ปักกิ่ง 2009 : 2552 เที่ยวมหานครปักกิ่ง พระราชวังปักกิ่ง จตุรัสเทียนอันเหมิน หอบูชาเทียนถาน กำแพงเมืองจีน พระราชวังฤดูร้อน ชูสีไทเฮา กายกรรมปักกิ่ง วัดลามะ งานสลักน้ำแข็งหลิงชิงเสีย
Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์
Home : Outbound : Beijing 05    
ตอนที่ 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ตอนที่ 1 มาถึงปักกิ่ง
ตอนที่ 2 พระราชวังปักกิ่ง(วังกู้กง)
ตอนที่ 3 พระราชวังปักกิ่ง (วังต้องห้าม)
ตอนที่ 4 หอบูชาเทียนถาน
ตอนที่ 5 พระราชวังฤดูร้อน ชูสีไทเฮา
ตอนที่ 6 ยามเช้าที่ปักกิ่ง
ตอนที่ 7 มหานครปักกิ่ง
ตอนที่ 8 สโนว์เวิลด์ snowworld
ตอนที่ 9 กำแพงเมืองจีน
ตอนที่ 10 หลงชิงเสีย เทศกาลน้ำแข็งแกะสลัก
ตอนที่ 11 หวังฟูจิง Shopping Street
ตอนที่ 12 วัดลามะ
ตอนที่ 13 ซ้อปปิ้ง+วันเดินทางกลัง
ถึงปักกิ่ง
วังกู้กง
วังปักกิ่ง
หอเทียนถาน
วังฤดูร้อน
ยามเช้า
มหานคร
สโนว์เวิลด์
กำแพงยักษ์
หลงชิงเสีย
หวังฟูจิง
วัดลามะ
สาวจีน
 
ปักกิ่งตอนที่ 5 : วังฤดูร้อน (อี้เหอหยวน) พระราชวังวังพระนางชูสีไทเฮา The Summer Palace
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     
 
 
 
Outbound Click >
ภาพเที่ยวต่างแดน
Hue- HoiAn
Angkor
Burma
Sipsongpanna
South Laos
Luangprabang
Koh Ker
Sapa VN
Malay
Guilin
Hanoi  
I  Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Outbound tour I Royal Photos   I Today Talk I  Photo Service  I Guest  I  Free Wallpaper  I About site I  Misc. I

ประวัติพระนางซูสีไทเฮา(โดยละเอียด)


ปักกิ่งตอนที่ 5
: วังฤดูร้อน  อี้เหอหยวน
(The Summer Palace or Gardens of Nurtured Harmony)
(เดินทาง กุมภาพันธ์ 52)



เช้าวันนี้หนาวกว่าเมื่อวานจนมือไม้แทบแข็งกระด้าง   ออกมาอยู่หน้าโรงแรมในเมืองปักกิ่งเพื่อถ่ายภาพสาวๆในชั่วโมงเร่งด่วน  ที่ต่างคนก็เร่งรีบไปทำงานเช่นเดียวกับบ้านเรา   

หลังจากทนหนาวได้ไม่นานก็ต้องรีบขึ้นรถที่จอดรออยู่  เมื่อขึ้นมาแล้วทุกคนก็แปลกใจ  ขวดน้ำเปล่าที่แจกเมื่อวานและกินกันไม่หมดปรากฏว่าเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง  ทีแรกก็ไม่เชื่อกันว่าเป็นไปได้หรือไม่ เพราะขวดน้ำอยู่ในรถ   แต่พอรู้ว่ารถจอดนอกอาคารทั้งคืนจึงเชื่อว่าเป็นไปได้

หนาวจนน้ำในขวดกลายเป็นน้ำแข็ง   แม้จะไม่แข็งตัวเพียงบางส่วนแต่ก็พอจะรู้ว่าเมื่อคืนนี้จนถึงขณะนี้อุณภูมิน่าจะติดลบไปแล้ว  ใครไม่รู้จักคำว่าหนาวจนเข้ากระดูก  หรือหนาวจนหน้าชา  มาเที่ยวจีนคราวนี้ต่างรู้รสชาติกันชนิดลืมไม่ลง  

