พนมบาเค็ง ปราสาทพนมบาเค็ง เมืองเสียมเรียบ กัมพูชา Phnom Bakheng Phanon Bakheng panom Bakeng Siem reab , รวมภาพพนมบาเค็ง ชมพระอาทิตย์ตกที่พนมบาเค็ง พนมบาเค็งมีอายุพันกว่าปี สร้างในสมัยพระเจ้ายโสวรมัน (พ.ศ. 1432 - 1453) รวมภาพโตนเลสาบตอนที่ 2 หมู่บ้านชาวประมงเมืองเขมร อยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบประมาณ 14 กม. โตนเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์

Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Koh Ker > Prasat Thom , Koh Ker Temple     
ทริปเกาะแกร์ เบ็งมาเลีย ปราสาทธม ปิรามิด ยุคขอมโบราณ (Koh Ker -ฺำื Beng Mealea)
1 ปอยเป็ต
2 สู่เสียมเรียบ
3 โตนเล
4 โตนเล 2
5 ปราสาทพราห์ม
6 ปิรามิดขอม
7 ปราสาทชลับ
8 ปราสาทอังคณา
9 ตลาดซาจ๊ะ
10 ชีวิตคนเขมร
11 การแสดง
12 วัดพนมกุเลน
13 กบาลสะเปียน
14 เบ็งเมเลีย
15 ขากลับ
ตอนที่ 9 เที่ยวตลาดซาจ๊ะ เมืองเสียมเรียบ ตลาดปลาน้ำจืดจากโตนเลสาบ

Koh Ker temple : Koh Ker temple complex once used to be a capital city in Angkor Era—but not located in Angkor area. It is about 80 kilometers northeast of Angkor complex or about 50 kilometers west of Tbaeng Meanchey of Preah Vihear province. This capital city was built by King Jayavarman IV (AD 928-941), when Angkor throne met the crisis in the royal family. Jayavarman IV brought Devaraja (Shiva linga)—the holy doll of the Kingdom with him from Angkor city to Koh Ker in AD 921, and then declared himself as a King. In his capital, he built a huge 7-tiered pyramid temple with 40 meters high.

(ตอนที่ 9 ตลาดซาจ๊ะ ) การเดินทางสู่ เขาพนมกุเลน เบ็งมาเลีย เกาะแกร์ นครที่ถูกลืม หรืออาณาจักรนอกคอก ชมปิรามิดแห่งขอม ณ กลางป่าเมืองเขมร ทริปนี้เดินทาง เมื่อเดือน พฤษภาคม 2551
               
 
 
 
 
 
 

สนใจทริปไหน  
คลิกเลย >  

 

     
 

ทริปเกาะแกร์ ปราสาทธม ปิรามิดแห่งขอม ตอนที่ 9
ชมตลาดซาจ๊ะ ( Psar Chas ) ตลาดเก่าแก่ของเมืองเสียมเรียบ
(เดินทางเมื่อเดือน พค.51)


เที่ยวเขมรตอนที่ 9 ขอพักการชมปราสาทขอมโบราณที่มีชื่อว่า "เกาะแกร์ " ไว้เป็นการชั่วคราวก่อน   เพราะหากพาเที่ยวป่าในบริเวณอาณาจักรขอมโบราณไปเรื่อยๆ  ก็อาจหลงป่า  หลงทาง  และอาจเหยียบกับระเบิดตายเท่งทึงอยู่กลางป่า 

กับระเบิดในเขมร  ยังมีให้เก็บให้กู้ชนิดยิ่งหาก็ยิ่งเจอ 

สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในเขมรจบสิ้นไปหลายสิบปี  แต่กับระเบิดมันก็ยังไม่หมดไปจากผืนป่าของกัมพูชา

ทำไมจึงไม่หมดเสียที...

ก็เพราะมันถูกฝังไว้นับล้านๆลูกในสมัยเขมรเสรีรบกับเขมรแดง หรือในยุคคอมมิวนิสต์จากจีนกำลังขยายอิทธิพล

ถามว่าทำไมมันจึงมากมายมหาศาล

ไม่ทราบเหมือนกันครับ...

ใครอยากทราบความจริงก็ต้องไปถาม นายจาตุรนต์ ฉายแสง หรือ นายอดิศร เพียงเกษ  อดีตคอมมิสต์เก่าที่หนีจากเมืองเข้าไปอยู่ในป่าและไปอยู่กับกองกำลังต่างชาติตามรอยตะเข็บชายแดนไทย มีชื่อเรียกกันในหมู่พวกคอมมิวนิสต์ว่า สหายสุภาพ กับ สหายศร  คิดว่าสหายเก่าทั้งสองท่านน่าจะรู้ดีกว่าคนอื่น ในอดีตอาจเป็นผู้วางกับระเบิดแถวๆภาคอีสานและภาคเหนืออยู่หลายครั้ง

