Home
Home : Outbound : Middle Vietnam Part 3

ทริปเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน ถ้ำฟองญา ตค. 2555 (ในเส้นทางสายใหม่)
Middle Vietnam Tour (3rd) Hue - Danang - Hoi An - Phong Nha Cave

ตอนที่ 3 แม่น้ำเบนไห่ พรมแดนเวียดนามเหนือ-เวียดนามใต้ในอดีต ชุดนักเรียนหญิงเวียดนาม วัดเทียนมู่ เมืองเว้

 


                                 


                                 


                                 


                                 





 

Middle Vietnam Part 3
ทริปเวียดนามกลาง ตอนเที่ยวเมืองเว้

(เดินทางเดือนตุลาคม ปี55)



ตอนที่แล้วเราออกจากอุโมงค์วินห์ม็อกในเขตจังหวัดกวางตรีเพื่อเข้าสู่เมืองเว้ ซึ่งเป็นการเดินทางจากเหนือลงใต้ โดยใช้เส้นทางที่เลียบไปตามแนวชายฝั่งทะเลจีนใต้

จากอุโมงค์วินห์ม็อกสู่เมืองเว้ ใช้ระยะทางเกือบ 100 กม. (ตามแผนที่)




ระหว่างทางเราแวะอนุสรณ์สถานที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเบนไห่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะแวะถ่ายภาพกัน เนื่องจากที่นี่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยสงคราม กับฝรั่งเศสจนมาถึงสมัยสงครามเวียดนาม

แม่น้ำเบ่นไห่  เป็นแม่น้ำประวัติศาสตร์สำคัญที่อยู่กึ่งกลางของประเทศ เคยใช้เป็นเส้นแบ่งดินแดนระหว่างประเทศเวียดนามเหนือ กับ เวียดนามใต้  ตามสนธิสัญญาเจนิวาที่ทำขึ้นกับฝรั่งเศส หลังฝรั่งเศสพ่ายแพ้แก่ "กองทัพปลดแอกเวียดนาม" หรือ "กองทัพของโฮจิมินห์"

การที่เวียดนามเคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแต่มาถูกแบ่งแยกเป็นเหนือเป็นใต้ก็ด้วยอิทธิพลของ "ลัทธิคอมมิวนิสต์ " ที่กำลังแผ่ขยายลงมาในกลุ่มประเทศอินโดจีน และส่วนอื่นๆของโลก

เวียดนามทางตอนเหนือมีจีนกับรัสเซียให้การสนับสนุน จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการให้ประเทศเวียดนามเปลี่ยนมาปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

การที่กองทัพปลดแอกของโฮจิมินห์ได้รับชัยชนะต่อกองกำลังของฝรั่งเศสในสงครามเดียนเบียนฟู ก็ต้องถือว่าประเทศจีน(คอมมิวนิสต์)เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

หลังจากเวียดนามแบ่งแยกออกเป็นเหนือ-ใต้ จึงทำให้จีนเข้ามามีอิทธิพลต่อเวียดนามเหนือได้มากขึ้น เท่ากับว่าประเทศเวียดนาม(เหนือ)กลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ไปโดยปริยาย ขณะเดียวกัน "โฮจิมินห์" ก็ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนามเหนือ

ส่วนเวียดนามใต้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของประเทศสหรัฐอเมริกาและชาติยุโรป เช่นอังกฤษกับฝรั่งเศส

การเข้ามาเกี่ยวข้องกับเวียนามของชาติมหาอำนาจ ก็เพราะต้องการหยุดยั้งการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์
ประเทศเวียดนามจึงกลายเป็นสมรภูมิต่อสู่ระหว่างฝ่ายโลกเสรี กับ ฝ่ายคอมมิวนิสต์


แม่น้ำเบนไห่ที่แบ่งเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดกวางตรี และหมู่บ้านวินห์ม็อก ซึ่งเป็นพื้นที่ของเวียดนามเหนือ ได้ถูกกองทัพอากาศสหรัฐส่งเครื่องบิน B52 มาถล่มอย่างหนัก จนชาวบ้านต้องขุดอุโมงค์ เพื่อหลบภัย

ส่วนตามแนวชายแดนของเวียดนามใต้ก็ถูกแทรกซึมจากกองทัพเวียดกงของเวียดนามเหนือ เมืองเว้ซึ่งอยู่ใกล้เส้นพรมแดน กลายเป็นที่ซ่องสุมและเป็นที่หลบซ่อนของทหารเวียดกงที่มีความชำนาญการรบแบบกองโจร

