พนมบาเค็ง ปราสาทพนมบาเค็ง เมืองเสียมเรียบ กัมพูชา Phnom Bakheng Phanon Bakheng panom Bakeng Siem reab , รวมภาพพนมบาเค็ง ชมพระอาทิตย์ตกที่พนมบาเค็ง พนมบาเค็งมีอายุพันกว่าปี สร้างในสมัยพระเจ้ายโสวรมัน (พ.ศ. 1432 - 1453) รวมภาพโตนเลสาบตอนที่ 2 หมู่บ้านชาวประมงเมืองเขมร อยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบประมาณ 14 กม. โตนเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์

Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Koh Ker > Prasat Thom , Koh Ker Temple     
ทริปเกาะแกร์ เบ็งมาเลีย ปราสาทธม ปิรามิด ยุคขอมโบราณ (Koh Ker -ฺำื Beng Mealea)
1 ปอยเป็ต
2 สู่เสียมเรียบ
3 โตนเล
4 โตนเล 2
5 ปราสาทพราห์ม
6 ปิรามิดขอม
7 ปราสาทชลับ
8 ปราสาทอังคนา
9 ตลาดซาจั๊ก
10 ชีวิตคนเขมร
11 การแสดง
12 วัดพนมกุเลน
13 กบาลสะเปียน
14 เบ็งเมเลีย
15 ขากลับ
ตอนที่ 6 เกาะแกร์ เที่ยวปราสาทธม ชมปิรามิดขอม ศูนย์กลางอาณาจักรขอม ก่อนย้ายไปอยู่ที่พนมบาเค็ง

Koh Ker temple : Koh Ker temple complex once used to be a capital city in Angkor Era—but not located in Angkor area. It is about 80 kilometers northeast of Angkor complex or about 50 kilometers west of Tbaeng Meanchey of Preah Vihear province. This capital city was built by King Jayavarman IV (AD 928-941), when Angkor throne met the crisis in the royal family. Jayavarman IV brought Devaraja (Shiva linga)—the holy doll of the Kingdom with him from Angkor city to Koh Ker in AD 921, and then declared himself as a King. In his capital, he built a huge 7-tiered pyramid temple with 40 meters high.

(ตอนที่ 6) การเดินทางสู่ เขาพนมกุเลน เบ็งมาเลีย เกาะแกร์ นครที่ถูกลืม หรืออาณาจักรนอกคอก ชมปิรามิดแห่งขอม ณ กลางป่าเมืองเขมร ทริปนี้เดินทาง เมื่อเดือน พฤษภาคม 2551
 
 

สนใจทริปไหน  
คลิกเลย >  

 

     
 

ทริปเกาะแกร์ ปราสาทธม ปิรามิดแห่งขอม ตอนที่ 6 (เดินทางเมื่อเดือน พค.51)
ปราสาทธม ชมปิรามิดขอม


ก่อนจะเข้าเรื่องเกาะแกร์ในตอนที่ 6 อยากให้ดูผังเปรียบเทียบอาณาจักรต่างๆ ในแถบภูมิภาคนี้ว่า เริ่มต้นเมื่อใด และสิ้นสุดเมื่อใด โดยเรียงตามยุคที่เกิดก่อน เกิดหลัง เป็นการปูพื้นให้เข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ง่ายขึ้น จากแผนภูมิจะเห็นว่า อาณาจักรจาม หรือจัมปา มีอายุนานกว่าอาณาจักรอื่นๆ และยืนยาวมาจนถึงกรุงศรีอยุธยา ทุกวันนี้ชาติพันธ์เก่าแก่นี้ยังมีเชื้อสายในเมืองไทย ก็คือชุมชนบ้านครัว เป็นการอพยพหลบหนีการรุกรานจากพวกณวน และส่วนหนึ่งได้ถูกกวาดต้อนมาสมัยต้นรัตนโกสินทร์เมื่อสยามยกทัพไปตีญวน

 
การเกิดขึ้นของอาณาจักรต่างๆ เรียงตาม พ.ศ.