น่าแปลกที่ปัจจุบันสหายทั้งสองได้มาอยู่รวมกันกับสหายคนอื่นๆ  ในแก๊งของพรรคเพื่อไทย  ความคิดเห็นทางการเมืองที่แสดงออกในเวลานี้ ไม่ต่างกับเมื่อครั้งที่ยังเป็นสหาย หรือเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวต์แห่งประเทศไทยในอดีต คำก็อ้างว่าทำเพื่อพ่อแม่พี่น้องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือตำหนิรัฐบาลมาตลอดว่าชอบใช้ความรุนแรง โดยที่ไม่ได้เหลียวมองฝ่ายตัวเองว่าทำป่าเถือนรุนแรงและอำมหิตขนาดไหน ไม่รู้จริง หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ แบบนี้เขาเรียกว่าหาความชอบธรรมใส่ตัว แล้วโยนความชั่วให้คนอื่น

ก่อนนั้นก็ดูเหมือนว่าน่าจะเป็น ส.ส. คุณภาพของฝ่ายระบอบทักษิณ พูดจามีเหตุมีผล แต่พอถูกศาลตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ลายก็เริ่มออก ฟาดหัวฟาดหางแบบที่เห็น ครั้งนั้นก็บอกว่ายอมรับคำตัดสินของศาล ทำใจแล้วว่างั้นเถอะ (ฟังแล้วน่าเชื่อถือ) ในช่วงท้ายๆของการอ่านคำตัดสิน ที่เริ่มไคลแม็กซ์เข้ามาทุกขณะ ทีวีวงจรปิดของศาลก็ซูมให้เห็นอากัปกิริยา ว่ากระสับกระส่ายเหมือนคนมีพยาธิตัวตืด นั่งจ๋อง ก้มหน้าก้มตา ดูแล้วหมดราศี

หลังศาลตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ทำให้นักการเมืองที่เป็นกรรมการพรรคจำนวน 111 คน ติดคุก (ห้ามลงเลือกตั้ง)เป็นเวลา 5 ปี และเมื่อลงมาจากศาล นายจาตุรนต์ก็เปิดไฮด์ปาร์ค ด่าเช็ดไปถึงคณะ คมช.หรือคณะผู้ก่อการปฏิวัติทันที ไม่พ้นแม้กระทั่งเจ้หน่อย สุดารัตน์ คว้าไมค์มาระบายความอัดอั้นด้วยน้ำตานองหน้า ตามสไตล์ละครน้ำเน่าที่มักเห็นจนชินตา ล่าสุดก็ทะเลาะกับเฉลิม อยู่บำรุง โดนเฉลิมด่าประจาน เรื่องการแบ่งโซนเลือกตั้งใน กทม. เจ้หน่อยร้องให้สะอึกสะอื้น.. อีกแล้วครับท่าน

อ้าว.. จาตุรนต์ ...ไหนว่ายอมรับคำตัดสินไงละ ชาวบ้านเขาจำได้นะว่าปากกับใจไม่ตรงกัน ใครไม่เชื่อไปดูเทปเก่าได้

พรรคเพื่อไทย  ก็คือพรรคคอมมิวนิสต์ที่กลายพันธ์ หรือเปล่า  

เมื่อก่อนอาจจะไม่ค่อยชัดเจน  แต่หลังจากไทยรักไทยโดนยุบพรรค และ นักโทษทักษิณ ชินวัตร  ตุหรัด ตุเหร่ หนีคุกหนีตารางไปอยู่ต่างประเทศ  พรรคเพื่อไทยหรือ พรรคไทยรักไทยเก่า  ก็ดูเหมือนมีแนวโน้มว่ากำลังปลุกผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมาหลอกหลอน คนในพรรคหรือแกนนำเสื้อแดงก็พูดจาจาบจ้วงสถาบันหนักขึ้นทุกวันๆ เช่น ดา ตอปิโด หรือ นายจักรภพ เพ็ญแข ที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ

ไม่น่าเชื่อนะว่า สถาบันกษัตริย์ และในหลวงของเรา คนไทยทั้งประเทศต่างชื่นชมยินดี ที่ไทยเรายังรักษาสถาบันนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น จนแทบจะเรียกได้ว่า มีเพียงประเทศเดียวในโลกนี้

สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนชาวไทยมีความรัก ความผูกพันธ์กันมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี จนหลายประเทศต่างฉงนสนเทห์กับความรู้สึกผูกพันธ์ที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจคนไทย และยากที่จะอธิบายความรู้สึกออกมาเป็นตัวหนังสือ หรือเป็นคำพูดได้ บางคนก็กล่าวไป น้ำตาไหลไป ด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้ง

