Photoontour โฟโต้ออนทัวร์  
Home : Outbound tour : Guilin 3              

Guilin 3 :ุ้ยหลืนตอนที่ 3 นั่งกระเช้าสู่เขาเหยาซาน ชมทิวทัศน์เมืองกุ้ยหลิน จากนั้นไปเที่ยวถ้ำเงิน

 

กุ้ยหลิน - หยางซั่ว-แม่น้ำลี่เจียง ดินแดนแห่งสายน้ำและภูเขาที่สวยที่สุดของประเทศจีน ชาวจีนเปรียบเทียบดั่งแดนสววรค์ในเทพนิยาย .. ติดตามความหัศจรรย์ของธรรมชาติได้ที่นี่
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
 
   
     
 

เที่ยวเมืองกุ้ยหลิน ตอนที่ 3
(เดินทางเมื่อ 14 ธค.51)


                                     เช้านี้พวกเราออกจากโรงแรมราว 8.30 น. อากาศตอนนี้ประมาณ 7-8 องศา ระดับนี้ในบ้านเราถือว่าหนาวมาก แต่เนื่องจากร่างกายทุกคนได้ปรับตัวจนรับกับความหนาวกันได้แล้ว จึงไม่ค่อยมีใครบ่นกันมากนัก

โปรแกรมเช้านี้ไกด์จะพาไปนั่งกระเช้าขึ้นเขาเหยาซาน ซึ่งเป็นภูเขาสูง มองเห็นทิวเขาของเมืองกุ้ยหลินได้รอบด้าน ขณะเดียวกันก็เตือนว่า บนเขาจะหนาวกว่าข้างล่างนี้มาก หากใครไม่มีถุงมือ หมวก หรือที่ปิดหู ก็ซื้อได้ที่สถานีทางขึ้น ที่นั่นจะมีของขายในราคาถูกๆ จึงไม่ต้องกังวล

เมื่อรถขับออกนอกเมืองและพาขึ้นเขาไปได้ระยะหนึ่งก็ถึงสถานีรถกระเช้า หรือ Cable Car พอไปถึงบรรดาคนขายของก็มะรุมมะตุ้ม นำพวกเครื่องป้องกันความหนาว เช่นหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว ถุงเท้า รวมทั้งอื่นๆจิปาถะ มาเร่ขายกันเป็นที่สนุกสนาน เพราะซื้อกันไป ต่อราคากันไปตามประสาคนไทยที่ชอบต่อ หรือลูกอีช่างต่อ คนขายก็ใจจดี ลดราคา หรือ ซื้อ 2 แถม 1 ถูกเหมือนได้เปล่า จนบางคนซื้อติดตัวไว้หลายอัน โดยเฉพาะถุงมือที่มีให้เลือกหลายสี

กระเช้าขึ้นเขาเหยาซาน ค่อนข้างจะเก่า ไม่ค่อยทันสมัย และดูไม่ปลอดภัยนัก เหมือนมีแต่โครงเหล็ก มีเก้านั่ง และมีตัวยึดดึงโยกลงมาเป็นที่วางมือวางเท้า ช่วยป้องกันตกลงมา นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ใครชอบสัมผัสธรรมชาติ หรือชอบตื่นเต้นหวาดเสียว ก็คงชอบใจ แต่บางคนอาจดูเสียวใส้ ไม่กล้า เพราะมันโล่งไปหมด ไกด์เล่าว่าบางคนก็กลัวถึงขนาดไม่ยอมขึ้น บอกขอเดินเล่นแถวๆนี้ก็แล้วกัน

นานทีเดียวกว่ากระเช้าจะพาสู่ยอดเขา ดูแล้วน่าจะประมาณ 25 นาที ระหว่างนั่งกระเช้าค่อยๆไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ มองไปข้างล่างจะเห็นพวกไม้ป่าออกลูก ออกดอก แปลกๆหลายชนิด เช่นต้นเมเปิล ใบออกสีแดงปนน้ำตาล อาจดูไม่ค่อยสวยนัก แต่ก็ถือว่าเป็นไม้ป่าที่ขึ้นดาษดื่นตามภูเขาในประเทศจีน และไม่แน่ใจว่าพอนานไป จากสีน้ำตาลอาจกลายเป็นสีแดงก็เป็นได้