 

ฟูนัน

จามปา

ขอม

ศรีวิชัย

น่านเจ้า

สุโขทัย

อยุธยา

ศูนย์กลาง
(เขมร)
(เวียดนาม)
(เขมร)
(ชวา-อินโด)
(จีน)
(ไทย)
(ไทย)

 

600

700

1100

1202

1291

1700

1893

พ.ศ

1100

2014

1870

1758

1797

1981

2310

500

 

 

 

 

 

 

 

600

600

 

 

 

 

 

 

700

 

700

 

 

 

 

 

800

 

 

 

 

 

 

 

900

 

 

 

 

 

 

 

1000

 

 

 

 

 

 

 

1100

1100

 

1100

 

 

 

 

1200

 

 

 

1202

1291

 

 

1300

 

 

 

 

 

 

 

1400

 

 

 

 

 

 

 

1500

 

 

*

 

 

 

 

1600

 

 

 

 

 

 

 

1700

 

 

 

1758

1797

1700

 

1800

 

 

1870

 

 

 

1893

1900

 

 

 

 

 

1981

 

2000

 

2014

 

 

 

 

 

2100

 

 

 

 

 

 

 

2200

 

 

 

 

 

 

 

    2300

 

 

 

 

 

 

2310

      * อาณาจักรเกาะแกร์ พ.ศ. 1471 -1511  

หมายเหตุ: -
- อาณาจักรฟูนันมีศูนย์กลางที่เขมร เป็นชาติพันธ์เก่าแก่ในย่านอินโดจีนรองจากบ้านเชียง หลักฐานส่วนใหญ่
  ได้มาจากการค้นพบครื่องใช้ไม้สอย (ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการขุดค้น ณ กลางทุ่งนาของเขมร)
- อาณาจักรขอมเริ่มต้น หลังจากอาณาจักรฟูนันเสื่อมลง รวบรวมไพร่พลมาสร้างเมืองใหม่ ณ เขาพนมกุเลน
- อาณาจักรศรีวิชัย(จากชวา) มีอำนาจเหนือขอมในยุคต้นๆ ขอมส่งเครื่องบรรณาการไปถวาย
- อาณาจักรจามปา(จาม หรือ จำปา) ทำศึกกับขอมหลายครั้ง สมัยพ่อขุนรามก็เคยยกทัพขึ้นไปตีถึงญวน
- น่านเจ้า เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ อาณาจักรหนึ่งของจีน ล่มสลายในสมัยกษัตริย์กุบไลข่านจากมองโกล
- สุโขทัย อพยพมาจากน่านเจ้า หลัง ถูกมองโกลรุกราน เคยทำสงครามกับขอมหลายครั้ง มีทั้งแพ้และชนะ
- อาณาจักรต่างๆที่สร้างเป็นปราสาทหิน ได้รับอิทธิพลมาจากพราห์มและฮินดู เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ และ
   เป็นเทวสถานบูชา ตามคติทางความเชื่อ มีการบูชาหินสลักเป็นรูปโยนีและศิวลึงค์ เพราะถือว่าเป็นต้น
   กำเนิดของชีวิต


 

 

 

 

 

 

 

 


ปราสาทธม Prasat Thom (พ.ศ.1471 - 1511)




เกาะแกร์เป็นเมืองหลวงของขอม ใน Generation หรือยุคเดียวกับ ยุคพระนคร (Angkor) แต่เมืองหลวงนี้ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดพระวิหาร ( Preah Vihear) ห่างจากจังหวัดเสียมเรียบราว 80 กม. ไม่ได้อยู่ในเขตพระนคร เหมือนกับปราสาทขอมหรือเมืองหลวงของกษัตริย์องค์อื่นๆ

้่เกาะแกร์เป็นเมืองหลวงในช่วงระยะสั้นๆเพียง 40 ปี มีกษัตริย์ปกครองเพียง 2 พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 (พ.ศ. 1471 -1485) และ พระราเชนทราวรมันที่ 2 (พศ. 1485 – 1511) จากนั้นกษัตริย์องค์ต่อมาได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่่ในเขตพระนคร

เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าเรื่องราวของเกาะแกร์ได้ถูกตัดออกจากประวัติศาสตร์ของขอม จนเป็นที่มาของคำว่า นครที่ถูกลืม หรืออาณาจักรนอกคอก
เรื่องราวของเกาะแกร์ทุกวันนี้จึงไม่ต่างกับ ปริศนา ที่อยู่กลางป่าลึกของเขมร

สภาพของเกาะแกร์ก่อนหน้านี้ ไม่ต่างกับป่ารกหรือป่าดิบ มีชาวบ้านอาศัยกระจัดกระจายเป็นกลุ่มเล็ก ครั้นถึงสมัยของสงครามเขมรแดง พวกเขมรแดงภายใต้การปกครองในะบอบคอมมิวนิสต์ ได้ฝังกับระเบิดไว้ในป่า รวมทั้งตามปราสาทต่างๆ เพื่อป้องกันทหารจากฝ่ายรัฐบาลหรือทหารฝ่ายขวาที่จะเข้ามาในพื้นที่ ปราสาทบางแห่งถูก
เขมรแดงเผาทำลาย ทุกวันนี้ร่องรอยถูกเผายังปรากฏอยู่ตามปราสาทหลายๆแห่ง

สงครามเขมรแดงยุติไปหลายปีแล้ว ท่ามกลางความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่ป่าแถวนี้ยังมีกับระเบิดฝังอยู่เต็ม นับเป็นจำนวนแสนลูก

เกาะแกร์ หลังวันสิ้นเสียงปีนในดินแดนเขมร ไม่ต่างกันเป็นแดนอันตราย ไม่มีชาวบ้านใครกล้าเข้าไปตัดใม้หรือหาของป่าในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่เช่นนั้นก็อาจตูมตาม จนแข้งขาขาด น่าแปลกที่ระเบิดประเภทนี้ มักไม่ทำให้ตาย แต่ทำให้บาดเจ็บ และขาขาด เขมรในปัจจุบันจึงมีคนพิการเป็นจำนวนมาก

มาเที่ยวเกาะแกร์ หรือนครที่ถูกลืม อาจเดินทางไกลและไม่ค่อยสะดวกเหมือนกับไปเที่ยวนครวัด- นครธม ที่ทุกอย่างดูเรียบร้อย เห็นความยิ่งใหญ่ของปราสาทได้ชัดเจน และเป็นสถานท่องเที่ยวระดับโลก จนสร้างรายได้เป็นอันดับ 1 มากกว่าส่งข้าวไปขายยังต่างประเทศเสียอีก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเขมรมากที่สุดก็คือคนไทยเรานี่เอง หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

ทุกครั้งที่มีการปิดด่านชายแดน หรือเขมรมีข้อพิพาทกับไทย นักท่องเที่ยวลดลงไปครึ่งหนึ่ง รายได้หายวูปไปทันที

เขมรก็รู้ จึงไม่ค่อยกล้าให้เรื่องที่ก่อขึ้นมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว เท่านั้นไม่พอ เครื่องอุปโภคบริโภคที่นำเข้าเขมรก็มาจากไทยทั้งนั้น ใครไมเ่ชื่อก็ลองไปสังเกตการณ์ที่ด่านปอยเป็ตก็ได้ว่า เขมรนำเข้าสินค้าจากไทยสารพัดชนิด ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ หมูเห็ดเป็ดไก่ ผักหญ้า รวมทั้งผลไม้ ซื้อจากไทยทั้งนั้น ปิดด่านเขมรก็อดตาย แรงงานเขมรที่ขนสินค้านับพันคงตกงานหมด

นี่ยังไม่นับเรื่องบ่อนกาสิโน ที่มีนักพนันจากไทยเข้าไปเล่นถึงร้อยละ 80 – 90 พนักงานเขมรประจำบ่อน ประจำโต๊ะ แม้แต่ในร้านอาหารภัตตาคาร หรือโรงแรม ในย่านกาสิโน เมืองชายแดนปอยเปต จึงต้องหาคนที่พูดไทยได้ หรือจ้างคนไทยเข้าเป็นพนักงาน

