Photoontour   โฟโต้ออนทัวร์
Part1
Part2
Part3
Part4
Part5
Part6
Part7
Part8
Part9
Part10
Part11
Part12
Part13
Part14
 
 
 
 
    Home                Myanmar Part 14   เที่ยวพม่าตอนที่ 4 ตลาดสก๊อต(ตลาดโบโจ๊ก)เมืองย่างกุ้ง Home   Outbound Tour   Myanmar Part 14
 
Outbound ท่องต่างแดน
  Angkor Wat : นครวัด นครธม
  Kohker : เกาะแกร์ เบ็งมาเลีย
  Malaysia : ประเทศมาเลเซีย
  Myanmar : พม่า เมืองเมียวดี
  South Laos : ลาวใต้ แขวงจำปาสัก
  Luang Pra Bang :หลวงพระบาง
  M Vietnam : เว้ ดานัง ฮอยอัน
  Hanoi Halong Bay : ฮานอย อ่าวฮาลอง
  Sapa Vietnam :ซาปา เวียดนามเหนือ
  Ninh Binh : นิงบิ่งห์ เวียดนามเหนือ
  Sipsongpanna :สิบสองปันนา
  Guilin China : กุ้ยหลิน จีน
  Beijing : ปักกิ่ง วังหลวง กำแพงจีน
Asia Girls ภาพสาวเอเชีย
  Korean สาวเกาหลี
  Japanese สาวญี่ปุ่น
  Chinese สาวจีน
  Philipines สาวฟิลิปปินส์
  Indonesian สาวอินโดนีเซีย
  Myanmar สาวพม่า
  Laos สาวลาว
  Cambodian สาวกัมพูชา
  Malaysian สาวมาเลเซีย
  Vietnamese สาวเวียดนาม
Photography ภาพถ่าย
  Portraits
  King Photos
  Wallpapers
  Baby & Child
  City Tour
  Photo Gallery
  Flowers
  Japan Tsunami
  Thailand Tsunami
  Bangkok Floods
  Photo Around the World
     
    
 
แผนที่ประเทศพม่า : แผนที่เมืองย่างกุ้ง : ตำแหน่งที่ตั้งเมืองเนปิดอร์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า



Myanmar Part 14 : Bogyoke Market(Scott Market) & Yangon International Airport
เที่ยวพม่าตอนที่ 14
: ตลาดสก๊อต(ตลาดโบโจ๊ก)เมืองย่างกุ้ง และเดินทางกลับประเทศไทย

(เดินทาง มกราคม.2555)

 

ทริปเปิดประเทศพม่าได้เดินทางมาจนถึงตอนที่ 14 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายแล้วละครับ โปรแกรมที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือไปละลายทรัพย์ที่ “ตลาดสก๊อต” หรือ ตลาดโบโจ๊ก (Scott Market  or Bogyoke Market) ซึ่งเป็นตลาดซ้อปปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยว และยังเป็นตลาดของคนพม่าด้วย

หลังจากตอนที่ 13 หรือตอนที่แล้วได้ไปไหว้ “เจดีย์โบดาทาวน์”และไหว้พระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าแล้ว จากนั้นก็ไปที่ตลาดสก๊อตก่อนได้เวลาขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย

ระหว่างที่นั่งรถจากเจดีย์โบดาทาวน์จนถึงตลาดสก๊อต ก็ได้เห็นสภาพเมืองย่างกุ้งอีกครั้งหนึ่ง จากครั้งก่อนๆเพียงแค่โฉบไปมาอยู่รอบนอก แต่คราวนี้ได้ผ่านย่านกลางเมือง จึงทำให้เห็นสภาพเมืองย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าได้อย่างชัดเจน

ภาพในชุดนี้จะเห็นว่ามีอาคารเก่าแก่มากมายที่เป็นมรดกตกทอดมาจากอังกฤษเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน หรือในช่วงที่พม่าตกเป็นเมืองขึ้น(ระหว่าง พ.ศ.2367 – 2491)

