ปักกิ่ง 2009 : 2552 เที่ยวมหานครปักกิ่ง พระราชวังปักกิ่ง จตุรัสเทียนอันเหมิน หอบูชาเทียนถาน กำแพงเมืองจีน พระราชวังฤดูร้อน ชูสีไทเฮา กายกรรมปักกิ่ง วัดลามะ งานสลักน้ำแข็งหลงชิงเสีย
Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์
Home : Outbound : Beijing 13    
ตอนที่ 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ตอนที่ 1 มาถึงปักกิ่ง
ตอนที่ 2 พระราชวังปักกิ่ง(วังกู้กง)
ตอนที่ 3 พระราชวังปักกิ่ง (วังต้องห้าม)
ตอนที่ 4 หอบูชาเทียนถาน
ตอนที่ 5 พระราชวังฤดูร้อน ชูสีไทเฮา
ตอนที่ 6 ยามเช้าที่ปักกิ่ง
ตอนที่ 7 มหานครปักกิ่ง
ตอนที่ 8 สโนว์เวิลด์ snowworld
ตอนที่ 9 กำแพงเมืองจีน
ตอนที่ 10 หลงชิงเสีย เทศกาลน้ำแข็งแกะสลัก
ตอนที่ 11 หวังฟูจิง Shopping Street
ตอนที่ 12 วัดลามะ
ตอนที่ 13 ซ้อปปิ้ง+วันเดินทางกลัง
ถึงปักกิ่ง
วังกู้กง
วังปักกิ่ง
หอเทียนถาน
วังฤดูร้อน
ยามเช้า
มหานคร
สโนว์เวิลด์
กำแพงยักษ์
หลงชิงเสีย
หวังฟูจิง
วัดลามะ
สาวจีน
 
ปักกิ่งตอนที่ 13 : ซ้อปปิ้งที่ตลาดรัสเซีย ก่อนกลับเมืองไทย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     
 
 
 
Outbound Click >
ภาพเที่ยวต่างแดน
Hue- HoiAn
Angkor
Burma
Sipsongpanna
South Laos
Luangprabang
Koh Ker
Sapa VN
Malay
Guilin
Hanoi  
I  Home I Articles I City Tour I Events I Gallery I Outbound tour I Royal Photos   I Today Talk I  Photo Service  I Guest  I  Free Wallpaper  I About site I  Misc. I




ปักกิ่งตอนที่ 13 :
ตลาดรัสเซีย แหล่งซ้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวไทยในเมืองปักกิ่ง
Russian Market, Beijing Shopping Center

(เดินทาง กุมภาพันธ์ 52)




วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องอำลาปักกิ่ง  ช่วงเช้าหลังจากแวะหอประตูชัยและวัดลามะแล้วก็เป็นเวลาเที่ยงวัน มื้อนี้เท่ากับเป็นมื้อสุดท้ายในทริปปักกิ่งซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาว  และวันนี้ก็เป็นวันแรกในรอบปีที่มีหิมะ  อากาศทั่วไปจึงดูมัวซัว ไม่ค่อยแจ่มใสนัก  แม้จะล่วงเลยมาถึงเที่ยงวันก็ยังเห็นหิมะโปรยลงมาบ้าง  บางแห่งตามขอบถนนยังมีคราบหิมะขาวยาวเป็นแนว

ระดับอุณหภูมิขณะนี้น่าจะราว  0 ถึง 2  องศา เป็นระดับความหนาวที่คนจีนยังดูเป็นปกติ  แต่สำหรับคนไทยแล้วถือว่าหนาวมาก  มันหนาวถึงขนาดที่ว่าเมื่อลงจากรถบัสแล้วก็ต้องรีบวิ่งเข้าไปในภัตตาคารไม่ต่างกับวิ่งหลบฝน ดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ก็เป็นเรื่องจริง และการวิ่งขึ้น-ลงรถ เพื่อไปในอาคารต่างๆก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับคนไทย

เมื่อรถพามาถึงภัตตาคาร ปรากฏว่าทางร้านเค้ารู้ใจคนไทย  หนาวแค่ไหนก็เตรียมน้ำแข็งใส่โถไว้บริการคนไทยโดยเฉพาะ นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่คนจีนยอมรับนับถือ

ขณะเดียวกันก็อาจนินทาลับหลังว่า

“ คงทายนี่มันเป็งอารายของมันวะ  แปกซิกหัย.. ขนาดบ่นว่าหนาวจะตายห่าแล้ว มันยังแหลกน้ำแข็งล่าย “

เป็นรื่องแปลกที่น่าเหลือเชื่อ  ข้างนอกภัตตาคารมีหิมะตก  แต่คนไทยยังทานน้ำแข็งกับโค๊กกันหน้าตาเฉย


ในทางตรงกันข้าม หากกรุ๊ปทัวรคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยในเดือนเมษา หรือหน้าร้อน คนจีนอาจซดน้ำร้อนกันหน้าตาเฉย คนไทยก็อาจวิจารณ์ทำนองเดียวกันว่า " อากาศเมืองทาย ร้อนอิบอ๋าย ก็ยังแหลกน้ำร้อนอยู่ได้ "

เราออกจากภัตตาคารก็มาซ้อปปิ้งซื้อของกันต่อที่ตลาดรัสเซีย  ระหว่างนั่งรถสังเกตเห็นว่าถนนในประเทศจีนเค้ามีช่องทางสำหรับจักรยานกันทุกสาย ไม่ต่างกับช่องทางเดินรถปกติ ถนนสำหรับจักรยานก็ไม่ได้คับแคบ ที่ดูคล้ายเป็นลูกเมียน้อยเหมือนเมืองไทย และ่ทำกันแบบขอไปที เช่นถนนเลียบด่วนเอกมัย - รามอินทรา

คนจีนในปักกิ่งยังใช้จักรยานขี่ไปไหนมาไหนกันเป็นเรื่องปกติ แม้แต่สาวจีนที่ทำงานตามบริษัทห้างร้านก็ขี่จักรยานไปทำงาน ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายแต่อย่างใด และจักรยานที่ชาวจีนใช้กันเป็นจักรยานไฟฟ้าเกือบทั้งหมด

บ้านเราหากคิดจะทำช่องทางรถจักรยานก็ยังไม่สายเกินไป ไปศึกษาดูงานจากประเทศจีนก็น่าจะได้ความรู้มากมาย เพราะเมืองจีนเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีจักรยานมากที่สุดในโลกในสมัยที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

ตลาดรัสเซียเป็นแค่ชื่อตลาด มีคนจีนเป็นเจ้าของ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับประเทศรัสเซียแม้แต่น้อย ในตลาดก็ไม่มีสินค้ารัสเซียแม้แต่ชิ้นเดียว คนขายในห้างก็เป็นคนจีนล้วนๆ 

ตอนแรกคิดว่าตลาดรัสเซียคงเป็นประเภทตลาดนัด มีแผงขายสินค้าเป้นจำนวนมาก เพราะคำว่าตลาดทำให้นึกถึงตลาดสดในบ้านเรา แต่แท้ที่จริงแล้วกลายเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่  มีของขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ  ของถูกหน่อยจะอยู่โซนด้านล่าง  ของแพงมีเกรดจะอยู่ชั้นบนๆ  แพงมากๆหรือประเภทจิวเวอรี่ พวกเพชรนิลจินดา หรือหยก ที่มีลูกค้าน้อยหน่อยก็จะอยู่ชั้นบนสุด

