พนมบาเค็ง ปราสาทพนมบาเค็ง เมืองเสียมเรียบ กัมพูชา Phnom Bakheng Phanon Bakheng panom Bakeng Siem reab , รวมภาพพนมบาเค็ง ชมพระอาทิตย์ตกที่พนมบาเค็ง พนมบาเค็งมีอายุพันกว่าปี สร้างในสมัยพระเจ้ายโสวรมัน (พ.ศ. 1432 - 1453) รวมภาพโตนเลสาบตอนที่ 2 หมู่บ้านชาวประมงเมืองเขมร อยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบประมาณ 14 กม. โตนเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์

Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Koh Ker > Phnom Kulen National Park     
ทริปเกาะแกร์ เบ็งมาเลีย ปราสาทธม ปิรามิด ยุคขอมโบราณ (Koh Ker Beng Mealea)
1 ปอยเป็ต
2 สู่เสียมเรียบ
3 โตนเล
4 โตนเล 2
5 ปราสาทพราห์ม
6 ปิรามิดขอม
7 ปราสาทชลับ
8 ปราสาทอังคณา
9 ตลาดซาจ๊ะ
10 ชีวิตคนเขมร
11 การแสดง
12 วัดพนมกุเลน
13 กบาลสะเปียน
14 เบ็งเมเลีย
15 ขากลับ
ตอนที่ 12 Wat Phnomkulen วัดพนมกุเลน ใน อุทยานแห่งชาติ เมืองเขมร

Koh Ker temple : Koh Ker temple complex once used to be a capital city in Angkor Era—but not located in Angkor area. It is about 80 kilometers northeast of Angkor complex or about 50 kilometers west of Tbaeng Meanchey of Preah Vihear province. This capital city was built by King Jayavarman IV (AD 928-941), when Angkor throne met the crisis in the royal family. Jayavarman IV brought Devaraja (Shiva linga)—the holy doll of the Kingdom with him from Angkor city to Koh Ker in AD 921, and then declared himself as a King. In his capital, he built a huge 7-tiered pyramid temple with 40 meters high.

(ตอนที่ 12 วัดพนมกุเลน ) การเดินทางสู่ เขาพนมกุเลน เบ็งมาเลีย เกาะแกร์ นครที่ถูกลืม หรืออาณาจักรนอกคอก ชมปิรามิดแห่งขอม ณ กลางป่าเมืองเขมร ทริปนี้เดินทาง เมื่อเดือน พฤษภาคม 2551
               
 
 
 
 
 
 

สนใจทริปไหน  
คลิกเลย >  

 

 

ทริปเกาะแกร์ ตอนที่ 12
อุทยานแห่งชาติ พนมกุเลน เมืองเขมร
(เดินทางเมื่อเดือน พค.51)


เกาะแกร์ตอนที่ 12 เป็นการเดินทางเข้าป่าเขมรอีกรอบหนึ่ง  หลังเข้าป่าไปเที่ยวกลุ่มปราสาทเก่าในดินแดนที่เรียกว่า อาณาจักรนอกคอก ที่ประกอบด้วย ปราสาทธม และ ปิรามิดขอม เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มปราสาทอื่นๆอีกมากมาย

ครั้งนั้น เดิน- เที่ยว- ดู ปราสาทขอมกันจนเบื่อ  เพราะปราสาทเล็กปราสาทน้อยเต็มไปหมด  บางแห่งก็เก่าจนพังทะลายลงมาเหลือแต่กองหิน  จนแทบมองไม่เห็นเป็นรูปร่างของปราสาท  บางแห่งก็เป็นปราสาทขนาดเล็กๆ  จึงเปิดกระจกรถถ่ายภาพแต่ไม่ได้เดินเข้าไป  เพราะอากาศร้อน  และขึ้นๆลงๆรถกันบ่อย  ขี้เกียจว่างั่นเถอะ  คิดว่านักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเที่ยวเกาะแกร์ คงออกอาการแบบเดียวกัน

