Home
Home : Outbound : Middle Vietnam Part 4

ทริปเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน ถ้ำฟองญา ตค. 2555 (ในเส้นทางสายใหม่)
Middle Vietnam Tour (3rd) Hue - Danang - Hoi An - Phong Nha Cave

ตอนที่ 4 วังไดโน๊ย หรือพระราชวังเมืองเว้ (Complex of Hue Monuments)

 


                                 


                                 


                                 


                                 





 

Middle Vietnam Part 4
ทริปเวียดนามกลาง วังไดโน๊ย หรือพระราชวังเมืองเว้ (Complex of Hue Monuments)

(เดินทางเดือนตุลาคม ปี55)



พระราชวังเมืองเว้หรือวังไดโน้ย (Hue Royal Palace or Dai Noi Palace) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2536 เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเว้ และเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิในราชวงศ์เหงียนทุกพระองค์ตลอดระยะเวลา146 ปี ตั้งแต่พ.ศ. 2345 จนถึง 2491

หากใครเคยอ่านประวัติศาสตร์ไทยยุคปลายกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ก็จะทราบว่าในปีพ.ศ.2321 เกิด "กบฏไตเซิน" ขึ้นในประเทศเวียดนาม เป็นการแย่งชิงราชบัลลังค์ในราชวงศ์ใตเซิ้น จนโอรสองค์ที่ 4 ของกษัตริย์เวียดนามที่มีชื่อว่า  “เหงียน ฟุก อั๊ญ “ ได้หลบเข้ามาขอลี้ภัยอยู่ในประเทศไทย

หลังจากนั้นอีก 4 ปี “เหงียน ฟุก อั๊ญ“ หรืออีกพระนามหนึ่งก็คือ "องค์เชียงสือ" ได้เสด็จกลับไปครองราชย์ และเอาชนะ
กบฏไตเซินได้อย่างเด็ดขาดเมื่อปีพ.ศ.2345 ซึ่งการปราบกบฏครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส

1 มิถุนายนปีเดียวกันทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสและมีพระนามใหม่ว่า “สมเด็จพระจักรพรรดิซา ล็อง” (หรือพระเจ้ายาลองตามประวัติศาสตร์ของไทย) พร้อมกับย้ายเมืองหลวงจากเมืองฮานอยมาอยู่ที่เมืองเว้ ซึ่งก็คือ "วังไดโน้ย" ในปัจจุบัน

วังไดโน้ยหรือพระราชวังเว้ สมัยแรกนั้นมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ แต่ถูกโจมตีจากกองทัพฝรั่งเศสสมัยล่าอาณานิคมจนเสียหาย  หลังจากเวียดนามตกเป็นของฝรั่งเศสเรียบร้อยแล้ว  รัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้สร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่โดยจำลองมาจากวังกู้กงหรือพระราชวังต้องห้ามที่กรุงปักกิ่ง และพระราชวังแห่งใหม่นี้ใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิเวียดนามมาจนถึงพระองค์สุดท้าย คือ “จักรพรรดิบ่าวได๋”

พระราชวังเมืองเว้ที่เห็นในปัจจุบันจึงเท่ากับแบ่งเป็นสองยุค ยุคแรกเป็นยุคพระราชวังเดิมที่สร้างในสมัยพระเจ้ายาลอง(ซา ล็อง) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เหงียน(Nguyen dynasty) โดยทรงสร้างหลังขึ้นครองราชย์เมื่อปี พศ.2328 (สมัยพระพุทธยอดฟ้า)

ส่วนยุคที่สองเป็นยุคที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสเห็นว่าพระราชวังไดโน้ยได้รับความเสียหายจากการสู้รบ จึงสร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่ในพื้นที่เดิม แต่ขยายพื้นที่ออกไปจาก 5 ไร่ เป็น 5 ตารางกิโลเมตร (1,200ไร่)

พระราชวังไดโน้ยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ล้อมรอบด้วยคูน้ำขนาดใหญ่ทั้งสี่ด้าน (คล้ายกับพระราชวังสวนจิตรลดา) มีกำแพงอิฐขนาดใหญ่ถึง 3 ชั้น กำแพงชั้นนอกมีความยาวตลอดแนว 11 กิโลเมตร หรือยาวด้านละ 2.5 กิโลเมตร สูง 6 เมตร หนา 2 เมตร มี 11 ประตู มี 24 ป้อมปราการ มีเนื้อที่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร

พระราชวังแห่งนี้ใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ในราชวงศ์เหงียนมาทุกพระองค์ ตั้งแต่จักรพรรดิยาลอง องค์ที่ 1 จนถึงจักรพรรดิเบ่าได๋ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้าย หรือองค์ที่ 13 ที่ทรงสละอำนาจให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีโงดินห์เดียม เมื่อปี พ.ศ. 2488 (สมัยรัชกาลที่ 8 ของราชวงศ์จักรี)

วังไดโน้ยหรือพระราชวังเมืองเว้ ได้รับความเสียหายมาหลายครั้งเช่น ถูกทำลายจากสมัยสงครามฝรั่งเศส ถูกปลวกกิน ถูกไฟใหม้ ถูกพายุ และถูกทำลายจากสงครามเวียดนาม

ในช่วงสงครามเวียดนาม ระบอบกษัตริย์ถูกยกเลิก จักรพรรดิ์บ่าวได๋เสด็จลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส ทำให้พระราชวังถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน จนชาวบ้านเข้าไปทำนา เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีพิ้นที่ถึง 1200 ไร่