แต่ปัจจุบันกลับมีมนุษย์อุบาทก์ ไม่เห็นด้วย ให้ร้ายป้ายสี หาว่าสถาบันกษัตริย์เป็นพิษเป็นภัยกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต้องเอากษัตริย์ออกไปจากกฏหมายรัฐธรรมนูญให้ได้ พุ่งเป้าไปที่ในหลวงไม่ได้ ก็ใช้วิธีเบี่ยงเบนไปยังองคมนตรี กล่าวหาว่าเป็นระบอบอำมาตย์ และเบี่ยงเบนไปยังนางสนองพระโอษฐ์ของพระราชินี และยังกระทบไปถึงสมเด็จพระราชินีด้วย โดยหยิบเอากรณีที่พระองค์เสด็จไปร่วมงานศพน้องโบว์ ซึ่งเสียชีวิตจากการปราบปรามกลุ่มเสื้อเหลืองเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 มาเป็นเหตุให้แกนนำเสื้อแดงนำไปพูดบนเวทีที่ราชประสงค์ จนสถานีโทรทัศน์ช่อง11 หรือ NBT นำมาแฉ

เดี๋ยวนี้เขากล้าวิจารณ์กันแบบตรงๆ ต่อสาธารณะ ต่อหน้าประชาชนนับหมื่น ที่หนักกว่านั้น พวกเสื้อแดงที่มาชุมนุมต่างปรบมือกันลั่น เห็นด้วยไปกับคำพูดของแกนนำ

ในอดีต พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆที่เป็นสายพันธ์คอมมิวนิสต์  พยายามที่จะล้มล้างระบอบกษัตริย์ในประเทศของตน    โดยถือว่าเป็นชนชั้นปกครองที่เอาเปรียบกรรมกรและคนยากคนจน จึงต้องล้มล้างระบอบชนชั้น หรือระบอบศักดินา โดยคิดว่าทุกคนในสังคมต้องมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ดังนั้นคนรวยจึงถูกยึดทรัพย์มาเป็นของรัฐบาล ยึดวังและทรัพย์สิน ยึดธุรกิจของเอกชน แล้วให้ชนชั้นศักดินาเหล่านั้นไปทำนาทำไร่ เช่นเดียวกับเกษตรกร เรื่องนี้ไม่ได้พูดเล่นๆนะครับ หลายประเทศเจอแบบนี้ คนที่เป็นนักธุรกิจ คนมีความรู้ และคนมีฐานะต้องหนีไปอยู่ในต่างประเทศกันหมด ขืนอยู่ก็ตาย และตายจริงๆด้วย เพราะพวกบ้าสังคมนิยม บ้าคอมมิวนิสต์ มันถือว่าเป็นศัตรูร้าย

ประเทศลาวเพื่อนบ้านของไทยกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เมื่อ 35 ปีก่อน (พ.ศ.2518) เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์ลาวองค์สุดท้าย ถูกบังคับให้สละราชสมบัติ และถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกัน จนสิ้นพระชนม์อยู่ที่นั่น สถาบันกษัตริย์ของลาวจบสิ้นทันที ทุกวันนี้พระราชวังของกษัตริย์ลาวองค์สุดท้าย กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปเรียบร้อยแล้ว ใครไปเที่ยวหลวงพระบางก็คงมีโอกาสได้เห็น

คำว่าระบอบสังคมนิยม หรือระบอบศักดินา มันน่าจะเป็นประวัติศาสตร์ไปหมดแล้ว แต่ปัจจุบันคำเหล่านี้กลับถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ที่ฮิตตอนนี้ก็คำว่า ล้มเจ้า ล้มอำมาตย์ ซึ่งคนที่คิด และพูดปลุกระดม คงอยากให้ประเทศไทยเป็นแบบประเทศลาว ต้องการให้สถาบันกษัตริย์ยุติ และสิ้นสุดลง เหมือนกับประเทศอื่นๆ ไม่ต้องแบ่งชั้นวรรณะ ประชาชนสามารถเดินกระทบไหล่ได้ เหมือนกับกษัตริย์ในยุโรปหรืออังกฤษ ไม่มีกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กษัตริย์ และประชาชน ใช้กฏหมายฉบับเดียวกัน ใครกล่าวหาใคร ใครดูหมิ่นใคร ก็ให้ไปฟ้องร้องกันเอาเอง

อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้นหรือ....

ถามทักษิณ ชินวัตร ถามแกนนำเสื้อแดง ถามวีระ มุสิกพงศ์ ถามจักรภพ เพ็ญแข ถามพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ก็อาจตอบเหมือนๆกันว่า ไช่...
หากบุคคลเหล่านี้มีความพยายาม และต้องการให้สังคมไทย และสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นแบบนี้จริง รับรองว่าสงครามประชาชนเกิดขึ้นแน่นอน แม้จะทำเพื่อกษัตริย์ เพียงคนคนเดียว ก็เชื่อว่าประชาชนชาวไทยคงไม่หวั่น

รักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ยอมสละ แม้ชีวี


รักชาติยอมสละแม้        ชีวี
รักเกียรติจงเจตน์พลี      ชีพได้
รักราชมุ่งภักดี              รองบาท
รักศาสน์ราญเศิกไส้       เพื่อเกื้อพระศาสนา

อันสยามเป็นบ้านเกิด    เมืองนอน
ดุจบิดามารดร             เปรียบได้
ยามสุขสโมสร             ทุกเมื่อ
ยามศึกทุกข์ยากไร้       ปลาตเร้นฤๅควร


(พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ)

ประเทศในโลกคอมมิวนิสต์ปัจจุบันไม่เหลืออีกแล้ว เพราะแนวคิดแบบลัทธิสังคมนิยมฯ (คอมมิวนิสต์) มันพัง มันล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะทฏษฏีไม่มีการแบ่งชนชั้นมันฝืนสภาพความเป็นจริง ทุกสังคมก็ต้องมีคนรวย คนจน มีฐานะที่แตกต่าง ใครขยันทำมาหากินก็ร่ำรวยได้ แต่ลัทธิสังคมนิยมคอมมิวนิสต์กลับมองว่า คนรวยต้องแบ่งปันให้คนจน ต้องมีฐานะเท่าเทียมกัน เป็นแบบนี้แล้วใครอยากจะทำธุรกิจ เพราะโดนรัฐบาลสูบไปจนหมด คนรวยไม่มีสิทธิเกิด ทั้งประเทศมีแต่กิจการของรัฐแต่เพียงผู้เดียว

ประเทศไหนถูกลัทธินี้ครอบงำ ก็มักจะเกิดสงครามกลางเมือง คนในประเทศฆ่าล้างกันเอง ไม่ว่าจะเป็นประเทศเยอรมัน จีน เวียดนาม หรือเขมร ประเทศแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เป็นเหนือ เป็นใต้ เป็นตะวันออก ตะวันตก ปัจจุบันยังพอจะเห็นซากเดนของประเทศในระบอบคอมมิวนิสต์ที่ยังหลงเหลืออยู่พียงประเทศเดียวก็คือเกาหลีเหนือ สองสามวันก่อนเห็นข่าว ผู้นำเกาหลีเหนือ นายคิม จอง อิล แอบไปพบผู้นำจีนเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการเงิน เกาหลีเหนือหวาดระแวงว่าประเทศอื่นเป็นศัตรูกันไปหมด จึงต้องทุ่มงบประมาณในการสร้างอาวุธ ไปจนถึงขั้นมีขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยใกล้ พิสัยไกล ลงทุนด้านการทหารจนเงินหมดกระเป๋า ประชาชนอดอยาก จนต่างชาติต้องให้ความช่วยเหลือ เพื่อมนุษยธรรม

แล้วประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆละ ปัจจุบันหายไปไหนกันหมด

ก็ปรับเปลี่ยนมาอยู่ข้างฝ่ายโลกเสรีนิยมกันหมด ไม่ว่าจะจะเป็นจีน รัสเซีย เยอรมันตะวันออก โปแลนด์ เวียดนาม ฯลฯ

แนวทางการต่อสู้ของพวกคอมมิวนิสต์ที่มีรัสเซีย และ จีน เป็นประเทศผู้นำทางฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น  จงเกลียดชังกับระบอบกษัตริย์   ทำทุกวิถีทางเพื่อจะล้มล้างให้ได้ เมื่อพรรคสังคมนิยมของรัสเซียล้มราชวงศ์โทมานอฟล้มได้ จีนก็เอาอย่างบ้าง จึงทำการปฏิวัติประเทศ โค่นล้มกษัตริย์ของราชวงศ์ชิง ในขณะที่มีกษัตริย์องค์น้อยๆชื่อว่า ฟูยี มีพระชนมายุเพียง 6 พรรษา

จากนั้นก็แพร่ลัทธิโดยบุกยึดประเทศอื่นๆกันแบบแทรกซึม เพื่อให้โลกใบนี้เปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนกันหมด โดยปลุกระดมแนวติด พร้อมกับส่งกำลังกลุ่มย่อยๆเข้าซุ่มโจมตี และยึดพื้นที่ เรียกสงครามแบบนี้ว่า สงครามกองโจร หรือ สงครามของผู้ก่อการร้าย ความหมายก็คือ ลอบกัด แอบโจมตี ไม่ยอมสู้รบกันซึ่งหน้าอย่างลูกผู้ชาย

คนไทยที่เคยเข้าร่วมอยู่กับกองโจรคอมมิวนิสต์มีจำนวนหลายหมื่นคน แต่ส่วนใหญ่ที่กลับมาเป็นผู้พัฒนาชาติไทยก็ทำมาหากินโดยสุจริต ลบล้างความเชื่อ หรือแนวคิด แบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์จากอดีตที่นิยมความรุนแรง ชนิดที่ฆ่าได้แม้กระทั่ง พ่อแม่ของตนเอง

แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยึดถือแนวคิดแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์กันอย่างเหนียวแน่น โดยมักจะอ้างว่าประชาชนคนรากหญ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม ถูกกดขี่ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ

คำว่าล้มเจ้าที่ได้ยินกันในช่วง 2-3 ปี มานี้  ก็มาจากความคิดของคนไทยที่มีหัวใจเป็นคอมมิวนิสต์ และเคยเข้าป่าจับปืนต่อสู้กับรัฐบาลมาก่อน เพียงแต่ว่าในช่วงเวลาที่ตนเองเสวยสุขอยู่ในอำนาจทางการเมือง หรือภายหลังออกจากป่ามานั้น  จิตใจมันลืมความเป็นคอมมิวนิสต์ไปชั่วขณะ เพราะกำลังมีอำนาจจนสร้างความร่ำรวยให้กับตนเอง

