Photoontour.Com
โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว   
Home > Outbound Tour > Angkor 4
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Angkor
เที่ยวเขมร (ตอนที่ 4) ชมปราสาทบันทายศรี หรือปราสาทหินทรายสีชมภู สันนิษฐานว่าสร้างโดยสตรี อ่านต่อ
 Home > Outbound > Angkor 4
ดูภาพชุดอื่นๆ Angkor>       

 

กัมพูชาตอนที่ 4
ชมปราสาทบันทายศรี (Ban Tai Srei ) ปราสาทหินทรายสีชมภู

(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน กรกฏาคม 2550 )




ในการเที่ยวชมปราสาทหินในเขมรที่เรียกกันว่า “ นครวัด นครธม “ หรือเที่ยวในหมู่ปราสาทอื่นๆที่มีอยู่มากมายในเมืองเสียมเรียบ ก็อยากแนะนำว่าควรศึกษาประวัติศาสตร์ของขอมหรือเขมรมาล่วงหน้า ถ้าจะให้ดีก็ควรซื้อหนังสือเรื่องราวของอาณาจักรขอมมาศึกษาและพกติดตัวไปด้วย เพราะการท่องเที่ยวในทริป นครวัดนครธม เป็นการเดินทางสู่อาณาจักรของนครในอดีต สถานที่แต่ละแห่งก็มีอายุนับพันๆปี และมีรายละเอียดแตกต่างกัน หากรู้ข้อมูลมาบ้างก็จะทำให้การท่องเที่ยวได้อรรถรสมากขึ้น

ประวัติศาสตร์กับความสนใจของคนไทยเหมือนกับเป็นสิ่งที่เดินสวนทางกันมาแต่ไหนแต่ไร แม้แต่เรื่องราวในอดีตของคนไทยก็เรียนรู้กันน้อยมาก เรารู้แต่เรื่องใกล้ตัวเช่นสมัยกรุงรัตโกสินทร์ แต่หากย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือกรุงสุโขทัย ก็ชักเริ่มไ่ม่รู้เรื่องกันมากขึ้น บางเรื่องที่เป็นเรื่องท้องถิ่นหรือจังหวัดของคนเองแท้ๆก็อาจมืดแปดด้าน ไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย เช่นคนลพบุรีอาจไม่รู้ว่าพระปรางค์สามยอดที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทางรถไฟมีที่มาอย่างไร สร้างในสมัยใด หรือพระธาตุหริภูญชัยจังหวัดลำพูน มีประวัติโดยย่ออย่างไร หรือคำว่า " หริภูญชัย " มีความสำคัญอย่างไร เรื่องเหล่านี้หากถามผู้หลักผู้ใหญ่ก็อาจพอจะได้คำตอบบ้าง แต่หากลองถามเด็กโตๆ จนถึงอายุราว 20 ก็อาจได้คำตอบไม่ชัดเจน หรือไม่รู้เลย

เราเคยเรียนแต่ลืมไปแล้ว หรือว่าสังคมบ้านเรา ไม่ค่อยให้ความสนใจ คำตอบก็น่าจะตอบว่าเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง มันคงต้องใช้เวลาอีกนาน ที่จะรื้อฟื้นให้คยไทยเห็นความสำคัญ เพราะมันเป็นรากเหง้าของความเป็นไทย ซึ่งเกี่ยวพันธ์ไปถึงระบอบกษัตริย์ที่อยู่คู่ประเทศไทยมาช้านาน

ประวัติศาสตร์ไทยเราสั่นคลอน ก็ทำให้ระบอบกษัตริย์สั่นคลอนได้ไม่แตกต่างกัน ระยะหลังๆเราจึงเห็นว่ามีข่าวคราวที่กระทบกระเทือนสถาบันอยู่เสมอ ล่าสุดก็นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็ี่ถูกตำรวจดำเนินคดีเรื่องพูดจาหมิ่นสถาบัน ซึ่งความจริงแล้วคนไทยในปัจจุบันจะมีแนวคิดลักษณะนี้อยู่มาก เพียงแต่เป็นคลื่นใต้น้ำเท่านั้นเอง ยังไม่ปรากฏออกมาให้เห็นเด่นชัด เพราะกลัวสังคมยังไม่ยอมรับ

