Photoontour   โฟโต้ออนทัวร
Part1
Part2
Part3
Part4
Part5
Part6
Part7
Part8
Part9
Part10
Part11
Part12
Part13
Part14
 
 
 
 
    Home                Myanmar Part 7   เที่ยวพม่าตอนที่ 7 Home   Outbound Tour   Myanmar Part 7
 
Outbound ท่องต่างแดน
  Angkor Wat : นครวัด นครธม
  Kohker : เกาะแกร์ เบ็งมาเลีย
  Malaysia : ประเทศมาเลเซีย
  Myanmar : พม่า เมืองเมียวดี
  South Laos : ลาวใต้ แขวงจำปาสัก
  Luang Pra Bang :หลวงพระบาง
  M Vietnam : เว้ ดานัง ฮอยอัน
  Hanoi Halong Bay : ฮานอย อ่าวฮาลอง
  Sapa Vietnam :ซาปา เวียดนามเหนือ
  Ninh Binh : นิงบิ่งห์ เวียดนามเหนือ
  Sipsongpanna :สิบสองปันนา
  Guilin China : กุ้ยหลิน จีน
  Beijing : ปักกิ่ง วังหลวง กำแพงจีน
Asia Girls ภาพสาวเอเชีย
  Korean สาวเกาหลี
  Japanese สาวญี่ปุ่น
  Chinese สาวจีน
  Philipines สาวฟิลิปปินส์
  Indonesian สาวอินโดนีเซีย
  Myanmar สาวพม่า
  Laos สาวลาว
  Cambodian สาวกัมพูชา
  Malaysian สาวมาเลเซีย
  Vietnamese สาวเวียดนาม
Photography ภาพถ่าย
  Portraits
  King Photos
  Wallpapers
  Baby & Child
  City Tour
  Photo Gallery
  Flowers
  Japan Tsunami
  Thailand Tsunami
  Bangkok Floods
  Photo Around the World
     
    
 
แผนที่ประเทศพม่า : แผนที่เมืองย่างกุ้ง : ตำแหน่งที่ตั้งเมืองเนปิดอร์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า



Myanmar Part 7 : Kyaiktiyo Pagoda (Golden Rock)
เที่ยวพม่าตอนที่ 7 :
พระธาตุอินทร์แขวน 1 ใน 5 สิ่งศัดิ์สิทธ์ของพม่า
(เดินทาง มกราคม.2555)



ตอนที่แล้วหรือตอนที่ 6 ได้นั่งเสลี่ยงขึ้นมาบนเขา Paung Laung เพื่อจะมาพักที่โรงแรมไจก์โทโฮเต็ล(Kyaihto Hotel) ที่อยู่ห่างจากพระธาตุอินทร์แขวนราว 4-500 เมตร  หรือพอจะมองเห็นในยามค่ำคืนได้ค่อนข้างชัดเจน  เนื่องจากมีไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่างจนเห็นหินศักดิ์สิทธิ์โดดเด่นเป็นสีทอง

คืนนี้ในเวลา 2 ทุ่ม เรานัดมารวมตัวที่หน้าโรงแรมเพื่อจะเดินขึ้นไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวน ไกด์ชาวพม่าบอกว่าหากมาที่นี่แล้วก็ควรจะไปไหว้พระธาตุและปิดทองสัก 2 ครั้งจึงจะได้บุญมาก โดยไหว้คืนนี้และพรุ่งนี้ตอนเช้าอีกครั้ง แต่การปิดทองหินศักดิ์สิทธิ์จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ส่วนผู้หญิงให้กราบไหว้อธิษฐานอยู่ด้านนอกแทน

ข้อห้ามไม่ให้สตรีเข้าไปพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ตามวัดสำคัญๆในพม่าหรือวัดทางภาคเหนือของไทยเช่นเจดีย์วัดพระธาตุดอยสุเทพ มีข้อปฏิบัติที่คล้ายๆกัน หลายคนอาจไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงอนุญาตเฉพาะชาย

เรื่องนี้เคยได้ยินมาจากคำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่บอกว่าผู้หญิงมีประจำเดือนซึ่งถือว่าเป็นของสกปรก หากขณะมีประจำเดือนและเข้าไปในสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งถือว่าเป็น “สิ่งเคารพสูงสุดของพุทธศาสนา ก็จะทำให้มัวหมองหรือเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์   