ใครๆเขาก็รู้ว่าบ่อนกาสิโนที่ปอยเปตมีนับเป็นสิบๆแห่ง นายกฮุนเซนของเขมรมีผลประโยชน์กับกาสิโนแถวนี้ทั้งนั้น ปิดด่านก็เท่ากับปิดบ่อน ผู้มีอิทธิพลในเขมรและนักการเมืองไทยเดือดร้อน เรื่องปิดชายแดนจึงเป็นเรื่องยาก เว้นแต่ีเหตการณ์รุนแรงมาก


อาทิตย์ที่ผ่านมา ไทยเรียกฑูตประจำกรุงพนมเปญกลับ เนื่องจากความบ้า ความกร่าง ของฮุนเซน ที่ดันไปประกาศตั้งพ่อบังเกิดเกล้ามาเป็นที่ปรึกษา

สื่อมวลชนทั่วโลกต่างออกมาตำหนิ และคิดไม่ถึงว่า ฮุนเซนจะทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ รู้ทั้งรู้ว่า พ่อมหาจำเริญ ทักษิณ หน้าเหลี่ยม เป็นนักโทษหนีคดี และเป็นอาชญากรของราชอาณาจักรไทย ที่กำลังตามล่าหาตัว แต่ฮุนเซน กลับทำเป็นไม่รับรู้ แต่งตั้งผู้ที่เนรคุณแผ่นดินไทยให้เป็นที่ปรึกษา ถือว่าเหยียดหยามขบวนการยุติธรรมไทยกันชัดๆ ซึ่งโดยมารยาทระหว่างประเทศเขาไม่ทำกันแบบนี้ แต่ฮุนเซนอ้างว่าคนไทยนับล้านสนับสนุนคนหน้าเหลี่ยม

แบบนี้เขาเรียกว่าตัดสินใจได้โง่ๆอย่างไม่มีที่ติ

แต่ก็
ดีที่เสนียดจัญไรของสยามประเทศ จะได้มีศาลพระภูมิสิงสถิตย์ให้เป็นหลักเป็นแหล่งในเมืองเขมร แต่โบราณว่าคนจัญไรไปที่ไหน แผ่นดินที่นั่นก็ลุกเป็นไฟ ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน คนชั่ว คนบาป คนทรยศต่อแผ่นดินเกิด ทุกวันนี้มันหาความสูขไม่ได้ เรียกว่าตกนรกทั้งเป็น

ความจริงคนไทยไม่น้อยที่อยากให้ฮุนเซนลงนามประกาศแต่งตั้งให้ บิ๊กจิ๋ว อัลไซเมอร์ ไปเป็นที่ปรึกษาทางทหาร หรือเป็นที่ปรึกษาความมั่นคง จะได้ครบเซ็ต หรือครบก้วน และได้ชื่อว่าเป็นขี้ข้าฮุนเซนอย่างถูกต้องเป็นทางการ

บิกจิ๋วเป็นถึงระดับนายทหาร เครื่องราชฯ สายสะพายเต็มตัว เคยสาบานต่อหน้าธงไชยเฉลิมพล ว่าจะรักษาชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ แต่บั้นปลายของชีวิต กลับถูกตราหน้าว่า เนรคุณชาติ ทรยศต่อแผ่นดิน ถูกสื่อมวลชนประนามว่า ชักศึกเข้าบ้าน

แต่ก่อนจะใช้งานบิ๊กจิ๋ว แนะนำฮุนเซนว่าควรให้หมอเขมรตรวจสมอง ตรวจประสาทให้แน่ชัดว่า สมองไม่เสื่อม เพราะระยะหลังๆเห็นพ่อจิ๋ว เลอะเลือนไปมาก จะเป็นกาวใจบ้าง อาสาจะมาเป็นโซ่คล้องใจบ้าง ทำเหมือนกับว่าตนเองมีค่ามีราคาทางสังคมมากนัก ความจริงน่าจะชะโงกดูเงาของตนเองก่อนว่า ในอดีัตทำชาติวิบัติกันขนาดไหน

หลายปีก่อนเห็นคุยนักคุึยหนาว่า จะทำให้คนอีสานหายจน บอกถ้าทำไม่ได้จะไปโดดน้ำตาย ทำไปทำมาคนอีสานไม่ต่างกับถูกหลอก ที่สุดก็จนเหมือนเดิม

