Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์
Part1
Part2
Part3
Part4
Part5
Part6
Part7
Part8
Part9
Part10
Part11
Par12
Par13
Part14
 
 
 
 
    Home               
Myanmar Part 10   เที่ยวพม่าตอนที่ 10
Buddha 4 Faces, Giant Buddha Chaukhtatgyi, Marble Buddha
Home   Outbound Tour   Myanmar Part 10
 
Outbound ท่องต่างแดน
  Angkor Wat : นครวัด นครธม
  Kohker : เกาะแกร์ เบ็งมาเลีย
  Malaysia : ประเทศมาเลเซีย
  Myanmar : พม่า เมืองเมียวดี
  South Laos : ลาวใต้ แขวงจำปาสัก
  Luang Pra Bang :หลวงพระบาง
  M Vietnam : เว้ ดานัง ฮอยอัน
  Hanoi Halong Bay : ฮานอย อ่าวฮาลอง
  Sapa Vietnam :ซาปา เวียดนามเหนือ
  Ninh Binh : นิงบิ่งห์ เวียดนามเหนือ
  Sipsongpanna :สิบสองปันนา
  Guilin China : กุ้ยหลิน จีน
  Beijing : ปักกิ่ง วังหลวง กำแพงจีน
Asia Girls ภาพสาวเอเชีย
  Korean สาวเกาหลี
  Japanese สาวญี่ปุ่น
  Chinese สาวจีน
  Philipines สาวฟิลิปปินส์
  Indonesian สาวอินโดนีเซีย
  Myanmar สาวพม่า
  Laos สาวลาว
  Cambodian สาวกัมพูชา
  Malaysian สาวมาเลเซีย
  Vietnamese สาวเวียดนาม
Photography ภาพถ่าย
  Portraits
  King Photos
  Wallpapers
  Baby & Child
  City Tour
  Photo Gallery
  Flowers
  Japan Tsunami
  Thailand Tsunami
  Bangkok Floods
  Photo Around the World
     
    
 
แผนที่ประเทศพม่า : แผนที่เมืองย่างกุ้ง : ตำแหน่งที่ตั้งเมืองเนปิดอร์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า



Myanmar Part 10 : Buddha 4 Faces, Giant Buddha Chaukhtatgyi, Marble Buddha
เที่ยวพม่าตอนที่ 10
:  เจดีย์ใจ๊ปุ่น พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี พระหินหยกสีขาวองค์ใหญ่

(เดินทาง มกราคม.2555)


เที่ยวพม่าในทริปย่างกุ้ง-หงสา-อินทร์แขวน ได้เดินทางมาถึงตอนที่ 10 แล้ว นับว่ามาไกลพอสมควร แต่ก็ยังไม่จบง่ายนะครับเนื่องจากยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย

เหตุที่ภาพชุดพม่ามีเรื่องราวต่อเนื่องมากกว่าภาพชุดของประเทศอื่นๆ ก็เพราะต้องการเปิดหน้าต่างประเทศพม่าให้รอบด้าน เพื่อให้หลายคนเห็นว่าพม่ามีสภาพเป็นอย่างไร หลังปิดประเทศมานานเกือบ 40 ปี

ทุกครั้งที่อยู่หน้าจอเพื่อคัดเลือกภาพของพม่าลงในเว็บไซต์ ก็รู้สึกตื่นตาว่าช่างต่างกับไทยค่อนข้างมาก พม่าในเวลานี้ถือว่ายังล้าหลังกว่าอีกหลายประเทศ การคมนาคมก็ยังไม่สะดวก บ้านเมืองก็มีสิ่งรกหูรกตา ผู้คนในชนบทก็ดูจะใช้ชีวิตแบบย้อนอดีตเหมือนไทยสมัยก่อน ถนนหนทางยังเต็มไปด้วยฝุ่น ผู้คนยังกินหมากปากแดง ทั้งหญิงและชายก็ยังนุ่งโสร่งกันทั้งบ้านทั้งเมือง

หลายคนอาจคิดว่าภาพเหล่านี้ไม่ค่อยน่าดูนัก แต่เรากลับคิดว่าเป็นภาพที่ควรบันทึกเก็บไว้อย่างยิ่ง เพราะหลังจากพม่าเปิดประเทศแล้ว บ้านเมืองก็คงจะพัฒนามากขึ้น เศรษฐกิจก็จะเจริญเติบโต ภาพที่เราเห็นๆกันในขณะนี้ก็จะค่อยๆลบเลือนหายไป