ป่าเขมรในหน้าฝนนี้มองดูแล้วเขียวขจี  แต่ช่วงกลางวันอากาศร้อนมากจนอยากจะหาเปลญวณนอนหลับโคนต้นไม้เหมือนกับ เจ้าหน้าที่เฝ้าปราสาท ให้มันรู้แล้วรู้แรด

เขมรนี่ดีอย่าง  แม้ปราสาทจะเก่าจนเหลือแต่กองหิน  ก็ยังจ้างชาวบ้านมาเฝ้าแห่งละ 2-3 คนเป็นอย่างน้อย  นั่งๆนอนๆเฝ้ากันทั้งวันโดยไม่มีอาคารที่พักให้หลบแดดหลบฝน  เจ้าหน้าที่จึงต้องหาแปลมาผูกกับต้นไม้  หลับๆตื่นๆไปตามเรื่อง  ฝนตกฟ้าร้องก็คงบ้านใครบ้านมัน

เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้  คงเฝ้าและคอยสังเกตไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าป่าเข้ารกไปไกลๆ  เพราะไม่แน่ใจในเรื่องกับระเบิดที่ยังเก็บไม่หมด  ตูมตามขึ้นมาละยุ่ง  ขนาดผมจะเดินไปฉิ้งฉ่องนอกกำแพง ก็ยังเสียววูบเสียววาบ  กลัวปืนคู่ชีพมันจะอันตรธานหายไปเมื่อสิ้นเสียงระเบิด  จึงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ  ของรักของหวงที่พ่อแม่ให้มาตั้งแต่กำเนิด  จึงต้องรักษาไว้สุดชีวิต

วันนี่เราเหมารถแท๊กซี่มาจากเสียมเรียบ  เป็นรถโตโยต้าแคมรี่ใช้แก๊ส  ตกวันละไม่เกิน 2 พันบาท  คนขับรถเค้าชำนาญทาง  รู้เรื่องราวของสถานที่เป็นอย่างดี  รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน  ซึ่งหากเราขับรถไปเองคงไม่รู้เรื่องแน่  บางปราสาทก็อยู่ห่างกันเพียงอยู่คนละฝั่งถนน  บางแห่งต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจนมองแทบไม่เห็นหากไม่จอดรถสังเกต

คราวนี้เรามาคนละเส้นทางจากครั้งก่อน  แต่ความจริงก็เป็นเส้นทางเดิม  เพียงแต่พอเข้าพื้นที่อุทยานไปไม่ไกลก็จะมีทางแยกคนละทาง  แต่ไม่ว่าจะไปทางไหนก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมผ่านทางเหมือนกัน  ไม่ถูกนะครับเห็นจ่ายไปราว 2-3 ร้อยบาท 

โชเฟอร์บอกที่นี่ยังดี เสียเงินแค่ด่านเดียว  บางแห่งเก็บถึง 2 ด่าน คือเก็บขาออกด้วย เรียกว่ามัดมิอชก ใครไม่เชื่อต้องมาเขมรที่เกาะแกร์ ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ต้องออกจากป่า โชเฟอร์บอกว่า ด่านที่ 2 จะเป็นด่านชาวบ้าน สังเกตง่ายจะใช้ไม้ใผ่กัน เรียกว่าด่านเถื่อน  ชาวบ้านตั้งด่านกันเอง  จะเอาไปบำรุงกระเป๋าใคร  บำรุงวัดไหน ไม่ทราบได้ 

มาเที่ยวเขมรหรือลาว บางครั้งก็อาจเจอแบบนี้  ถือว่าได้รสชาติของชีวิตไปอีกแบบหนึ่ง  นี่ถ้าหากว่าอยู่ในยุคเขมรแดงแล้วอาจตื่นเต้นมากกว่านี้  เผลอๆถูกค้นทั้งตัว  หรือปล้นกลางแดดกันดื้อๆ 