แม้แต่การรบในสมัยก่อนที่มีการใช้คาถาอาคม  เช่นข้าศึกมีคาถาดี ฟันแทงไม่เข้า คนสมัยก่อนแก้เคล็ดด้วยการเอาอาวุธมาลอดกระโปรงผู้หญิง ยิ่งเป็นหญิงกำลังมีประจำเดือนก็ยิ่งดี หากเจอแบบนี้เขาบอกว่าต่อให้มีอาคมแน่สักแค่ไหนก็ไม่รอดสักราย คนโบราณเค้าจึงใช้ผ้าถุงหรือผ้านุ่งผู้หญิงรวมทั้งผ้าเปื้อนประจำเดือนมาแก้คาถาอาคมของศัตรูให้เสื่อมมนต์ขลัง

นี่เป็นเรื่องที่คนสมัยก่อนบอกต่อๆกันมา

นึกขึ้นได้ว่าคนไทยที่นิยมห้อยพระเครื่องก็ยังมีข้อห้ามไม่ให้ลอดราวตากผ้าโดยเฉพาะราวตากผ้าถุงหรือราวตากกางเกงในของผู้หญิง เชื่อกันว่าจะทำให้ความขลังความศักดิสิทธิ์นั้นเสื่อมสลายเนื่องจากเป็นของต่ำ และแม่บ้านสมัยก่อนเค้าจะแยกราวตากผ้าของหญิงและชายออกจากกัน ไม่ปะปนกันเหมือนสมัยนี้

สตรีเพศจึงเป็นของต้องห้ามในพิธีกรรมต่างๆทางพุทธศาสนามาช้านานเช่นการลงโบสถ์อุปสมบท บางวัดจะไม่ให้ผู้หญิงเข้าโบสถ์ในช่วงทำพิธี  หรือบางวัดทางภาคเหนือก็มีกฎห้ามไม้ให้ผู้หญิงเข้าไปในโบสถ์(แบบถาวร) วัดหลายแห่งจึงมักมีป้ายเขียนว่า ห้ามสตรีเข้าไปข้างใน  หรือ ห้ามสตรีขึ้นไปข้างบน เช่นวัดพระธาตุลำปางหลวง วัดกู่เต้า-เชียงใหม่ และวัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นต้น

แต่ผู้หญิงไทยบางคนไม่เข้าใจ โดยอ้างสิทธิสตรีว่ามีความทัดเทียมชายตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี40 ผู้หญิงไทยที่ว่าก็คือ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช  หรือเจ้เบียบ อดีต ส.ว. ขอนแก่น ที่เคยโวยวายเมื่อครั้งที่ไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพพร้อมกับเห็นป้าย ห้ามสตรีเข้าไปในพื้นที่ชั้นในหรือแนวรั้วรอบพระธาตุ
  
ผลก็คือเจ้เบียบโดนรุมด่าจากทุกสารทิศ จนเจ้าตัวต้องออกมาขอโทษ บอกรู้เท่าไม่ถึงการณ์  แต่แหม..อายุปูนนั้นแถมมีตำแหน่งเป็นถึง ส.ว.จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์เลยหรือ หรือว่ากำลังเห่อกฎหมายสิทธิสตรี

นี่คือบทเรียนของผู้ที่ไม่รู้จักกาลเทศะ และไม่เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของชาวล้านนา ถ้าอยากจะเข้าไปไหว้พระธาตุด้านในรั้วจนใจจะขาด ก็อาจอนุโลมหากเจ้าตัวแปลงเพศเป็นชายและไม่มีประจำเดือนเหมือนสตรีทั่วไป แต่ก็คงทำไม่ได้อีกนั่นแหละเพราะหลังจากที่เกิดเรื่องนี้ ทางวัดจึงได้ปิดล๊อคกุญแจพร้อมกับเอาป้ายออก จึงไม่มีใครเข้าไปข้างในได้เหมือนเมื่อก่อน

ผู้หญิงพม่าเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ดี และปฏิบัติกันมานับเป็นพันๆปี แม้โลกจะเปลี่ยนไปหรือประเทศจะเจริญแค่ไหนก็ตาม