หลังจากเวียดนามเปลี่ยนการปกครองแบบคอมมิวนิสต์มาเป็นประชาธิปไตย(ในนามของพรรคคอมมิวนิสต์) พร้อมกับเปิดประเทศเพื่อทำมาค้าขายเช่นเดียวกับประเทศจีนในสมัยอดีตนายก เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นผู้นำ ประเทศเวียดนามจึงได้พัฒนามาตามลำดับ

ต่อมาองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้พระราชวังเมืองเว้ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2536 (ส่วนอ่าวฮาลองเบย์ และเมืองเก่าฮอยอันได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอีก 6 ปีต่อมา)

ในสมัยที่เวียดนามปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ระบอบกษัตริย์ถูกทำลาย พระราชเมืองเว้ไม่มีใครสนใจ เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามในขณะนั้นถือว่า "พระราชวังแห่งนี้เป็นตัวแทนของระบอบศักดินา" จึงถูกปล่อยทิ้งร้างไปพร้อมๆกับสถานที่สำคัญๆอีกหลายแห่งที่เป็นของจักรพรรดิ

การที่รัฐบาลได้บูรณะพระราชวังและสถานที่สำคัญของจักพรรดิขึ้นมาใหม่ ก็ด้วยเหตุผลเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้บูรณะเพื่อยกย่องเชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด

ในสมัยที่ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส  คนเวียดนามมีความรู้สึกเกลียดชังจักรพรรดิของตนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน  คอยแต่จะเอาใจฝรั่งเศสเพื่อรักษาสถานภาพของตนเอง

จักรพรรดิบางองค์ถูกชาวเวียดนามขับไล่ออกนอกประเทศ และลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส

................................................................................................................................................


รายชื่อมรดกโลกของเวียดนาม/ปีที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก(จำนวน 8 แห่ง)

ด้านวัฒนธรรม Cultural (5)

1 พระราชวังเว้ เมืองเว้ Complex of Hué Monuments (1993/2536)
2 เมืองเก่าฮอยอัน เมืองฮอยอัน Hoi An Ancient Town (1999/2542)
3 ปราสาท หมีซัน (ศูนย์กลางอาณาจักรจาม) เมืองกวางนัม My Son Sanctuary (1999/2542)
4 ป้อมปราการจักรพรรดิแห่งทังลอง เมืองฮานอย Central Sector of the Imperial Citadel of Thang Long - Hanoi (2010/2553)
5 อนุสาวรีย์โฮจิมินห์  เมืองฮานอย Citadel of the Ho Dynasty (2011/2554)

ด้านธรรมชาติ Natural (2)

1 อช.อ่าวฮาลองเบย์ กว่างนิงห์ (Quang Ninh) Ha Long Bay (1994/2537)
2 อช.ถ้าฟองญา แกบ่าง จ.กวางบิ่ญห์ Phong Nha-Ke Bang National Park (2003/2546)

แบบผสม Mixed (1)

ทิวทัศน์จางอาน เมืองนิญบิ่ญ Trang An Landscape Complex (2014/2557)





โฟโต้ออนทัวร์
26 ธันวาคม 2558



ราชวงศ์เหงียน เวียดนาม เปรียบเทียบกับราชวงศ์จักรีของไทย เพื่อให้เห็นว่าจักรพรรดิ์หรือกษัตริย์เวียดนามแต่ละพระองค์ตรงกับรัชกาลใด

ราชวงศ์เหงียน(เวียดนาม) พ.ศ 2345-2491 (146 ปี) ราชวงศ์จักรี (พ.ศ. 2325 - 2558 ) 233 ปี
จักรพรรดิ พ.ศ. ตรงกับราชวงศ์จักรี
1
Gia long ยา ลอง 2345-2363 ร.1 / ร.2
2
Minh Mang มิน มาง 2363-2386 ร.2 / ร.3
3
Thieu tri imperial เทียว ตรี 2384-2390 ร.3
4
Vua Tu Duc ตือ ตึ๊ก 2390-2426 ร.3 / ร.4 / ร.5
5
An lang ด่ง ดึ๊ก 2426-2426 ร.5
6
Early Nguyen Dynasty เหียป หัว 2426-2426 ร.5
7
Early Nguyen Dynasty เกี้ยน ฟุก 2426-2427 ร.5
8
Vua Ham Nghi ห่าม งี 2427-2428 ร.5
9
DongKhanh ดง คานห์ 2428-2432 ร.5
10
Vua Thanh Thai ถั่นห์ ไท่ห์ 2432-2452 ร.5
11
Vua Duy Tan nho ดุย ทัน 2450-2459 ร.5 / ร.6 / ร.7
12
Roi-Khai-Dinh ขาย ดิ่ญ 2459-2468 ร.6 / ร.7
13
Baodai บ๋าว ดั่ย 2468-2491 ร.6 / ร.7 / ร.8 / ร.9




โฟโต้ออนทัวร์
30 กันยายน 2558








ชมภาพการเดินทางสู่เวียดนามกลาง

ครั้งที่ 1 เมย.50 (ออกทางด่านจังหวัดมุกดาหาร)

ครั้งที่ 2 ตค.51 (ออกทางด่านจังหวัดมุกดาหาร)

ครั้งที่ 3 (ครั้งนี้) ตค.55 (ออกทางด่านจังหวัดนครพนม)


 

 

 
  Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์

copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ

Contact Us : [email protected]

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls      Site Update    Contac Us