" นี่พ่อจิ่ว...คนอีสานทุกวันนี้เขาฝากมาถามว่า เมื่อไหร่พ่อจิ๋วจะไปโดดน้ำตายที่บ้านเค้าเสียที
"

คนที่นั้นต่างอธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้พ่อจิ๋วมาโดดน้ำตายเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา หากมาเมื่อไหร่ก็บอกด้วย จะเตรียมการไว้ล่วงหน้า พร้อมขุดลอกแม่น้ำให้ใสสะอาด พ่อจิ๋วจะได้โดดน้ำตายได้อย่างสบายใจ ชาวบ้านเขาบอกมา

ทุกวันนี้ใครจะไปทวงถามเรื่องเก่าๆสมัยที่แกเรืองอำนาจ แกคงลืมหมดแล้ว เพราะโรคความจำเสื่อมมันกำเริบขึ้นทุกวัน ตอนนี้ได้ยินว่าหนักกว่าเก่า ถึงขั้นเพ้อ.. ภาษาแพทย์บอกว่า อยู่ในขั้นโคม่า วันดีคืนดีก็บอกว่า จะสร้างรัฐ สร้างนครปัตตานี ให้เป็นอิสระ เพื่อความสมานฉันท์ รู้หรือไม่ว่า เลอะเลือนขนาดนี้ คนเค้าขำกลิ้งกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนสามจังหวัดภาคใต้ ขำกันใหญ่เลย พร้อมกับวิจารณ์ว่า ความคิดของเด็ก ป.4... โง่อิบอ๋าย

วันสองวันเห็นโทรทัศน์โลโก้นกพิราบ (จำชื่อไม่ได้สักที) น่าจะเป็นนักข่าวระดับใหญ่ของช่องนี้ นั่งสัมภาษณ์ พ่อจิ๋ว ถึงเรื่อง รัฐปัตตานี และเรื่องสมานฉันท์

ทีวี่ก็พอกัน บ้าจี้ตามพ่อจิ๋วไปด้วย กลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อให้พ่อจิ๋วเสร็จสรรพ ความจริงสื่อน่าจะฉลาดบ้าง รู้ว่าใคร คือใคร ใครโง่ ใครฉลาด ไม่ไช่ทำเป็นไม่รู้ ซื่อบื่อ

คนที่มี่ความคิดดีๆ ไปสัมภาษณ์ วิเคราะห์เจาะลึก เพื่อหาความหลากหลายทางความคิด คงไม่มีใครว่า และน่าสนับสนุนด้วย

แต่รายพ่อจิ๋ว รู้ๆกันอยู่ว่าเป็นแค่ตัวละครที่มี อ้ายแม้ว หรือคนหน้าเหลี่ยมนั่งกำกับอยู่ที่ดูใบ หมากที่พ่อจิ๋วเดิน หรือขยับ ไม่ว่าจะไปเขมร เปิดประเด็นรัฐปัตตานี ไปพม่า ไปมาเลย์ สื่อไม่รู้หรือแกล้งโง่ หรือตามเกมไม่ทันว่าเป็นแผนเขย่าการเมือง เป็นแผนป่วนเมือง ของใครกัน

จำคำพูดของป๋าเปรมได้หรือไม่ ที่ออกมาเตือนพ่อจิ๋วก่อนเข้าสังกัดพรรคการเมืองว่า " ทรยศต่อชาติ " ป๋าเปรมพูดได้ชัดถ้อยชัดคำ โดยไม่ต้องแปล ว่าหมายถึงใคร และพูดให้ใครได้ยินบ้าง ขนาดพ่อจิ๋วได้ยิน แกยังบอกเลยว่าหูชาไป 3 วัน