ป่าเมืองไทยไม่มีต้นเมเปิล ถ้าเห็นที่ไหนก็แสดงว่าเจ้าหน้าที่นำไปปลูกแน่นอน เพราะเป็นพืชที่ขึ้นในที่มีอากาศหนาวเท่านั้น โดยเฉพาะกับประเทศที่มี 4 ฤดู เช่นประเทศจีน

ขึ้นมาถึงบนเขา ปรากฏว่าอากาศไม่หนาวเหมือนที่คิด อาจเป็นเพราะมีแสงแดดจนบรรเทาความหนาวไปได้มาก

ใครไม่ชอบขึ้นเขาเหยาซาน อาจลองทดสอบร่างกายโดยการเดินขึ้นด้วยเท้า เป็นบริการอีกทางหนึ่งที่คิดว่าเสียค่าธรรมเนียมไม่มากนัก ในวันนั้นขณะที่รถเลี้ยวเข้ามาในบริเวณ ก่อนที่จะขับขึ้นเขา เห็นวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ทั้งหญิงและชายราว 20 คน มุ่งหน้าไปอีกทางหนึ่ง ไกด์บอกว่าพวกเค้าเดินขึ้นเขากัน นับว่าเป็นการบริการที่ไม่เลวเลย เป็นความสนุกสนาน ที่ได้ออกกำลังกาย และเป็นการท้าทายที่น่าลอง ขึ้นเขากันเป็นกลุ่มเป็นก้อน บอกได้เลยว่ามันส์น่าดู และยิ่งเดินขึ้นเขาแบบตัวเบา ไม่มีสัมภาระแบบอยู่ข้างหลังก็ยิ่งสนุกใหญ่

น่าเสียดายที่วันนี้มีหมอกค่อนข้างมาก ความจริงแล้วเป็นหมอกจางๆ แต่เนื่องจากภูเขาบริเวณนี้เป็นเขาสลับซับซ้อนและมีพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง เมื่อมองไประยะไกลจึงแทบไม่เห็นยอดเขาที่เป็นเสน่ห์ของเมืองกุ้ยหลิน

ภูเขาที่กุ้ยหลินแปลกกว่าเมืองอื่นๆ ลักษณะจะเป็นเขาที่ไม่สูงมากนัก แต่มียอดแหลมเป็นเอกลักษณ์ ในวันที่อากาศดีจะเห็นภูเขาได้ชัดเจน จนดูคล้ายๆกับฝาขนมครก หากให้ผมตั้งชื่อภูเขาในกุ้ยหลินก็จะใช้ชื่อว่า เขานมสาว หรือเขานมสาวรุ่น เพราะเห็นเขาแหลมในเมืองกุ้ยหลินทีไร ทำให้นึกถึงนมสาววัยรุ่นทุกที (ไม่รู้เป็นไร)

จีนเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างขวางมาก ไปเที่ยวแต่ละมณฑลก็มักเห็นภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ รวมทั้งเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องภาษา แต่ละพื้นที่ก็จะมีภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ประเทศจีนจึงต้องมีภาษาจีนกลางเป็นภาษาของทางราชการ

ชนกลุ่มน้อยในจีนมีมากถึง 55 ชนเผ่า กลายเป็นเสน่ห์ของประเทศจีน ที่นำมาเป็นจุดขายเพื่อการท่องเที่ยว เช่นทางแถบกุ้ยหลินในมณฑลกวางสีจะมีชนเผ่าจ้วงซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุด หากไปทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวน ก็จะมีชาวไตหรือไท ในแคว้นสิบสองปันนา

ในช่วงเย็นพวกเราได้ออกไปนอกเมืองที่เป็นพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ถ้ำเงิน แต่วันนี้เป็นฤดูหนาว ตามท้องนาจึงมีแต่ตอข้าวแห้ง ไม่ต่างกับนาข้าวในบ้านเราที่จะดูแห้งแล้งในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูร้อน นึกในใจว่าหากมาแถวๆนี้ในหน้าฝนคงมีบรรยากาศที่สดชื่นและสวยงามกว่านี้แน่