ถามว่าน่ากลัวไม๊..คงต้องบอกว่า " มันเป็นเช่นนั้นเอง " และหากมองไปยังประเทศอื่นๆที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์แล้ว ก็มีประเทศไทยประเทศเดียวนี้แหละที่ยังรักษาอยู่ได้ ประเทศอื่นๆล่มสลายไปหมดแล้วครับ หลังกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะเป็นจีน เวียดนาม ลาว เขมร ฯลฯ คนไทยมีการศึกษามากขึ้น มีความคิดอ่านไปในแนวตะวันตกกันมาก ทั้งไปร่ำเรียน ทั้งศรัทธาระบอบทุนนิยม ชนิดที่เรียกว่าเป็นพระเจ้า จึงพยายามที่จะให้สังคมไทยได้พัฒนาไปสู่ระบบทุนนิยมอย่างสมบูรณ์แบบที่เป็นสากล

ณ วันนี้สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากันของสองฝ่าย และมีความรุนแรงอย่างที่เห็นๆกันอยู่ โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่าตนเองกำลังตกเป็นเครื่องมือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังชูความเป็นเลิศของหัวหน้ากลุ่มว่า เหมือนพระเจ้ามาโปรด และจะเป็นผู้บันดาลให้คนไทย อยู่ดีกินดี มีหน้ามีตาทัดเทียมประเทศที่ร่ำรวย รวย..รวย..และ รวยเหมือนตนเอง

คนไทยรู้ประวัติศาสตร์กันน้อย ก็ส่งผลพวงให้ไม่ค่อยมีคนใส่ใจในโบราณสถานที่มีคุณค่า ประเทศเรามีที่มาที่ไป มีอารยะธรรมเป็นของตนเอง ต่างกับหลายประเทศที่ไม่มีเหมือนเรา แต่เค้าก็พยายามให้ความสำคัญ เชิดชู ให้คนต่างประเทศเห็นว่า ประเทศตนเองก็มีประวัติศาตร์ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์

ปราสาทเขาพนมรุ้งที่ถูกทำลาย สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยไม่ให้ความสำคัญโบราณสถาน ใครจะทำอะไรก็ไม่ค่อยกระตือรือร้น ไม่ต่างกับดูข่าวประจำวัน และก็ปล่อยให้ตำรวจ ให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการกันต่อไป ที่ผ่านมาผู้ดูแลสถานที่ก็ปล่อยปละละเลยให้ใครต่อใครเข้าไปใช้สถานที่อย่างผิดๆ โดยให้เข้าไปทำพิธีกรรมต่างๆกันมาก ทั้งที่เป็นเรื่องไม่บังควร

ตอนนี้ข่าวการสอบสวนหาผู้ทำลายเขาพนมรุ้งชักเงียบๆไป ผมเฉลียวใจเหมือนกันว่า ตำรวจอาจเจอต่อใหญ่ที่เป็นนักการเมือง และี่มีความเชื่อในพิํธีกรรมแบบเขมร จะเป็นนักการเมืองภาคอีสานที่มีี่ชื่อเป็นพม่า แต่หน้าตาเป็นเขมรหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เพราะคดีนี้ดูทะแม่งๆพิกล หลักฐานที่พบก็มีหลายอย่าง ทั้งเบาะแสก็มาก แต่คดีกลับไม่คืบหน้า ก็ไม่แน่นะว่าอาจกำลังหาแพะสักตัวเพื่อปิดคดีให้มันรู้แล้วรู้แรดไปซะเลย จะได้จบๆ

