พนมบาเค็ง ปราสาทพนมบาเค็ง เมืองเสียมเรียบ กัมพูชา Phnom Bakheng Phanon Bakheng panom Bakeng Siem reab , รวมภาพพนมบาเค็ง ชมพระอาทิตย์ตกที่พนมบาเค็ง พนมบาเค็งมีอายุพันกว่าปี สร้างในสมัยพระเจ้ายโสวรมัน (พ.ศ. 1432 - 1453) รวมภาพโตนเลสาบตอนที่ 2 หมู่บ้านชาวประมงเมืองเขมร อยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบประมาณ 14 กม. โตนเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์

Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Koh Ker > Kbal Spean Waterfall     
ทริปเกาะแกร์ เบ็งมาเลีย ปราสาทธม ปิรามิด ยุคขอมโบราณ (Koh Ker Beng Mealea)
1 ปอยเป็ต
2 สู่เสียมเรียบ
3 โตนเล
4 โตนเล 2
5 ปราสาทพราห์ม
6 ปิรามิดขอม
7 ปราสาทชลับ
8 ปราสาทอังคณา
9 ตลาดซาจ๊ะ
10 ชีวิตคนเขมร
11 การแสดง
12 วัดพนมกุเลน
13 กบาลสะเปียน
14 เบ็งเมเลีย
15 ขากลับ
ตอนที่ 13 Kbal Spean alias กบาลสะเปียน

Koh Ker temple : Koh Ker temple complex once used to be a capital city in Angkor Era—but not located in Angkor area. It is about 80 kilometers northeast of Angkor complex or about 50 kilometers west of Tbaeng Meanchey of Preah Vihear province. This capital city was built by King Jayavarman IV (AD 928-941), when Angkor throne met the crisis in the royal family. Jayavarman IV brought Devaraja (Shiva linga)—the holy doll of the Kingdom with him from Angkor city to Koh Ker in AD 921, and then declared himself as a King. In his capital, he built a huge 7-tiered pyramid temple with 40 meters high.

(ตอนที่ 13 กบาลสะเปียน ) สายน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรขอมโบราณเมื่อราว 1700 ปีก่อน ความลี้ลับและความศรัทธาที่มีต่อศิวลึงค์ จนเป็นที่มาของศิวลึงค์ใต้น้ำที่มีจำนวนนับพันองค์บนเขาพนมกุเลน
               
 
 
 
 
 
 

สนใจทริปไหน  
คลิกเลย >  

 

 

Kbal Spean alias, The River of Thousand Lingas

Kbal Spean ("Bridge Head") is an Angkorian era site on the southwest slopes of the Kulen Hills in Cambodia, 25 km from the main Angkor group. It is commonly known as the valley of a 1000 Lingas. It consists of a series of stone carvings in and around the Stung Kbal Spean river. The motifs for the stone carvings are roughly three: myriads of lingams, depicted as neatly arranged bumps that cover the surface of a rock; lingam - yoni designs; and various Hindu mythological motifs, including depictions of gods and animals.

HistoryThe majority of Kbal Spean's archaeological vestiges date to the 11th to 13th centuries. Construction of Kbal Spean was started by King Suryavarman I and later completed by King Udayadityavarman II.It is commonly known as the valley of a 1000 Lingas due to the presence of the estimated one thousand lingas, which are sculptures dug in the Siem Reap riverbeds. Lingas were believed to fertilize the water of the East Baray and irrigate the rice fields in Cambodia

(Source : Wikiipedia)



ทริปเกาะแกร์
ตอนที่ 13
ุน้ำตกกบาลสะเปียน (Kbal Spean Waterfall )
(เดินทางเมื่อเดือน พค.51)


ทริปเกาะแกร์ได้เดินทางมาถึงตอนที่ 13  ถือว่ามาไกลมาพอสมควร (แถมยืดยาดอีกต่างหาก) แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงในตอน 13 นี้ ก็อยากทำความเข้าใจกันก่อน  เพื่ออธิบายให้ผู้ที่ยังไม่เคยมาเที่ยวเขมร  หรือเคยมาเที่ยวแล้วแต่อาจไม่ทราบเรื่องราวของขอมมากนักจะได้ทราบว่า  เมืองขอมหรืออาณาจักรขอมนั้น มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณเขาพนมกุเลน (Pre Angkor) และต่อมาได้ย้ายมาอยู่ในเขตพระนคร (AngKor) หรือนครวัด นครธม เมืองเสียมเรียบ ในปัจจุบัน