อาจดูเถื่อนไปหน่อย  แต่เขมรก็คือเขมร  เรื่องแบบนี้คนในประเทศเค้าถือเป็นเรื่องปกติ  ผู้มีอำนาจจากรัฐ หรือผู้ถือปืน  ย่อมอยู่เหนือชาวบ้านเสมอ  ใครกร่างยิงทิ้งเอาดื้อๆ


ให้ดูฮุนเซน ผู้นำเขมรเป็นตัวอย่าง  นี่ขนาดเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศเขมร  แกก็ยังทำกร่างทำซ่ากับคนไทยกับรัฐบาลไทยไม่หาย 

ไอ้หมอนี่เผลอไม่ได้นะครับ  หากลำดับญาติกันจริงๆ อาจเป็นโคตรเหง้าเหล่ากอ ของ พญาละแวก คู่แค้นไทยในอดีตยุคกรุงศรีอยุธยาก็เป็นได้ 

เจ้าเมืองละแวก  สมัยสมเด็จพระนเรศวรนั้น นิสัยเสีย ชอบลอบกัด  หรือแว้งกัดไทยอยู่บ่อยๆ  สู้กันซึ่งหน้านั้นไม่เอาแน่  ชอบเล่นข้างหลัง เอ้ย..ชอบลอบกัดเป็นประจำ

สมเด็จพระนเรศวรทรงพิโรธหลายครั้ง  ครั้งสุดท้ายหลังปราบปราบหัวเมืองที่กระด้างกระเดื่อง  และไล่ต้อนพม่าที่มารังควานออกไปแล้วก็กลับมาคิดบัญชีกับพญาละแวก  ให้ทหารไปลากคอมาแล้วเด็ดหัวทิ้ง  แล้วเอาเลือดมาล้างบาทาให้สมแค้น

สมัยนั้นเค้าเล่นกันแรงๆ  หรือชำระความแค้นกันแบบที่คนสมัยนี้ได้ยินแล้วอาจรับไม่ได้ ว่าเล่นกันสดๆ เลือดหยดติ๋งๆ  

ทุกวันนี้คนไทย  หรือเมืองไทย พัฒนาไปมากแล้ว  แต่เจ้าเมืองเขมร โดยเฉพาะนายฮุนเซนยังมีนิสัยไม่ต่างกับพญาละแวกในอดีต   สงสัยพี่แกคงอยากได้ไทยเป็นเมืองขึ้นเขมรเสียเต็มประดา คงแค้นที่พญาละแวกถูกตัดคอ

ที่ผ่านมาฮุนเซนก็ทำลับๆล่อๆ  สมคบกับนายหัว หรือทักษิณ ชินวัตร  แอบงุบงิบ  จะให้ไทยยกดินแดนรอบเขาพระวิหารให้กับเขมร  เพื่อแลกกับธุรกิจของทักษิณ ที่จะไปลงทุนทำบ่อนพนันในเกาะกง 

เขารู้กันทั้งประเทศว่า หมูไป ไก่มา  โดยเอาทรัพย์สินของประเทศ ไปแลกกับผลประโยชน์ของตนเอง

ฝรั่งต่างชาติเขาก็รู้ทัน  โดยเฉพาะชาติสหรัฐอเมริกา  ว่าทักษิณ เลวสุดๆ หรือสุดเลว ถึงกับจัดอันดับให้เป็น นายกรัฐมนตรีที่เลวที่สุดในโลก  หรือ  หรือตำแหน่ง TOP FIVE  BAD EXES  (ชาวเขมร และ ชาวขะแมร์ ขอปรบมือให้อย่างสุดแรง)

ตำแหน่งนี้ได้ยินแล้วขนลุกขนชัน  เกิดมาท้องพ่อท้องแม่ก็พึ่งได้ยินกันครั้งนี้  ว่าคนไทยสมัยนี้มันเลวบัดซบกันชนิดฝรั่งยกย่องถึงขนาดนั้นเลยหรือ   นึกว่าคนไทยแบบนี้มันจะสูญพันธ์ไปตั้งนานแล้ว  