ค่ำคืนแห่งพลังศรัทธา

คืนนั้นหลังรวมตัวกันเสร็จก็ออกจากโรงแรมพร้อมๆกัน ระหว่างนั้นเห็นชาวพม่าเดินผ่านหน้าโรงแรมกันอย่างคึกคัก บางคนพึ่งจะมา บางคนก็กำลังเดินกลับ แต่ที่เหมือนๆกันก็คือเกือบทุกคนจะมีไม้เท้าช่วยพยุงตัวสำหรับเดินขึ้นเขาเพื่อป้องกันการลื่นล้ม และทำให้เดินขึ้น-ลง เขาได้สะดวกยิ่งขึ้น

ไกด์บอกว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ ผู้คนจะมากขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงวันอาทิตย์ หากเป็นงานบุญประจำปีผู้คนก็จะหนาแน่นชนิดที่เต็มลานด้านบน

หลายคนอาจคิดว่าการเดินทางมานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนอาจเป็นเรื่องลำบากสำหรับผู้สูงอายุ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความศรัทธาจึงไม่มีอุปสรรคใดๆที่จะมาขวางกั้นผู้สูงอายุชาวพม่า

ภาพในชุดนี้จะเห็นชาวพม่าที่มีอายุหลายคนเดินขึ้นมาจนถึงข้างบนนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว แถมบนศีรษะยังเทินหรือวางสัมภาระอีกต่างหาก  ผิดกับนักท่องเที่ยว(ทั้งไทยและเทศ)ที่นั่งเสลียงมากันแบบสบายๆ จึงไม่รู้สึกลำบากอะไร

ถามไกด์พม่าว่าตอนขาขึ้นมาไม่เห็นมีชาวพม่านั่งเสลี่ยงเลยสักคน แกก็บอกว่าชาวพม่าถือว่าหากเดินขึ้นมาด้วยลำแข้งของตนเองแล้วจะถือว่าได้บุญมาก จึงไม่มีใครนั่งเสลี่ยงยกเว้นคนสูงวัยที่มีฐานะ

ความศรัทธาต่อองค์พระธาตุอินทร์แขวนที่เป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า  จึงเหมือนเป็นกำลังใจให้ชาวพม่าทุกเพศทุกวัยขึ้นมาจนถึงข้างบนนี้ได้ หลายคนอาจแปลกใจว่าเอาแรงมาจากไหน


เรื่องนี้เคยเห็นกับตากับตนเองมาแล้วที่วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ 

หลายปีก่อนเคยไปเที่ยววัดถ้าเสือพร้อมกับเดินขึ้นเขาที่มีบันใดถึง 1200 ขั้น ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่มีบันไดมากที่สุดและสูงที่สุดในประเทศไทย และคงไม่ธรรมดาสำหรับคนสูงวัยที่จะพาร่างตนเองเดินขึ้นบันใดจนถึงข้างบนนั้นได้

วันนั้นเดินขึ้นไปกับลูกๆ โดยเดินบ้างพักบ้างเป็นระยะๆ แต่รู้สึกว่าเดินตั้งนานก็ไม่ถึงไหนสักที แถมตอนนั่งพักยังขำตนเองที่ขาสั่นเนื่องจากกล้ามเนื้อเกร็ง พอถึงช่วงสุดท้ายถ้าจำไม่ผิดน่าจะเขียนที่บันใดเป็นเลข 50 (เหลืออีก 50 ขั้นสุดท้าย) ตอนนี้ค่อยเบาใจและดีใจที่ใกล้จะเป็นความจริง  รู้สึกว่าเป็นความยิ่งใหญ่และภูมิใจตนเองที่สามารถทำในสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญ


แต่ที่ไหนได้..

พอขึ้นไปถึงลานพิธีเห็นคนแก่คนเฒ่ารวมทั้งแม่ชีวัย 70 -80 นั่งกันเต็มไปหมด ทุกคนนั่งพนมเนื่องจากกำลังทำพิธีพุทธาภิเษกในงานประจำปีของวัดถ้ำเสือ

สรุปว่าที่ดีใจและภูมิใจกับการเดินบันใดถึง 1,200 ขั้นนั้นมันหายไปหมด กลายเป็นเรื่องธรรมดาแบบจิ๊บๆ เพราะขนาดชาวบ้านและแม่ชีที่มีอายุก็ยังเดินขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ปกติ ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลย  

และวันนั้นตอนขาลงบันใด มีโอกาสคุยกับคุณลุงท่านหนึ่งที่ขาไม่ค่อยแข็งแรงนักบอกว่า ค่อยๆเดินขึ้นมาช้าๆพร้อมกับพระในวัดอีกหลายรูป แถมยังบอกว่าขึ้นมาร่วมพิธีทุกปี

