป.ลาว จนถึงชายแดนที่ด่านนาเผ้า (Na Phao) และด่านจาลอ(Cha lo )ของเวียดนาม ใช้ระทางราว 157 กม. ซึ่งใช้ระยะทางที่วิ่งในลาวสั้นกว่าเส้นทางที่ 1

และภาพท่องเที่ยวเวียดนามกลางในทริปนี้ก็จะเป็นการเดินทางในเส้นทางที่ 2 หรือทางหลวงหมายเลข 12  ซึ่งจะเห็นว่าทิวทัศน์สองข้างทางแตกต่างและสวยงามกว่าเส้นทางแรกที่ออกไปทางจังหวัดมุกดาหาร


ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางสายใหม่สู่เวียดนามกลาง


สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยวเวียดนามกลาง หลังจากที่เปิดเส้นทางเชื่อม 3 ประเทศ และนักท่องเที่ยว(โดยเฉพาะคนไทย)ได้เดินทางท่องเที่ยวมาได้ระยะหนึ่ง ก็ปรากฏว่าเวียดนามได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของเวียดนาม นั่นก็คือ

“อช.ถ้ำฟองญา-เกบ่าง - Phong Nha-Ke Bang National Park“
ที่นักท่องเที่ยวไทยรู้จักกันในชื่อ"ถ้ำฟองญา”

มรดกโลก-ถ้ำฟองญา อยู่ในเขตเวียดนามกลาง ไม่ไกลจากเมืองเว้เท่าใดนัก ดังนั้นโปรแกรมทัวร์เวียดนามกลางในเวลานี้จึงพ่วงเอา มรดกโลกถ้ำฟองญาเข้าไปด้วย พร้อมกับขยับโปรแกรมอื่นให้กระชับลง เพื่อให้ได้ระยะเวลาเท่าเดิม ซึ่งในโปรแกรมเดียวกันนี้ยังมีรายการนั่งกระเช้าที่เขาเมืองดานังเข้าไปด้วย เท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวแต่ได้นกหลายตัว จากอดีตที่มีแหล่งท่องเที่ยวไม่กี่แห่ง

เรื่องกระเช้าหรือ Cable Car ประเทศอื่นเค้าไปไกลกว่าเราหลายช่วงตัวแล้วนะครับ บ้านเรายังงมโข่งเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทบต่อการทำมาหากินของชาวบ้าน ต้องทำประชาพิจารณ์ ยังระแวงสารพัดเรื่อง ไม่ต่างกับความคิดของพวกกบในกะลา

ทั่วโลกเขารู้และเข้าใจหมดแล้วว่า ไม่มีปัญหาเรื่องการตัดต้นไม้ทำลายป่า เนื่องจากมีเสาเหล็กที่สูงลิบ กระเช้าจึงลอยอยู่เหนือยอดไม้ และที่ไหนๆเขาก็ทำกัน ไม่ต้องมาคิดมากเหมือนบ้านเรา ขณะเดียวกันมันช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ชุมชนใกล้เคียงมีการพัฒนาให้เจริญยิ่งขึ้น คนในชุมชนก็มีรายได้มากขึ้น

บ้านเราพอพูดถึงกระเช้าลอยฟ้า ก็ออกมาประท้วงกันไว้ก่อน บางแห่งก็ทะเลาะจนถึงกับฆ่ากันตาย เช่นกรณีการสร้างกระเช้าที่ปลายแหลมหาดสงขลา ผิดกับประเทศอื่นที่มีแต่คนสนับสนุน และอยากให้มีขึ้นในท้องถิ่นของตน

เรื่องนี้รัฐบาล(คสช.)ต้องใจกล้า ต้องเอาจริงทำจริงกับโครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึงที่กำลังดำเนินการ การต่อต้านมีแน่ แต่ต้องปราบให้อยู่ หากโครงการนี้สอบผ่านและไม่มีปัญหา โครงการอื่นๆก็จะตามมาอีกหลายแห่ง เช่นเขาใหญ่ ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ ฯลฯ

โครงการใหญ่ๆที่ประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน ย่อมมีอุปสรรค ตัวอย่างเช่นการโครงการรถไฟฟ้า BTS ที่มีแรงต่อต้านมากมายในระยะแรก อ้างเรื่องเสียพื้นที่ของถนน รถกระเช้าสูงๆเพื่อดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ กลัวเรื่องเสียงดัง กลัวมลพิษ กลัวจิปาถะ