นับตั้งแต่เดินทางไปพม่าเมื่อเดือนมกราคม ปี 55 จนถึงวันนี้ (มค.57) ผ่านไปแล้ว 2 ปี ก็เชื่อว่าพม่ายังมีสภาพเดิมๆ เนื่องจากประเทศจะต้องพัฒนาโครงสร้างที่เป็นปัจจัยพื้นฐานให้ดีเสียก่อน เช่นการคมนาคม ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ จะรีบเร่งปฏิรูปประเทศเหมือนกับที่พ่อกำนันสุเทพกำลังจะปฏิวัติประเทศไทยคงไม่ได้แน่

น่าแปลกที่พรรคประชาธิปัตย์กระสันจะปฏิรูปประเทศเสียเหลือเกิน แต่พอนายอลงกรณ์ พลบุตร สส.ประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ปชป.ปฏิรูปพรรคของตนเอง กลับไม่ได้รับความสนใจจากระดับแกนนำพรรคและจากหัวหน้าพรรค เรียกว่าไม่มีใครเหลียวแล ทั้งๆที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคผู้นำพรรคและที่ปรึกษาพรรคในปัจจุบัน ก็แสดงความห่วงใยต่อบทบาทของสส.พรรคในระยะหลังๆ

แต่ช่วงนี้พรรคปชป.กระเหี้ยนกระหือรือที่จะปฏิรูปประเทศ ดูแล้วก็แปลก และชวนให้สงสัยว่า ปฏิรูปเพื่อใครกันแน่

แต่ถึงไม่บอก ก็เป็นที่รู้กันว่างานนี้พวกเจ้าทั้งหลายต่างก็ออกหน้าออกมาสนับสนุนกันเหลือเกิน น่าแปลกที่สื่อบ้านเรากลับไม่กล้าลงข่าว

ถึงจะปฏิรูปประเทศโดยออกกฎหมายมากี่ร้อยมาตรา แต่ถ้าจิตใจ นิสัย และสันดานของนักการเมือง(ไทย) ยังไม่มีการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มันก็เปล่าประโยชน์ ทำไปมันก็เข้าอีหรอบเดิม  แต่ผลเสียหายหรือผลกระทบมันก็เกิดขึ้นมาแล้วนับเป็นแสนๆล้านบาทจากการปิดประเทศ ซึ่งคนไทยทั้งประเทศก็ต้องรับชะตากรรมกันเอาเอง

การเมืองบ้านเราตอนนี้กำลังฝุ่นตลบ ต้องรอให้ฝุ่นจางกว่านี้ ก็จะรู้ความจริงว่า ใคร บุคคลกลุ่มไหน ธุรกิจอะไร ที่อยู่เบื้องหลังพ่อกำนันสุเทพฯ

พม่าเพิ่งจะผ่านพ้นกับคำว่าเป็นประเทศที่ปิดการรับรู้ข่าวสารจากต่างประเทศ แต่พอเปิดประเทศแล้วชาวพม่ากลับให้ความสนใจเรื่องการเมืองกันอย่างมาก การเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ก็มีประชาชนแห่ไปใช้สิทธิ์กันมึดฟ้ามัวดิน ดูแล้วก็คิดว่าประชาธิปไตยในพม่าน่าจะมีความเบ่งบานกว่าเมืองไทยที่ถือว่ายังลูกผีลูกคน

แต่ทุกอย่างในพม่าพึ่งจะเริ่มต้น การพัฒนาประเทศกำลังดำเนินการต่อเนื่อง การค้าการลงทุนจากต่างชาติเป็นไปอย่างสวยงาม และได้รับการเอาใจช่วยจากชาติมหาอำนาจทั้งหลาย

คนพม่าเองขณะนี้ต่างยินดี ทุกคนเตรียมรับการการเปลี่ยนแปลงประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เวลานี้เป็นแค่กำลังเริ่มต้น ปัญหาพื้นฐานต่างๆก็ยังต้องค่อยๆแก้ไขกัน

