แผนที่ประเทศพม่า : แผนที่เมืองย่างกุ้ง : ตำแหน่งที่ตั้งเมืองเนปิดอร์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า
Myanmar part 3
เที่ยวพม่า ตอนที่ 3 วัดพระนอนชเวตาเลียว Shwethalyaung Buddha
(เดินทาง มกราคม.2555)
ตอนนี้เรากำลังเดินทางสู่เมืองหงสาวดี หรือเมืองพะโค(Bago) ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นดินแดนของพวกมอญมาก่อน แต่โดนพม่าเข้ารุกรานในสมัย พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ หรือตะเบ็งชะเวทีในภาษาพม่า (Tabinshwehti) ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ได้รวบรวมหัวเมืองต่างๆไว้มากมาย รวมทั้งหัวเมืองมอญที่มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงหงสาหรือกรุงหงสาวดีนี้ด้วย
คนไทยรู้จักพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ก็ตอนที่พระองค์ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2092 ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าจักรพรรดิ หรือพระศรีสรรเพชญ กษัตริย์องค์ที่ 15 แห่งกรุงศรีอยุธยา
เมื่อพม่ายกทัพมาประชิดสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงเสด็จออกไปดูลาดเลากำลังศึก ณ ทุ่งภูเขาทอง พร้อมกับสมเด็จพระสุริโยทัยพระมเหสี และพระราเมศวรกับพระมหินทร์ ราชโอรส
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้กระทำยุทธหัตถีกับพระเจ้าแปร แต่ช้างพระที่นั่งเสียที สมเด็จพระสุริโยทัย (ซึ่งขณะนั้นได้แต่งองค์เป็นชาย) จึงทรงไสช้างเข้าขวางช้างข้าศึก เพื่อป้องกันสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระเจ้าแปรได้ทีจึงฟันสมเด็จพระสุริโยทัยด้วยของ้าว สิ้นพระชนม์บนคอช้าง พระราเมศวรและพระมหินทร์ ได้ขับช้างเข้ากันพระศพกลับเข้าพระนคร
สงครามยุทธหัตถีในครั้งนี้คนไทยส่วนใหญ่เคยเรียนในวิชาประวัติศาตร์กันสมัยเด็ก หลายคนคงยังได้ แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าเด็กนักเรียนยังได้เรียนกันหรือไม่ เพราะคำว่า" ประวัติศาสตร์ " ดูเหมือนเป็นคำที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ค่อยจะชอบใจนัก เด็กไทยในปัจจุบันจึงไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ทั้งๆเป็นรากฐานของความเป็นคนไทย
ี้อาจมีคนตั้งคำถามว่า "ทุ่งภูเขาทองที่เป็นสนามยุทธหัตถีในครั้งนั้นอยู่ที่ใด " ก็ต้องบอกว่าอยู่ที่ทุ่งมะขามหย่องในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นเอง
และเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2555 ที่ผ่านไปไม่นานนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถได้เสด็จไปเปิด พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ณ ทุ่งมะขามหย่อง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่แสดงถึงวีรกรรมและความกล้าหาญของวีระสตรีไทย