ชุดกันหนาวที่เตรียมกันมาอย่างครบเครื่องดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอ   โดยเฉพาะที่ปิดใบหูเพื่อกันหูแข็งกระด้าง   ราคาเพียงไม่กี่ตังค์  ถูกๆก็ราวอันละไม่เกิน 30 บาท  แต่ใช้ประโยชน์คุ้ม  คนจีนเห็นใส่กันเยอะทั้งหญิงและชาย  แรกๆคนไทยไม่ค่อยกล้าใส่เพราะดูประหลาดๆ  เกะกะบ้าง  แต่ในที่สุดก็ต้องหยิบมาใช้  ใครไม่ได้เตรียมก็ต้องหาผ้ามาพันหัวพันหูเหมือนสาวชาวอาหรับที่โผล่ให้เห็นแต่ลูกตา

ไกด์สาวชาวจีนของเรารู้สึกว่าวันนี้จะใส่รองเท้าที่แปลกกว่าวันก่อน  เป็นรองเท้าชนิดป้องกันความหนาวเมื่อหนาวจัด  แกบอกว่าคนจีนจะมีรองเท้าบูธหนาๆ  ใช้ในยามที่หนาวจัด  ส่วนคนไทยโดยเฉพาะผู้ชายส่วนใหญ่ใส่รองเท้ากีฬาชนิดเสริมผ้าแบบทั่วไป รู้เลยว่ามันเอาไม่อยู่แม้จะใส่ถุงเท้าอย่างหนา   นิ้วเท้าชาแล้วชาอีก  ต้องคอยขยับให้เลือดมันเดิน  หรือเอามือจับเพื่อให้อุ่นขึ้น 

เขียนเรื่องเย็นๆ หนาวๆ  ก็เพราะมันหนาวจริงๆ  และหนาวกันทั้งวัน  ชนิดสะใจคนขี้ร้อน  อยากเจอของจริงต้องมาเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์  โชคดีอาจเจอหิมะ

โปรแกรมเช้านี้จะไปชมวังฤดูร้อนของพระนางซูสีไทเฮา  (The Summer Palace ) หรืออี้เหอหยวน  สมัยที่ซูสีไทเฮาเป็นใหญ่มักใช้เวลาส่วนใหญ่ประทับอยู่ที่วังนี้  เพราะทะเลสาบสวยงามและมีสวนดอกไม้มากมายถึง 300 แห่ง   

วังนี้อยู่ห่างใจกลางปักกิ่งราว  11  กม.  เมื่อรถไปถึงก็เห็นรั้วสูงเป็นแนวยาว   ต้นไม้ใหญ่รอบวังเวลานี้มีแต่กิ่งก้าน ไม่มีใบไม้แม้แต่ต้นเดียวเนื่องจากเป็นฤดูหนาว หรือฤดูใบไม้ร่วง  หากมาเที่ยวในฤดูใบใม้ผลิคิดว่าต้นไม้เหล่านี้น่าจะออกดอกสวยงามกันทั้งวัง  เพราะที่นี่อดีตเป็นทั้งวังและเป็นอุทยานมาหลายสมัย  แต่มีการบูรณะหลายครั้งในสมัยของพระนางซูสีไทเฮา   ถึงขนาดให้คนงานจำนวนมหาศาลทำการขุดดินจนกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่   มีพื้นที่ราว 2.2 ตารางกิโลเมตร  ส่วนดินที่ขุดก็นำไปสร้างภูเขาจำลองที่มีความสูงถึง 60 เมตร 

การบุรณะปรับปรุงวังแต่ละครั้งก็นำเงินหลวงของกองทัพเรือมาใช้จ่าย จนทำให้กองทัพเรืออ่อนแอ กระทั่งพ่ายแพ้กองทัพญี่ปุ่น

วังฤดูร้อนมีพื้นที่ 2.9  ตารางกิโลเมตร  แต่พื้นที่ 3 ใน 4  ของพื้นที่เป็นทะเลสาบ  (2.2 ตรกม.)  ใครมาเห็นก็ต้องบอกว่าอลังการงานสร้าง  มันใหญ่โตจนแทบไม่เชื่อสายตาว่าเป็นฝีมือขุดจากแรงงานมนุษย์ 