ยอมรับว่าฝรั่งเขามีวิทยาการก้าวหน้า มีเครื่องมือทันสมัย สามารถจับผิดได้ว่า  ผู้นำประเทศ  หรือนายกฯของประเทศไหนเลวกว่ากัน

นายกทักษิณฯ  เลวเป็น 1 ในห้าของนายกฯที่เลวระดับโลกนี่ถือว่าไม่ธรรมดานะครับ  ไหนๆก็ไหนๆ จึงขอชื่นชมกับตำแหน่งนี้กันหน่อย   บอกตรงๆว่าคนทั่วไปหรือผู้นำประเทศอื่นๆ  คงจะคว้าตำแหน่งนี้ได้ยาก  เพราะบารมีไม่ถึง  ผิดกับอดีตนายกฯทักษิณ  ที่สั่งสมประสบการณ์แบบนี้มาแล้วหลายชาติ  ชาตินี้จึงได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้อย่างสาสมใจ  ชนิดตะลึงทั้งโลก    

ความจริงทักษิณและเครือญาติ ของตระกูลชินวัตร  น่าจะไปขอบคุณเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต กันถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มอบตำแหน่งอันมีเกียรตินี้ให้ในครั้งนี้   แต่ก่อนจะแห่กันไป ควรตรวจสอบให้แน่ก่อนว่า  จะไม่โดน ตม. หรือหน่วยตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกาจับตัวเอา เพราะป้ายประกาศจับที่เมืองไทย นักโทษชาย นักโทษหญิง อยู่ในมือ FBI เรียบร้อยแล้ว

ตำแหน่ง BAD EXES ที่สื่อบ้านเราแปลออกมาเหมือนๆกันว่า “ นายกฯเลวที่สุด “  และพาดหัวข่าวกันครึกโครม  นับว่าสุดเริดอย่างหาที่เปรียบได้  ไม่ธรรมดานะครับที่สื่อจะพร้อมใจยกย่องว่า เลวสุดๆ กันถึงขนาดนี้  

ต้องขอบคุณ เว็บไซต์ในเครือหนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต์ มาอย่างสุดซึ้ง  ที่ช่วยกระแทกกะโหลกคนไทยอีกหลายๆคนให้ตาสว่างขึ้น  หลังจาก โง่ -งม -งาย  ยอมรับนับถือทักษิณ  และทำตัวเป็นสาวกที่ซื่อสัตย์มาเป็นเวลานาน

ได้ยินว่า พ่อนพดล ปัทมะ  เป็นเดือดเป็นแค้นแทนนาย  เห็นคุยนักคุยหนาว่าจะฟ้องศาลโลก  ชาวพาราเขารอฟังมานานแล้วว่าเมื่อไหร่พ่อมหาจำเริญจะฟ้องเสียที  รู้หรือไม่ว่าศาลโลกเค้านั่งกระดิกเท้ารอคำฟ้องมาตั้งนานแล้ว  ถ้าไม่ฟ้องก็ต้องถือว่ายอมรับตำแหน่งนี้โดยดุษฎี  จริงแม๊ะ

นายกฯเลว คนเลวแบบนี้แหละที่ฮุนเซนแกชอบคบ  ก็อย่างว่าคนชั่วจะคบกับคนดีได้อย่างไรกัน  หมาก็ต้องคบกับหมา  ควายก็ต้องอยู่กับฝูงควายเป็นธรรมดาๆ  จะให้ควายมันคบกับคน ดูจะแปลกไปหน่อย

คนเขารู้กันทั้งประเทศว่าทหารเขมรฝึกอาวุธให้กับเหล่าทมิฬพวกเสื้อแดง เพื่อให้กลับเข้ามาปั่นป่วนประเทศไทย เหมือนกับการระเบิดคอนโดที่บางบัวทอง จนแถบถล่มลงมาทั้งตึก การฝึกอาวุธในเขมรใช้อาวุธจริง กระสุนจริง รวมทั้งระเบิดชนิดต่างๆ แต่โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกมาตอบโต้ผ่านผู้สื่อข่าวเอพีว่า ไม่จริ้ง ไม่จริง 