นั่นนะซิ ทำไมสื่อถึงไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไปนั่งสัมภาษณ์ เปลืองเวลา เปลืองค่าใช้จ่าย หรือคิดว่าสื่อต้องเป็นกลาง หลับหูหลับตาสัมภาษณ์ใครก็ได้โดยไม่ต้องใช้สมอง เพียงเพื่อจะบอกสังคมว่า เราทำหน้าที่สื่อ เป็นกลาง รอบด้าน ให้ผู้ชมเป็นผู้ตัดสิน คิดว่าแบบนี้ใครๆก็ทำหน้าที่สื่อได้ไม่ยาก เล่นโยนขี้มาแบบนี้ ดูมันง่ายไปหน่อย วันหลังเวลาตำรวจจับผู้ค้ายาเสพติด หรือคดีฆ่าข่มขืน ก็เอาผู้ต้องหามานั่งสัมภาษน์คู่กับตำรวจ เป็นการฟังความเห็นทั้งสองด้าน เค้าเป็นแค่ผู้ต้องหาไงละ ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เอามาออกรายการทีวีก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน

หรือกรณีฮุนเซน เรื่องใหม่ซิงๆ้ก็ได้ เพื่อความเป็นกลาง ก็น่าจะเชิญฑูตหริอเจ้าหน้าที่เขมรมาออกรายการ ประกบกับฑูตไทยซิ เพื่อความเป็นกลางของสื่อไงละ ผิดถูกก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน หรือให้ดีก็ข้ามไปฝั่งเขมร ถามคนเขมรว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ แล้วนำมาออกอากาศ นี่ไงความเป็นกลาง ฟังความรอบด้านที่สื่อใฝ่ฝันกันนัก ทำซิไม่มีใครว่าหรอก

สื่อโทรทัศน์ที่ดี ต้องไม่โยนขี้มาที่จอทีวี ต้องคิดก่อน กรองก่อน ว่าอะไรควร และไม่ตกเป็นกระบอกเสียงให้ใคร ต้องคำนึงถึงความสงบสุขเรียบร้อยของสังคมเป็นที่ตั้ง รวมทั้งความมั่นคงของประเทศชาติ และความมั่นคงต่อสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ อย่าลืมว่าที่นี่คือเมืองไทย ไม่่ไช่ประเทศอังกฤษ หรืออเมริกา ที่ประชาชนมีความเข้าใจในเรื่องระบอบประชาธิปไตยกันเป็นอย่างดีแล้ว ถึงเวลานั้น จะทำตัวให้เป็นสื่อแบบชาติตะวันตก คงไม่มีใครว่า


มาต่อเกาะแกร์ดีกว่า ขืนเขียนเรื่องการเมืองฉบับเขมร เดี๋ยวจะติดลมบน

คนไทยก็อย่าได้คิดอะไรมาก สันดานเขมรก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว คนโบราณเขาถึงตั้งฉายาพวกนี้ว่า เขมรลอบกัด

สมัยของสมเด็จพระนเรศวรฯ พอทัพกรุงศรีฯออกรบกับพม่าทีไร พวกเขมรมันต้องลอบมาทำร้ายไล่ตีหัวเมือง พร้อมกวาดต้อนคนไทยไปเป็นเชลย ทำแบบนี้อยู่หลายครั้ง สมเด็จพระนเรศวรก็ทรงไว้ชีวิตมาตลอด เพราะแม่ทัพ หรือพระยาละแวกร้องขอชีวิตทุกครั้ง

ครั้งสุดท้ายขณะที่ไทยไปรบกับพม่า พระยาละแวกก็เล่นตีท้ายครัว โดยไม่รักษาคำมั่นสัญญา พระองค์เห็นว่า แม่ทัพเขมรตะบัดสัตย์ จึงให้ทหารไปลากคอ พระยาละแวก แม่ทัพเขมรตัวแสบ มาประหารชีวิต และตัดหัวเสียบประจาน พร้อมกับเอาเลือดมันมาล้างพระบาทของพระองค์

แหมอ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาถึงตอนนี้แล้ว สะใจจริงๆ ไม่ต้องยึกยัก สอบสวน ให้มากเรื่องมากความ หรือให้พรรคพวกเสื้อแดงมาล่ารายชื่อขอพระราชทานอภัยโทษ นี่ถ้าเป็นสมัยพระนเศวร คนพวกนี้คงไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ ส่วนคนหน้าเหลี่ยมที่ดูใบก็คงหัวขาดไปนานแล้ว