ทำให้รู้ว่าคนที่มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ในศรัทธาอย่างแรงกล้า ย่อมฟันฝ่าอุปสรรคมาได้จนเป็นผลสำเร็จ

กลับมาที่วัดพระธาตุอินทร์แขวนต่อ

ระหว่างกำลังเดินขึ้นไปไหว้พระธาตุ ไกด์ได้พาเข้าไปในวิหารที่มีองค์เทพจำนวนหลายองค์ให้กราบไหว้ในห้องเล็กๆ  เทพเหล่านี้เป็นปูนปั้นขนาดเท่าตัวคนพร้อมทาสีให้ดูสวยสดงดงาม ใครศรัทธาเทพตนไหนหรือมีปัญหาอะไร เช่นทำมาค้าขายไม่ขึ้น หรือต้องการให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็เลือกกราบไหว้บูชาเทพที่ให้โชคหรือให้ความสำเร็จในแต่ละเรื่องไป

จากนั้นก็ขึ้นบันใดมาจนถึงลานโล่งอย่างชนิดที่กว้างขวางใหญ่โต  น่าแปลกที่ลานวัดทั้งหมดนี้ปูด้วยหินอ่อนขัดมันอย่างดี  ทำให้ดูสะอาดและมันวับทั้งที่มีคนเดินผ่านไปมาตลอดทั้งวัน

ข้างบนนี้ลมแรงและอากาศค่อนข้างจะเย็นกว่าด้านล่าง อุณหภูมิขณะนี้ราว 17-18 องศา แต่ตอนเช้ามืดอาจเหลือแค่ 14- 15 เรียกว่ากำลังสบายๆแค่สวมแจ๊คเก็ตสักตัวก็เอาอยู่  

คืนนี้อากาศปลอดโปร่งไม่มีเค้าว่าจะมีฝน  คนไทยที่เคยมาวัดนี้หลายครั้งบอกว่า ส่วนมากเจอฝนเป็นประจำทั้งๆอาจไม่ใช่ฤดูฝน  เหตุมีฝนบ่อยเนื่องจากข้างบนนี้เป็นภูเขาสูงในระดับเมฆ หากวันไหนเมฆรวมตัวแล้วลอยต่ำๆก็เห็นเป็นกลุ่มเมฆปกคลุมจนดูคล้ายละอองฝนละเอียดยิบ หรือถ้าวันไหนโชคดีก็อาจเห็นเป็นทะเลหมอกสวยงามมาก

ไกด์ได้บอกแต่แรกแล้วว่าวัดพระธาตุอินทร์แขวนมีผู้บริจาคเงินกันเยอะมาก หรือเป็นวัดที่มีเงินมีทองมาก ถนนขึ้นมาจากเชิงเขา 18 กม. ทางวัดก็เป็นผู้สร้าง และไม่แน่ว่ารถบรรทุกคนที่วิ่งกันตลอดทั้งคืนจะเป็นรถของทางวัดหรือไม่ แต่ลานหินอ่อนที่เห็นอยู่ขณะนี้ดูแล้วน่าจะใช้เงินไม่น้อยในการก่อสร้าง และคิดว่ามีการทำความสะอาดพื้นกันเป็นประจำตามธรรมเนียมของสตรีชาวพม่าที่ถือว่าการเช็ดถูกวาดลานวัดนั้นเป็นการปฏิบัติบูชา  ทำให้ลานวัดสะอาดอยู่ตลอดเวลา

แม้แต่คืนนี้ก็เห็นหญิงพม่าหลายคนช่วยกันกวาดลานวัด  นี่อาจเป็นเหตุว่าทำไมลานวัดในพม่าจึงสะอาดหมดจดชนิดที่เดินเท้าเปล่าได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

ใครมาเคยเที่ยววัดในพม่าอาจแปลกใจว่าลานวัดทุกแห่งในพม่าจะปูกระเบื้องจนดูสะอาดหมดจด วัดในความหมายของชาวพม่าจึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลและทำนุบำรุง วัดพม่าจึงเป็นศูนย์รวมของจิตใจอย่างแท้จริง

วัดพระธาตุอินแขวนแม้จะอยู่ไกลและขึ้นเขามาลำบาก แต่ชาวพม่าก็ยังศรัทธาและเดินทางกันมากราบไหว้อย่างไม่ขาดสาย ความศรัทธาที่เปี่ยมล้นเช่นนี้คนไทยอาจเข้าใจยากสักนิดว่า ทำไมจึงมีความศรัทธาถึงเพียงนี้