ทุกเช้าราว 8.00 น. ลานซีเมนต์บริเวณหน้าวังจะเป็นที่ชุมนุมนักท่องเที่ยวจำนวนหลายร้อยคนเพื่อรอเวลาเปิด  แต่ส่วนใหญ่หน้าตาเป็นชาวจีน ทัวร์จีนบางกรุ๊ปเหมือนจะใส่เสื้อหนาวแบบหนาๆสีน้ำเงินเหมือนกันหมดทั้งคณะ

ขณะรอเวลาหลายคนก็พยายามยืนให้โดยแสงแดด  หรือขยับเขยื้อนแข้งขา  เพราะวันนี้หนาวสุดทนจริงๆ 

จากนั้นไม่นานไกด์ก็พาเดินเข้าวัง 

พระราชวังฤดูร้อน (The Summer Palace)  สร้างในสมัยราชวงศ์จิ้น เมื่อราว 800 ปีก่อน  เพื่อใช้เป็นที่ประทับแรม  ต่อมาได้มีการต่อเติมขึ้นหลายครั้ง   จนมาถึงสมัยพระจักรพรรดิเฉียงหรง ในราชวงศ์ชิง ทรงมีพระราชโองการให้สร้างขยายอุทยานแห่งนี้ให้กว้างออกไปและทรงให้ชื่อว่า อุทยาน "ชิงอีหยวน"  เมื่อปี พ.ศ. 2403 (ค.ศ 1860)

อุทยาน “ ชิงอีหยวน “ถูกเผาทำลายโดยกองทหารอังกฤษและฝรั่งเศส แต่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2409  โดยพระนางซูสีไทเฮาได้นำเอาเงินงบประมาณของกองทัพเรือมาบูรณะพระราชวังฤดูร้อนขึ้นใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อมาเป็น “อี๋เหอหยวน”

ต่อมาได้ถูกกองทหารพันธมิตรของมหาอำนาจจักรวรรดินิยม 8 ประเทศ เผาทำลายในปี พ.ศ. 2443 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5)  แต่หลังจากนั้นราว 3 ปี พระนางซูสีไทเฮาก็ทรงบูรณะพระราชวังนี้ขึ้นอีกครั้ง เนื่องวังนี้เป็นที่โปรกปรานของพระองค์มาก   และทรงประทับอยู่วังนี้มากกว่าประทับอยู่ในวังหลวงหรือวังกู้กงในกรุงปักกิ่งเสียอีก

สถานที่สำคัญในวัง อี้เหอหยวน

1 พระราชวังมีพื้นที่ 2.9 ตารางกิโลเมตร หรือราว 1800 ไร่ แต่พื้นที่ 3 ใน 4 เป็นทะเลสาบ  ชื่อว่าทะเลสาบคุนหมิง
2 ดินที่ขุดจากทะเลสาบนำไปถมเป็นภูเขาแล้วสร้างวังบนภูเขา ให้ชื่อว่า “ว่านโซวซ่าน” (ภูเขาหมื่นปี)
3 มีสวนดอกไม้จำนวน 300แห่ง ภายในอุทยาน
4 ระเบียงทางเดินริมทะเลสาบ มีชื่อเรียกว่า ฉางหลาง มีหลังคาคลุมโดยตลอดทอดยาวจากหมู่พระตำหนักตะวันออกไปยังเรือหินอ่อนทางตะวันตก ความยาวรวม 777 เมตร สร้างในปีค.ศ. 1750  ผนังและใต้หลังคามีภาพจิตรกรรม
6 เรือหินอ่อน  เป็นเรือที่พระเจาเฉียนหลงทรงสร้างไว้ก่อนแล้ว พระนางซูสีไทเฮาสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จสมบูรณ์

ตำหนักสำคัญภายในวังฤดูร้อน

1 ตำหนักเหวินโซ่วเตี้ยน พระนางซูสีไทเฮาใช้เป็นที่เสด็จออกประทับนั่งบนบัลลังก์มังกร ให้บรรดาเชื้อพระวงศ์เข้าเฝ้า จะเห็นได้ความยิ่งใหญ่ของหงส์เหนือมังกร แสดงถึงอำนาจของพระนางที่อยู่เหนือฮ่องเต้