คงจำกันได้ว่าโรงเรียนมาแตร์เดอี ที่บรรดาครู ผู้ปกครอง นักเรียน ถือป้ายประท้วง แล้วตอนนี้เป็นไง..ขี้คร้านจะขอบคุณโครงการนี้ และขณะนี้รถไฟฟ้ากลายเป็นของจำเป็นสำหรับคน กทม. ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามชานเมืองก็ลุ้นว่าเมื่อไหร่มาสร้างแถวๆบ้านของตนเอง


มาเที่ยวต่อ

ถ้ำฟองญา หลายคนอาจเคยไปมาแล้ว และอาจบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย

ก็ขอบอกว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสำรวจที่เปิดพื้นที่บางส่วนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมเท่านั้น ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญยังไม่เปิดให้ชม

จากการสำรวจในเบื้องต้นของชาติตะวันตกแล้วบอกว่า อช.ถ้ำฟองญา มันคือถ้ำใต้ดินที่มียาวมาก อาจลอดชั้นดินจนถึงดินแดนของลาว จนมีชื่อเรียกว่า Infinity Cave หรือถ้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ข่าวที่ออกมาในระยะแรกๆสำหรับ อช.ฟองญา – เกบ่าง ก็ยังไม่มีอะไรมากนักเนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการสำรวจ และพื้นที่ก็อยู่ในป่าเขา ยากแก่การเข้าไปถึง แต่ขณะนี้เริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อนิตยสาร National Geographic ส่งทีมงานไปสำรวจพร้อมกับถ่ายภาพและถ่ายภาพยนต์ออกมาเพื่อให้ชาวโลกได้รู้จัก 

ข้อมูลล่าสุดพบว่า อช.ฟองญา-เกบ่าง ของเวียดนามมีถ้ำใต้ดินที่มีขนาดใหญ่โตและยาวที่สุดในโลก มีชื่อว่าถ้ำ “เซิน ด่อง -  Son Doong  Cave “ ยาวถึง 5 กิโลเมตร นอกจากนี้ก็ยังพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นจากถ้ำใดๆมาก่อน

เวียดนามยังไม่เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก และการที่มนุษย์เข้าไปในบริเวณนั้นก็อาจเป็นการรบกวนธรรมชาติที่ปราะบางมาก ทางคณะสำรวจและรัฐบาลเวียดนามจึงต้องปกป้องกันอย่างเต็มที่ เรียกว่าเป็นถ้ำที่ยังไม่มีมนุษย์คนใดเคยเข้าไป

เหตุที่ไม่มีใครเคยเข้าไป ก็เนื่องจากได้ยินเสียงประหลาดดังอยู่ตลอดเวลา ชาวบ้านจึงเกิดความหวาดกลัวว่าเป็นเสียงภูติผีปีศาจ แต่จากการสำรวจพบว่าเสียงที่ได้ยินนั้น มันเป็นเสียงการไหลของกระแสน้ำใต้ดิน ที่ก้องกังวานอยู่ภายในถ้ำ

ประเทศเวียดนามยังมีแหล่งธรรมชาติอีกมากมายที่รอการสำรวจ และรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกนับไม่ถ้วน

เช่นเดียวกับประเทศพม่าที่ปิดประเทศตัวเองมานานถึงครึ่งศตวรรษหรือราว 50 ปี ทำให้ขาดการติดต่อกับประเทศอื่นๆ องค์การยูเนสโกจึงไม่สามารถเข้าไปสำรวจ ทั้งๆที่รู้ว่ามีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งที่ควรเปิดให้โลกได้รับรู้
 
และวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่เก่าแก่ในชนบทแห่งหนึ่งของพม่าให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สถานที่แห่งนั้นได้แก่ เมืองโบราณสมัยอาณาจักรพยู Pyu Ancient Cities ที่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 4

หลายคนบอกไม่รู้จักคำว่า พยู (Pyu)

ชาวพยูเป็นกลุ่มชาติพันธ์ดังเดิมที่อยู่ในดินแดนพม่าเมื่อราว พ.ศ. 300-400 เรียกว่าห่างไกลกับกลุ่มชาติพันธ์ที่อยู่ในดินแดนไทยมากเลยทีเดียว