แต่ครั้นถึงคราวอดอยากปากแห้ง  ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง  หรือติดคุกทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี (ถูกยุบพรรค) ความคิดในแนวทางคอมมิวนิสต์มันจึงเดือดพล่าน  พร้อมกับนำวิธีการแบบอำมหิตย์กลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง  เพราะหากไม่ทำแล้วมันคงยากที่ตนเองจะเข้ามามีอำนาจเหมือนเดิมอีก เรียกว่าตกงานแบบระยะยาว

อย่ากระนั้นเลย  เล่นวิชามารเพื่อล้มเจ้า ล้มกษัตริย์  แล้วทำการเปลี่ยนประเทศให้เป็นรัฐไทยใหม่ ดูแล้วน่าจะเป็นช่องทางที่ตนเองอาจกลับมามีอำนาจ หรือกลับมาเสวยสุขอีกครั้งหนึ่ง

ช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบจนพวกเสื้อแดงต้องมายึดสมรภูมิที่ราชประสงค์   บอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองล้วนๆ

ส่วนเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตย จะต่อสู่อย่างอหิงสา โดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามที่ชูธงตั้งแต่แรก  รวมถึงการที่หลายๆกลุ่มของเสื้อแดงอ้างความเดือดร้อนจากความไม่เท่าเทียมในสังคมนั้น ไม่มีที่ทำกินบ้าง ถูกเอาเปรียบบ้าง มันเป็นภาพลวงตา  เพื่อลวงสังคมว่า แดงทั้งแผ่นดินครั้งนี้  รากหญ้าเดือดร้อนกันจริงๆ และต้องการให้ยุบสภา เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยให้กลับมาสู่้ประชาชน

ทั้งสื่อ ทั้งนักวิเคราะห์การเมืองและนักวิชาการทั้งหลาย ดูเหมือนจะเชื่อภาพลวงเหล่านี้กันไปหมด แม้กระทั่งโทรทัศน์ไทย พีบีเอส ก็ดูเหมือนจะหลงทาง จับใครต่อใครมานั่งเสวนาที่หน้าจอทีวีกันแทบทุกค่ำคืน เห็นแล้วก็เบื่อหน่ายกับโทรทัศน์ช่องนี้จริงๆ เมื่อไหร่จะทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ที่มีความสุขุมมากกว่านี้เสียที

ความเดือดร้อนของคนรากหญ้านะมันมีแน่ แม้กระทั่งขอทานข้างถนนก็เดือดร้อน และไม่ได้รับความเท่าเทียมในสังคม ข้าราชการก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการวิ่งเต้นเลื่อนคำแหน่งโดยไม่พิจารณาถึงผลงาน ทำดีแทบตายแต่ไม่ก้าวหน้า ตำรวจก็เดือดร้อนลำเค็ญ รับผิดชอบมากแต่เงินเดือนน้อย ทหารที่รบอยู่ทางภาคใค้ก็เดือดร้อน เสี่ยงตายทุกวัน เบี้ยเลี้ยง และเงินตอบแทนต่างๆก็ได้รับล่าช้า หรือไม่ได้รับเลย บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล ทั้งๆที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ แต่ทหารที่ไปทำหน้าที่ก็ไม่มีใครบ่น ไม่ต้องเหมารถติดธงแดงบุกเข้ากรุง เหมือนกับพวกเสื้อแดงที่อาศัยทุนรอนจากทักษิณและพลพรรคอื่นๆ

ถามใครๆก็เดือดร้อนกันไปหมดทุกภาคส่วน ไม่ไช่มีแต่พวกเสื้อแดงที่เดือดร้อน ตามที่ทีวีไทยนำคนเหล่านั้นมานั่งอยู่หน้าจอ

ถ้าสื่ออยากรู้ความจริงก็ควรไปหาข้อมูลแบบเจาะลึกให้มากกว่านี้ ทำเป็นงานวิจัยเลยก็ได้ ว่าสาเหตุที่ทุกข์ยากนั้นมันมีสาเหตุมาจากอะไร และหากต้องการให้ได้ความจริงมากขึ้นก็อาจไปหาข้อมูลกับประเทศอื่นๆ เช่น จีน เวียดนาม ลาว อินโด ฟิลิปินส์ แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน แล้วจะรู้ว่า เขาแย่กว่าเราตั้งเยอะ

แล้วจะรู้ความจริงว่าความเดือดร้อน ความไม่มีจะกินนั้น มีสาเหตุมาจากความโลภ และใช้จ่ายจนเกินตัว เป็นสาเหตุใหญ่