แบบนี้เขาเรียกว่า  สันดานพอกัน 


เกาะแกร์ ต่อ.. เตลิดไปซะไกล  อิอิ

วันนี้เรามีที่หมายอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ วัดพนมกุเลน น้ำตก และเบ็งเมเลีย แห่งแรกที่แวะได้แก่วัดพนมกุเลน  เป็นวัดที่คนเขมรมากราบไหว้หินศักดิ์สิทธิ์ก้อนใหญ่ โดยด้านหนึ่งของหินได้แกะสลักเป็นรูปพระนอนไสยาสน์  ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ยังเห็นเป็นก้อนหินเหมือนเดิม  

วัดนี้เป็นวันหยุดชาวเขมรเดินทางมากราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวก็มีบ้างประปราย  ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเล็กๆเช่นกลุ่มคนเกาหลีและญี่ปุ่น พวกฝรั่งไม่ค่อยเห็น คนไทยก็ไม่เจอ

พนมกุเลนคงน้อยคนที่อยากมาเที่ยว เพราะสภาพทุกอย่างมันแตกต่างจากเมืองพระนคร  หรือนครวัด-นครธม  ชนิดหนังคนละม้วน

ที่นี่เป็นชนบทเขมรแบบล้วนๆ  เป็นเสียงจริง ชีวิตจริงของคนเขมรที่มีแต่ความยากจน  ขอทาน  คนพิการ  มีมาก  นังเรียงรายตามขั้นบันใดวัดเต็มไปหมด  แต่ละคนหน้าตาบ่งบอกถึงความทุกข์เข็ญ  แต่ทุกข์จากความจนคงไม่เท่าไหร่ 

หากย้อนอดีตของผู้คนเขมรที่อายุเกิน 30  ก็ต้องบอกว่า  อยู่ในยุคสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์  สมัยนั้นมันโหดเหี้ยมเกินมนุษย์มนา คนเขมรด้วยกันถูกพวกเขมรแดงฆ่าเป็นว่าเล่น  ครั้งละหลายสิบคน แล้วแต่ว่าจะหาวิธีที่พิสดารขนาดไหน  ฟังไกด์เล่าไป  ก็แค้นไป  เรียกว่าพลั่งพรูออกมาจากปาก

สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์ กระทบไปถึงจิตใจคนเขมรชนิดฝังอยู่ในสายเลือด และส่งผลมาถึงลูกหลานที่เกิดมาดูโลก  มันเป็นกรรมพันธ์ทางด้านความรู้สึก  แต่สามารถสังเกตได้จากแววตา 

แววตาของเด็กๆและของคนเขมรในถิ่นนี้  มันสะท้อนความรู้สึกส่วนลึก  ดูกระด้างๆ แตกต่างจากคนทั่วไป 

ไม่ต่างกับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2  แววตาของเด็กและของคนในชาติที่ตกอยู่ในสมรภูมิสงคราม มันสะท้อนความรุนแรง  และถ่ายทอดออกมาทาง แววตาอย่างเห็นได้ชัด    

โชคดีที่ประเทศไทยเราไม่มีความรุนแรงจนถึงขั้นนั้น  และตลอดระยะเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  บ้านเมืองก็มีแต่ความสงบร่มเย็น จะมีบ้างแต่ก็พอทนได้   คนไทยจึงมีแต่รอยยิ้ม  และเป็นรอยยิ้มที่คนต่างชาติรู้สึกว่า  เป็นรอยยิ้มแห่งมิตรไมตรี