ความศรัทธาแบบที่ว่านี้แทบจะเหลือน้อยเต็มทีในสังคมบ้านเรา ซึ่งอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนสังคมไทยและพม่าก็คงไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก  แม้จะนับถือพุทธศาสนาต่างนิกายก็ตาม ปัจจุบันไทยเรามีความจริญในหลายๆด้าน คนไทยสมัยนี้ก็มีความรู้มีการศึกษา จึงมักใช้เหตุผลส่วนตัวมาตัดสิน ซึ่งมีทั้งผิดและถูก

ซึ่งต่างกับคนไทยสมัยก่อนที่ใช้ศรัทธานำหน้า แล้วศึกษาหาความรู้หรือหาเหตุผลกันทีหลัง แต่คนไทยสมัยนี้มักใช้เหตุผลนำหน้า เรียกว่าต้องเชื่อในเหตุผลนั้นก่อน เมื่อเชื่อแล้วศรัทธาก็(อาจจะ)ตามมา แต่ปัญหาว่าบางครั้งเหตุผลก็ไม่เข้าใจเพราะมีอีโก้สูง ความศรัทธาจึงไม่งอกเงย เท่ากับว่ายังถือว่าไม่รู้ หรือยังมีอวิชชากันต่อไป

เรื่องศรัทธา.. บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องอธิบายถึงเหตุผล หากความศรัทธานั้นเป็นเรื่องดีงาม เช่นศรัทธาในคำสอนของศาสดา เพราะได้พิสูจน์กันมานับเป็นพันๆปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม จึงไม่ควรมีข้อสงสัยใดๆ หรือเกิดตัวกูของกูว่า พุทธ ดีกว่าคริสต์เป็นต้น

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าคน(ไทย)สมัยนี้ เรียนมาก รู้มาก (หรืออาจโง่มาก) จะทำอะไรจึงมักหาเหตุผลก่อนเสมอ แต่คนสมัยก่อน ใช้ศรัทธาเป็นเครื่องนำทาง แม้จะไม่รู้ ไม่เข้าใจ แต่ก็ศรัทธา เมื่อศรัทธาตกผลึกขึ้นในใจแล้ว ปัญญา(การรู้แจ้ง)ก็จะเกิดขึ้นเอง เหมือนกับว่าเริ่มต้นที่ศรัทธา แล้วมุ่งสู่ปัญญา โดยกระโดดข้ามเหตุผลที่เป็นสิ่งรุงรัง ที่มีแต่คำถาม หรือมีข้อสงสัยมากมาย

ลานวัดพระธาตุอินทร์แขวน

เมื่อเดินเข้าไปใกล้พระธาตุก็จะเห็นชาวพม่าเกาะกลุ่มกันนั่งตามม้านั่งริมกำแพง หรือนอนตามข้างกำแพงข้างวิหาร แต่ละคนมีผ้าห่มผืนโตๆเพื่อกันหนาว  ข้างตัวก็มีกระเป๋าเดินทางบ้างพร้อมสัมภาระที่จำเป็นในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็ 1 คืนกับ 2 วัน

ชาวพม่านอนกันเต็มลานในคืนที่มีอากาศหนาวเย็น คงเป็นเรื่องปกติเพราะทุกคนมาด้วยความตั้งใจ เพียงแค่นอนใกล้ๆกันพระธาตุก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว

ที่ลานแห่งนี้อาจพบเห็นวัฒนธรรมของหนุ่มสาวชาวพม่า คือเค้าจะมาจีบกัน หรือนัดพบปะกันในวัด  บางคนก็มาเป็นกลุ่มใหญ่ แต่มาถึงที่นี่ก็อาจปลีกวิเวกไปอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง

ประเทศพม่าไม่มีสิ่งบันเทิงมากมายเหมือนเมืองไทย ความเจริญหรือความศิวิไลจากภายนอกจึงรับรู้น้อยมาก  โทรศัพท์มือถือมีใช้แทบจะนับคนได้  ถึงมีก็เป็นของจีนที่มีราคาถูก อีกอย่างการสื่อสารในพม่าถือว่ายังล้าสมัย ใครมีโทรศัพท์มือถือสักเครื่องในขณะนี้จึงต้องเสียค่าใช้จ่ายนับเป็นหมื่นๆบาท  โดยเฉพาะค่าโทรที่แพงมาก ในพม่าไม่มีโปรโมชั่นโทรฟรีเหมือนบ้านเรา หนุ่มสาวชาวพม่าจึงไม่มีโทรศัพท์มือถือนัดแนะหรือพบปะกัน