ทำให้กองทัพสหรัฐต้องยิงจรวดเข้าถล่มทลาย ไม่เว้นแม้แต่พระราชวังเมืองเว้ซึ่งเวลานั้นเป็นวังร้าง และกลายเป็นที่ซ่องสุมของทหารเวียดกง ทำให้อาคารต่างๆภายในพระราชวังเสียหายจากแรงระเบิดและเกิดไฟไหม้


เดินทางต่อ

เราแวะที่จุดยุทธศาสตร์ริมแม่น้ำเบ่นไห่ได้ไม่นาน ก็ต้องเดินทางต่อไปยังเมือเว้เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นก็จะไปชมวัดเทียนมู่  วัดพุทธนิกายเซ็นที่สำคัญของเมืองเว้ และ่เคยเป็นศุนย์กลางพุทธศาสนาในอดีต

ระหว่างทางจากเมืองกวางตรีสู่เมืองเว้ จะเห็นนักเรียนกำลังขี่จักรยานกลับบ้าน และจะขี่กลับมาโรงเรียนในตอนบ่าย บรรยากาศบนถนนในเวลานี้จึงดูคึกคัก ภาพที่เห็นส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงที่แต่งชุดสีขาวหรือ "ชุดอ่าวหย่าย-Ao Dai"

หลังอาหารเที่ยงก็ไปแวะวัดเทียนมู่ที่อยู่ใกล้ๆกับภัตตาคาร

วัดเทียนมู่ (Thien Mu Temple) เป็นวัดพุทธศาสนานิกายมหายาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอม อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเว้ราว 4 กม.

สิ่งปลูกสร้างและเป็นสัญญลักษณ์สำคัญภายในวัดเทียนมู่ ได้แก "เจดีย์ 8 เหลี่ยม" แบ่งเป็น7 ชั้น แต่ละชั้นแสดงถึงภพชาติ(ความหมายก็คือสวรรค์มี 7ชั้น)

วัดเที่ยนมู่สร้างเมื่อค.ศ.1601(พ.ศ.2414) ปัจจุบันมีอายุ 414 ปี นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ และเคยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาเวียดนาม ในสมัยที่ยังปกครองด้วยระบอบกษัตริย์

เจ้าอาวาสวัดเทียนมู่ตกเป็นข่าวที่โด่งดังไปทั่วโลกเมื่อกลางปี คศ.1963

11- มิถุนายน คศ.1963 เจ้าอาวาสวัดเทียนมู่ นามว่า "พระทิจ กวาง ดึ๊ก (Thick Quang Doc)" ได้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล โง ดินห์ เดียม  ด้วยการราดน้ำมันเผาตนเอง จากกรณีที่รัฐบาลออกกฏหมายริดรอนสิทธิและเสรีภาพของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ

ก่อนหน้านั้น พระภิกษุ ทิจ กวาง ดึ๊ก วัย 73 ปี จากวัดเทียนมู่ ทนเห็นความทารุณโหดร้ายจากการใช้อำนาจของรัฐปราบปรามเข่นฆ่าชาวพุทธต่อไปไม่ได้ จึงได้ประกาศอุทิศชีวิตเพื่อป้องกันพระพุทธศาสนา โดยนั่งรถออสตินออกจากวัดเทียนมู่ในคืนวันที่ 10 มิถุนายน 2506 ถึงกรุงไซ่ง่อนในเช้าวันที่ 11 มิถุนายน 2506 เพื่อร่วมประท้วงกับกลุ่มชาวพุทธ ที่กำลังเดินขบวนอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล

หลังจากพระ ทิจ กวาง ดึ๊ก ได้เขียนข้อเรียกร้องถึง 6 ข้อ ให้รัฐบาลหยุดทารุณกรรมในเช้าวันที่ 10 มิถุนายน 2506 จากนั้นท่านก็ได้เข้าสู่ขบวนพุทธศาสนิกชนประมาณ 1,000 คนด้วยความสงบ เพื่อสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และพุทธศาสนิกชนที่ถูกเจ้าหน้าที่ขับรถพุ่งชนขบวนผู้ประท้วงเสียชีวิตในวันที่ 8 พฤษภาคม 2506 ที่ผ่านมา (มีพระและนางชีเสียชีวิต 70 คน ชาวพุทธอื่นๆอีก 30 คน) จากนั้นขบวนชาวพุทธก็เดินต่อไปอย่างสงบ โดยมีรถนำพระภิกษุ ทิจ กวาง ดึ๊ก ไปยังกลางเมืองหลวง (กรุงไซ่ง่อน)