อาณาจักรขอมโบราณ

เราเคยได้ยินคำว่าอุทยานประวัติศาสตร์ในบ้านเราซึ่งมีอยู่หลายแห่งเช่นจังหวัดกำแพงเพชร สุโขทัย อยุธยา และจังหวัดอื่นๆ แต่ที่เมืองเขมรหรือกัมพูชา จะไม่ใช้คำว่าอุทยานเหมือนที่เราใช้กัน เพราะที่เขมรนี้มันใหญ่โตกว้างขวางกว่าคำว่าอุทยานมาก

ทางเขมรหรือเรื่องราวที่กล่าวถึงขอมจะใช้คำว่า “ พระนคร “ ความหมายก็คือเมืองใหญ่ หรือเมืองที่มีความรุ่งโรจน์

อาจมีคำถามว่า “ แล้วอาณาจักรขอมนั้นอยู่ตรงไหน”

ไกด์ชาวเขมรบอกว่า อาณาบริเวณที่เรียกว่าอาณาจักรขอมในกัมพูชามีพื้นที่ถึง 1 พันตารางกิโลเมตร และอยู่ในเมืองเสียมเรียบนี้ทั้งหมด

1 พันตารางกิโลเมตร ผมเดาไม่ถูกว่า มากน้อย หรือใหญ่โตแค่ไหน แต่รู้แน่ๆว่าในพื้นที่นี้ประกอบไปด้วยปราสาทต่างๆมากมายหลายร้อยปราสาท แต่ที่เรารู้จักและถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงนั้นมีเพียงไม่กี่แห่ง เช่นปราสาทนครวัด ปราสาทนครธม ปราสาทตาพรหม ปราสาทบันทายศรี นอกเหนือจากนี้ก็ไม่ค่อนมีคนรู้จัก และความสำคัญก็ลดน้อยลงไป

ปราสาททั้ง 4 -5 แห่ง ที่กล่าวมาแล้วถือว่าเป็นไฮไลท์ สำคัญ และใหญ่โตที่สุดในบรรดาปราสาทที่มีอยู่ในเมืองเสียมเรียบ และ “ ปราสาทนครวัด “ ก็เป็นหนึ่งในเจ็ด ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลก หรือ ปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ส่วนปราสาทอื่นๆจะกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ บางแห่งก็ได้รับการบูรณะแล้ว บางแห่งก็ยังไม่ได้บูรณะ บางแห่งก็อยู่ในป่าลึกที่ยังไม่ได้เก็บกู้กับระเบิด

ภาพของคำว่า “ พระนคร “ หรือ อาณาจักรขอมในกัมพูชา จึงเป็นเรื่องที่ถือว่ายิ่งใหญ่อลังการกว่าที่หลายคนคิด หลายคนเข้าใจ แม้ว่าคนไทยที่เคยมาเที่ยวนครวัด นครธม ตามทริปของบริษัทท่องเที่ยวแล้ว ก็เชื่อว่าส่วนใหญ่อาจคิดว่าปราสาทของขอมจะมีอยู่เท่าที่รถทัวร์ได้พาตระเวณเที่ยวเท่านั้น ซึ่งก็เที่ยวทั้ง 4 ปราสาทสำคัญๆในวันเดียว เที่ยวเสร็จก็หมดเรี่ยวหมดแรง เพราะทั่งเดิน ทั้งปีน และร้อนสุดๆ

เราเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมปราสาทในราคาคนละ 350 บาท

อย่าพึงตกใจว่าทำไมแพง เพราะราคานี้ถือว่าถูกที่สุด สำหรับเที่ยวใน 1 วัน หากอยากมาเที่ยวหลายๆวันก็อาจซื้อตั๋วรวมในราคา 50 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ พันกว่าบาท เป็นตั๋วเหมาเที่ยวได้หลายวัน ซึ่งต่างชาตินิยมซื้อตั๋วแบบนี้กันมาก

“ ทำไมต้องเทียวหลายวัน “

“ ก็เพราะมันกว้างขวางเกินกว่าจะเที่ยวได้หมดในวันเดียวครับ”