รัฐบาลอังกฤษสมัยที่ปกครองพม่าได้สร้างสถานตึกอาคารทรงยุโรปเพื่อใช้เป็นสถานที่ราชการไว้มากมาย ทั้งในเมืองหลวง(ย่างกุ้ง)และในต่างจังหวัด

แต่หลังจากได้รับอิสรภาพจากอังกฤษแล้ว พม่าก็ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหาร กลายเป็นประเทศที่ต้องปิดตัวเองจากโลกภายนอก การพัฒนาประเทศจึงแทบไม่เกิดขึ้น ไม่ต่างกับการแช่แข็งประเทศ

ตึกอาคารต่างๆที่สร้างไว้ในยุคอังกฤษจึงไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม คงปล่อยให้อยู่ในสภาพนั้นมาเป็นเวลานานกว่า 60 ปี หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ปัจจุบันแม้ว่าประเทศพม่าจะเข้าสู่ขบวนการพัฒนาประเทศตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว แต่ก็คงไม่ง่าย ที่อาคารเก่าแก่และทรงคุณค่าทางสถาปัตย์กรรมเหล่านั้นจะได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว เนื่องจากต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก บางแห่งยังมีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์

ตึกอาคารเก่าแก่บางแห่งก็ถูกประชาชนเข้าไปยึดเป็นที่อาศัยมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นสลัมกลางเมืองที่มีแต่สิ่งสกปรกรกรุงรัง

ภาพเมืองพม่าที่ถ่ายไว้เมื่อเดือนมกราคมปี55นี้ คิดว่าจนถึงวันนี้(เมย.57)ก็คงมีสภาพไม่ต่างกันมากนัก สิ่งที่เปลี่ยนไปก็อาจเป็นตึกโรงแรมและอาคารพาณิชย์แห่งใหม่ๆที่เป็นการลงทุนของต่างชาติ 

ทุกวันนี้คนไทยที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวในพม่าต่างก็รู้ดีว่าค่าใช้จ่ายหรือค่าทัวร์แพงกว่าแต่ก่อน โรงแรมที่เคยให้นักท่องเที่ยวได้พักกันแบบหรูหราก็ต้องลดเกรดลงมา เนื่องจากโรงแรมที่เคยใช้บริการต่างขยับราคาสูงขึ้น ใครที่เคยพักโรงแรมในระดับ 4 -5 ดาว ในอดีต มาวันนี้ก็คงไม่ไช่แล้ว  หรือหากต้องการใช้บริการแบบนั้นก็ต้องจ่ายแพงขึ้น

โรงแรมที่พักในเมืองใหญ่ๆของพม่าโดยเฉพาะเมืองย่างกุ้งทุกวันนี้ยังไม่พอเพียงแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากยุโรป

นักท่องเที่ยวไทยที่เคยเป็นเจ้าประจำสำหรับการท่องที่ยวในพม่ามาเป็นเวลานาน แต่ปัจจุบันพวกฝรั่งจากยุโรปและอเมริกาก็มากันมากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงนี้ก็ยังไม่ค่อยมาเที่ยวพม่ากันมากนัก พม่าจึงยังพอรับไหว 

แต่อนาคตก็ต้องเตรียมตัวรับนักท่องเที่ยวจากจีนที่จะเข้าพม่ากันอย่างถล่มทลาย จนเกิดปัญหาเรื่องขี้เรื่องเยี่ยวเหมือนกับวัดร่องขุน ในจังหวัดเชียงราย ที่อาจารย์เฉลิมชัยเคยกล่าวว่า โดนถล่มด้วยขี้จากนักท่องเที่ยวจีนจนรับไม่ไหว อาจารย์ฯบอกว่าโดนถล่มมานานแล้ว

พม่าทุกวันนี้ก็ยังต้องรอการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จะมาเร่งมือกันพรึบพรับคงไม่ได้ ปัญหาพื้นฐานก็ยังไม่ได้การแก้ไขอีกหลายอย่าง เช่นไฟฟ้าไม่พอใช้ ติดดับๆกันทั้งวัน ถนนหนทางก็ยังไม่ราบเรียบ ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆก็ยังไม่ดีนัก