ทุกวันนี้เราก็ทราบข่าวอยู่เป็นประจำว่าพม่าส่งก๊าสให้กับไทยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างไม่สู้จะราบรื่นนัก มีการแจ้งเลื่อนการส่งก๊าสและแจ้งซ่อมโรงงานอยู่เป็นประจำ แม้แต่กระแสไฟฟ้าในพม่าเองก็ติดๆดับๆจนเป็นเรื่องปกติ

ออกไปในต่างจังหวัดถนนหนทางก็ไม่ค่อยจะราบรื่นนัก ยังห่างไกลกับถนน 4 เลน หรือ 6 เลนในบ้านเรามาก สิ่งเหล่ายังต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนา และต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง

พม่าพึ่งปิดฉากการเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ไปเมื่อเดือนธค.57 ไปไม่นานนี้ (27th SEA Games Myanmar 2013) งานนี้ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของพม่า  เป็นความหวังของคนพม่าเอง และยังเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่สากลอย่างแท้จริง

ความสำเร็จในการจัดงานไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในสนามแข่งที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดในการจัดงาน ต้องบอกว่าเป็นการช่วยเหลือจากหลายๆประเทศในฐานะพม่าเป็นประเทศน้องใหม่

ลำพังพม่าเองก็คงไม่มีศักยภาพในการจัดงานกีฬาระดับสากลได้ยิ่งใหญ่อย่างนี้ โดยเฉพาะพิธีเปิดและพิธีปิดที่ต้องใช้ผู้คนหลายพันคน ต้องวางแผนและมีระบบการจัดการที่ดี รวมถึงต้องใช้บุคคลากรอย่างมืออาชีพ แม้กระทั่งระบบแสง สี เสียง และการจุดพลุ ทั้งหมดนี้ต้องบอกว่าเป็นความช่วยเหลือจากประเทศจีนทั้งนั้น

ส่วนสิงคโปร์ให้ความช่วยเหลือเรื่องระบบความปลอดภัยในสนามแข่ง เช่นการออกบัตร การทำไอดีการ์ดให้กับเจ้าหน้าที่ และนักกีฬา รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อใช้สำหรับผ่านเข้าออกในสถานที่ต่างๆ ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

หลายปีที่ผ่านมาประเทศจีนนับว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างเมืองหลวงใหม่หรือเมืองเนปีดอว์ให้กับพม่า

ตึกอาคารราชการ รัฐสภา ถนนหนทาง สะพาน รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค นักลงทุนจากจีนได้เข้ามารับงานสำคัญๆนี้มานานแล้ว หรือเข้ามาก่อนที่พม่าจะเปิดประเทศเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว

พม่ากับจีนนับว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมาเป็นเวลานาน หรือนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง

หลังสงครามโลกครั้งที่2 พม่าปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการทหาร ไม่ต่างกับเป็นการปิดประเทศ ส่วนจีนก็ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ โลกภายนอกจึงไม่ค่อยจะทราบข่าวคราวและความเคลื่อนไหวของทั้งสองประเทศนี้

ยิ่งตอนนี้บทบาทของจีนต่อพม่าก็ยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันจีนยังมีบทบาทต่อภูมิภาคอาเซี่ยนอย่างใกล้ชิด และขณะนี้จีนกับพม่าได้ร่วมลงนามสร้างรถไฟความเร็วสูงที่มีมูลค่า 20,000ล้านดอลล่าร์(ประมาณ 650,000 ล้านบาท) เพื่อขยายสินค้าจากจีนออกสู่ฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางฝั่งพม่าที่มีระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นในประเทศจีนที่เมืองคุนหมิง

งานนี้พม่าไม่ต้องควักเงินสักจ๊าด(เงินสกุลพม่า) เนื่องจากเป็นโครงการสัมปทานระยะยาวถึง 50 ปี โดยจีนเป็นผู้ลงทุนส่วนพม่าก็จะได้ค่าสัมปทานตลอดอายุสัญญา

และโครงการลักษณะนี้จีนก็กำลังเจรจากับรัฐบาลลาว ซึ่งตอนนี้น่าจะมีความคืบหน้าไปมาก โครงการรถไฟฟ้าในลาวก็จะมาจ่อชายแดนไทยทางภาคอีสาน ส่วนไทยก็จะสร้างระบบการขนส่งเพื่อสอดรับกับโครงการของจีน สำหรับใช้เป็นเส้นทางกระจายสินค้าและเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคอาเซี่ยน