2 ตำหนักอวี่หลันเตี้ยน  เป็นพระตำหนักที่เราของจักรพรรดิกวางสู (Guangxu) พระนางซูสีทรงจับจักรพรรดิกวางสูขังไว้ภายใน ปี พ.ศ.2441 ขังอยู่ 10 ปี  ก็เสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ.2451 พระชนมายุได้ 37 พรรษา ก่อนที่พระนางซูสีไทเฮาจะเสด็จสวรรคตได้เพียง 1 วัน

3 ตำหนักอี้เล่อเตี้ยน (วิหารบรอนซ์)  เป็นสถานที่พระนางซูสีไทเฮาประทับชมการแสดงงิ้ว โรงงิ้วที่อยู่ติดกัน สูง 3 ชั้น สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสที่พระนางทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา พระนางโปรดงิ้วมาก ถึงขนาดบางครั้งเสด็จลงร่วมเล่นงิ้วด้วยก็มี ปัจจุบันโรงงิ้วจัดแสดงพระภูษาทรงของพระนางซูสีไทเฮา เครื่องประดับ เครื่องสำอาง รวมถึงรถเมอร์เซเดสเบนซ์คันแรกของจีนด้วย

4 ตำหนักเล่อโซ่วถาง เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของซูสีไทเฮา มีพระแท่นบรรทม พระวิสูตร(ม่าน) โคมไฟ เครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นของที่มีอยู่แต่เดิม

ซูสีไทเฮาไต่ระดับตนเองขึ้นมาจากสตรีสามัญ เป็นเพียงหนึ่งในจำนวนนับพันของหญิงสาวผู้ถูกส่งตัวเข้าวังเป็นนางสนม แต่ก็สามารถทำตนเองให้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จนขึ้นถึงตำแหน่งหนึ่งในสองฮองเฮาของพระสวามี กำจัดคู่แข่งไปได้สำเร็จ กุมอำนาจสูงสุดอยู่เบื้องหลังฮ่องเต้ถึง  2 องค์ตลอดเวลา 48 ปีจนถึงวาระสุดท้าย เธอเป็นสตรีผู้มีอำนาจและมีชื่อเสียงที่สุดของจีน แต่ก็นำความเสื่อมโทรมและความพินาศมาสู่ราชวงศ์ชิงและแผ่นดินจีนได้มากที่สุดเช่นกัน

และพระนางซูสีไทเฮา สวรรคตด้วยสาเหตุใด อ่านความจริงจากสำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551)

โฟโต้ออนทัวร์
21 สิงหาคม 2553




อ่านประวัติพระนางซูสีไทเฮาโดยละเอียด


 
ภาพพระนางซูสีไทเฮา สตรีเrLผู้มีบทบาทสูงยิ่งต่อประวัติศาสตร์ของจีน
 
ขบวนแห่พระศพพระนางซูสีไทเฮา พ.ศ.2451
วันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า
ตามที่รัฐบาลจีนได้แต่งตั้งคณะแพทย์ให้ปฏิบัติการทางนิติเวชศาสตร์เพื่อชันสูตรพระศพสมเด็จพระจักรพรรดิกวางสู
บัดนี้ ผลปรากฏว่า สมเด็จพระจักรพรรดิสวรรคตอย่างเฉียบพลันเพราะทรงต้องสารหนู โดยปริมาณของสารหนูที่ตรวจพบมีมากถึงสองพันเท่า
จากปริมาณที่อาจพบได้ในร่างกายมนุษย์โดยทั่วไป หนังสือพิมพ์ไชนาเดลียังรายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายไต้อี้ นักประวัติศาสตร์ชาวจีน
อีกว่าการชันสูตรดังกล่าวทำให้ข่าวลือเรื่องซูสีไทเฮามีพระราชเสาวนีย์ให้สังหารสมเด็จพระจักรพรรดิเป็นเรื่องจริง
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