คงใช้เวลาอีกหลายสิบปี กว่าพม่าจะหายใจหายคอสะดวกและมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในอาเซี่ยน

ใครอยากเห็นพม่าแบบดั่งเดิม หรือแบบดิบๆ ก็ต้องไปเที่ยวกันในตอนนี้ 

ทุกวันนี้คนพม่ายังกินข้าวด้วยมือหรือ“เปิบมือ”ผู้หญิงพม่าก็ยังทาแป้งทานาคากันทั้งบ้านทั้งเมือง ยิ่งในชนบทแล้วก็จะเห็นการทาแป้งแบบลวดลาย เหมือนชนเผ่าในอัพฟริกา น่าแปลกที่อยู่กันคนละโยชน์หรือคนละโซนโลก  แต่กลับมีแฟชั่นการแต่งหน้าที่ดูคล้ายกัน


เปรียบเทียบภาพใบหน้าของชาวอัฟริกาบางเผ่าพันธ์




ภาพใบหน้าของผู้หญิงพม่าที่ทาหน้าด้วยแป้ง "ทานาคา"




หลังจากรถพาเข้าเมืองมาไก้สักพักก็มาถึง “ตลาดสก๊อต”หรือตลาด “โบโจ๊ก”ในภาษาพม่า


ฟังชื่อดูเก๋ไก๋  ทีแรกคิดว่าเป็ตลาดสินค้าพื้นเมืองหรือสินค้าแฮนด์เมดสำหรับนักท่องเที่ยว แค่พอไปถึงก็เป็นตลาดขนาดใหญ่ ในตลาดขายสารพัดทั้งเสื้อผ้าจากพม่า รวมทั้งนำเข้าจากไทยและจีน

ของที่ระลึกหรือผลิตภัณฑ์ของพม่าล้วนๆที่จำได้ก็มีสินค้าพวกหยกและไม้แกะสลักเป็นรูปพระพุทธรูปขนาดเล็ก ตามที่เคยเห็นจำหน่ายในที่อื่นๆ

ส่วนด้านนอกอาคารก็เป็นเป็นร้านค้าสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น ผ้าลายสำหรับตัดชุดของสุภาพสตรี คล้ายตลาดผ้าย่านพาหุรัดในบ้านเรา ใกล้ๆกันก็ขายเครื่องดึ่มและอาหารประเภทคลุกๆ ยำๆ แบบพม่า ที่มีหลายร้าน (แต่ก็ไม่คิดอยากเสี่ยงลอง)

ที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ที่ไกด์แนะนำให้ไปดูก็คือ“ร้านชา” มีทั้งชาจีนชาฝรั่ง สั่งมานั่งทานกับของว่างเช่นโรตี และขนมพื้นเมือง

บรรยากาศ ชิล ชิล แบบนี้น่าจะมีที่นี่ทีเดียว ดูจากสภาพแล้วคล้ายเป็นจุดนัดพบเพื่อพบปะกันมากกว่า หรืออีกทีก็สำหรับนั่งพักแล้วหาอะไรทานเล่น

มุมร้านชาที่สังเกตจะเป็นกลุ่มผู้ชายเป้นส่วนใหญ่ ใครมาเที่ยวตลาดสก๊อตก็ลองแวะมาด้านหลังนะครับ ไม่เช่นนั้นก็จะหาไม่เจอ
ตลาดสก๊อตเท่าที่สังเกตดูรู้สึกว่าคนไทยแทบไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เนื่องจากสินค้าที่นี่ไม่ค่อยโดนใจคนไทยนัก ยิ่งประเภทขาซ็อปก็อาจผิดหวัง 

มาพม่าทั้งทีแทบจะหาของฝากกลับเมืองไทยได้ยากเต็มทน

ของฝากในพม่าเจอแต่ประเภทไม้แกะสลักบ้าง หรือพวกหยกบ้าง แม้จะเป็นหยกเนื้อดี  แต่มันเป็นของเฉพาะสำหรับคนที่ชอบเท่านั้น อีกอย่างพวกไม้แกะสลักก็ไม่รู้จะซื้อไปทำไป ขนไปก็ยาก กลัวหักอีกต่างหาก

