ปักกิ่ง 2009 : 2552 เที่ยวมหานครปักกิ่ง พระราชวังปักกิ่ง จตุรัสเทียนอันเหมิน หอบูชาเทียนถาน กำแพงเมืองจีน พระราชวังฤดูร้อน ชูสีไทเฮา กายกรรมปักกิ่ง วัดลามะ งานสลักน้ำแข็งหลิงชิงเสีย
Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์
Home : Outbound : Beijing 09    
ตอนที่ 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ตอนที่ 1 มาถึงปักกิ่ง
ตอนที่ 2 พระราชวังปักกิ่ง(วังกู้กง)
ตอนที่ 3 พระราชวังปักกิ่ง (วังต้องห้าม)
ตอนที่ 4 หอบูชาเทียนถาน
ตอนที่ 5 พระราชวังฤดูร้อน ชูสีไทเฮา
ตอนที่ 6 ยามเช้าที่ปักกิ่ง
ตอนที่ 7 มหานครปักกิ่ง
ตอนที่ 8 สโนว์เวิลด์ snowworld
ตอนที่ 9 กำแพงเมืองจีน
ตอนที่ 10 หลงชิงเสีย เทศกาลน้ำแข็งแกะสลัก
ตอนที่ 11 หวังฟูจิง Shopping Street
ตอนที่ 12 วัดลามะ
ตอนที่ 13 ซ้อปปิ้ง+วันเดินทางกลัง
ถึงปักกิ่ง
วังกู้กง
วังปักกิ่ง
หอเทียนถาน
วังฤดูร้อน
ยามเช้า
มหานคร
สโนว์เวิลด์
กำแพงยักษ์
หลงชิงเสีย
หวังฟูจิง
วัดลามะ
สาวจีน
 
ปักกิ่งตอนที่ 9 : Great Wall of China กำแพงเมืองจีน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Outbound Click >
ภาพเที่ยวต่างแดน
Hue- HoiAn
Angkor
Burma
Sipsongpanna
South Laos
Luangprabang
Koh Ker
Sapa VN
Malay
Guilin
Hanoi  
I  Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Outbound tour I Royal Photos   I Today Talk I  Photo Service  I Guest  I  Free Wallpaper  I About site I  Misc. I




ปักกิ่งตอนที่ 9 :
กำแพงเมืองจีน
(เดินทาง กุมภาพันธ์ 52)


หลายคนคงอยากไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างด้วยน้ำมือมนุษย์  ใครไปเห็นก็คงทึ่ง  และคิดว่าคนจีนเมื่อราวสองพันกว่าปีก่อนนั้นสร้างกันได้อย่างไร  กำแพงหินยาวหลายพันกิโล  ทอดไปตามเทือกเขาหินที่สูงชัน รวมทั้งพื้นที่ในแถบทะเลทราย และทุ่งหญ้า

หินขนาดใหญ่จำนวนหลายล้านก้อนนำมาเรียงต่อกัน  สู้แดด สู้ลม สู้ฝน รวมทั้งหิมะ มาเป็นเวลาถึงสองพันกว่าปี  

วันเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน  ก็ยังคงสภาพให้เห็นอย่างไม่เสื่อมคลาย  แม้บางช่วงของกำแพงที่อยู่บนพื้นราบจะพังทลายไปตามกาลเวลา  หรือถูกแปรสภาพให้เป็นพื้นที่ทำกินของเกษตรกร  แต่ส่วนที่พาดผ่านไปตามเทือกเขายังคงมีสภาพไม่ต่างกับเมื่อราว 2200 ปีก่อน

ความกลัว  เป็นเหตุให้ชาวจีนต้องสร้างกำแพง   เพราะคิดว่าจะช่วยป้องกันภัยจากการรุกรานของข้าศึกได้ 