ตลาดรัสเซีย  เป็นอาคารใหญ่โตขนาดน้องๆห้างมาบุญครองในบ้านเรา แต่การตกแต่งหน้าร้านเป็นแบบธรรมดาๆ เน้นปริมาณสินค้าให้ดูมากเข้าไว้จะได้ดูอลังการ มากกว่าที่จะคำนึงถึงเรื่องความสวยงามและความเป็นศิลปะในการตกแต่งร้าน อาจเป็นเพราะสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกรดรอง การตกแต่งร้านจึงไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก เหมือนกับยกตลาดแบกะดินมาไว้ในห้าง

เรื่องความเป็นศิลปะ หรือการออกแบบตกแต่งห้างร้าน เห็นมาในหลายๆเมืองแล้ว ต้องบอกว่าประเทศจีนยังห่างชั้นกับประเทศไทย ผลงานการออกแบบ หรือวิชาการตกแต่งภายในของไทยเราถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของเอเชีย ความเป็นศิลปะ ความเป็น Art ของคนไทยมีความโด่ดเด่นมาก แม้แต่การจัดภูมิทัศน์ของโครงการที่อยู่อาศัย การออกแบบตกแต่งบริเวณด้านหน้าเพื่อสร้างความน่าสนใจ ความสามารถของคนไทยอยู่เหนือจีนค่อนข้างมาก จีนยังทำกันแบบพื้นๆ อาจเรียกว่ายังเชยอยู่ก็ได้

ตลาดรัสเซียขายสินค้า Made in China ร้อยเปอร์เซ็นต์ 

ส่วนเรื่องคุณภาพสินค้าจีนรู้ๆกันอยู่ว่าราคาถูก และไม่ทนทาน

ใครซื้อนาฬิกาข้อมือยี่ห้อที่ผลิตในจีน แต่พอจะขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยเข็มนาฬิกาอาจหยุดเดิน เพราะเป็นรุ่นที่ใช้ได้เฉพาะประเทศจีนเท่านั้น ออกนอกประเทศก็หยุดเดินทันที ใครสนใจซิ้อมาใช้หรือซื้อฝาก ก็ควรถามหารุ่นที่ใช้งานได้ทุกประเทศ ไม่ไช่ได้เพียงแค่ประเทศจีนประเทศเดียว จะได้ไม่ผิดหวัง

ตลาดรัสเซียผมไม่ได้ซื้ออะไรแม้แต่ชิ้นเดียว 

อันดับแรกคือเบื่อเรื่องการต่อรอง คนจีนรู้ว่าคนไทยเป็นลูกอีช่างต่อ จึงบอกราคาสูงจนดูเว่อร์ ของราคา 6-700 อาจบอก 1000 จากนั้นก็ใช้วิธีต่อรองกันเอาเอง ใครต่อเก่งก็อาจได้ราคาที่เหมะสม ใครต่อไม่เก่งก็โดนฟันราคาจนเลือดไหลซิกๆ

อีกอย่างหนึ่งให้จำไว้เลยว่า หากไม่สนใจก็อย่าต่อเล่นๆ เพราะหากต่อจนได้ราคาแล้วเดินหนี อาจโดนด่าไล่หลัง

วันนั้นผมถามราคาเสื้อแจ๊กเก็ตกันหนาว คนขายบอกว่า 1500 พอหยิบมาดูแล้วเฉยๆ แกบอกลดราคาให้ 1300 ผมก็เฉยอีก ความจริงก็เพียงแค่อยากรู้ราคาเท่านั้นเอง จากนั้นก็เดินออกร้าน

เอาละซิ มันเดินตามมา พูดไทยปนจีน แต่เสียงดังฟังชัดกึ่งๆตะโกน ด้วยหน้าตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก

" ให้เท่าหล่าย ๆ ๆ "

ผมก็แค่โบกมือว่าไม่เอา นึกในใจว่า ให้แค่ไหนกูก็ไม่เอา

รู้สึกว่าไอ้ตี๋คนนี้ ท่าทางกระฟัดกระเฟียดน่าดู คงโกรธที่เราไม่ต่อราคา แถมเดินออกไปเฉยเลย