สรุปว่าคนไทยมาเที่ยวพม่าแทบไม่ได้ใช้เงิน “จ๊าด“หรือเงินพม่าอะไรเลย เพราะไม่รู้จะซื้ออะไร เรื่องนี้การท่องเที่ยวพม่าคงต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ต้องทำการศึกษาว่า นักท่องเที่ยวชอบอะไร หรือคิดค้นเพื่อหาของมาขายให้นักท่องเที่ยวให้ได้ คิดได้ ทำได้ ประโยชน์ก็จะตกกับคนพม่าเอง

คำว่าเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวหากคิดดีทำดี ประโยชน์ก็จะตกกับคนทุกกลุ่ม แม้แต่ชาวบ้านระดับรากหญ้า

พม่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเลโดยเฉพาะพวกกุ้งแห้งที่มีราคาถูกและตัวใหญ่มากๆ หากนำกุ้งแห้งที่ขายกันแบบพื้นๆตามที่เห็นแถวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก็คงไม่น่าสนใจอะไรนัก คงต้องแปรรูปบ้างเพื่อเอาใจคนไทย เช่นทำกุ้งแห้งป่น ปลาป่น เพื่อที่คนไทยจะนำไปทำน้ำพริกหรือทำอาหารกันต่อไป

น่าเสียดายเหมือนกันที่คนไทยแทบไม่ซื้อฝากจากพม่า ผิดกับประเทศเวียดนามที่มีความหลากหลาย ทั้งสินค้าแฮนด์เมดเช่นเสื้อผ้า กระเป๋า ซึ่งเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนสินค้าทางการเกษตรตอนนี้ที่ฮิตมาก็คือกาแฟสดเวียดนาม หรือกาแฟบรรจุซอง G7 หรือ G-Seven หากใครได้ลองแล้วก็อาจบอกว่ารสชาติดีกว่ากาแฟแบบซองที่เคยทานๆกัน

สำหรับผมแล้วไปเวียดนามทีไรก็ต้องซื้อกาแฟเม็ดหรือกาแฟสด “โรบัสต้า”ซึ่งเป็นกาแฟที่ขึ้นชื่อของเวียดนาม รสชาติจะหอมและนุ่มนวลกว่า “อราบีก้า”

พม่า ณ วันนี้ยังถือว่าอยู่ในระหว่างเริ่มต้นของการเปิดประเทศ คงต้องให้เวลาอีกสักพักเพื่อให้ก้าวทันประเทศเพื่อนบ้าน

สิ่งที่เป็นจุดขายของพม่าในเวลานี้ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาที่มีอยู่มากมาย แต่ละแห่งก็ถือว่ายิ่งใหญ่อลังการและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน คนไทยที่มาเที่ยวพม่าส่วนหนึ่งก็คือมาบูชากราบไหว้ในสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา เช่นพระธาตุอินทร์แขวน เจดีย์ชะเวดากอง  ใครมาเห็นบรรยากาศตามวัดต่างๆแล้วต่างก็ทึ่งในความศรัทธาของชาวพม่า ว่าศรัทธาแรงกล้าจริงๆ

คนพม่ามาวัดก็เพื่อมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็คือพระธาตุเจดีย์ต่างๆ บางคนพกหนังสือสวดมนต์มาด้วย หรือบางคนก็หามุมสงบนั่งบริกรรมภาวนากันเป็นเวลานานๆ หรือหลายๆชั่วโมง ต่างกับคนไทยที่ใช้เวลาประเดี๋ยวประด๋าวในการไปวัด ไม่ได้มีความลึกซึ้งทางจิตใจเหมือนชาวพม่า