ในยุคที่ขอมรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมินี้  ได้แผ่ขยายอาณาจักรไปไกลจนครอบคลุมจนถึงประเทศลาว และประเทศไทยเกือบทั้งหมด   หากใครสงสัยในเรื่องนี้ก็คิดง่ายๆว่า เราเห็นปราสาทขอมกันมากมายทั้งไทยและลาว เช่นปราสาทวัดพูของลาวตอนใต้  ส่วนไทยก็มีปราสาทหินพิมาย  ปราสาทพนมรุ้ง  อุทยานศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ฯลฯ

เข้าใจง่ายๆก็คือว่าประเทศไทยเกือบร้อยละ 80-90 ในปัจจุบัน  เคยเป็นดินแดนของขอมมาก่อน  

ครั้นมาถึงยุคที่ขอมเริ่มเสื่อมอำนาจลง  อาณาจักรสุโขทัยก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น จากนั้นก็เข้ามาครอบครองดินแดนของขอมทางแถบนี้เกือบทั้งหมด ขอมหรือเขมรจึงมีเพียงดินแดนที่เห็นในปัจจุบัน มีศุนย์กลางอยู่ที่เสียมเรียบ หรือเมืองพระนคร


แผนที่อาณาจักรขอม(เขมร)ในอดีตและปัจจุบัน

               

มาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา  ขอมได้ตกเป็นเมืองขึ้นของไทย (อาณาจักรกรุงศรีอยุธยา)  จากนั้นขอมได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงพนมเปญในปัจจุบัน ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า เขมรหรือขะแมร์

ขณะเดียวกันขอมหรือเขมรก็ยังตกเป็นเมืองขึ้นของไทยต่อเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  

ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 4  หรือในยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ขอม (หรือเขมร) ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส  ขอมจึงปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้นของไทย (ยาวนานถึง 475 ปี) แต่ไปอยู่ใต้อาณัติของฝรั่งเศสแทน เว้นแต่ดินแดนของจังหวัดเสียมเรียบ พระตะบอง และศรีโสภณ ที่ยังเป็นของไทย ต่อมาไทยต้องเสียดินแดน 3 จังหวัดนี้ให้กับเขมร เพื่อแลกกับดินแดนบางส่วนทางทะเลให้กลับมาเป็นของไทยดังเดิม


สรุปว่าอาณาจักรขอมเคยยิ่งใหญ่มาเป็นเวลานานนับพันๆปี  เคยครองดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมินี้มาก่อนที่อาณาจักรสุโขทัยจะเกิดขึ้น


กบาลสะปียน (หัวสะพาน)

ย้อนอดีตไปราวเกือบ1พันปี (ราว พ.ศ. 1590 ) ธารน้ำบนเขาพนมกุเลน ถูกแกะสลักให้เป็นรูปศิวะลึงค์และรูปโยนีขนาดต่างๆเป็นจำนวนมาก  มีระยะทางราว 1 กิโลเมตร พร้อมกับทิ้งปริศนาไว้ให้กับคนรุ่นหลังๆมานาน โดยไม่มีใครทราบว่ามันคืออะไร และมีความหมายอย่างไร

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2511  (ค.ศ.1968) นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ปอล บัวลิเย่ ผู้คนพบพร้อมกับเฉลยปริศนาสายน้ำแห่งนี้ ได้ตั้งสมยานามสายธารนี้ว่า “The River of the Thousand Lingar” แปลว่า แม่น้ำแห่ง 1 พัน ศิวะลึงค์  ความหมายก็คือว่ามีหินศิวะลึงค์สลักอยู่ในน้ำเป็นจำนวนนับพันๆองค์

นอกจากจะมีศิวะลึงค์อยู่ใต้ผิวน้ำที่สามารถมองเห็นได้แล้ว  ยังมีภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ ภาพพระศิวะ พระพรหม พระวิษณุ และเทพองค์อื่นๆอีกมากมายอยู่ใต้น้ำในบริเวณเดียวกัน

เป็นเรื่องน่าแปลกและชวนให้สงสัยว่า  ทำไมจึงต้องมีเทพองค์ต่างๆ และศิวะลึงค์มากมายในแม่น้ำ

