Photoontour.Com
โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว   
Home > Outbound Tour > Angkor 5
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Angkor
เที่ยวเขมร (ตอนที่ 5) ปราสาทตาพรหม ปราสาทหินยุคสุดท้ายของอาณาจักรขอม มีอายุถึง 822 ปี (สร้าง พ.ศ. 1729) อ่านต่อ
 Home > Outbound > Angkor 5
ดูภาพชุดอื่นๆ Angkor >    

 

กัมพูชาตอนที่ 5
ปราสาทตาพรหม (Prasat Ta Prohm ) ปราสาทหินยุคสุดท้ายของอาณาจักรขอม

(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน กรกฏาคม 2550 )


ออกจากปราสาทบันทายศรี หรือปราสาทที่เป็นผลงานของสตรีเพื่อสร้างถวายพระอีศวร ไกด์เขมรบอกว่ามาเที่ยวปราสาทบันทายศรีเป็นแห่งแรก ถือว่าเป็นการอุ่นเครื่อง แต่สำหรับปราสาทตาพรหมที่กำลังเดินทางจะเป็นของจริง ที่มีพื้นที่กว้างขวางกว่าบันทายศรีมาก แต่ก็บอกว่าร่มรื่นกว่า และอากาศไม่ค่อยร้อนมาก

ปราสาทตาพรหม เป็นปราสาทหินในยุคสุดท้ายของอาณาจักรขอม สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พ.ศ. 1729 หลังครองราชย์ได้ 5 ปี โดยสร้างเพื่ออุทิศถวายให้กับพระมารดาพระนางชัยราชจุฑามณี ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้ว เดิมปราสาทตาพรหมเป็นราชวิหาร หรือวัดของพระราชา แต่ต่อมาเรียกว่าปราสาทตาพรหม หรือปราสาทของพรหมผู้เฒ่า หรือพระพรหมผู้สูงอายุ

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงศรัทธาพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และนับถือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในช่วงเวลาที่ครองอำนาจได้แผ่ขยายอาณาจักรขอมไปทางทิศเหนือ และทิศตะวันตกจนถึงดินแดนของพม่า -ไทย และลงไปแหลมมลายู

สำหรับสยามประเทศ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างปราสาทพนมรุ้ง (บุรีรัมย์ ) ปราสาทหินพิมาย (นครราชสีมา) และ ปราสาทเมืองสิงห์ (กาญจนบุรี) ซึ่งในยุคสมัยนั้นทางแถบภาคอีสานของไทยบางจังหวัดตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรขอม

ปราสาทตาพรหมสร้างโดยกษัตริย์ที่ทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน บริเวณปราสาทจึงมีหินสลักพระพุทธรูปหรือพระพุทธเจ้าตามผนังต่างๆ แต่ภายหลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สวรรคต กษัตริย์องค์ต่อๆมาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ แต่นับถือศาสนาฮินดู จึงได้ทำลายพระพุทธรูป และรูปบูชาอื่นๆที่เป็นสัญญลักษณ์ในทางพระพุทธศาสนาจนหมดสิ้น บางแห่งก็ได้นำศิวลึงค์ซึ่งเป็นรูปบูชาของศาสนาฮินดูมาตั้งแทนพระพุทธรูป

ต้นสะปง หรือ ต้นสำโรง(ชื่อไทย) ต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมปราสาทไม่ต่างกับปราสาทร้างในเทพนิยาย จนวงการภาพยนต์ใหญ่ๆระดับฮอลลีวู๊ด ใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องเช่น Kingkong , Indiana Jones ล่าสุดในเรื่อง Tumb Rider

ต้นสะปงยักษ์ที่มีอายุหลายร้อยปี ในวันนี้ก็ต้องบอกว่ากลายเป็นพระเอกของปราสาทตาพรหมไปแล้ว ถูกนักท่องเที่ยวถ่ายภาพมากที่สุด จนต้องเข้าคิวรอกันนานหลายนาที โดยเฉพาะวันนี้เป็นวันหยุดวิสาขบูชาของไทย จึงมีคนไทยมากกว่าชาติใดๆ รองมาก็น่าจะเป็นเกาหลี และญี่ปุ่น

ปราสาทตาพรหมต่างกับปราสาทหินอื่นๆที่ส่วนใหญ่จะตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางแจ้ง แต่ปราสาทตาพรหมซ่อนตัวอยู่ในป่ารก ท่ามกลางใม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปี จนทำให้พื้นที่บริเวณปราสาทดูร่มรื่น