คำว่า เขมรลอบกัด จึงไช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย เจอแขกกับงู คนสมัยก่อนบอกให้ตีแขกก่อน มาสมัยนี้ เจองูกับฮุนเซน เขาบอกว่าให้ตบปากฮุนเซนก่อน


ปราสาทธม ( Prasat Thom)

ปราสาทธม เป็นกลุ่มของปราสาทในพิ้นที่ของเกาะแกร์ หรือดินแดนแห่งปราสาท โดดเด่นที่สุดในดินแดนนี้ก็คือ
ปิรามิด หรือ Kor Ker Temple แบ่งเป็น 7 ชั้น สูงประมาณ 40 เมตร ภายในพื้นที่ปราสาทธม มีปราสาทแดง (สร้างด้วยอิฐสีแดง) หรือชื่อว่า ปราสาทกรอฮอม เป็นปราสาทหลังเล็กๆ ใช้ป็นที่ตั้งวางศิวลึงค์ แต่ถูกทำลายไปหมดแล้ว

ปิรามิดขอมที่เกาะแกร์แห่งนี้มีรูปทรงที่ดูคล้ายปิรามิดมากที่สุด และคล้ายปิรามิดของชนเผ่ามายัน ( Mayan) พ.ศ. 800 – 1450 ทางทวีปอเมริกาตอนใต้ ที่ยังเป็นปริศนาดำมืดให้กับนักโบราณคดี รวมทั้งนักประวัติศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ ไม่ต่างกับปริศนาของปิรามิดแห่งอียิปต์



คำว่าโลกมายา ที่เราใช้กันทุกวันนี้ ก็มาจากคำว่า Maya ของขนเผ่ามายันนี่เอง

การสร้างปิรามิดในหลายส่วนของโลก ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์ โดยการทำให้เป็นมัมมี่ หรือพันผ้าสีขาวแล้วทาด้วยแป้งพิเศษ จากนั้นก็จะนำไปเก็บไว้ในห้องที่สร้างไว้อย่างดี ปราศจากความชื่น และเป็นห้องที่มีการคำนวณองศา คำนวณตำแห่งมุมต่างๆมาอย่างดีแล้ว ซึ่งจะไม่ทำให้ศพเน่าเปื่อยๆ การทำเป็นมัมมี่ก็ด้วยความเชื่อที่ว่า จะกลับมาเกิดใหม่ หรือฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่

แต่ปิรามิดของขอม ไม่ได้สร้างเพื่อเก็บศพแต่อย่างใด แต่ใช้เป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า ตามความเชื่อของฮินดู ไม่ได้ใช้เป็นสุสานเหมือนปิรามิดในที่อื่นๆ

ปิรามิดของปราสาทธม สร้างด้วยก้อนหินขนาดใหญ่วางซ้อนๆกันเป็นชั้นๆ มีทางขึ้นหันหน้าไปทางตัวปราสาทธม (แต่ปัจจุบันได้ปิดทางขึ้นที่สร้างเป็นไม้แบบชั่วคราว)

ชั้นบนสุดนั้นมีอะไร หากดูจากภาพเก่าๆ ก็เห็นแต่หลุมอยู่ตรงกลาง นักวิชาการสันนิษฐานว่าเดิมน่าจะมีปราสาทเล็กๆครอบศิวลึงค์ขนาดใหญ่ที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ และตั้งอยู่บนยอด แต่เกิดฟ้าผ่าจนทำลายปราสาท และศิวลึงค์สัมฤทธิ์ ปัจจุบันจึงเห็นแต่ฐานที่เป็นหลุมลึก จึงเข้าใจว่าเป็นที่ตั้งของศิวลึงค์ ส่วนศิวลึงค์สัมฤทธ์ไม่พบแต่อย่างใด บ้างก็ว่าถูกโขมยไปแล้ว