มรดกโลก Pyu Ancient Cities ของพม่า ตั้งอยู่ในดินแดนที่อยู่ห่างไกล ไม่ต่างกับท้องที่ชนบท การคมนาคมไม่สะดวก และไม่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมาก่อน คนไทยโดยและนักท่องเที่ยวจากต่างชาติจึงแทบไม่มีใครรู้จัก

โบราณสถานในดินแดนพม่าที่รอการสำรวจยังมีอีกมาก เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานยูเนสโกคงจะทยอยประกาศขึ้นทะเบียนออกมาเป็นระยะๆ  

นอกจากนี้พม่าก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กำลังรอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกนับไม่ถ้วน เช่นป่าไม้ แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งเมื่อเทียบกับไทยแล้วก็เหมือนจะไม่มีอะไรหลงเหลือให้เป็นมรดกโลกกันอีกต่อไป

และโดยนิสัยคนไทยแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคำว่า “มรดกโลก“ สักเท่าใด 

มรดกโลกหลายแห่งในประเทศอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการประกาศถูกถอดถอน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา เขาใหญ่  ทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง ที่ถูกบุกรุกและถูกทำลายลงไปมาก

หลายประเทศที่ใช้คำว่า “มรดกโลก" เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว แต่บ้านเรากลับรู้สึกเฉยๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งดีที่มีอยู่ 

ขณะเดียวกันก็พยายามผลักดันให้สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโก ทั้งๆที่ดูแล้วก็ไม่ว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจนัก หรือพอจะเข้าเกณฑ์ และการพิจารณาของยูเนสโกนั้น เค้ามองภาพกว้างหรือภาพใหญ่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก ไม่ไช่มองแค่หมู่บ้านท้องถิ่น หรือแค่ระดับจังหวัด ตามที่หลายแห่งในเมืองไทยกำลังพยายามเสนอ

ที่ผ่านมามันไม่ต่างกับคำว่า เห่อ อยากอวด อยากดัง “ หรืออยากเอาหน้าเอาตาของผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดนั้นๆ

เรื่องนี้คงต้องใช้ระยะเวลาอีกนานที่จะให้คนไทยเข้าใจหรือมีความคิดที่ถูกต้อง โดยเฉพาะความเข้าใจที่เป็นสากล

หรือเช่น กรณีเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด


เมื่อไม่กี่วันมานี้ ข่าวตัดต้นไม้ใหญ่ในจังหวัดกระบี่เพื่อนำมาสร้างงานศิลปะให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด ปรากฏว่าถูกวิจารณ์และโดนด่าเละ หาว่าทำลายป่า ทำลายต้นไม้  ทั้งที่เป็นพื้นที่ของชาวบ้านที่ขายต้นไม้ให้กับทางจังหวัดในราคา 1 แสนบาท เพื่อนำมาสรรสร้างงานศิลปะไว้ที่ริมชายหาดแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่  

แต่ก่อนหน้านี่เราคงได้ยินข่าว โค่นต้นสักอายุนับร้อยปี เพื่อนำมาสร้างเสาชิงช้าที่ลานหน้าที่ว่าการของกทม. และเป็นต้นสักที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวน (ย้ำว่าอยู่ในเขตป่าสงวน) ก่อนตัดก็มีพิธีบรวงสรวงป่า บูชาผี กราบไหว้ต้นไม้ พร้อมจัดงานเอิกเกริก ชื่นชมปราบปลึ้มกันทั้งจังหวัดว่า มีโอกาสทำประโยชน์ให้กับกรุงเทพมหานคร

แต่กรณีเดียวกันแท้ๆที่เกิดขึ้นในจังหวัดกระบี่ กลับคิดต่าง มีผู้ประท้วงกันวุ่นวาย โดยเฉพาะพวก NGO รักอนุรักษ์ ที่รักป่า รักต้นไม้ กันปานจะกลืน

ตัวอย่างอีกแห่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ "ปราสาทสัจจธรรม" ริมชายหาดพัทยา ที่ใช้ไม้จำนวนมาก แต่คนพัทยาและคนไทย ต่างชื่นชมว่าเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาประเทศ  มีนักท่องเที่ยวไทยและเทศไปชมกันมากมาย ทั้งๆที่ปราสาทแห่งนี้ใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นจำนวนมาก และทำกันมาหลายสิบปีแล้ว





กรณีเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ก็กำลังเกิดขึ้นกับวงการสงฆ์ในปัจจุบัน ไม่ต่างกับการแตกแยกทางความคิด(ที่รุนแรงและสุดโต่ง)
เช่นเดียวกับพวก เหลือง-แดง