ใครไปเที่ยวทุ่งมะขามหย่อง หากมีโอกาสไปนมัสการพระราชานุสาวรีย์ ก็ควรอธิษฐานจิตรำลึกถึงความกล้าหาญของสมเด็จพระสุริโยทัย ที่ปกป้องพระสวามีให้ปลอดภัย และยังช่วยปกป้องผืนแผ่นดินไทยเอาไว้ได้ จนยากที่จะมีพระมเหสีของกษัตริย์พระองค์ใด หรือมีหญิงไทยคนใดเสมอเหมือน
ี่พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ยกทัพมาตีไทยเมื่อปี พ.ศ. 2092 ในครั้งนั้น ไม่สามารถได้ตีไทยให้แตกได้ เนื่องจากพระมหาธรรมราชาเจ้าเมืองเมืองพิษณุโลก ทรงยกกองทัพจากหัวเมืองเหนือลงมาช่วยไว้ได้ทัน ทหารพม่าเห็นกองทัพของพระมหาธรรมราชามากันมากมายจึงตกใจกลัว อีกทั้งเสบียงกรังก็ร่อยหรอ แถมกำลังเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก จึงต้องล่าถอยกลับไป
พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้กษัตริย์พระองค์ที่ 2 ในราชวงศ์ตองอูของพม่านับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความเก่งกาจเข้มแข็ง สามารถรวมรวมหัวเมืองต่างๆไว้หลายเมือง รวมทั้งเข้าตีเมืองหงสาของชาติมอญได้ จากนั้นทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองตองอูมาอยู่ที่เมืองหงสาหรือเมืองพะโค พร้อมกับทรงกระทำพิธีเจาะพระกรรณ(เจาะหู) อันเป็นราชประเพณีของพม่าเช่นเดียวกับพระราชพิธีโสกันต์ของไทย
พระองค์เลือกทำพิธีที่เจาะพระกรรณที่ พระเจดีย์ชเวมอดอ (พระธาตุมุเตา) ซึ่งเป็นพระเจดีย์ที่พระองค์ดำหรือสมเด็จพระนเรศวรเคยมากราบไหว้ เมื่อครั้งที่ตกเป็นเชลยศึกแก่พม่าหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 สมัยเมื่อยังทรงพระเยาว์
สถานที่สำคัญที่ถือว่าเป็นสัญลักษณของเมืองหงสา นอกจากพระธาตุมุเตาแล้วก็ยังมี พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ที่คนไทยเรียกกันว่า พระนอนชเวตาเลียว ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญที่สร้างในสมัยอาณาจักรมอญเช่นกัน ปัจจุบันได้รับการบูรณะหลังจากอังกฤษเข้ามาปกครองพม่า จนกลายเป็นสถานท่องเที่ยวสำคัญของเมืองหงสาวดี
พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว(Shwethalyaung Buddha) สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ กษัตริย์มอญ เมื่อ พ.ศ.1537 (ค.ศ.994) หรือในสมัยอาณาจักรสุธรรมวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 11 16 (พ.ศ. 1100 1600)
ปัจจุบันพระนอนองค์นี้มีอายุ 1018 ปี ยาว 55 เมตร ซึ่งเป็นพระนอนไสยาสน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากพระนอนในเมืองย่างกุ้งที่มีชื่อว่าพระนอนตาหวาน ที่มีความยาว 70 เมตร
เดิมพระนอนชเวตาเลียวถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน และได้มีการค้นพบเมื่อครั้งที่อังกฤษเดินทางมาสำรวจเส้นทางรถไฟในพม่าเมื่อราว 100 ปีก่อน จากนั้นจึงได้บูรณะจนใหญ่โตสวยงาม