ตัวเมืองกุ้ยหลินตามที่เห็นภาพในตอนที่ 2 จะเห็นว่าเป็นเมืองใหญ่ ที่มีความเจริญค่อนข้างมาก ใครคิดว่ามาเที่ยวกุ้ยหลินแล้วจะเห็นภาพชนบทเหมือนในหนังสือก็อาจผิดหวัง เพราะในหนังสือที่เห็นทิวทัศน์ชนบทของริมฝั่งแม่น้ำหลี่เจียง ไหลลัดเลี้ยวไปตามหุบเขานั้น การท่องเที่ยวจีนเค้าทำไว้โฆษณาเพื่อการท่องเที่ยว ความเป็นชนบทที่เห็นในหนังสือนั้นปัจจุบันเหลือน้อยเต็มที หรืออาจหาไม่ได้อีกเลย เพราะประเทศจีนในช่วง10 ปีมานี้ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนคนจีนรุ่นเก่าๆถึงกับตามไม่ทัน

รัฐบาลจีนได้เล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น เพราะหากไม่ทำอะไรแล้ว ภาพและบรรยากาศแบบชนบทดั่งเดิมก็อาจสูญสลายไป จึงพยายามจะอนุรักษ์ไว้ เช่นอนุรักษ์หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยต่างๆ ไม่ให้สูญไปหรือเปลี่ยนแปลงไปกับกระแสความเจริญ

แม้ประเทศจะเติบโตก้าวหน้าไปอย่างไร แต่คำว่า อนุรักษ์ และการรักษาสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจีนก็ทำแบบคู่ขนานไปกับการพัฒนาประเทศ ทุกวันนี้ประเทศจีนมีสถานที่ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติอยู่มากมาย แม้แต่ในรายชื่อมรดกโลกขององค์การยูเนสก็ขึ้นทะเบียนไว้หลายแห่ง เรียกว่าเห็นชุมชนเก่าแก่ที่ไหนก็แทบจะมีสิทธิ์ได้เป็นมรดกโลกด้วยกันทั้งนั้น สาเหตุเป็นเพราะสถานที่แต่ละแห่งส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุค่อนข้างมาก หรือมากกว่า 300 ปี

เมืองไทยที่เห็นอนุรักษ์และเป็นสถานทีท่องเที่ยวได้แก่ ตลาดบางพลี สมุทรปราการ หรือสามชุก สุพรรณบุรี มีอายุประมาณ 100 - 150 ปี เท่านั้น แต่ชุมชนในประเทศจีนจะสร้างบ้านด้วยหิน หรือสร้างด้วยอิฐกันอย่างแข็งแรง จึงได้เปรียบกว่าประเทศอื่นที่สร้างบ้าน สร้างชุมชนกันด้วยไม้เช่นในเมืองไทย

เรื่องอายุ เรื่องเวลา เราจึงเทียบไม่ได้กับชุมชนเก่าแก่ในประเทศจีน

คำว่าประวัติศาสตร์จีนที่พูดๆกัน ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 7-800 ปี หรือพันปีขึ้นไป และสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นก็ยังอยู่ยงคงประพันมาจนทุกวันนี้ ผิดกับเมืองไทยหรือสยามประเทศ ที่ใช้ดินเผาก่อสร้าง วัดหรือวัง สมัยกรุงสุโขทัยที่มีอายุประมาณ 7-800 ปี ก็ผุกร่อนร่อยหรอลงไปมาก

เรื่องนี้นักประวัติศาสตร์ก็ยังสงสัยว่าดินแดนสุโขทัยก็เคยเป็นเมืองเก่าของขอม ซึ่งถือว่าขอมก่อนหน้านั้นมีความรุ่งเรืองเป็นอันมาก แต่ทำไมสิ่งปลูกสร้างต่างๆในยุคสุโขทัยจึงใช้ดินเผาแทนการการสลักหินเหมือนเช่นยุคขอม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก และน่าชวนให้สงสัยว่า ชาติกำเนิดของชนชาติไทยมาจากไหนกันแน่...หรือว่ามาจากชมภูทวีป.. ?