บ้านเราก็ไม่น้อยหน้า เรามีโครงการระบบคมนาคมและระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มีมูลค่าสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท

แต่ตอนนี้โครงการที่ว่าอาจเป็นแค่ความฝัน เนื่องจากถูกลากไปสู่แดนประหารเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือถูกลากเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีเพชรฆาตถึง 9 คน รอเชือดอยู่

ขณะนี้ขบวนการไต่สวนพรบ.ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณา

ล่าสุดเห็นบอกว่าตุลาการศาลรธน.บางท่านให้ความเห็นว่าต่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมต.คมนาคม ที่ถูกเรียกไปใต่สวนว่าเมืองไทยยังไม่ควรสร้างเนื่องจากเห็นว่าจะเป็นภาระแก่ลูกหลานในอนาคต และต้องใช้หนี้กันหัวโต

ดังนั้นศาลเองจึงมีความเห็น(ส่วนต๊ัวส่วนตัว)ว่ากระทรวงคมนาคมควรสนับสนุนให้หันมาใช้ล้อเกวียนในการขนสินค้าและระบบขนส่งมวลชน เพื่อให้เป็นตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงที่รัฐบาลเคยแถลงไว้ในรัฐสภา

ก็ฟังต่อๆกันมา(ไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน)

หากตุลาการ.ศาลรธน. มีความเห็นแบบนั้น ก็ต้องกล่าวว่าเป็นบุญของประเทศ ที่นักกฎหมายระดับประเทศมีมันสมองอันเฉียบแหลม เฉียบคม มีความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ และเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจแบบพอเพียงอย่างแท้จริง

และการที่ศาลรธน.มีความเห็นว่ารถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นสำหรับเมืองไทย แถมยังแนะนำให้ท่านรมต.คมนาคมหันไปพัฒนาถนนลูกรังและถนนยางมะตอยแทน เนื่องจากประหยัดเงินกว่าตั้งเยอะ แถมประเทศก็ไม่ต้องมานั่งใช้หนี้กันหลายชั่วอายุคน

นับว่าความเห็นของปรมาจารย์ตั๊กม้อจากศาลรัฐธรรมนูญ สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้กับชาวไทยเป็นอย่างมาก จนอยากจะให้ตุลาการศาล.รธน.มานั่งบริหารบ้านเมืองแทนรัฐบาลให้มันรู้แล้วรู้แรดกันไปเลย เรียกว่าจุ้นกันให้ครบ ทั้งจุ้น(เสือก)กับอำนาจนิติบัญญัติ แล้วก็ยังเข้ามาจุ้นจ้านกับอำนาจการบริหารอีกด้วย

คำแนะนำของตุลาการศาลรธน. ถือว่าเป็นคำแนะนำที่ดี ที่รมต.คมนาคม ควรน้อมรับใส่กะโหลก กะลา หรือยัดใส่กระหม่อมน้อยๆด้วยความยินดี เพราะขนาด “เปาบุ้นจิ้น” ตัวจริงจากเมืองจีนได้ยินแล้วก็ยังต้องอาย

เรื่องนี้หลายคนเกิดความสงสัยว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมต.คมนาคม พูดกับคนหรือพูดกับควายกันแน่ ได้ยินว่าชาวโซเชียลมีเดียเขาวิจารณ์กันแบบนั้น

จะว่าไปแล้วเรื่องรถไฟความเร็วสูงคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ยิ่งเห็นการเมืองในบ้านเราเวลานี้กำลังปั่นป่วนวุ่นวาย จึงต้องฝากความหวังไว้กับเทพยดาฟ้าดินแล้วละครับ

สำหรับทริปพม่าในตอนที่ 10 นี้ จะพาไปเที่ยวเจดีย์ใจ๊ปุ่นที่อยู่ในเมืองหงสาวดี จากนั้นก็นั่งรถต่อมาเมืองย่างกุ้งเพื่อชมพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระนอนตาหวาน ที่ดวงตาทำจากแก้วพิเศษที่สั่งจากต่างประเทศ จากนั้นก็ไปดูช้างเผือกที่มีผิวสีออกน้ำตาลแดง ต่างจากช้างบ้านที่เราเห็นกันทั่วไป