คนไทย แตกต่างจากคนชาติอื่นๆ  ก็ด้วยแววตาและรอยยิ้ม นี่แหละ

เราอยู่ในประเทศของตัวเอง  จะไม่รู้หรอกว่า  สิ่งเหล่านี้มันมีเสน่ห์แก่คนต่างชาติอย่างไร  ต้องพิสูจน์ด้วยการเดินทางไปต่างประเทศ  แล้วจะรู้เอง   และอาจถามตนเองว่า  ทำไมคนประเทศนี้จึงไม่เหมือนคนไทย  ไม่ค่อยยิ้ม   หรือเมื่อมาพักตามโรงแรมแล้วปรากฏว่าเจ้าหน้าที่โรงแรมส่วนใหญ่ จะไม่ยิ้ม ไม่ทัก  ไม่ Say Hello  เหมือนกับที่บ่อยโรงแรมของไทยชอบทักทายแขกที่เห็นหน้าในตอนเช้าๆ 

ตกลงเกาะแกร์ตอนที่ 12  พาไปเที่ยววัด ชมธรรมชาติของป่าเขา  หรือเทือกเขาพนมกุเลน  ถือว่าเป็นการชิมลาง  ส่วนตอนต่อไปจะไปพบของจริงหรือดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรขอมโบราณ  หรือ Pre Angkor  ที่นั่นเก่าแก่กว่าปราสาทนครวัดนครธมหลายร้อยปี 

บริเวณเทือกเขาพนมกุเลน หรือในอุทยานแห่งนี้  อดีตเมื่อราว 1 พันปี  ก็คือแหล่งหิน  หรือโรงงานหินที่ใช้แรงงานคน  ทำการสกัด และชักลากลงสู่ตีนเขา  เพื่อนำไปก่อสร้างนครแห่งใหม่  เรียกว่า เมืองพระนคร  (Angkor) หรืออาณาจักรขอมที่อยู่ในอุทยาน นครวัด-นครธม และอยู่ห่างจากภูเขาลูกนี้ไปราว 70-80 กม.

ใครไปเที่ยวปราสาทหินที่นครวัด-นครธม อาจสงสัยว่าหินก้อนใหญ่เหล่านั้นนำมาจากที่ไหน เพราะแถวนั้นไม่มีภูเขาแม้แต่ลูกเดียว คำตอบก็คือนำมาจากบริเวณเทือกเขาพนมกุเลนนี่แหละ แต่วิธีการเคลื่อนย้ายหินที่มีน้ำหนักเป็นสิบๆ หรือยี่สิบตัน ลงจากเขาไปเป็นระยะทางราว 80 กม.นั้น ยังเป็นปริศนาอยู่

อาณาจักรขอมในยุคต้นๆนี้  มีจุดเริ่มของการสร้างบ้านแปงเมืองอยู่บริเวณเขาพนมกุเลนแห่งนี้  จากนั้นได้ย้ายอาณาจักรไปอยู่เมืองพระนคร ในเสียมเรียบปัจจุบัน

คราวหน้าจะพาไปสัมผัสอาณาจักรขอมในยุคต้นๆที่เคยรุ่งเรืองในระหว่าง พ.ศ. 1093 – 1485 หรือ เมื่อราว  1200 ปี
ก่อน



โฟโต้ออนทัวร์
21 ตุลาคม 2553




...............................................................................................................................................................................................................................................

แผนที่อุทยานแห่งชาติ พนมกุเลน Phnom Kulen National Park Map คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย




 
ลำดับกษัตริย์ของอาณาจักรขอมในยุคค่างๆ (แบ่งเป็น 3 ยุค)
พระนาม
ปี พ.ศ.
ศิลปะ / สถานที่ตั้งเมือง
  1 สมัยก่อนพระนคร [ Pre - Angkor]
ภววรมัน
พ.ศ. 1093 - 1143
พนมดา / เขาพนมกุเลน
จิครเสน
1143 - 1154
พนมดา / เขาพนมกุเลน
อิสานวรมัน
1154 - 1178
สมโบร์ไพรกุก / เขาพนมกุเลน
ชัยวรมันที่ 1
1178 - 1233
ไพรกเม็ง / เขาพนมกุเลน
เจนละแตก
1233 - 1345
กำพงพระ / เขาพนมกุเลน
     