เรื่องศิวลึงค์สัมฤทธิ์ อ่านจากหลายแหล่ง ก็ยังไม่ค่อยปักใจเชื่อว่าจะเป็นตามข้อสันนิษฐานนั้น ส่วนเรื่องฟ้าผ่ายอดปราสาท ก็ไม่ค่อยจะเชื่ออีกเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า การสร้างศิวลึงค์ของขอมเมื่อหลายร้อยปี หรือนับพันปีก่อน เป็นการนำหินมาแกะสลัก ยังไม่เคยเห็นว่าที่ใดจะสร้างศิวลึงค์เป็นโลหะสัมฤทธิ์

ยุคขอมก็คือยุคของปราสาทหิน รูปเคารพต่างๆ ก็ทำมาจากหินทั้งนั้น ศิวลึงค์ที่ทำมาจากโลหะสัมฤทธ์ ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

ส่วนที่สันนิษฐานว่า ยอดปิรามิดนั้นแต่ก่อนเป็นปรางค์ปราสาทครอบไว้ คล้ายๆกับปลายยอดปราสาทนครวัด แต่เกิดฟ้าผ่า ปรางค์ปราสาทจึงหายไป ข้อสันนิษฐานตรงนี้ยิ่งไม่ค่อยน่าเชื่อถือ เพราะปราสาทน้อยใหญ่ๆในเมืองพระนคร แม้กระทั่งปราสาทนครวัดที่ถือว่าสูงที่สุด ก็ไม่เคยได้ยินว่าถูกฟ้าผ่าแต่อย่างใด ยังอยู่คงประพันมา้ป็นเวลาหลายร้อยปี เรื่องแบบนี้ช่างฝีมือของขอมโบราณคงมีวิธีป้องกันได้อย่างไม่ยากนัก


ปิรามิด ณ ที่แห่งนี้ ดูจากสภาพแวดล้อมทั่วไปแล้ว ไม่ต่างกับปิรามืดในที่อื่นๆ เช่นตั้งอยู่บนพื้นโล่ง ไม่มีห้องอยู่ภายใน ไม่มีที่เก็บศพ ไม่มีการทำมัมมี่เหมือนพวกอียิปต์

อาณาจักรของเกาะแกร์ มีปราสาทนับร้อยๆแห่ง คงต้องใช้เวลาอีกนานในการคลีคลายประวัติศาสตร์ เพราะดินแดนแถบนี้ไม่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด หรืออาจถูกทำลายไปจากการแย่งชิงอำนาจ สิ่งที่โลกรับรู้ทุกวันนี้ก็มาจากการเทียบเคียงหรือดูจากศิลปะของเศษซากกองอิฐ ที่เรียกว่าศิลปะแบบเกาะแกร์ แต่กว่าจะรู้ความจริง และเปิดโอกาสให้ผู้รู้ทั้งหลายเข้าไปทำการสำรวจอย่างจริงจัง ก็ต้องรอให้หน่วย CMAC เก็บกู้กับระเบิดบริเวณป่าแถวนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน

ใครมาเที่ยวเกาะแกร์ จงเข้าใจด้วยว่า พื้นที่ป่าที่เห็นสวยงามนี้ยังมีมัจจุราชฝังอยู่ในดินนับแสนนับล้านลูก จึงไม่ควรออกไปนอกพื้นที่มากนัก

สำหรับปราสาทต่างๆของเกาะแกร์ยังไม่หมดนะครับ มาเที่ยวครั้งนี้เป็นการมาเที่ยวเมืองปราสาท ตลอดการเดินทางท่องเที่ยวจึงมีแต่ปราสาท จนจำไม่ได้ว่า แต่ละแห่งมีชื่ออะไรบ้าง เพราะทางเข้าก็ไม่มีป้ายชื่อ

เหตุที่ไม่มีป้ายชื่อก็เพราะว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อ เรื่องจริงที่ไม่ได้โม้นะครับ คงต้องรอค้นหาหลักจารึกก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน



โฟโต้ออนทัวร์
8 พฤศจิกายน 2552




...............................................................................................................................................................................................................................................

แผนที่ เกาะแกร์ อาณาจักรนอกคอก นครที่ถูกลืม คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย





...............................................................................................................................................................................................................................................


แผนที่ ประเทศกัมพูชา เส้นทางปอบเปต - เสียมเรียบ ระยะทาง 159 กม.
คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย





 
 
 
   copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