คำตอบก็คือว่า  เขาพนมกุเลนเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองต่างๆของขอม จนกลายเป็นแม่น้ำเสียมเรียบที่อยู่บนพื้นล่าง  และเพื่อให้แม่น้ำสายนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างกับน้ำที่ไหลผ่านศิวะลึงค์และโยนี  ที่ชาวขอมนับถือกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู  จึงต้องสลักองค์เทพต่างๆพร้อมกับโยนี-ศิวะลึงค์ กันที่ต้นแม่น้ำ  เพื่อการดึ่มกินและการเพาะปลูกเป็นไปอย่างสมบูรณ์

กบาลสะเปียน หรือหัวสะพานที่เป็นรูปหินสลักมากมายในสายน้ำ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1* (พ.ศ.1545 - 1593) โดยมีพระประสงค์เพื่อให้พราหมณ์ประกอบพิธีเสกน้ำให้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำน้ำไปประกอบพิธีหลวงในพระราชวัง และเพื่อให้เหล่ามวลประชาราษฎร์นำไปบูชารักษาโรคภัยไข้เจ็บ นำไปใช้กับไร่นาของตนได้ เพื่อผลผลิตที่สมบูรณ์

ใครมาเที่ยวน้ำตกบนเขาพนมกุเลน  เมื่อเห็นภาพสลักนูนต่ำอยู่ตามโขดหินหรือในน้ำ  ก็อย่าคิดว่าเป็นปราสาทขอมที่ล้มลงและจมในน้ำตามกาลเวลา  เหมือนกับที่ผมเคยคิดว่าเป็นอย่างนั้นมาเมื่อหลายปีก่อน  มาทราบความจริงกว่าเป็นการสลักหินเพื่อให้แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในวันที่มาเห็นกับตาครั้งนี้เอง

อาจมีคำถามว่ายุคสมัยนั้นลงไปสลักหินกันในน้ำเลยหรือ

คำตอบคือไม่ไช่  วิธีการที่ชาวขอมทำกันในสมัยนั้น ใช้วิธีปิดกั้นทางเดินของน้ำให้ไหลไปทางอื่นแทนชั่วคราวเพื่อให้ลำธารสายนี้แห้งเสียก่อน  จากนั้นจึงทำการแกะสลักหิน และเมื่อสลักจนเสร็จสิ้นแล้วก็ให้น้ำไหลผ่านตามเดิม  นับว่าเป็นความชาญฉลาดของผู้คนในยุคนั้น

น้ำตกกบาลสะเปียนอยู่ห่างจากเสียมเรียบราว 70-80 กม.และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนเขมร หลายคนเหยียบย้ำหินสลักโดยไม่เข้าใจที่มาที่ไป  และไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก  แม้แต่ภาพสลักที่เป็นรูปเทพบางองค์ยังถูกคนในรัฐบาลทหารปัจจุบันแอบสกัดเอาไปขายเสียอีก

น้ำตกพนมกุเลนสามารถไปได้สองทาง เส้นทางที่ 1 จากปราสาทบันทายศรี (เดินเท้า) ส่วนเส้นทางที่ 2 เช่ารถจากเสียมเรียบมุ่งตรงไปที่พนมกุเลน แต่รู้สึกว่าหากมาจากบันทายศรีอาจเห็นภาพสลักหินตามโขดหินได้มากกว่า และเพื่อให้เห็นภาพสลักที่สำคัญๆ ควรมีเวลาเดินดูให้ทั่วถึง จะได้ไม่เสียดายเหมือนผมที่เจอไกด์ไม่ค่อยชอบเดิน จึงพลาดชมภาพสลักสำคัญๆ

ทริปเกาะแกร์ในตอนที่ 14  จะพาไปชมเบ็งมาเลีย  ฉายาปราสาทนครวัดแห่งตะวันออก



โฟโต้ออนทัวร์
30 มกราคม 2554



* ที่มาวิกิพีเดีย

...............................................................................................................................................................................................................................................