เที่ยวแค่วันเดียวแทบไม่ได้รับรู้อะไรมากมายนัก ได้แค่เดินตามไกด์ที่อธิบายในส่วนสำคัญๆของปราสาท ผิดกับพวกฝรั่งที่เที่ยวกันแบบซึมซับ ใช้เวลาในการพินิจพิจารณาพร้อมกางตำราและแผนที่ไปด้วย เป็นการเดินชมชนิดที่ไม่กลัวร้อนกลัวเหนื่อย ต้องยอมรับว่าอึดจริงๆ ผมเห็นแล้วยอมแพ้ครับ

ปราสาทบันทายศรี เป็นจุดแรกที่เราจะไปเที่ยว ระยะทางจากประตูทางเข้าไปก็ประมาณ 30 กิโลเมตร

พอพ้นจากประตูที่ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ก็เข้าสู่พระนครหรืออาณาจักรของขอม สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ แต่ละต้นมีอายุหลายร้อยปี ส่วนใหญ่เป็นต้นยางนา ที่มีลำต้นตรงและสูงชลูด บรรยากาศไม่ต่างกับนั่งรถเข้ามาในป่าที่ร่มรื่น ระหว่างทางก็เห็นปราสาทขนาดเล็กเป็นระยะๆ มีหมู่บ้าน มีชุมชน มีการทำการเกษตรและทำนาภายในอุทยาน ต่างกับบ้านเราที่ภายในเขตอุทยานถือเป็นเขตหวงห้าม แต่ที่เขมรนี้ไม่ได้ให้ชุมชนออกไปอยู่นอกพื้นที่ ผมเข้าใจเอาเองว่าเป็นหมู่บ้านของคนงานที่ดูแลสถานที่

เราใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานเพราะรถวิ่งไม่เร็วนัก และไม่น่าเบื่อ เพราะเห็นปราสาทต่างๆผ่านไปเป็นระยะๆ ผ่านบึง หรือบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่คนขอมในอดีตขุดขึ้นมาเพื่อใช้ในการเกษตร หรือใช้บูชา ปราสาทบางแห่งก็มีสระน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบ

ปราสาทบันทายศรี เป็นปราสาทขนาดเล็กที่สร้างด้วยหินทราย แต่เป็นหินทรายสีชมภูที่ค่อนข้างหายาก ไกด์อธิบายว่า สันนิษฐานว่าผู้หญิงเป็นคนสร้าง พื่ออุทิศถวายพระอิศวร ภายใต้พระนามว่า ตรีภูวนมเหศวร หรือ ผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม สร้างขึ้นเมื่อ เดือนเมษายน - พฤษภาคม พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในตอนปลายของสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 (หรือพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4 พ.ศ. 1487 - 1511) และเสร็จในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1554)

ปราสาทหินบันทายศรีถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี ภาษาอังกฤษเขียนว่า Banteay Srei หรือ Ban tai Sire

ปราสาทบันทายศรีอยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร

ตอนที่ไกด์อธิบายลวดลายสลักจากหินทรายที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม บอกว่าหินสลักเหล่านี้มีอายุเป็นพันๆปี แรกๆผมไม่ค่อยจะเชื่อนัก ดูแล้วเหมือนแกะมาไม่ถึง 100 ปี เพราะใหม่มาก ลวดลายคมชัด ไม่มีร่องรอยผุกร่อน แม้กระทั่งสีผิวก็ดูสดใส ออกสีเหลือง สีน้ำตาลแดง ไม่มีเชื้อราเกาะเลยแม้แต่น้อย คล้ายกับสีของอิฐมอญที่พึ่งออกมาจากเตาเผา

แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และพิสูจน์มาแล้วว่า ปราสาทบันทายศรีมีอายุจนถึงวันนี้เป็นเวลา 1040 ปี

หลายคนคงทราบมาว่า อาณาจักรของในกัมพูชาถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศส แต่เป็นนักสำรวจ ที่เป็นหัวโขมย อยู่ด้วย เป็นทั้งผู้ดีและผู้ร้ายในบุคคลคนเดียวกัน มีชื่อว่า อองเดร มาลโรซ์

“ นักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ อองเดร มาลโรซ์ เจ้าของผลงาน เสน่ห์ตะวันออก เดินทางมาชมปราสาทนี้เมื่อ พ.ศ. 2466 ได้ใช้เลื่อยและลิ่มสกัดเอาซอกมุมรูปนางอัปสราออกไป 6 ชิ้น มาลโรซ์กับเพื่อนถูกจับบนเรือกลไฟที่พนมเปญ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2466

และเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2467 ศาลที่พนมเปญตัดสินให้จำคุกมาลโรซ์เป็นเวลา 3 ปีและเพื่อนได้รับโทษจำคุก 8 เดือนแต่รอลงอาญาทั้งคู่ สิ่งของที่ขโมยออกไปนั้นถูกนำกลับมาไว้ที่เดิมในปี พ.ศ. 2467 หลังจากกลับไปยังปารีส เขาได้ออกหนังสือพิมพ์ชื่อ อินโดจีน เผยแพร่เรื่องราวของปราสาทในกัมพูชา จนโด่งดังไปทั้วโลก และเป็นการเปิดประตูอาณาจักรขอมโบราณในเขมรให้ชาวโลกได้รู้จัก ด้วยผลงานที่เป็นนักศิลปะจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2502 “

ไกด์เล่าความหลังเมื่อครั้งในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองเขมรว่า เป็นผู้กอบโกยผลประโยชน์ของเขมรไปเป็นจำนวนมาก ไม้ในป่าที่มีค่าก็ถููกตัดส่งไปประเทศฝรั่งเศส ของมีค่าในยุคสมัยขอมเช่นศิวลึงค์ หรือหินสลักก็ถูกโขมยไปเป็นจำนวนมาก บอกว่าที่เห็นๆนี้เป็นของเหลือๆจากฝรั่งเศสทั้งนั้น และบางอย่างก็เอาไปไม่ได้เพราะมันหนัก

หลังจากที่เที่ยวชมปราสาทบันทายศรีเสร็จแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปชมปราสาทตาพรหม ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก ไกด์บอกว่าปราสาทตาพรหมมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่เต็ม จึงดูร่มรื่น และยังใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์ของฮอลลีวู้ดมาแล้วหลายเรื่อง ในฉากต้นไม้ยักษ์ที่มีรากไม้ซอนไซไปตามปราสาท

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของขอม เข้าสู่ความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ติดตามได้ในตอนที่ 5 เร็วๆนี้



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
8 มิถุนายน 2551



................................................................................................................................................................................



ติดตามเรื่องราวนครวัด นครธม ก่อนหน้านี้ได้ที่นี่
นครวัดตอนที่ 1 (จุดเริ่มต้นการเดินทางจากตลาดโรงเกลือ/ปอยเป็ต)
นครวัดตอนที่ 2 (เส้นทางสายฝุ่น ปอยเป็ต - เสียมเรียบ)
นครวัดตอนที่ 3 (พักเอาแรง ก่อนออกลุยนครวัด นครธม)

 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์
Main Menu
 


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Royal Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo
New Year Card & More

Services
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Good Books


..................................................

แกลลอรี่ภาพ
ภาพท่องเที่ยว
ภาพในเมือง
ภาพในหลวงและพระราชพิธี
ภาพดอกไม้และธรรมชาติ
ภาพเหตุการณ์
ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน

บทความ
บทความท่องเที่ยว
บทความทั่วไป

ฟรีดาวน์โหลดภาพ
ฟรีภาพวอลเปเปอร์
ภาพวิว ทิวทัศน์
ภาพดอกไม้
ภาพในหลวง
การ์ดปีใหม่ และภาพอื่นๆ

บริการ
บริการถ่ายภาพโดยสมาชิก
ภาพแต่งงาน รับปริญญา สินค้า

เมนูอื่นๆ
ภาพคน ภาพเด็ก ภาพนางแบบ
แนะะนำเทคนิคการถ่ายภาพ
แนะนำหนังสือถ่ายภาพ


.................................................