แดงทั้งแผ่นดินครั้งนี้เขารู้กันทั้งประเทศว่า อะไรจริง อะไรเท็จ และ การเอามวลชนมาเป็นพลพรรคเสื้อแดงก็เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้มันดูใหญ่โตขึ้น กลบเกลื่อนเจตนาที่แฝงเร้นอยู่ข้างใน

รัฐบาลและกองทัพ ก็ดูเหมือนจะโง่เขลาเบาปัญญา ภัยมาถึงตัว แต่ก็ยังไม่รู้ตัว ถูกผู้การร้ายซัด M79 เข้าถล่มจนเสียหมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พวกนี้ก็ซ้อมรบกันเป็นว่าเล่น และหลายครั้งหลายครา เช่นถล่มธนาคารกรุงเทพ ถล่มสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 สนามเป้า ถล่มห้องทำงานของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ฉายาว่าทหารใจเสาะ

ขณะเดียวกันก็มีคำถามจากสังคมมากมายกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 53 ว่าหน่วยข่าวกรองของทหาร หายไปไหนหมด หรือเป็นทหารแตงโมกันหมด พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ระดับ ผบ.ทบ. ไม่ระแคะระคายเลยหรือว่าผู้ก่อการร้ายจะใช้อาวุธหนัก ส่วนอาวุธของทหารมีแต่โล่ห์กับตะบอง ก็เสร็จมันซิครับ

และที่น่าเอน็จอนาถไปกว่านั้นก็เป็นภาพรถของทหารที่ถูกยึด ถูกทุบ ถูกเผา หรือรถสายพานลำเลียงถูกถอดล้อ กลายเป็นเศษซากอยู่บนถนนตะนาว ย่านบางลำพู มันถูกประจานไปทั่วโลก ว่าการวางแผนของทหารระดับเสนาธิการมันไม่เอาไหน ศักดิ์ศรีของทหารเสียหายย่อยยับ

" เรื่องการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง " ฟังแล้วเหม็นขี้ฟันกับคำพูดนี้จัง เป็นการชิ่งหนีปัญหากันซึ่งหน้า เห็นหน้าตาแล้วแทบไม่มีภาพของความเข้มแข็งเด็ดขาด สมกับเป็นชายชาติทหาร ในทางตรงกันข้ามกลับเห็นแต่แววของคนขี้ขลาดตาขาว

แล้วขบวนการล้มเจ้าละ ทหารได้แสดงบทบาท เพื่อปกป้องสถาบันบ้างหรือเปล่า และทำได้แค่ไหน อย่างไร หรือว่าไม่ไช่หน้าที่ของทหาร

ตอบหน่อยได้ไหม..พ่อ อนุพงษ์ ณ หน่อมแน้ม เสียเหลือเกิน

หรือว่า...แค่ยืนดู และทำตาปริบๆ แล้วบอกว่าคำว่ารักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ นั้น ให้เก็บไว้ในใจ ห้ามเปิดเผยหรือแสดงออก ถือว่าเป็นความลับทางทหาร

ขนาดเสธฯแดง กองทัพยังจัดการอะไรไม่ได้ แถมยังถูกเยาะเย้ยถากถางแบบไม่ไว้หน้า เรียกว่า พลเอก อนุพงษ์ แทบหมดน้ำยา ไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเป็นทหาร และศักดิ์ศรีของความเป็นลูกผู้ชายเลยแม้แต่น้อย

ชาวบ้านเขานินทาว่า เป็น ผบ.ทบ. ที่อ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยมีมาของกองทัพไทย ผู้ก่อการร้ายมีอาวุธเพียงหยิบมือ ยังทำอะไรไม่ได้ นับประสาอะไรจะไปรบกับเขมร

เหตุการณ์ความรุนแรง เมษายน 2553 ในครั้งนี้ เขารู้กันทั้งนั้นว่าคนที่นั่งวางแผนการก่อการร้ายครั้งนี้ก็คือ นักโทษชายที่หนีคดี  มีชื่อว่า ทักษิณ ชินวัตร  ส่วนคนที่ขันอาสามาเป็นกาวใจ  พร้อมกับวางแผนจัดหาสะพานมาทอดให้ทักษิณกลับบ้าน หรือเพื่อมาเป็นผู้ปกครองรัฐไทยใหม่ (แกะกล่อง)  ดันชื่อ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ 

และคนๆนี้แหละ  ป่าเปรมเคยให้สัมภาษณ์ในคราวที่พ่อจิ๋วรับเข้ามาตำแหน่งประธานพรรคเพื่อไทย ว่า " ทรยศต่อชาติ "

และบิ๊กจิ๋วคนนี้แหละที่บอกว่า

“ ผมรอเวลานี้ (เวลาล้มเจ้า) มานานถึง 78 ปี “

“ นานจัง  “ สงสัยพ่อจิ๋วคงต้องรอต่อไป ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า

เขียนถึงตรงนี้ก็มีข้อสงสัยว่า สมัยที่พ่อจิ๋วเป็นนายกฯ ทำไมไม่ทำตามเจตนารมย์ อำนาจก็มีอยู่ในมือ หรือว่าอำนาจเงินมันบังตา