แบบนี้ก็มีนะครับ แต่ความจริงแล้วพวกนี้เค้าเล่นละครด้วยกันทั้งนั้น แกล้งทำเป็นโมโหเพื่อให้เราตัดสินใจซื้อของพวกมัน

อีกแบบหนึ่งที่ผมเจอ

ไปยืนจ้องรองเท้าผ้าใบแบบลำลอง ไม่ซื้อหรอกครับแต่แบบมันน่าสนใจ จากนั้นเดินไปร้านอื่น ปรากฏว่าคนขายน่าจะเป็นพวกตุ๊ด มาฉุดแขนผมใหญ่ พร้อมกับหยิบคู่ที่ผมดูเพื่อให้ลองใส่ บอกลองก่อนๆ อ้างใช้วัสดุทำอย่างดี ใช้นานใช้ทน

ผมก็ไม่เอา จะเดินหนีลูกเดียว ปรากฏว่าพี่แกไม่ยอมปล่อยมือ จะลากเข้าร้านให้ได้ จนร้านข้างเคียงหัวเราะชอบใจใหญ่

เจอแบบนี้ก็ไม่ทราบว่าผมถูกลวนลามหรือเปล่า

ที่เล่าให้ฟังเผื่อว่าชายไทยประเภทหล่อ ล่ำ ก็อาจเจอแบบผมก็เป็นได้ มาเที่ยวเมืองจีนจึงต้องเพิ่มความรักตัวสง
วนตนให้มากขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างเมื่อมาเที่ยวเมืองจีนก็คือ เงินปลอม มันระบาดไปทั่วประเทศ ไม่เว้นแม้แต่เมืองหลวงปักกิ่ง คนจีนด้วยกันเองก็ดูจะไม่ค่อยสนใจนัก เพราะเค้าชินแล้ว ซื้อของด้วยแบ็งค์ใหญ่เช่น 100 หยวน หรือเท่ากับ 500 บาทต้องระวัง เงินทอนอาจปลอม หรือได้ทั้งของไม่ดีและได้ทั้งเงินปลอมไปพร้อมๆกัน ในห้างเท่านั้นที่ไว้ใจได้ แต่นอกห้างต้องระวังตัวแจ

ทางที่ดี อย่าซื้ออะไรเลยดีกว่า

สินค้าจีนเคยซื้อมาใช้แต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง มันถูกจริงแต่โหล่ถ้วยเอามากๆ  มาคราวนี้จึงทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์  โดยเฉพาะกับบรรดาสาวในห้างรัสเซีย โชคดีที่ห้างนี้อนุญาตให้ถ่ายภาพได้(ไม่เห็นมีใครมาห้าม)  จึงเล็งกล้องไปยังเป้าหมายหลักก็คือสาวจีน ประเภทขาว สวย หมวย ที่หน้าตาใช้ได้

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อย่าได้อาย ชอบคนไหนให้เดินไปหาเลย แต่ห้ามขอ... เพราะหากขอจะถูกปฏิเสธทันที ต้องทำลักษณะกึ่งบังคับ อย่างน้อยๆก็ขอ 1 รูป โดยยกนิ้วชี้้้ (เป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง) พอได้ 1 แล้ว 2 3 4 ก็ตามมาอย่างง่ายดาย

แต่หายากครับ สาวจีนชนิดที่สวยสะดุดตา  หรือโดดเด่นจนหัวใจพองตัว  สวยไม่สวยก็ดูเอาเองในภาพชุดนี้ที่มีสาวจีนมากกว่าในชุดอื่นๆ  บางคนก็หลบ  บางคนก็อาย  บางคนก็สู้กล้อง บางคนก็หยอกล้อกับผม มีครบทุกรส 

เจ๊าะ แจ๊ะ  สาวจีนตามประสาเสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางสู่สนามบินที่อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งราว 32 กิโลเมตร