นี่ไม่ไช่กำแพงเมืองเหมือนกับที่เห็นในหลายๆประเทศ  แต่มันเป็นกำแพงหินขนาดใหญที่กั้นอาณาเขตดินแดนของตน และสร้างต่อๆกันมาหลายยุคหลายสมัย เรียกว่าไม่จบไม่สิ้น

คนจีนเรียกว่า " กำแพงหมื่นลี้ "

มองโกล  ชนเผ่าเร่ร่อนที่อยู่ทางตอนเหนือของจีน มีกองทัพทหารม้าเป็นกำลังหลัก ใช้ธนูและดาบโค้งเป็นอาวุธ ยุทธศาสตร์ในการรบของทัพมองโกลได้แก่การเคลื่อนที่เร็ว และทหารที่อยู่บนหลังม้าจะสวมเสื้อเกราะที่ทำจากแผ่นเหล็ก

ทัพมองโกลสมัยนั้นมีความเกรียงไกรแค่ไหน  หากใครเคยดูภาพยนต์เรื่อง จอมจักรพรรดิ์เจงกิสข่าน หรือได้อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ ของชนชาติมองโกล ก็จะเห็นความยิ่งใหญ่ชนิดที่บุกไปรบกันข้ามทวีป จากเอเชียไปตะวันออกกลาง ข้ามไปจนถึงยุโรป และรบที่ไหนก็ชนะที่นั่น จนเป็นที่ครั่นคร้ามของชาติยุโรป

กุบไลข่าน จักรพรรดิ์มองโกลองค์ต่อจาก เจงกิสข่าน เข้ามาครอบครองอาณาจักรจีน พร้อมกับสถาปนาตนเองเป็นปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์หงวน (ของจีน)

และในช่วงที่กุบไลข่านปกครองจีน ก็ไล่ตีอาณาจักรต่างๆในดินแดนจีนจนแตกพ่าย ไม่พ้นแม้กระทั่ง อาณาจักรน่านเจ้า ่ที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัยในมณฑลยูนนาน(ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นอาณาจักรใหญ่ และเคยรบพุ่งกับจีนจนชนะมานักต่อนักแล้ว

หลังจากอาณาจักรน่านเจ้าถูกมองโกลรุกราน ผู้คนส่วนหนึ่งก็อพยพย้ายถิ่นฐานลงมาสร้างบ้านแปงเมือง กลายเป็นอาณาจักรน้อยใหญ่อยู่ตามลุ่มแม่น้ำโขง เช่นอาณาจักรสุโขทัย และอาณาจักรล้านนา

ความเหี้ยมโหดของชนเผ่ามองโกลเป็นที่รู้กันอยู่ว่าผิดมนุษย์  ทุกครั้งที่ออกรบ ก็จะฆ่าฟันศัตรูโดยไม่ละเว้นแม้กระทั่งเด็ก ผู้หญิง หรือคนแก่ ทำให้ชาวจีนฮั่น หรือชาวจีนดั่งเดิม ที่ต่อสู้กับมองโกลมาเป็นเวลานาน มีความเกรงกลัวและขวัญผวากับกองทัพมองโกลเป็นอย่างมาก

ครั้งหนึ่งในการรบของชาติมองโกลที่บุกไปถึงอิตาลี่ แต่ไม่สามารถข้ามกำแพงเมืองที่สูงชลูดได้ ขณะเดียวกันทัพมองโกลก็เกิดโรคระบาด แม่ทัพมองโกลจึงสั่งให้แล่เนื้อทหารที่ล้มตายแล้วนำมาติดปลายธนู แล้วยิงข้ามกำแพงเมืองเข้าไปยังฝั่งของข้าศึก จนเกิดโรคระบาดในเมืองนั้นๆ

หรือเกร็ดประวัติศาสตร์ของจีนยังบันทึกไว้ว่า ทุกครั้งที่พวกทหารมองโกลรบชนะข้าศึก ก็จะควักเอาหัวใจมากิน เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพวกตน

กำแพงเมืองจีนจึงสร้างเพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกลมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉินเมื่อ พ.ศ. 338 ในสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินซีฮ่องเต้ เมื่อ 2,216 ปีก่อน

แต่กำแพงขนาดยักษ์นี้ก็ไม่สามารถต้านการรุกรานจากทัพมองโกลได้  ในที่สุดจีนก็ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของมองโกลมาเป็นเวลานาน

ปักกิ่งคือเมืองหลวงที่ชาติมองโกลเข้ามายึดครองในสมัยกุบไลข่าน  พร้อมกับสร้างพระราชวังขึ้นเป็นแห่งแรก  ก็คือ
วังกู้กง หรือ วังต้องห้าม ที่อยู่กลางกรุงปักกิ่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่ว่าราชการในขณะที่ปกครองจีน

กำแพงเมืองจีนหลายคนอาจรับรู้ข้อมูลมาบ้างแล้ว   แต่บางเรื่องก็อาจไม่เป็นความจริง  หรือเชื่อกันมาแบบผิดๆ

จึงขอนำข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดียมาให้ศึกษากัน  จะได้ทราบความจริงที่ถูกต้อง



โฟโต้ออนทัวร์
21  มีนาคม 2554



ภาพ Animation แสดง
การขยายตัวของอาณาจักรมองโกล (ค.ศ.1209 - 1294)





...............................................................................................................................................................................................................................



ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

กำแพงเมืองจีน เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ สร้างในสมัย พระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล และพวกเติร์ก หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ

กำแพงเมืองจีนยังคงเรียกว่า กำแพงหมื่นลี้ กำแพงเมืองจีนมีความยาวทั้งหมดถึง 6,350 กิโลเมตร และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางด้วย มีความเชื่อกันว่า หากมองเมืองจีนจากอวกาศจะสามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถมองเห็นจากอวกาศได้

ระยะเวลาในการสร้าง

กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นในระยะเวลา 4 ช่วงหลัก ๆ ดังนี้
• พ.ศ. 338 (ราชวงศ์ฉิน) 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
• พ.ศ. 443 (ราชวงศ์ฮั่น)
• พ.ศ. 1681 - 1741 (สมัย 5 ราชวงศ์ 10 อาณาจักร)
• พ.ศ. 1911 - 2163 (รัชสมัยจักรพรรดิหงอู่ ต้นราชวงศ์หมิง)

ประวัติ

กำแพงเมืองจีนสร้างเมื่อ 2000 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยกษัตริย์องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนถือเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมา

มีข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับกำแพงเมืองจีนดังนี้

1. เราไม่สามารถมองเห็นกำแพงเมืองจีนจากดวงจันทร ไม่มีสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยมนุษย์ แม้แต่อย่างเดียวที่สามารถมองเห็นจากดวงจันทร์ ในระดับ low earth orbit เราสามารถมองเห็นกำแพงเมืองจีนโดยใช้ radar การมองเห็นกำแพงเมืองจีนเป็นไปได้ยากเนื่องจาก สีของกำแพงเมืองจีนจะกลืนไปกับสีของธรรมชาติ ก็คือสีของดิน หิน

2. กำแพงเมืองจีนไม่ใช่กำแพงยาวตลอด ความจริงแล้วกำแพงเมืองจีน ถูกสร้างขึ้นในหลายยุคหลายสมัยกินเวลานับพันปี โดยเป็นการเชื่อมต่อกำแพงแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน จนเป็นแนวทอดยาวหลายพันกิโลเมตร