มาวันนี้พูดทำไม คนไทยเขาไม่โง่นะว่า ที่พูดนะก็เพื่อทักษิณทั้งนั้น อย่าว่าแต่คนไทยเลยที่รู้ทัน ขนาดคนเขมรก็ยังรู้ดีไม่แพ้คนไทย แถมยังบอกว่า พลเอกชวลิต ไปพินอบพิเทา นายกฯ ฮุนเซน ถึงประเทศเขมรโน่น

คนในชาติเขาไม่ลืมอดีต ว่าใครแอบกระซิบให้ทักษิณได้ทราบล่วงหน้าก่อนที่รัฐบาลจะประกาศลดค่าเงินบาทเมื่อราวปี 40

หลังประกาศลดค่าเงิน ธุรกิจต่างๆล้มระเนระนาด เพราะหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นทันทีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ธุรกิจของทักษิณรีบแอบชำระหนี้ต่างประเทศไปก่อนอย่างเฉียดฉิว ทำให้รอดพ้นจากความหายนะในวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้น

เรื่องดีๆในอดีตแบบนี้ คนไทยเขาจำได้นะพ่อจิ่ว

พูดจาไม่รู้เรื่อง เลอะเลือน สมองเสื่อม  เป็นโรคอัลไซม์เมอร์ สารพัดฉายาดีๆที่บรรดาสื่อมวลชนตั้งให้  ในขณะที่พ่อจิ๋วของเรายังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   
มาถึงวันนี้มันกำเริบหนักถึงขั้นโคม่า ดูอาการแล้วน่าเป็นห่วง เพราะแกเพ้อเจ่ออยู่คนเดียว จะมีแนวร่วมก็พ่อมหาจำเริญที่ชื่อทักษิณเท่านั้น หากพ่อจิ๋วเป็นอะไรไป ก็ไม่ต่างกับหมาหัวเน่า เช่นเดียวกับนายสมัคร สุนทรเวช ที่แอ่นอกรับว่าเป็นนอมินีให้ทักษิณ ในที่สุดก็ถูกหักหลัง คนในพรรคไม่มีใครใยดี ตายเป็นผีอยู่คนเดียว สมน้ำหน้า โง่อิบอ๋าย

พลเอกชวลิตฯ มาถึงขณะนี้ก็ไม่ต่างกับเส้นทางที่นายสมัคร สุนทรเวช เลือกเดิน (สู่อเวจี)

พลเอกชวลิตกลายเป็นผู้ต้องหาล้มเจ้า  ล้มสถาบัน เป็นโบนัสในบั้นปลายชีวิตที่ถูกสังคมประนาม ชีวิตของนายทหารยศ พลเอก และ เคยเป็นถึงอดีตนายกฯรัฐมนตรี เป็นทหารอาชีพมาทั้งชีวิต เคยถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เคยบริหารประเทศจนเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540  ธุรกิจเสียหายอย่างย่อยยับ ปิดกิจการอย่างชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แท้ที่จริงของบุคคลคนนี้ก็คือหัวหน้าโจรของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ต้องการล้มเจ้า ล้มระบอบการปกครอง  คนนี้นี่เอง

ถึงขนาดพูดจาจาบจ้วงและประกาศต่อสาธารณะว่าจะขอเข้าเฝ้าในหลวง  เพื่อกราบบังคมทูลให้พระองค์ลงมาแก้ปัญหาที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้  ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเกิดการสูญเสีย และเป็นตราบาปให้กับพี่น้องประชาชน


" สิ่งที่อยู่ในหัวใจของพวกเราวันนี้คือขอรับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมให้กับพี่น้องคนไทย ให้กับพวกเราด้วย ผมคิดว่าถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณ ก็ไม่แน่ใจต่อการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นภายในวันสองวันข้างหน้านี้ และจะเป็นตราบาปที่คนไทยไม่ต้องการเห็น ....”


มันบังอาจจริงๆ

และแปลเป็นภาษาชาวบ้านให้เข้าใจก็หมายความว่า บังคับให้ในหลวงลงมาแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้นคนไทยจะตายกันมากกว่านี้

นี่แหละ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พูดจาจาบจ้วง ไม่ต่างกับนายใหญ่ หรือนักโทษชาย ทักษิณ ชินวิตร ที่พูดจาดูหมิ่นในหลวงมาครั้งแล้วครั้งเล่า


กลับมาเที่ยวเขมรต่อดีกว่า พูดถึงพ่อจิ๋วมากไปเดี๋ยวมันจะถ่ายไม่คอยออก อาจกลายเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก

อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่าขอพักเที่ยวป่า เที่ยวปราสาทเกาะแกร์ชั่วคราว 

และขอพาไปเที่ยวในตัวเมืองเสียมเรียบเป็นการพักสายตา  แต่ต้องบอกก่อนว่า ภาพตัวเมืองเสียมเรียบยังมีอีกหลายตอนที่จะนำเสนอให้เห็นกันหลายๆมุม  