แผนที่อุทยานแห่งชาติ พนมกุเลน Phnom Kulen National Park Map คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย




     
 
ลำดับกษัตริย์ของอาณาจักรขอมในยุคค่างๆ (แบ่งเป็น 3 ยุค)
พระนาม
ปี พ.ศ.
ศิลปะ / สถานที่ตั้งเมือง
  1 สมัยก่อนพระนคร [ Pre - Angkor]
ภววรมัน
พ.ศ. 1093 - 1143
พนมดา / เขาพนมกุเลน
จิครเสน
1143 - 1154
พนมดา / เขาพนมกุเลน
อิสานวรมัน
1154 - 1178
สมโบร์ไพรกุก / เขาพนมกุเลน
ชัยวรมันที่ 1
1178 - 1233
ไพรกเม็ง / เขาพนมกุเลน
เจนละแตก
1233 - 1345
กำพงพระ / เขาพนมกุเลน
     
  2 สมัยพระนคร [ Angkor]
ชัยวรมันที่ 2
พ.ศ. 1345 - 1393
กุเลน / เขาพนมกุเลน
ชัยวรมันที่ 3
1393 - 1420
กุเลน / เขาพนมกุเลน
อินทราวรมันที่ 1
1420 - 1432
พระโค / เขาพนมกุเลน
ยโสวรมันที่ 1
1432 - 1443
พระโค / เขาพนมกุเลน
จลาจล-ภาวะว่างกษัตริย์
1443 - 1471
บาเค็ง / เขาพนมกุเลน
ชัยวรมันที่ 4
1471 - 1485
เกาะแกร์ / เขาพนมกุเลน
ราเชนทราวรมันที่ 2
1487 - 1511
แปรรูป / เขตพระนคร
ชัยวรมันที่ 5
1511 - 1544
บันทายศรี / เขตพระนคร
สุริยวรมันที่ 1
1545 - 1593
ประตูพระราชวัง / เขตพระนคร
ยุธยาทิตยวรมันที่ 2
1593 - 1609
ปาปวน / เขตพระนคร
ฮาราชวรมันที่ 3
1609 - 1623
ปาปวน / เขตพระนคร
สงครามกลางเมือง
1623 - 1656
ปาปวน / เขตพระนคร
สุริยวรมันที่ 2
1656 - 1693
ปาปวน / เขตพระนคร
ทเรนอินทราวรมัน
1693 - 1703
นครวัด / เขตพระนคร
ยโสวรมันที่ 2
1703 - 1709
นครวัด / เขตพระนคร
ตรีภวนาถทิตยวรมัน
1709 -1720
นครวัด / เขตพระนคร
ชัยวรมันที่ 7
1720 - 1762
บายน / เขตพระนคร
     
 3 สมัยหลังพระนคร [ After - Angkor]
        ชัยวรมันที่ 8
พ.ศ. 1786 - 1838
เขตพระนคร
        อินทราวรมันที่ 3
1838 - 1870
เขตพระนคร
            ยุคเสื่อมของอาณาจักรขอม
1870 - 1974
            กษัตริย์กรุงศรีฯ ตีขอมได้สำเร็จ
พศ. 1974
โดยเจ้าสามพระยา (กษัตริย์กรุงครีองค์ที่ 7)
            ไทยเสียดินแดนขอมให้ฝรั่งเศส
23 มีนาคม 2449
ในสมัยรัชการที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

:ข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ

ยุคอาณาจักรขอมเริ่มต้นหลังแยกตัวมาจากอาณาจักรฟูนัน ที่ถือเป็นต้นกำเนิดอาณาจักรขอม
หากนับช่วงเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1093 - ถึง พ.ศ. 1870 รวมอายุของยุคขอม เป็นเวลาประมาณ 800 ปี
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา (กษัตริย์กรุงศรีฯองค์ที่ 7)  ตีขอมได้สำเร็จ พ.ศ.1974
ขอมตกเป็นเมืองขึ้นของไทยเป็นเวลา 475 ปี
กษัตริย์ขอมทุกพระองค์นับถือพราห์ม-ฮินดู มีแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เท่านั้นที่นับถือพุทธศาสนา
อาณาจักรขอมเริ่มต้นทางแถบเทือกภูเขาพนมกุเลน จากนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนลงมาอยู่ใกลเสียมเรียบในปัจจุบัน
เทือกเขาพนมกุเลนเป็นเมืองเก่าของขอม หรือพระนครเก่า (นครนอกคอก) ปัจจุบันแถวนั้นเรียกว่าเกาะแกร์
เขตพระนครเก่า(เกาะแกร์) เป็นอาณาจักรขอมเก่าแก่ ที่เขมรพึงบูรณะและเปิดให้ท่องเที่ยวมาไม่นานนี้
ปราสาทต่างๆที่นักท่องเที่ยวได้ชมเรียกว่าเป็นเขตเมืองพระนครที่ย้ายมาจากพระนครเก่า(เขาพนมกุเลน)


 
 
 
   copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