มาเที่ยวพม่าก็อย่าพึ่งงุนงงว่าวัดเก่าๆหรือโบราณสถานที่สำคัญๆส่วนใหญ่จะมีอายุนับเป็นพันๆปี ไม่ต่างกับประเทศจีน และส่วนใหญ่โบราณสถานเหล่านั้นก็ยังคงมีสภาพที่ดี จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีอายุยืนนานขนาดนั้น
ช่วงแรกๆที่มาเที่ยวพม่า ไกด์บอกอายุของวัดและเจดีย์ต่างๆก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อนักว่าจะเป็นได้หรือ พาลสงสัยว่าประวัติศาสตร์พม่าเขียนเรื่อง พ.ศ.ให้ดูเก่าแก่แบบเข้าข้างตนเองหรือเปล่า บ้างก็ว่าพันกว่าปี บ้างก็ 2 พันกว่าปี
ใครไม่เชื่อก็ต้องคนหาความจริงของประวัติศาสตร์พม่าเอาเองก็แล้วกัน ในเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเรื่องราวของพม่าและมอญก็มีข้อมูลมากมาย พออ่านไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจยิ่งขึ้นว่าอาณาจักรของพม่านั้นมีความยิ่งใหญ่ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่คนไทยน้อยคนจะเข้าใจ(แม้แต่ประวัติศาสตร์ชาติไทยของตนเองก็ยังไม่ค่อยจะรู้กันนัก)
พม่าเป็นประเทศที่ปิดตัวเองหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ชาวโลกจึงไม่ค่อยมีโอกาสรับรู้เรื่องราวของพม่ามากนัก คนไทยส่วนใหญ่คิดว่าพม่าล้าหลังกว่าไทยไปหลายสิบปี เรื่องราวทางประวัติศาสตร์คงเทียบกับไทยไม่ได้ เพราะในอดีตอาณาจักรไทย หรืออาณาจักรกรุงศรีอยุธยาก็มีความยิ่งใหญ่ไม่ไช่น้อย
แต่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ถือว่าชาติไทยเกิดทีหลังชาติพม่าเป็นเวลาหลายร้อยปี เช่นอาณาจักรพุกาม(Bagan) ซึ่งเป็นอาณาจักรเริ่มแรกของพม่าก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.1587*(พ.ศ.1587 -1830) ส่วนอาณาจักรสุโขทัยก่อตั้งมื่อราวปี พ.ศ.1792
*พงศาวดารพม่ามีบันทึกไว้ พ.ศ.1587 แต่หลักฐานการสร้างอาณาจักรมีมาตั้งแต่ พ.ศ.1392
หลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงความเก่าแก่ของประเทศพม่าก็มีมากมาย เช่นทะเลเจดีย์ที่เมืองพุกาม และยังมีอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากการคมนาคมยังไม่สะดวก หากเปิดเมื่อไหร่ก็รับรองว่า มีโอกาสขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกชนิดที่เดินพาเหรดต่อแถวกันเลยทีเดียว
เดือนกุมภาพันธ์ 55 เราคงได้ยินข่าวการเฉลิมฉลองมหาเจดีย์ชเวดากองที่มีอายุครบ 2600 ปี นับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อว่ามีอายุนานขนาดนั้น แต่ก็เป็นเรื่องจริง อีกประการหนึ่งชาวพม่ามีพลังศรัทธาอันแรงกล้าต่อพระธาตุเจดีย์เป็นอย่างมาก ช่วยกันทำนุบำรุงมาตลอดระยะเวลานับเป็นพันๆปี จนดูคล้ายกับว่าเจดีย์ทองคำนี้สร้างขึ้นไม่กี่ร้อยปีมานี่เอง
คนพม่าทั้งจากอดีตจนถึงปัจจุบันนิยมบูชาทองคำแผ่น(ไม่ไช่ทองคำเปลว)ปิดองค์พระธาตุ ทำให้พระธาตุแต่ละแห่งที่พบเห็นดูเหลืองอร่ามไปหมด