3. กำแพงเมืองจีนเป็นเสมือนสุสานของผู้ก่อสร้าง มีการบันทึกไว้ว่า นักโทษจากสงครามและทาสกว่า 1 ล้านคนถูกใช้เป็นแรงงงานเพื่อก่อสร้างกำแพงเมืองจีน ซึ่งจำนวนมากเสียชีวิตลงเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อย และความหิวโหย ซึ่งศพผู้เสียชีวิตก็จะถูกฝังอยู่ข้างใต้กำแพงนั่นเอง นานนับศตวรรษแล้ว ที่กำแพงเมืองจีนได้ชื่อว่าเป็นสุสานที่มีความยาวที่สุดในโลก เป็นที่กล่าวขานกันว่าทุกๆ หนึ่งฟุตของกำแพงเมืองจีนก็คือหนึ่งชีวิตของผู้ก่อสร้างกำแพง

4. ความยาวของกำแพงเมืองจีน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทราบความยาวที่แท้จริง ของกำแพงเมืองจีน ในภาษาจีน จะเรียกกำแพงเมืองจีนว่า "กำแพงยาวหมื่นลี้" (หนึ่งลี้มีความยาวประมาณ 1/3 ไมล์) โดยคร่าวๆ กำแพงเมืองจีนมีความยาวประมาณ 4 พันไมล์ หรือ 6,350 กิโลเมตร ทอดผ่านทุ่งหญ้า ทะเลทราย และเทือกเขาสูง ความสูงของกำแพงคือ 7 เมตร และกว้าง 5 เมตร

5. การก่อสร้างกำแพงเมืองจีน ช่วยป้องกันการรุกรานได้หรือไม่ การเข้าครองอำนาจของมองโกล และแมนจู ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นจากความอ่อนแอ ของราชวงศ์ที่ปกครองประเทศจีนในขณะนั้นๆ พวกเขาใช้โอกาสในขณะที่เกิดกบฏภายใน เข้ายึดครองประเทศจีน โดยมีการต่อต้านที่น้อยมาก

6. กำแพงเมืองจีนไม่ได้เป็นแค่กำแพง ทุกๆ 300 ถึง 500 หลา จะมีฐานบัญชาการเพื่อใช้สับเปลี่ยนเวรยามและใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ มีหอสังเกตการณ์กว่า 1 หมื่นแห่ง

7. กำแพงเมืองจีนเป็นเส้นทางคมนาคม ในระยะแรก ประโยชน์ของกำแพงเมืองจีนก็คือ มันช่วยให้การคมนาคมและขนส่งในเส้นทางทุรกันดาร เช่นตามเทือกเขาเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น

8. กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นโดยใช้อะไรเป็นส่วนประกอบ ก่อนที่จะมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง กำแพงเมืองจีนถูกสร้างขึ้น โดยใช้หิน ดิน และไม้ บางครั้งมีการแพ็คดินไว้ระหว่างไม้แผ่นใหญ่ และมัดไว้ด้วยกันโดยเสื่อทอ บริเวณใกล้กรุงปักกิ่ง กำแพงเมืองจีนถูกสร้างโดยใช้หินอ่อน ในบางสถานที่กำแพงถูกสร้างโดยใช้หินแกรนิต บางแห่งก็ใช้ดินเผา ทางตะวันตกของจีน กำแพงถูกสร้างโดยใช้โคลน ทำให้ชำรุดได้ง่ายกว่า กำแพงเมืองจีนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ถูกสร้างในราชวงศ์หมิง โดยใช้วัตถุที่ทนทานกว่าเช่นหิน

9. สภาพของกำแพงเมืองจีนในขณะนี้ รายงานผลการสำรวจของนักอนุรักษ์เมื่อปี 2004 กล่าวว่า ขณะนี้ กำแพงเมืองจีนที่ยาว 6,350 กิโลเมตร เหลือให้เห็นเพียง 1/3 เท่านั้น และกำลังสั้นลงเรื่อยๆ ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดการดูแลและอนุรักษ์ โดยเฉพาะจากชาวไร่ชาวนาซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กำแพงเมืองจีน ไม่สนใจประกาศของรัฐบาลที่กำหนดให้กำแพงเมืองจีนเป็นสมบัติของชาติ








 
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