เที่ยวปราสาทนี้ปราสาทเดียวก็ถือว่าเกินคุ้มกับทัวร์เขมรแล้วครับ เพราะมันยิ่งใหญ่อลังการเกินกว่าที่คิดไว้มาก ดูจากภาพยนต์สารคดี หรือดูจากภาพถ่ายที่เห็นกันอยู่บ่อยๆก็เท่านั้น แต่พอมาเห็นของจริงแล้วมัน 360 องศา รอบทิศไปหมด มานั่งงงและสับสนว่า มนุษย์ตัวเล็กๆ สองมือ สองเท้า สร้างกันได้อย่างไร หินแต่ละก้อนก็ใหญ่โตมโหฬารและหนักหลายตัน ถูกนำมาตัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ก่อขึ้นมาเป็นปราสาท แถมยังแกะสลักให้เป็นลวดลายได้สวยงาม โดยเฉพาะรูปสลักนางอัปสรหรือนางรำ มีอยู่เต็มไปหมด เห็นแล้วก็อดชื่นชมพวกขอมสมัยก่อนไม่ได้ว่า แกะสลักหินกันได้เก่งเหลือหลาย โดยเฉพาะ นางอัปสรแต่ละนางมีหน้าอกหน้าใจใหญ่โตกว่าคนเขมรในปัจจุบันมาก หรือว่าสตรีขอมในสมัยก่อนมีอกโตๆกันแบบนี้

เรื่องนี้ผมไม่กล้าถามไกด์เขมรหรอกครับ กลัวจะโดนตำหนิว่า" คนไทยคิดแต่เรื่องลามกจกเปรต "
ก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกครับ เพียงแต่สงสัยเท่านั้นเอง

ปราสาทตาพรหมถูกทิ้งร้างมานานถึง 500 ปี คงนานพอที่จะทำให้ต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม น่าแปลกเหมือนกันว่า ทำไมปราสาทอื่นๆถึงไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมมากเหมือนที่นี่ ทั้งที่ก็อยู่ในป่าเหมือนกัน

อาจเป็นไปได้ว่าปราสาทนี้สร้างโดยกษัตริย์ที่เลื่อมใสพระพุทธศาสนา ผิดกับปราสาทอื่นที่สร้างโดยกษัตริย์ที่เลื่อมใสในศาสนาฮินดู จึงไม่ได้รับการเอาใจใส่ และอาจถือว่าเป็นคู่อริกันด้วยซ้ำ

ใครมาเที่ยวปราสาทเมืองเขมร แนะนำว่าให้ตามไกด์อย่าได้ห่าง เพราะเป็นการทัวร์ย้อนกาลเวลาของอาณาจักรขอมที่เคยเกรียงไกรในอดีต จึงจำเป็นต้องมีผู้อธิบายไปตามจุดต่างๆ ซึ่งไกด์เขมรในเสื้อสีส้มอ่อนแขนยาว สวมกางเกงสีน้ำเงินเข้ม และรองเท้าหนัง(ที่ดูสุภาพกว่านักท่องเที่ยวมาก) เค้าได้ศึกษาประวัติศาสตร์ขอมมาโดยละเอียด และต้องสอบให้ผ่านจึงจะออกมาทำหน้าที่มัคคุเทศก์ได้ ค่าใช้จ่ายในการสอบเพื่อให้ได้ในประกาศนี้คิดเป็นเงินไทยราว 15,000 บาท ถามว่าทำไมแพง ก็บังเอิญมีคนแอบกระซิบว่า..

“ พี่ๆ ค่าสอบคิดเป็นเงินไทยราว 3500 บาท เท่านั้นเอง ที่เหลือนั้น เป็นค่าต๋งที่ต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ พี่รู้แล้วอย่าบอกใครนะ แต่ที่เขมรเค้ารู้กันทั้งประเทศ “

มาเที่ยวเขมรมักมีเรื่องทำนองนี้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆก็มักจะมีเรื่องค่าต๋ง เงินใต้โต๊ะ ที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด แต่คนเขมรเองก็ยอมรับโดยดุษฏี

ผมตามไกด์ไปไม่ทันครับในวันนั้น เพราะมัวแต่เสียเวลาถ่ายภาพ ในที่สุดก็หลุดจากกลุ่ม และหากันไม่เจอเพราะวันนี้คนมากจนลายตาไปหมด ก็มีคนไทยบางคนจากทัวร์กรุ๊ปอื่นที่เป็นแบบผม ต่างก็สอบถามกันใหญ่ว่าทางออกอยู่ตรงไหน เพราะสามารถไปได้หลายทาง และก่อนจะลงจากรถไกด์ก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่า เราเข้าประตูทางทิศตะวันออก และจะมุ่งหน้าไปตะวันตก เวลาเดินจึงห้ามย้อนกลับ ให้เดินหน้าไปเรื่อยๆจนถึงประตูทางออก และรถก็จะไปรอรับที่ตรงนั้น ส่วนกรุ๊ปทัวร์อื่นๆที่มาจากตะวันตก ก็จะเดินย้อนสวนทางกันสลับกันแบบนี้ สรุปว่าปราสาทนี้สามารถเข้าได้ทั้งสองทาง มาด้านหลังก็ให้เดินออกด้านหน้า ถ้ามาด้านหน้าก็ให้ออกด้านหลัง