เรื่องสงฆ์หรือเรื่องวัดพระธรรมกายที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้ ชาวพุทธคิดไม่เหมือนกัน ต่างฝ่ายก็ออกมาวิพากษ์(จนเป็นที่สนุกปาก)

ก่อนหน้านี้เรามีเหลืองมีแดงทะเลาะกัน ห่ำหั่นกันด้วยอาวุธ เผาบ้านเผาเมือง ทำลายทรัพสินราชการ ปิดสถานที่ราชการ ปิดท้ายด้วยการปฏิวัติ (ตามความต้องการของป๋าสี่เสา)

แต่ขณะนี้เมืองไทย มีมวยคู่ใหม่ที่กำลังประลองกำลัง มีทั้งพระธัมมชโยจากค่ายธรรมกาย พุทธอิสระจากค่ายกปปส. รวมทั้ง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จากค่ายวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้หนุนหลังวัดพระธรรมกาย ซึ่งไม่ต่างกับศึกสามเส้า(หลิน)

แต่เชื่อเถอะ กองเชียร์คนนอกที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับค่ายไหน และไม่เชียร์ใคร ต่างสนับสนุนให้ซัดกันให้แหลก เพื่อให้มีการล้างไพ่สถาบันสงฆ์ เนื่องจากมันเหลวแหลกและกัดกร่อนสังคมพุทธมาเป็นเวลานาน

ธรรมกายก็ไม่ชอบ มีนอกมีในกับสหกรณ์คลองจั่นเป็นจำนวน 933 ล้านบาท มีปัญหาเรื่องที่ดินของผู้บริจาค มีเช็คสั่งจ่ายเข้าบัญชีเจ้าอาวาสมากมายหลายสิบล้านบาท มีปัญหาเรื่องการเผยแพร่ลัทธิอุบาทว์ อวดอุตริ เพ้อเจ่อว่านั่งทางว่าได้ไปพบกับวิญญาณ สตีฟ จ๊อปส์ ไม่ต่างกับสมองเพี้ยน

คำก็นะจ๊ะ..สองคำก็ นะจ๊ะ.. หน้าตานวลผ่อง ใสกิ๊ก เหมือนพระตุ๊ดพระแต๋วที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ ไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นพระ

พุทธอิสระก็พระนักเลง.. กร่าง อดีตเป็นแกนนำกปปส. มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ระดับผู้นำคสช. เป็นลูกศิษย์ลูกหา เคยพาพวกไปปิดสถานที่ราชการ ปิดถนน ทำตัวไม่เป็นพระ ไม่อยู่กับวัด ไม่อยู่กับร่องกับรอย มีเส้นสายกับรัฐบาล คสช. ไปก่อการก่อกวนที่ไหนก็จะมีทหารถือปืนคุ้มกัน ประเภทอภิสิทธิ์ชน ซึ่งต่างกับคนอื่นที่หากทำลักษณะเดียวกันนี้ก็จะถูกจับติดคุกหรือเรียกไปปรับทัศนคติ

พระผู้ใหญ่ในมหาเถรก็งุ่มง่าม สนับสนุนวัดธรรมกายและให้ความช่วยเหลือกันมาตลอด พระธัมมชโยทำผิด วัดธรรมกายทำผิด แต่กรรมการมหาเถรฯบอกไม่ผิด เช่นกรณีที่ดินของวัด ยักยอกทรัพย์ กรรมการมหาเถรสมาคมบอกว่า ธัมมชโยไม่มีเจตนาทำผิด เนื่องจากคืนทรัพย์ให้ผู้กล่าวหาแล้ว ซึ่งรู้สึกว่าจะตัดสินง่ายไปหน่อย ประเภทหลับตาตัดสิน

คิดตื้นๆแบบนี้ เกิดมีพระต้องคดีเสพเมถุน(ร่วมประเวณี)ก็คงไม่ผิด หากพระรูปนั้นบอกไม่มีเจตนาร่วมประเวณี และตกลงกับผู้เสียหายแล้วจึงไม่เอาผิดกัน อัยการก็ถอดฟ้องแล้ว เมื่อทางโลกไม่ผิด ทางธรรมก็ไม่ควรเอาผิด ไช่หรือเปล่า