เสร็จแล้วก็ไปไหว้พระหินหยกสีขาวองค์ใหญ่ที่ไกด์บอกว่าเป็นพระหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผู้ดำเนินการจัดสร้างก็เป็นอดีตผู้นำรัฐบาลทหาร ตามภาพจิตกรรมขนาดใหญ่ภายในวิหาร สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะเป็นรัฐบาลเผด็จการทหารแต่จิตใจก็ยังมุ่งมั่นต่อพุทธศาสนาเช่นเดียวกับชาวพม่าทั่วไป

บ้านเราแทบไม่เคยได้ยินว่าผู้นำประเทศจะให้ความศรัทธากับพุทธศาสนาแบบเป็นเรื่องเป็นราวสักเท่าใด ผิดกับพม่าที่มักเห็นข่าวผู้นำประเทศเข้าวัดตามประเพณีกันเป็นประจำ พร้อมทั้งยังปฏิบัติตนเหมือนเช่นชาวพม่าทั่วไป คือนุ่งโสร่ง และนั่งกับพื้น 

ศาสนาพุทธสอนให้ ลด ละ เลิก แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเราเหมือนจะลดละไม่เป็น มักเอาความสะดวกสบายเป็นที่ตั้ง มียศฐาบรรดาศักด์มากก็ต้องนั่งโซฟาขนาดใหญ่ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เลียนแบบกันทั้งประเทศ

บ้านพักนางอองซาน ซูจี

มาพม่าคราวนี้มีโอกาสนั่งรถผ่านหน้าบ้านนางออง ซาน ซูจี นักต่อสู้และผู้นำฝ่ายค้านของพม่า บางคนบอกว่าเป็นหญิงเหล็กแห่งเอเชีย

นางอองซาน ซูจี เป็นลูกสาวของนายพล อองซาน ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของพม่าในยุคปัจจุบัน หรือ "วีรบุรุษเพื่ออิสรภาพของประเทศพม่า” เรียกว่าลูกไม้อยู่ไม่ไกลต้น



อนาคตอันใกล้ก็คิดว่านางอองซาน ซูจี อาจได้รับเลือกให้เป็นผู้นำหญิงของพม่า เพียงแต่ว่าต้องรอให้รัฐสภาพม่าแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญที่จำกัดสิทธิ์สตรีในการเป็นผู้นำประเทศ ว่าต้องไม่มีสามีเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งไม่ต่างกับออกกฏหมายเพื่อกีดกันนางอองซานโดยเฉพาะ

หากพม่าแก้กฎหมายมาตรานี้ได้สำเร็จ ก็เชื่อว่านางอองซานอาจได้เป็นผู้นำประเทศพม่าในลำดับถัดไป

ขณะที่รถกำลังจะพาพวกเราไปวัดพระนอนตาหวาน ได้แล่นผ่านหน้าที่พักนางอองซาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็คือเขตกักกันที่รัฐบาลทหารพม่าลงโทษ ฐานสร้างความปลุกปั่นให้ต่อต้านรัฐบาล จะอนุญาตให้พบปะชาวพม่าได้เป็นบางครั้ง โดยทำได้แค่ให้ยืนพูดบนประตูรั้วหน้าบ้าน

สำหรับทริปพม่าในตอนต่อไปจะพาไปชมมหาเจดีย์ชเวดากอง สิ่งศักดิ์สิทธ์ที่อยู่คู่ประเทศพม่ามาเป็นเวลานานถึง 2600 ปี  จะสวยงามและน่าเลื่อมใสแค่ไหน พบกันในตอนที่ 11 นะครับ



โฟโต้ออนทัวร์
13 มกราคม 2557





 

แผนที่ประเทศพม่า แผนที่เมืองย่างกุ้ง - สิเรียม และแผนที่เมืองเนปิดอร์


 
แผนที่ประเทศพม่า คลิกที่ภาพ
แผนที่เมืองย่างกุ้ง สิเรียม คลิกที่ภาพ
แผนที่พม่า Myanmar Maps
แผนที่เมืองย่างกุ้ง Yangon Maps
   
แผนที่เมืองหลวงเก่า (ย่างกุ้ง) และเมืองหลวงใหม่ (เนปิดอร์) คลิกที่ภาพ
แผนที่เมืองหงสาวดี คลิกที่ภาพ
เมืองเนปิดอร์ Nay pyi daw


     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