แต่เอาเข้าจริงๆแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเวลานี้ใกล้เที่ยง พระอาทิตย์อยู่ตรงศรีษะ ไม่รู้ว่าทิศไหนเป็นทิศไหนแล้วละครับ ที่สำคัญผมเริ่มสับสนจากคำพูดของไกด์ว่าเดินมาจากทิศไหน และต้องไปทิศไหน

“ ซวยเลยเรา “

ถามไกด์เขมรจากกรุ๊ปอื่นก็บอกไม่ค่อยจะถูก เพราะไม่รู้จะตั้งหลักอย่างไรดี จำได้อย่างเดียวว่ามาจากทิศที่มีดนตรีพื้นเมืองเขมรเล่นอยู่ริมทางเข้า และมีต้นไม่เยอะๆ

ไกด์เขมร์ก็บอกว่า " มีดนตรีเล่นทั้งสองด้านครับ ไม่ว่าจะเข้ามาจากทางไหนก็เจอดนตรีเขมรหมือนกัน และมีต้นไม้ขึ้นเยอะเหมือนกัน "

“กลุ้มเลยเรา..เอาไงดีวุ้ย.. “

จึงตัดสินใจกับคนไทยบางกรุ๊ปที่บังเอิญพลัดหลงเหมือนกันว่า สงสัยต้องมุดเข้าซอกถ้ำตรงนี้แน่ๆเลย เพราะตั้งแต่เดินมาก็ยังไม่เคยเห็นทางเดินมืดๆนี้มาก่อนเลย อีกอย่างก็เห็นคนกำลังเดินกันมาจากทิศตรงกันข้ามกันเป็นกลุ่มๆ ดูแล้วน่าจะออกทางนี้

ในที่สุดก็โล่งออกที่หาทางออกเจอ

ไม่งั้นคงนอนเฝ้าป่าที่นี่เป็นแน่ แล้วมันน่านอนซะเมื่อไหร่ละครับ ค่ำคืนคงวังเวง วิเวกโหวย ชนิดที่ใครมาสร้างหนังผี ก็คงไม่ต้องสร้างฉากเพิ่มเติมแต่อย่างใด แค่เห็นต้นไม้ที่มีรากเลื้อยไปมา ก็ขนลุกขนพองแล้ว

เที่ยวเขมรตอนต่อไปหรือตอนที่ 6 จะพาไปเที่ยวปราสาทบายน ปราสาทหินที่เป็นหินจริงๆ เป็นความอัศจรรย์ของมนุษย์ยุคขอมที่แกะสลักหินให้เป็นใบหน้ามนุษย์ได้ใหญ่โตเกินกว่าที่คนในยุคปัจจุบันจะทำได้

พบกันในตอนต่อไปนะครับ ตอนนี้ขอเวลาไปทานข้าวกลางวันในเมืองเสียมเรียบกันก่อน ไกด์บอกว่าตอนนี้เราอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
10 มิถุนายน 2551


................................................................................................................................................................................


ติดตามเรื่องราวนครวัด นครธม ก่อนหน้านี้ได้ที่นี่
นครวัดตอนที่ 1 (จุดเริ่มต้นการเดินทางจากตลาดโรงเกลือ/ปอยเป็ต)
นครวัดตอนที่ 2 (เส้นทางสายฝุ่น ปอยเป็ต - เสียมเรียบ)
นครวัดตอนที่ 3 (พักเอาแรง ก่อนออกลุยนครวัด นครธม)
นครวัดตอนที่ 4 (ปราสาทบันทายศรี สร้างด้วยหินทรายสีชมภู )

copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์
Main Menu


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Royal Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo
New Year Card & More

Services
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Good Books


..................................................

แกลลอรี่ภาพ
ภาพท่องเที่ยว
ภาพในเมือง
ภาพในหลวงและพระราชพิธี
ภาพดอกไม้และธรรมชาติ
ภาพเหตุการณ์
ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน

บทความ
บทความท่องเที่ยว
บทความทั่วไป

ฟรีดาวน์โหลดภาพ
ฟรีภาพวอลเปเปอร์
ภาพวิว ทิวทัศน์
ภาพดอกไม้
ภาพในหลวง
การ์ดปีใหม่ และภาพอื่นๆ

บริการ
บริการถ่ายภาพโดยสมาชิก
ภาพแต่งงาน รับปริญญา สินค้า

เมนูอื่นๆ
ภาพคน ภาพเด็ก ภาพนางแบบ
แนะะนำเทคนิคการถ่ายภาพ
แนะนำหนังสือถ่ายภาพ


.................................................