ไม่นานนี้เราคงได้เห็นข่าวจากต่างประเทศว่า รัฐบาลจีนได้ว่าจ้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากฮ่องกง เพื่อรื้อฟื้นชมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งให้มีชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งผู้รับเหมาจากฮ่องกงก็ประสบความสำเร็จ นำความดั่งเดิมให้กลับคืนมาได้อย่างน่าพอใจ รวมทั้งนำของใหม่ให้มาอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว อีกไม่นานสถานที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวแบบย้อนยุคที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจีน

ค่าปรับปรุงพื้นที่ชมชนเก่าแก่แห่งนี้ใช้งบประมาณเท่าใด ฟังจากข่าวแล้วประมาณ 2000 พันกว่าล้านบาท รัฐบาลจีนกล้าลงทุนรื้อฟื้นชุมชนดั่งเดิมด้วยเงินที่มากมาย หากเป็นเมืองไทยรัฐบาลคงโดนด่าๆไปนานแล้ว แต่จีนถือว่าคุ้มค่ากับเงินลงทุน เพราะเป็นการทำเพื่อการอนุรักษ์ และต้องการให้ชุมชนเก่าแก่ในอดีตนี้กลับมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม และแน่นอนว่าคนจีนด้วยกันคงจะแห่ไปเที่ยวกันอย่างล้นหลาม เรียกว่าในอนาคตมีโอกาสคืนทุนได้แน่นอน แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่าเป็นการคืนชีวิตและจิตวิญญาณให้กลับคืนมาเหมือนเดิม

เมืองกุ้ยหลินประกอบไปด้วย 12 ชนเผ่า หรือชนกลุ่มน้อย ที่ยังไม่นับชนชาติชาวฮั่นที่เป็นคนจีนกลุ่มใหญ่ (ร้อยละ 92 หรือประมาณ 1200 ล้านคน จากประชากรประมาณ 1,300 ล้านคน) ในบรรดา 12 ชนเผ่าในกุ้ยหลิน เผ่าจ้วงเป็นเผ่าที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด และเป็นอันดับ 2 รองจากเผ่าฮั่น

ชนเผ่าจ้วงในประเทศจีนมีประชากรประมาณ 12 ล้านคน อาศัยอยู่ในมณฑลกวางสี (รวมกุ้ยหลินด้วย) ชาวจ้วงส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ทำนา และอาศัยอยู่ตามนอกเมือง ส่วนในเมืองจะเป็นชาวจีนฮั่น


เย็นนี้เที่ยวถ้ำเงิน ในเขตพื้นที่ชนบทของกุ้ยหลิน

ถ้ำเงินที่มีโอกาสไปเที่ยว ไกด์บอกว่า ทางการจีนเคยใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงอาหารค่ำ ให้กับคณะของสมเด็จพระพี่นางฯ ครั้งเสด็จเยือนกุ้ยหลินเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 นับว่าบุคคลระดับพระบรมวงศานุวงค์ของไทย เสด็จเยือนจีนมาแล้วหลายพระองค์ ทำช่วยกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ถ้ำเงินน่าจะเป็นถ้ำเก่าแก่ และคิดว่าคงจะไม่มีหินงอกหินย้อยโผล่งอกออกมาอีกแล้ว เพราะภายในไม่มีน้ำหยดหรือน้ำไหลซึมมาจากด้านบนของถ้ำ หินงอกหินย้อยภายในถ้ำจึงแห้งสนิท แทบไม่มีความชื้นเกาะ ส่วนภายในถ้ำที่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ทางฝากหนึ่งมีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่ช่วยสะท้อนภาพหินงอกหินย้อยได้อย่างสวยงาม

ความสวยนี้ไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่เป็นการปรุงแต่งโดยใช้แสงสีจากไฟสปอตไลท์ แสงไฟสีต่างๆ ช่วยให้ผนังถ้ำ รวมทั้งหินงอกหินย้อยมีความสวยงาม และเมื่อสะท้อนบนแอ่งน้ำก็จะเกิดเงาสะท้อนที่ดูแปลกตา