บางแห่งมีทองคำแท้อยู่บริเวณยอดเจดีย์ ส่วนช่วงล่างลงมาก็ทาด้วยสีทอง ดังนั้นแผ่นทองคำที่ปิดองค์พระธาตุเจดีย์น่าจะเป็นเครื่องชี้วัดถึงความศรัทธาของชาวพม่าในเมืองนั้นๆได้เป็นอย่างดี
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคนพม่าจึงนิยมทองคำกันนัก และเอาทองคำมาจากที่ไหนกัน
คำตอบก็คือในพม่ามีแร่ทองคำเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีเหมืองทองคำอยู่ถึง 22 แห่ง และเมื่อต้นปี 2555 มีข่าวว่าดาวเทียมจากองค์การนาซาของสหรัฐ พบขุมทองคำขนาดใหญ่ในพม่า สามารถขุดขึ้นได้เป็นจำนวนหลายพันตัน และกินเวลาต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปี
อนาคตของประเทศพม่าคงบอกได้ว่าจะมีแต่ความรุ่งเรือง ทั้งทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ตามสำนวนสุภาษิตไทยทุกประการ

มหาเจดีย์ชเวดากองสัญลักษณ์ของประเทศพม่าเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าโอกาละปะ เมื่อ 588 ปี
ก่อนคริสตกาล โดยตลอด 2,600 ปีที่ผ่านมามีการบูรณปฏิสังขรณ์ในหลายยุค ทำให้ความสูงขององค์เจดีย์เพิ่มขึ้นจาก 20 เมตร เป็น 99 เมตรในปัจจุบัน
ตามที่กล่าวมาแล้วว่าพม่าเป็นชนชาติที่มีประวัติมายาวนาน และนานกว่าชาติไทยค่อนข้างมาก
และก่อนที่พม่าจะตั้งอาณาจักรพุกามซึ่งเป็นอาณาจักรแรกเมื่อปี พ.ศ.1392 นั้นปรากฏว่า ชนชาติมอญได้เข้ามาอยู่ในดินแดนของพม่าแล้วนับเป็นเวลา 2400 ปีก่อนพุทธกาล นับจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลาราว 5000 ปี
ภาษามอญถือว่าเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในดินแดนอุษาคเนย์ และหากจะสืบสาวราวเรื่องทางชาติพันธ์ ก็อาจพบว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของคนไทยก็น่าจะมีเชื้อสายมาจากชาวมอญไม่น้อย เนื่องจากดินแดนสุวรรณภูมิหรือแผ่นดินทองที่มักกล่าวกันในทางประวัติศาสตร์ ก็คือดินแดนของไทยและพม่า(อาจรวมไปถึงเขมร) ที่มีพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์เพื่อทำนาปลูกข้าวเลี้ยงประชากร และชนชาติแรกที่เข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมินี้ก็คือชนชาติมอญ
ตามหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในจังหวัดนครปฐม เชื่อกันว่า ศูนย์กลางของดินแดนสุวรรณภูมิในสมับโบราณนั้นน่าจะอยู่แถวๆบริเวณจังหวัดนครปฐม และกลุ่มชาติพันธ์เก่าแก่ในยุคโบราณนั้นก็คือ "ชนชาติมอญ" ขณะเดียวกันดินแดนทางแถบนี้ก็ยังเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับประวัติขององค์พระปฐมเจดีย์ ที่มีลักษณะรูปทรงแตกต่างจากเจดีย์เก่าแก่อื่นๆในประเทศไทย
วันเวลาผ่านไปนับร้อยนับพันปี ชนชาติมอญได้ไปรวมกันที่ดินแดนพม่า และเชื่อกันว่าชนชาติมอญส่วนหนึ่งที่สูญหายไปจากดินแดนไทย ก็เนื่องจากการแผ่ขยายอิทธิพลของอาณาจักรขอม ทำให้มอญต้องอพยพข้ามภูเขาจากแดนไทยไปอาศัยทางฝั่งพม่า