กรณีที่เกิดขึ้นหากหน่วยดีเอสไอตรวจสอบบัญชีเงินฝากของกรรมการเถรสมาคมทุกองค์ที่เป็นระดับเถระชั้นผู้ใหญ่ของประเทศ รวมทั้งบัญชีญาติพี่น้อง หากทำได้จริงก็คงตะลึงพรึงเพริดกันทั้งประเทศ เนื่องจากพบว่ามีเงินในบัญชี บ้าน ที่ดิน รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน อาจจะน้องๆมหาเศรษฐีก็เป็นได้

และอาจมีความเป็นไปได้ว่า มีการโอนเงินจากวัดธรรมกายหรือจากบัญชีของธัมมชโยมาเข้าบัญชีพระผู้ใหญ่เหล่านั้น

พอข่าวนี้ออกมา พระคุณเจ้ารูปหนึ่งในกรรมการมหาเถร ก็ออกมาตีกันทันทีว่า ทำไม่ได้เนื่องจากจะเป็นการตรวจสอบศรัทธาของผู้บริจาค

แต่แหม..บริสุทธิใจจริงว่าไม่มีนอกมีใน ไม่มีการซุกบัญชี จะกลัวทำไมละครับ ดีเสียอีกหากเปิดเผยออกมาแล้วพบว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นปกติ คนเขาจะได้ศรัทธามากยิ่งขึ้น

แต่สาเหตุที่ตีกันหรือไม่ยอมให้มีการตรวจสอบ น่าจะกลัวผ้าเหลืองร้อน หรือกลัวสังคมจะรู้ความจริง ที่พบว่าหลังได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมมหาเถรหรือเป็นโฆษกฯ มาไม่นาน แต่มีบัญีเงินฝากนับเป็นร้อยๆล้านกีบ เอ้ย...ร้อยๆล้านบาท

และเงินจำนวนนี้มาจากไหน

ถึงเวลาแลัวครับที่ต้องปฏิรูปสถาบันสงฆ์ และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีผู้ทำบุญให้กับเจ้าอาวาสและพระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้สมณะศักดิ์สูงๆ ต้องเข้าบัญชีวัดทั้งหมด ห้ามมีบัญชีพระเด็ดขาด กำหนดกันเลยไม๊ว่าถ้าได้รับเลื่อนสมณะศักดิ์สูงๆแล้วจะต้องเปิดเผยบัญชีธนาคารและทรัพย์สินอื่น ว่ามีที่ดิน บ้าน รีสอร์ท ฯลฯ อยู่เท่าใด

ถึงเวลานั้น ก็อาจมีพระคุณเจ้าเป็นจำนวนมากไม่ขอรับตำแหน่งสูง หรือรับสมณะศักดิ์สูงๆกัน เพราะกลัวเรื่องจะแดง

ความจริงเรื่องฉาวโฉ่ในวงการสงฆ์ขณะนี้ ก็อยากให้พระนกหวีด หรือท่านมหาสุเทพฯ จากค่ายสวนโมกข์ ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานีมาขึ้นเวทีประลองกำลังกันอีกสักราย จะได้เป็นคู่ชกสุดยอดแห่งปีของ "มวยหมู่วงการผ้าเหลืองไทย"

แหมขาดพระสุเทพฯ รู้สึกว่ามันขาดๆอะไรไปอย่าง

ตอนนี้ได้ยินว่าค่ายมวยสวนโมกข์ ระดมนักมวยดังในอดีตจากค่าย กปปส. มามากจนเป็นที่ผิดสังเกต จะบอกว่าแห่กันมาบวชเพื่อละเลิก ชาวบ้านเขาคงไม่เชื่อ ข่าวลือที่ไม่ได้กรองเขาบอกว่า มาวางแผน...อะไรสักอย่าง เพื่อเตรียมรับกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทำท่าว่าหัวหน้าค่ายมวยสวนโมกข์ไม่ค่อยจะแฮปปี้สักเท่าใด






สาธุ...พระพุทธศาสนาในบ้านเรา




โฟโต้ออนทัวร์
26 กุมพาพันธ์ 2557




ชมภาพการเดินทางสู่เวียดนามกลาง

ครั้งที่ 1 เมย.50 (ออกทางด่านจังหวัดมุกดาหาร)

ครั้งที่ 2 ตค.51 (ออกทางด่านจังหวัดมุกดาหาร)

ครั้งที่ 3 (ครั้งนี้) ตค.55 (ออกทางด่านจังหวัดนครพนม)


มีโแ

 

 
  Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์

copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ

Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls      Site Update    Contac Us