  2 สมัยพระนคร [ Angkor]
ชัยวรมันที่ 2
พ.ศ. 1345 - 1393
กุเลน / เขาพนมกุเลน
ชัยวรมันที่ 3
1393 - 1420
กุเลน / เขาพนมกุเลน
อินทราวรมันที่ 1
1420 - 1432
พระโค / เขาพนมกุเลน
ยโสวรมันที่ 1
1432 - 1443
พระโค / เขาพนมกุเลน
จลาจล-ภาวะว่างกษัตริย์
1443 - 1471
บาเค็ง / เขาพนมกุเลน
ชัยวรมันที่ 4
1471 - 1485
เกาะแกร์ / เขาพนมกุเลน
ราเชนทราวรมันที่ 2
1487 - 1511
แปรรูป / เขตพระนคร
ชัยวรมันที่ 5
1511 - 1544
บันทายศรี / เขตพระนคร
สุริยวรมันที่ 1
1545 - 1593
ประตูพระราชวัง / เขตพระนคร
ยุธยาทิตยวรมันที่ 2
1593 - 1609
ปาปวน / เขตพระนคร
ฮาราชวรมันที่ 3
1609 - 1623
ปาปวน / เขตพระนคร
สงครามกลางเมือง
1623 - 1656
ปาปวน / เขตพระนคร
สุริยวรมันที่ 2
1656 - 1693
ปาปวน / เขตพระนคร
ทเรนอินทราวรมัน
1693 - 1703
นครวัด / เขตพระนคร
ยโสวรมันที่ 2
1703 - 1709
นครวัด / เขตพระนคร
ตรีภวนาถทิตยวรมัน
1709 -1720
นครวัด / เขตพระนคร
ชัยวรมันที่ 7
1720 - 1762
บายน / เขตพระนคร
     
 3 สมัยหลังพระนคร [ After - Angkor]
        ชัยวรมันที่ 8
พ.ศ. 1786 - 1838
เขตพระนคร
        อินทราวรมันที่ 3
1838 - 1870
เขตพระนคร
            ยุคเสื่อมของอาณาจักรขอม
1870 - 1974
            กษัตริย์กรุงศรีฯ ตีขอมได้สำเร็จ
พศ. 1974
โดยเจ้าสามพระยา (กษัตริย์กรุงครีองค์ที่ 7)
            ไทยเสียดินแดนขอมให้ฝรั่งเศส
23 มีนาคม 2449
ในสมัยรัชการที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

:ข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ

ยุคอาณาจักรขอมเริ่มต้นหลังแยกตัวมาจากอาณาจักรฟูนัน ที่ถือเป็นต้นกำเนิดอาณาจักรขอม
หากนับช่วงเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1093 - ถึง พ.ศ. 1870 รวมอายุของยุคขอม เป็นเวลาประมาณ 800 ปี
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา (กษัตริย์กรุงศรีฯองค์ที่ 7)  ตีขอมได้สำเร็จ พ.ศ.1974
ขอมตกเป็นเมืองขึ้นของไทยเป็นเวลา 475 ปี
กษัตริย์ขอมทุกพระองค์นับถือพราห์ม-ฮินดู มีแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เท่านั้นที่นับถือพุทธศาสนา
อาณาจักรขอมเริ่มต้นทางแถบเทือกภูเขาพนมกุเลน จากนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนลงมาอยู่ใกลเสียมเรียบในปัจจุบัน
เทือกเขาพนมกุเลนเป็นเมืองเก่าของขอม หรือพระนครเก่า (นครนอกคอก) ปัจจุบันแถวนั้นเรียกว่าเกาะแกร์
เขตพระนครเก่า(เกาะแกร์) เป็นอาณาจักรขอมเก่าแก่ ที่เขมรพึงบูรณะและเปิดให้ท่องเที่ยวมาไม่นานนี้
ปราสาทต่างๆที่นักท่องเที่ยวได้ชมเรียกว่าเป็นเขตเมืองพระนครที่ย้ายมาจากพระนครเก่า(เขาพนมกุเลน)
 
 
 
 
   copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