เห็นมาหลายครั้งแล้วที่เห็นชาวพม่านั่งคุยกันสองต่อสองกันในวัด เหมือนกับที่ในเมืองเมียวดีของพม่า ที่อยู่ติดชายแดน อ.แม่สอด จังหวัดตาก

บรรยากาศบนลานวัดในยามนี้ต้องบอกว่าโรแมนติกเอามากๆ อากาศกำลังเย็นสบาย อาจหนาวนิดๆ หนุ่มสาวพม่าหลายคู่จึงนั่งชิดติดกันเพื่อสร้างความอบอุ่น

อาจมีคนสงสัยว่า ไม่บาปหรือ

คงไม่ละมั้ง...เพราะคนพม่าคงรู้จักกาลเทศะดีว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน   

วันนั้นเห็นหลายคู่นั่งคุยกันในที่สลัวๆ จะเข้าไปขอถ่ายภาพก็เกรงใจ จึงได้แค่แอบชำเลืองแล้วเดินผ่าน  ยกเว้นบางคู่ที่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาจึงขออนุญาตถ่ายภาพไว้เพื่อเป็นหลักฐานบ้าง จะได้เห็นความน่ารักของหนุ่มสาวชาวพม่าที่ใช้วัดเป็นสถานที่พบปะ อีกอย่างหนึ่งคนพม่าไม่ค่อยถือสากับการขอถ่ายภาพ  ส่วนใหญ่เต็มใจโดยไม่อิดออด
 
ในคืนนี้มีโอกาสกราบไหว้และปิดทองพระธาตุ พร้อมกับเอามือแตะหินตามธรรมเนียมก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะการมานมัสการพระธาตุเพียงแค่ 1 ครั้ง ก็เป็นความภาคภูมใจของชาวพม่าแล้ว

การเดินทางมากราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวนของชาวพม่าคงถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ และคงไม่ได้มากันบ่อยนัก เมื่อมีโอกาสจึงต้องเตรียมข้าวของสัมภาระกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารการกินอาจเตรียมกับข้าวกับปลาชนิดพกสะดวกและอยู่ได้นาน  ส่วนข้าวเปล่าอาจซื้อหาในตลาดภายในวัด 

ตลาดนัดในเขตวัดพระธาตุอินทร์แขวน
แต่ละวันมีชาวพม่าหลังไหลมาทำบุญจนเกิดมีตลาดขึ้นภายในวัด  ตลาดที่นี่จะเปิดขายกันตลอดคืนหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่วันนั้นราวตี 5 ก็เห็นคึกคักกันแล้ว ยิ่งช่วงราว 6 - 7 โมงผู้คนก็จะมากขึ้นเนื่องจากเป็นเวลาที่ต้องซื้อข้าวปลาอาหารมาถวายพระธาตุ

ที่แปลกแตกต่างจากบ้านเราก็คือพระในวัดนี้จะไม่ออกไปบิณฑบาต แต่จะฉันท์อาหารจากโรงครัวของทางวัดเองที่จัดถวายกันแต่เช้ามืด 

ภาพชุดพระธาตุอินทร์แขวนยังไม่หมดนะครับ   ตอนต่อไปจะพาไหว้พระธาตุตอนอรุณรุ่งหรือในยามที่แสงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ซึ่งจะเป็นบรรยากาศที่สวยงามและน่าตื่นตา   



โฟโต้ออนทัวร์
4 มิถุนายน 2556 




แผนที่ประเทศพม่า แผนที่เมืองย่างกุ้ง - สิเรียม และแผนที่เมืองเนปิดอร์


 
แผนที่ประเทศพม่า คลิกที่ภาพ
แผนที่เมืองย่างกุ้ง สิเรียม คลิกที่ภาพ
แผนที่พม่า Myanmar Maps
แผนที่เมืองย่างกุ้ง Yangon Maps
   
แผนที่เมืองหลวงเก่า (ย่างกุ้ง) และเมืองหลวงใหม่ (เนปิดอร์) คลิกที่ภาพ
แผนที่เมืองหงสาวดี คลิกที่ภาพ
เมืองเนปิดอร์ Nay pyi daw


     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