ศาสนาพุทธในพม่า
พม่าได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนามาจากประเทศอินเดีย สิ่งก่อสร้างทางพุทธสถานต่างๆจึงมีศิลปะที่ค่อนไปทางอินเดีย ตัวอย่างเช่นทะเลเจดีย์ที่เมืองพุกาม ที่มีจำนวนถึง 2 พันกว่าองค์ (จากเดิมที่มีถึงสี่พันกว่าองค์) แต่งานพุทธศิลป์บางอย่างก็ดูเป็นเอกลักษณ์ของพม่าล้วนๆ เช่นพระพุทธรูปจะเป็นสีขาว มีหน้าตาคล้ายผู้หญิงที่ทาปากสีแดง
จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมพระพม่าจึงมีสีขาว และทำไมต้องทาปากสีแดงจนดูคล้ายพระผู้หญิง
แม้แต่พระนอนชเวตาเลียวก็เป็นพระนอนองศ์สีขาวไม่ต่างกับพระพุทธรูปปางต่างๆที่มีสีขาวเช่นกัน ความจริงคนพม่าก็ไม่ได้มีผิวขาว ส่วนใหญ่ที่เห็นจะมีผิวสีน้ำตาลคล้ายคนอินเดียมากกว่า
ไปเที่ยวพม่าเราจึงเห็นคนพม่าที่หน้าตาเป็นแขกอินเดีย ตัวดำ ตาโต ผมหยิก นี่คือพม่าที่มีเชื้อสายอินเดีย ส่วนคนพม่าที่ผิวออกขาวๆหน้าตาคล้ายคนจีนหรือคนไทย พวกนี้น่าจะมีเชื้อสายมาจากกลุ่มชาติพันธ์ทางตอนเหนือที่มีพรมแดนติดกับจีน
มาเที่ยววัดพระนอนชเวตาเลียวได้เจอสาวพม่าหน้าไทยจนต้องจ้องมองอยู่นานเพราะดูยังไงก็ไม่เป็นพม่า หรือว่าสาวๆเหล่านั้นอาจมีเชื้อสายคนไทยหรือคนกรุงเก่า-อยุธยา
แล้วคนไทยหรือคนกรุงเก่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์สมัยที่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ก็จะพบว่าพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่า ได้กวาดต้อนผู้คนและช้าง ม้า วัว ควาย กลับพม่าหรือกลับกรุงหงสาไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ไทยยังต้องส่งส่วยด้วยช้างอีกปีละหลายสิบเชือก
ประเทศแพ้สงครามก็เป็นแบบนี้แหละครับ ต้องยอมทุกอย่าง และเป็นธรรมเนียมของผู้ชนะ ที่ต้องกวาดต้อนศัตรูเอาไปเป็นเชลยด้วย คนกรุงเก่าในสมัยนั้นก็คงถูกต้อนไปพม่านับหมื่นนับแสนคน เป็นการตัดกำลังพลเรือนหรือตัดกำลังทหารให้ลดน้อยลง จะได้ไม่คิดแข็งข้อในภายหลัง
นับจากปัจจุบันคนกรุงเก่าที่ถูกต้อนไปเป็นเชลยได้ล่วงเลยมาเป็นเวลาถึง 443 ปีแล้ว หากนับเป็นชั่วอายุคนก็น่าจะราว 5-6 รุ่น (เฉลี่ยรุ่นละ 80 ) คนไทยในพม่าจึงผสมผสานทางชาติพันธ์กับคนพม่า-มอญ ในเมืองหงสามาแล้วหลายรุ่น มาถึงปัจจุบันอาจมีบางคนที่มีหน้าตาออกเป็นไทยๆเหมือนกับที่พบเห็นในวัดพระนอนชเวตาเลียวก็เป็นได้ หรือ
หากพบเห็นว่าใครที่หน้าตาคล้ายคนไทยก็พึงสงสัยไว้ก่อนว่าน่าจะมีเลือดเนื้อเชื้อไข หรือมี ดีเอ็นเอ(DNA) ที่เป็นสายพันธ์ของคนไทย
ที่วัดพระนอนในวันนั้นมีสาวพม่าบางคนคล้ายคนไทยมาก แต่พูดไทยได้นิดหน่อย บางคนก็สวยและดูใสซื่อจนอยากชวนให้มาอยู่เมืองไทย
จะได้ช่วยกันทำมาหากิน ... ไงละครับท่าน ....
โฟโต้ออนทัวร์
10 กรกฎาคม 2555
แผนที่ประเทศพม่า แผนที่เมืองย่างกุ้ง - สิเรียม และแผนที่เมืองเนปิดอร์
|