ทัวร์เขมร หรือเที่ยวนครวัดนครธม  เคยพูดตั้งแต่ตอนแรกๆแล้วว่า  หลังจากสร้างถนนจากปอยเปตสู่เสียมเรียบเสร็จเรียบร้อย  ทำให้ร่นเวลาเดินทางไปได้หลายชั่วโมง และมีโอกาสซ้อปปิ้งในตลาดเก่าแก่ของเขมร  ที่เรียกว่าตลาดซาจ๊ะ (Psar Chas)

ซาจ๊ะ  ตลาดละลายทรัพย์ของคนไทยในเขมร

แต่ใครมาแล้วอาจผิดหวัง   เพราะสินค้าประเภทของฝากของที่ระลึก  ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนและเวียดนาม  โดยเฉพาะของที่ระลึกประเภททำด้วยมือ  หรือทำด้วยผ้า  ได้นำเข้ามาจากเวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับเขมร

ซาจ๊ะ  เป็นตลาดเก่าแก่ของเมืองเสียมเรียบ  อยู่ติดกับแม่น้ำเสียมเรียบ  แม่น้ำสายเล็กๆที่ไหลผ่านกลางเมือง แต่เมื่อเทียบกับบ้านเราแล้วดูคล้ายคลองมากกว่า   ในตลาดซาจ๊ะจะมีสินค้าของท้องถิ่นประเภทที่มาจากปลา ปลาย่าง  ปลาช่อนแดดเดียว ปลาร้า  ปลาสดๆ เป็นๆ และหากเดินลึกเข้าไปข้างในจะเห็นแม่ค้ากำลังชำแหละปลาชนิดต่างๆ  เช่นผ่าท้องควักใส้  ขอดเกร็ด  ตัดหัว ตัดหาง 

ปลาที่เห็นในตลาดเกือบทั้งหมดเป็นปลาที่นำมาจากทะเลสาบโตนเล หรือโตนเลสาบ  แหล่งปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย  และเป็นอันดับ 2 ของโลก  รองจากลุ่มแม่น้ำอเมซอนของบราซิล

แต่ปัจจุบันแหล่งปลาและสัตว์น้ำในทะเลสาสาบโตนเลลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว  อันเนื่องจากความแห้งแล้งของแม่น้ำโขง

ทะเลสาบโตนเลในเมืองเสียมเรียบ  ไม่ต่างกับแก้มลิงที่ช่วยกักเก็บน้ำโขง  เมื่อแม่น้ำโขงมีปริมาณน้ำลดลง  อาชีพของชาวประมงที่อยู่รอบทะเลสาบก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

จังหวัดเสียมเรียบทำเงินให้กับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมหาศาล และกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายประเทศเข้ามาลงทุนทำธุรกิจด้านต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่นโรงแรม ภัตตาคาร สนามกอล์ฟ แหล่งบันเทิงทางด้านวัฒนธรรม และอนาคตอันใกล้ก็อาจมีศูนย์การค้าจากต่างชาติเข้ามาเปิดธุรกิจที่นี่

เขาไม่ต้องการเงินจากคนเขมร เพราะรู้ว่าส่วนใหญ่ยังยากจน แต่เขาต้องการเงินจากนักท่องเที่ยวมากกว่า จำนวนนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 2-3 ล้าน คงจะเป็นตัวเลขที่ใครเห็นก็อยากจะมาลงทุน โดยเฉพาะชาติเกาหลี ถึงกับมีโรงแรม มีภัตตาคารเพื่อรองรับคนเกาหลีโดยเฉพาะ ไม่ต่างกับคลับเฮ้าส์ ที่รับเฉพาะสมาชิกเท่านั้น

ไกด์บอกว่าโรงแรมในเสียมเรียบมีมากหลายร้อยแห่ง ระดับ 5 ดาว มีมากจนจำไม่ไหว ยื่งเป็นระดับ 3 ดาว และ 4 ดาว ต้องบอกว่ามีเต็มไปหมด แต่ละแห่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไม่แพ้กัน ใครมาพักที่เสียมเรียบแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจกับการมาพักที่นี่มาก แค่ระดับ 3 ดาวก็สะดวกสบายสำหรับคนไทยแล้ว ที่สำคัญกว่านั้น ราคาค่าห้องที่พักก็่ถูกมากๆ ใครไปเที่ยวเสียมเรียบแล้วจะรู้ว่าเรื่องที่พักหมดห่วง

เพียงแค่ที่พัดสุดหรูแต่ราคาถูกก็คุ้มแล้วครับ




โฟโต้ออนทัวร์
8 พฤษภาคม 2552




...............................................................................................................................................................................................................................................

แผนที่ตัวเมืองเสียมเรียบ แผนที่ตลาดซาจ๊ะ แผนที่วังเจ้าสีหนุ คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย




...............................................................................................................................................................................................................................................


แผนที่ ประเทศกัมพูชา เส้นทางปอบเปต - เสียมเรียบ ระยะทาง 159 กม.
คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย







 
     
 
 
   copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