สิ่งที่น่าแปลกสำหรับคนไทยอีกอย่างก็คือ พม่ามี พระ และ ชี เป็นจำนวนมาก ไปทางไหนก็เห็นเดินขอรับเงินบริจาค ซึ่งอาจเป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูในสายตาคนไทย แต่พม่าเขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

ความหมายของพระและชีในพม่าและไทยก็แตกต่างกัน ชีวิตตวามเป็นอยู่ก็แตกต่างกัน  จึงไม่ควรนึกตำหนิว่าเราดีกว่าเขา

หากเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้นเราก็จะรู้ว่าพระพม่ามีความเข้าใจในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง มีศีลาจารวัตรงดงามกว่าพระไทยมาก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข กินอยู่อย่างพอเพียง ไม่สะสมเงินทอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพุทธพาณิชย์ และไม่สร้างพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไปจากแนวปฏิบัติแบบดั่งเดิม

เช่นการเกาะกันเป็นหางว่าวเวลาพระให้ศีลให้พร หรือ เกาะเอว เกาะขา เวลากรวดน้ำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยน

และยิ่งพระสงฆ์ไทยทุกวันนี้มีความต้องการใน ยศ ลาภ สักการะ รวมทั้งมีความต้องการเงินทองเป็นที่ตั้ง ก็ยิ่งเห็นความห่างและความแตกต่างจากพระพม่าโดยสิ้นเชิง

พระพม่าเวลาคนไทยนำสิ่งของเงินทองไปถวาย ท่านก็รับไว้ด้วยอาการสำรวม ไม่สนใจเรื่องจำนวนเงิน หรือจำนวนสิ่งของ ถวายเสร็จก็ให้ศีลให้พรไปตามปกติ สิ่งของเงินทองที่นำมาถวายก็จะนำไปใช้จ่ายในกิจการของวัด ที่ยังขาดปัจจัยอีกมากมาย แม้กระทั่งกระดาษ ดินสอ ก็ยังขาดแคลน เนื่องจากวัดแต่ละแห่งจะมีพระและสามเณรอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็เป็นสถานศึกษาไปในตัว เท่ากับเรียนฟรี อยู่ฟรี

การบวชของพระและสามเณรในพม่าส่วนใหญ่บวชหนีความยากจน อยู่วัดก็ต้องศึกษาเล่าเรียนทั้งทางธรรมและทางโลก

วัดในพม่าพม่ายังประกอบไปด้วยผู้ทรงศีลหรือแม่ชี แต่แต่งกายในชุดสีชมพู มีผ้าสีเหลืองพาดบ่า ไปเที่ยวพม่าก็จะเห็นแม่ชีเดินขอรับบริจาคอยู่ทั่วไปแทบจะทุกที่ ทุกเวลา

สถิติล่าสุดพบว่าพระและชีมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 475,000

ประกอบด้วย


- ภิกษุ  150,000 รูป
- สามเณร 300,000 รูป
- แม่ชี  25,000 คน

หลังออกจากตลาดสก๊อตก็ได้เวลาเดินทางไปยังสนามบินย่างกุ้งที่อยู่ไม่ไกลนัก เครื่องออกจากสนามบินเมืองย่างกุ้งในเวลาประมาณหกโมงเย็น


เป็นอันว่าจบการเดินทางในเมืองพม่าที่มีทั้งหมด 14 ตอน


โฟโต้ออนทัวร์
2 เมษายน 2558




 

แผนที่ประเทศพม่า แผนที่เมืองย่างกุ้ง - สิเรียม และแผนที่เมืองเนปิดอร์


 
แผนที่ประเทศพม่า คลิกที่ภาพ
แผนที่เมืองย่างกุ้ง สิเรียม คลิกที่ภาพ
แผนที่พม่า Myanmar Maps
แผนที่เมืองย่างกุ้ง Yangon Maps
   
แผนที่เมืองหลวงเก่า (ย่างกุ้ง) และเมืองหลวงใหม่ (เนปิดอร์) คลิกที่ภาพ
แผนที่เมืองหงสาวดี คลิกที่ภาพ
เมืองเนปิดอร์ Nay pyi daw


     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