พระ ทิจ กวาง ดึ๊ก ก้าวลงจากรถแล้วนั่งขัดสมาธิกลางวงเวียนซึ่งมีชาวพุทธล้อมเป็นวงใหญ่ จากนั้นก็มีผู้หยิบถังน้ำมันเบนซิน 5 แกลลอนออกมาจากรถออสติน แล้วเอาน้ำมันราดบนร่างกายของพระภิกษุ ทิจ กวาง ดึ๊ก จนหมด จากนั้นก็เอาไฟจุด ไฟลุกโชติช่วงท่วมร่างอยู่นานประมาณ 10 นาที ร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่นั้นก็หงายหลังอย่างสงบ โดยไม่ได้แสดงอาการทุกขเวทนาทุรนทุรายแต่อย่างใด


(คลิกชมภาพเหตการณ์วันช็อกโลก 11 มิย.2506)








เหตุการณ์ก่อนหน้าวันช็อกโลก

5 พฤษภาคม พ.ศ.2506 หรือก่อนหน้าพระเผาตัวเองได้ไม่่นาน โง ดินห์ ถึก สังฆราชคริสเตียนโรมันคาทอลิคเวียตนาม ซึ่งเดินทางไปประชุมสังคายนาวาติกัน 2 ( VATICAN COUNCIL 2) ณ กรุงวาติกัน ประเทศอิตาลี

โดยได้แถลงต่อที่ประชุมวาติกันว่า "ประเทศเวียดนามเป็นประชากรของพระเจ้า ประชาชนเวียตนามล้วนนับถือในพระเจ้า และซื่อสัตย์ต่อสันตะปาปา"

พร้อมกันนั้น โง ดินห์ ถึก ได้โทรเลขด่วน สั่งให้บาทหลวงใต้บังคับบัญชาของตนในเมืองเว้ ให้ประชาชนทุกบ้านชักธงรูปไม้กางเขนขึ้นที่หน้าบ้าน เพื่อจะได้เป็นข่าวทางสื่อมวลชน ยืนยันให้สันตะปาปา เชื่อถือ และมอบตำแหน่งคาร์ดินัล ให้กับโง ดินห์ ถึก

การบังคับให้ชาวเมืองเว้ซึ่งเป็นชาวพุทธชักธงไม้กางเขนที่หน้าบ้าน ยิ่งสร้างความโกรธแค้นชิงชังต่อรัฐบาลมากขึ้น

สำหรับสาระสำคัญที่รัฐบาลโง ดินห์ เดียม ได้ปฏิบัติต่อชาวพุทธที่มีจำนวนถึงร้อยละ 90 ของประเทศ ได้แก่

1 บิดเบือนและแก้ไขหลักสูตรวิชาพุทธศาสนาของกระทรวงศึกษาธิการ
2 ห้ามชาวพุทธทำกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และต้องระบุวันเวลาให้ชัดเจน รวมทั้งต้องระบุจำนวนว่ากี่คน
3 ให้สิทธิพิเศษแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ รวมถึงประชาชนที่นับถือศาสนาคริสต์ ส่วนผู้นับถือศาสนาพุทธกลายเป็นบุคคลชั้นสอง
5 พยายามที่จะให้ประเทศเวียดนามเปลี่ยนจากศาสนาพุทธมานับถือศาสนาคริสต์
6 ไม่อนุญาตให้ออกหนังสือพิมพ์ทางพุทธศาสนา
7ให้งดออกรายการทางวิทยุกระจายเสียงในวันสำคัญทางศาสนา
8 ให้ประชาชนนำภาพพระเยซูที่ได้รับมาจากทางการ นำมาตั้งไว้ในบ้าน หากถูกทำลายจะได้รับโทษอย่างร้ายแรง

เหตุการณ์ที่กระทบต่อพุทธศาสนาในเวียดนาม เกิดขึ้นในสมัยที่เวียดนามได้อิสระภาพจากฝรั่งเศส แต่หลังจากนั้นฝรั่งเศสก็ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครองของเวียดนาม และเป็นชนวนให้เกิดสงครามเวียดนามในเวลาต่อมา



ภาพจุดจบของประธานาธิบดี โง ดินห์ เดียม ที่เป็นชาวคริสต์ และเป็นหุ่นเชิดของฝรั่งเศส ต้องจบชีวิต
จากการปฏิวัติของนายพล เหงียนเกากี


ช่วงสงครามเวียดนาม วัดวาอารามที่เป็นเขตปกครองของเวียดนามเหนือ ถูกทหารเข้ายึดและถูกปิดตาย พระสงฆ์จำนวนหนึ่งได้หลบหนีไปอยู่ประเทศกัมพูชา จนกลายเป็นพลเมืองของกัมพูชาไปในที่สุด