เรามุ่งสุ่สนามบินปักกิ่งราวบ่ายสาม  แต่ไม่น่าเชื่อว่าระหว่างทางกลับเห็นสวนผลไม้หลายแห่ง  เหมือนกับว่ากำลังนั่งรถไปต่างจังหวัด 

ปักกิ่งเป็นเมืองใหญ่ระดับมหานคร ทีพื้นที่กว้างขวาง เมืองปักกิ่งจึงประกอบไปด้วยตัวเมืองหรือย่านธุรกิจการค้า ย่านที่อยู่อาศัย และยังมีพื้นที่เรือกสวนไร่นาอีกด้วย ทำให้ปักกิ่งมีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่ากรุงเทพมาก

ลองเปรียบเทียบระหว่างกรุงเทพกับปักกิ่งว่า ในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

กรุงเทพ มีพื้นที่ 1,568  ตร.กม.
ประชากร 5.7 ล้านคน(พ.ศ. 2553)
ความหนาแน่น 3,635  คน/ตร.กม.

ปักกิ่ง
มีพื้นที่ 16,808 ตร.กม.
ประชากร 10.3 ล้านคน
ความหนาแน่น 888 คน/ตร.กม

จะเห็นว่าใน 1 ตารางกิโลเมตร  คนกรุงเทพแออัดยัดเยียดกันถึง 3,635 คน แต่ปักกิ่งมีเพียง 888 คน ทั้งนี้ก็เนื่องจาก ปักกิ่งมีพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตว่ากรุงเทพถึง 10 เท่า นั้นเอง  จึงเฉลี่ยๆกันไปทำให้ผู้คนในเมืองปักกิ่งไม่แออัดกันมากนัก 

สรุปว่าคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยก็อาจแปลกใจว่าคนกรุงเทพนี่มาจากไหนกัน  ทำไมผู้คนจึงมากมายขนาดนี้ ในทางกลับกัน คนไทยไปเที่ยวปักกิ่งก็อาจแปลกใจว่า  ไหนว่าจีนมีประชากรมากมาย แต่คนจีนในปักกิ่งหายไปไหนกันหมด  ถนนบางสายจึงดูคล้ายเมืองร้าง หรือถนนผีหลอก

สนามบินเมืองปักกิ่ง

สนามบินปักกิ่งสร้างเสร็จก่อนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกหรือ Beijing 2008  ไม่นานนัก  หรือในเวลาไล่เลี่ยกับสนามบินสุวรรณภูมิในบ้านเรา  แต่สนามบินปักกิ่งใหญ่โตกว่าสุวรรณภูมิหลายเท่า  ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวนมากมายมหาศาลที่กำลังจะตามมาในอนาคต สนามจีนปักกิ่งได้เห็นความสะดวกรวดเร็วตั้งแต่วันแรกที่มาถึง  ภายในมีระบบขนส่งผู้โดยสารภายในสนามบินที่ดีมาก 

พาเที่ยวปักกิ่งมาถึง 13 ตอน และตอนนี้ได้จบบริบูรณ์แล้วครับ ทริปจีนยังมีอีกหลายแห่งที่จะพาไปชม ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง รวมทั้งฮ่องกงและมาเก้า แต่อาจรอนานหน่อย เนื่องจากต้องเจียดเวลาให้กับเรื่องในประเทศด้วยครับ

ก่อนจบก็ขอฝากตารางการเดินรถไฟใต้ดินของเมืองปักกิ่งมาให้ดูกัน(ฺBeijing Subway Map)ว่ามีความทันสมัยขนาดไหน แต่ที่เห็นนี้ก็ยังไม่เท่ากับเกาะฮ่องกง ที่มีเส้นทางซับซ้อนกว่านี้มาก

(คลิกที่ภาพ)





โฟโต้ออนทัวร์
26 กันยายน 2554








 
 
      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