ถ้ำต่างๆในประเทศจีนในเกือบทุกแห่งจะมีการเล่นสีแสงลักษณะเดียวกันนี้ ความสวยงามที่หลายคนชื่นชอบจึงเป็นภาพจากแสงไฟสีต่างๆ อาจจะดูสวยงาม ตื่นเต้น อลังการ ในความรู้สึกของนักท่องเที่ยว แต่เป็นความสวยงามที่ปรุงแต่ง และไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนแอ่งน้ำภายในถ้ำเงินก็น่าจะมาจากน้ำมือมนุษย์ ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดเงาสะท้อนจากไฟสปอตไลท์

ใครไปเที่ยวประเทศจีนก็อย่าคิดว่า ถ้ำในจีนจะสวยกว่าบ้านเรา เพราะที่เราเห็นนั้นมันเป็นภาพหลอกตา หรือลวงตาทั้งนั้น บ้านเราต่างหากที่ไม่มีการปรุงแต่งใดๆ ไฟที่ส่องสว่างก็เป็นไฟสปอตไลท์ธรรมดาๆนี่แหละ และหากใครคิดจะทำให้เป็นเหมือนกับถ้ำในประเทศจีน ที่มีแสงไฟหลากสี ก็อย่าได้คิด เพราะจะกลายเป็นภาพหลอกลวง ไม่ไช่ของจริงแต่อย่างใด

เคยเห็นภาพถ่ายจากหนังสือสารคดีในต่างแดนถ่ายในถ้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นสิ่งที่น่าพิศวง แต่ก็ไม่เห็นว่าจะปรุงแต่งด้วยแสงสีอะไรมากนัก ทุกอย่างยังเป็นธรรมชาติ แสงไฟที่ใช้ก็เพียงแค่ทำให้ถ้ำมีความสว่างจนเห็นรายละเอียดต่างๆ เท่านั้น

ถ้ำเงิน นอกจากจะมีแสงสีให้เห็นแล้วก็ยังมีเอฟเฟคอื่นๆให้ดูอีกด้วย เรียกว่าเอากันทุกอย่าง จนหมดคุณค่าทางธรรมชาติ

วันนั้นจำได้ว่าในบริเวณห้องโถงในถ้ำ เห็นไกด์เดินไปกดสวิท หรือกดปุ่มอะไรก็ไม่ทราบได้ จากนั้นก็ให้นักท่องเที่ยวมารวมกันตรงกลาง ปรากฏว่า ส่วนหนึ่งของผนังถ้ำกลายเป็นที่รับภาพจากโปรเจคเตอร์ มีทั้งภาพ มีทั้งเสียง และมีแสงไฟสลับไปมา คล้ายกับแสงไฟบนเวทีการแสดงดนตรีลูกทุ่งในบ้านเรา ต้อนท้ายก่อนจบ ก็ปล่อยฟองสบู่ลอยลงมาจากข้างบน เป็นฟองสบู่ที่เด็กๆชอบเป่าเล่นนั่นแหละ

เมื่อจบรายการโชว์แสงสีแล้ว ทุกอย่างก็เป็นปกติ และเมื่อมีทัวร์กรุ๊ปใหม่มา ก็ทำแบบเดียวกัน วนเวียนเช่นนี้ตลอดทั้งวัน

ใครจะบอกว่าสวยงาม ตื่นเต้น และชมว่าดี ก็เป็นเรื่องของนานาจิตตัง แต่ถ้าจะมองว่า มันเวอร์ ไปหน่อย ก็พอจะพูดได้



โฟโต้ออนทัวร์
22 สิงหาคม 2552







  
ดูภาพบรรยากาศหน้าโรงเรียนในกุ้ยหลิน (อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก) ภาพจากเมนู Portraits




ภาพเมืองกุ้ยหลินแบบพานอรามา (ภาพจาก วิกิพีเดีย) คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่

     

 
 
Outbound Click >
Hue- HoiAn
Angkor
Burma
Sipsongpanna
South Laos
Luangprabang
Koh Ker
Sapa VN
Malaysia
Guilin
 
 
   
     

      copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