ส่วนเวียดนามใต้ แผ่นดินหลายแห่งไม่มีความสงบ เนื่องจากถูกแทรกซึมจากทหารเวียดนามเหนือ หรือเวียดกง วัด รวมทั้งสถานที่สำคัญหลายแห่งกลายเป็นที่ซ่องสุมของพวกเวียดกง จึงถูกกวาดล้างจากทหารเวียดนามใต้และทหารสหรัฐ

หลังจากกองทัพของอเมริกาถอดตัวออกไปจากเวียดนาม ทหารเวียดนามเหนือก็กรีฑาทัพเข้ายึดเวียดนามใต้ ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์แบบเต็มตัว

เป็นการปิดฉากของพุทธศาสนาในเวียดนามไปพร้อมๆกัน เนื่องจากการปกครองโดยลัทธิคอมมิวนิสต์ จะไม่มีคำว่าศาสนา ประชาชนต้องเลิกนับถือศาสนา

ปัจจุบันชาวเวียดนามส่วนใหญ่เท่ากับว่าเป็นคนไม่มีศาสนา  

ตามสถิติที่มีการสำรวจพบว่า

ร้อยละ 45.3 นับถือบรรพบุรุษที่ตายไปแล้ว รวมทั้งการเซ่นไหว้ภูตผี
ร้อยละ 16.4  นับถือพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีศาลเจ้าเป็นศูนย์กลาง
ร้อยละ 8.2 นับถือศาสนาคริสต์
ที่เหลือก็จะเป็นศาสนาอิสลามในกลุ่มแขกจาม หรือจัมปา และศาสนาฮินดู




โฟโต้ออนทัวร์
30 กันยายน 2558



 

World's biggest cave discovered in Vietnam!! Hang Son Doong Cave

 
 

เซินดอง ถ้ำมหัศจรรย์ ใน อช.ถ้ำฟองญา(มรดกโลก) เมืองกวางตรี ประเทศเวียดนาม

 
     
 
 
  ถ้ำนี้มีชื่อว่าถ้ำซุนดุงSon Doong (เวียดนามเรียก เซินด่อง) มีฉายาว่า Mountain River cave หรือถ้ำภูผาแม่น้ำ 

ข้อมูล Son Doong Cave ที่พอจะรวบรวมได้ในขณะนี้

1 เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
2 อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติฟองยา เกบ่าง (Phong Nha-Ke Bang National Park)
3 ค้นพบเมื่อปีค.ศ.1991(พ.ศ.2534) โดยชาวเวียดนามท้องถิ่น ชื่อ Ho-Khanh (ความจริงถ้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักนานแล้วแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปเนื่องมีเสียงประหลาดดังออกมาจากถ้ำ ซึ่งความจริงก็คือเสียงน้ำไหลชั้นใต้ดิน)
4 การสำรวจถ้ำครั้งแรกคือคณะสำรวจจากอังกฤษ ในนามของ British Cave Research Association หรือ BCRA  ได้เข้าไปสำรวจเมื่อปี ค.ศ.2009
5 การสำรวจครั้งนี้สร้างความตื่นตาให้กับคณะสำรวจ เนื่องจากพบว่าห้องโถงในถ้ำที่ใหญ่สุดมีความสูงถึง 150 เมตร ยาว 200  เมตร สูงพอๆกับตึก 41 ชั้น 
6 ระยะทางยาวของถ้ำ Son Doong 5 กิโลเมตร 
7 หินงอกก้อนใหญ่ที่สุดมีความสูง 70 เมตร
8 ทัวร์คณะแรกที่เดินทางไปเที่ยว ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนหกคนจากออสเตรเลีย, นอร์เวย์, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ใช้เวลา 7 วัน 6 คืนสำหรับการท่องเที่ยว
9 ค่าทัวร์คนละ US$ 3,000 หรือประมาณ 100,000 บาท และเป็นทัวร์ประเภท Adventure เดินทาง 7 วัน 6 คืน(นอนถ้ำ) 
สนใจติดต่อ http://www.oxalis.com.vn/son-doong-cave
 
 


ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave



ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave




ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave




ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave



ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave




ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave




ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave




ถ้ำเซินด่อง ประเทศเวียดนาม ใน อช.ฟองญา-แกบ่าง จ.กวางบินห์ Son Doong Cave

(ภาพชุดนี้จากอินเตอร์เน็ต)
 





ชมภาพการเดินทางสู่เวียดนามกลาง

ครั้งที่ 1 เมย.50 (ออกทางด่านจังหวัดมุกดาหาร)

ครั้งที่ 2 ตค.51 (ออกทางด่านจังหวัดมุกดาหาร)

ครั้งที่ 3 (ครั้งนี้) ตค.55 (ออกทางด่านจังหวัดนครพนม)


 

 

 
  Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์

copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ

Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls      Site Update    Contac Us